ต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 วิญญาณคู่ตื่นรู้ บทที่ 55 จิตสังหารอันน่าตกตะลึง


            เพราะการมาเยือนของขั้วอำนาจทั้งห้าทำให้บรรยากาศตรงทางเข้าท่าเรือเงียบกริบทันที

            ถึงแม้ขั้วอำนาจทั้งห้าจะมีระบบการปกครองของตัวเองแต่บางครั้งก็แข่งขันกันอย่างดุเดือด ทว่าเมื่อเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ร่วมกันพวกเขาจะร่วมมือกันเพื่อต่อกรกับคนภายนอก

            ทว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงนิกายเซียนโม่เหมินต่อให้เป็นราชวงศ์ทั้งห้าก็ต้องรับมืออย่างจริงจัง

            ทวีปไท่เซวียนมีห้าแคว้นเป็นหลักแต่นอกเหนือจากห้าแคว้นแล้ว ยังมีสำนักนิกายที่ค่อนข้างแข็งแกร่งโดยมีสี่สำนักเซียนเป็นผู้นำ นิกายเซียนโม่เหมินก็คือหนึ่งในนั้นอีกทั้งยังเป็นสำนักเซียนที่มีอิทธิพลกว้างขวางมากที่สุดมีผลประโยชน์เกี่ยวพันกับขั้วอำนาจต่างๆ

            “เจ้าเด็กที่นอนอยู่บนพื้นเป็นผู้ใดกัน?” 

            “ไม่รู้จัก ร่างกายไม่มีความผันผวนพลังวิญญาณเลยแต่กลับถูกยอดฝีมือจากนิกายเซียนโม่เหมินไล่ล่า!”

            “ส่งตัวเขาให้โม่เหมินเลยดีหรือไม่ จะได้มิต้องเจอเรื่องยุ่งยาก” 

            “มอบตัวอะไร? พวกเราท่าเรือหลงหยาตั้งกฎเอาไว้หรือว่าจะกลับคำตบหน้าตัวเอง” 

            “แต่จะให้ล่วงเกินโม่เหมินเพื่อเด็กธรรมดาที่ไม่รู้ที่ไปที่มาคนหนึ่งคงไม่ค่อยคุ้มค่ากระมัง” 

            “อย่าเพิ่งไปยุ่งกับเด็กคนนั้นจะดีกว่า ถามให้แน่ชัดก่อนค่อยว่ากัน” 

            “ใช่ๆ ลองถามสถานการณ์ดูก่อน” 

            ……

            ผู้ดูแลทั้งห้าคนปรึกษากันสักพักจากนั้นหันไปมองนอกท่าเรือหลงหยา

            ทันใดนั้นเองซือคงอวี่มุดออกมาจากกองขี้เถ้าเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย กระอักเลือดไม่หยุด...ผมเผ้าไหม้ดำ ดูน่าอนาถเป็นอย่างยิ่ง

            “แคกๆ...ตาเฒ่าน่ารังเกียจ! ตายไปทั้งอย่างนี้สบายเกินไปแล้วช่างน่าแค้นใจนัก! แคกๆ...” 

            ตอนนี้ซือคงอวี่โมโหมากเขาพุ่งเข้าไปในท่าเรือหลงหยาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยจิตสังหารแต่เมื่อเขาเห็นคนของห้าขั้วอำนาจ ก็เกิดความลังเลขึ้นมา

            “ข้าคือซือคงอวี่ ผู้อาวุโสสายนอกของนิกายเซียนโม่เหมินได้รับคำสั่งให้มาจับคนทรยศของโม่เหมิน ทุกท่านโปรดหลีกทางให้ด้วย” 

            ดังคำกล่าวว่าคนฉลาดต้องรู้จักดูสถานการณ์ถ้าซือคงอวี่อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมเขาจะมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมแต่ตอนนี้เขาบาดเจ็บสาหัสจึงต้องถ่อมตนเล็กน้อยมิเช่นนั้นหากเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเซียนระดับรวมพลังเพียงกลุ่มหนึ่งทำไมเขาต้องพูดมากด้วย คงลงมือจับคนไปนานแล้ว

            ห้าขั้วอำนาจมองหน้ากันเองผู้อาวุโสสายนอกของนิกายโม่เหมินมีสถานะไม่ต่ำต้อยเลยอย่างน้อยก็เป็นยอดฝีมือระดับกำเนิดปราณคนใหญ่โตเช่นนี้ถึงกับลงแรงมากมายเพื่อมาจับเด็กหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งนี่เรียกว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่?

            “ผู้อาวุโสซือคง ข้าขอถามท่านว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นผู้ใดและมาจากที่ใดกันแน่?” 

            ผู้เอ่ยปากถามก็คือผู้ดูแลของหอหานหยิ่งแห่งต้าถังถึงอย่างไรที่นี่ก็คือชายแดนของต้าถัง ดังนั้นเรื่องบางเรื่องเขาต้องถามให้ชัดเจน

            แต่ซือคงอวี่กลับมิยอมบอกทั้งยังเผยสีหน้าเย็นชา “เหตุใดหรือนี่เป็นเรื่องภายในของนิกายเซียนโม่เหมิน หรือว่าพวกเจ้าก็อยากจะฟังด้วย? ข้าขอเตือนว่าเจ้าอย่าหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า!”

            เมื่อเกี่ยวพันถึงการสืบทอดของสำนักเทียนกงซือคงอวี่จึงมิยอมบอกความจริงง่ายๆ เพื่อมิให้เกิดเรื่องตามมามากมายและเพื่อชิงผลงานแล้ว ครั้งนี้เขาจึงรีบเดินทางมาโดยมิได้พาผู้ช่วยมาด้วยเลยมิเช่นนั้นคงไม่ถูกกดดันถึงขั้นนี้

            “เหอะเหอะ!”

            ผู้ดูแลหอหานหยิ่งหัวเราะอย่างเยือกเย็น “ผู้อาวุโสซือคงช่างกล่าววาจาใหญ่โตยิ่งนัก ไม่ว่าท่านเป็นใครท่าเรือหลงหยามีกฎของท่าเรือหลงหยา...และกฎของที่นี่ราชวงศ์ทั้งห้าแคว้นเป็นผู้กำหนดหรือว่าท่านอยากจะเปิดศึกกับห้าแคว้น?” 

            ผู้ดูแลสำนักไห่ซากล่าวเสริมว่า “มิผิด หากท่านมิยอมอธิบายให้ชัดเจน คงมิอาจปล่อยให้พาตัวไปได้!” 

            ซือคงอวี่หายใจแรงพยายามอดกลั้นโทสะเอาไว้ “ข้ารู้กฎของท่าเรือหลงหยาอยู่แล้วแต่การแสดงน้ำใจเล็กน้อยคงมิผิดกฎ...ข้าขอใช้ป้ายโม่จื่ออันนี้แลกกับเด็กหนุ่มคนนั้น ทุกท่านคิดเห็นอย่างไร?” 

            “ป้ายโม่จื่อหรือ!”

            เมื่อผู้ดูแลทั้งห้าคนได้ยินก็มึนงงและมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

            ‘ป้ายโม่จื่อ’ เป็นของแสดงตัวตนของนิกายเซียนโม่เหมินหากมีสิ่งนี้สามารถแลกเปลี่ยนสมบัติกับนิกายโม่เหมินได้ชิ้นหนึ่งสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าป้ายโม่จื่อนี่มีค่าเท่ากับสมบัติวิเศษระดับสูงสุดชิ้นหนึ่งอีกทั้งยังสามารถสร้างบุญคุณให้นิกายเซียนโม่เหมินได้ด้วย ผู้บำเพ็ญเซียนธรรมดาล้วนใฝ่ฝันถึงสิ่งนี้

            ซือคงอวี่จงใจเปิดเผยก็เพราะคิดจะเล่นกับจิตใจคน

            มีคนไม่น้อยที่แอบจับตาดูอยากจะแลกเปลี่ยน และเผยสีหน้าละโมบออกมา

            สัญชาตญาณของมนุษย์ก็คือวิ่งเข้าหาผลประโยชน์และหลีกหนีอันตรายขั้วอำนาจทั้งห้าไม่มีความจำเป็นต้องขัดแย้งกับนิกายเซียนโม่เหมินเพื่อคนธรรมดาๆคนหนึ่ง

            “ช้าก่อน!”

            เจ้าหอหานหยิ่งกล่าวขึ้นมาพร้อมเผยสีหน้ายินดี “ข้ารู้แล้วว่าคนคนนี้เป็นใคร! เขาก็คือนายน้อยของตระกูลจั๋ววิถีเซียนจั๋วอวิ๋นเซียน มีคนมากมายกำลังตามหาเขา คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาที่นี่!”

            เหตุการณ์ตระกูลจั๋วสำหรับเมืองตงหลิงแล้วนับว่าเป็นเรื่องใหญ่แต่สำหรับราชวงศ์ต้าถังกลับไม่มีค่าให้พูดถึงดังนั้นขั้วอำนาจมากมายจึงไม่รู้เรื่องราวแม้กระทั่งตอนที่พี่น้องจั๋วอวิ๋นเซียนกับพ่อบ้านชราหนีมามีการตามจับเพียงขอบเขตหนึ่งเท่านั้น ไม่มีแม้แต่ประกาศจับ 

            ผู้ดูแลคนอื่นๆเผยใบหน้ามึนงงไม่เข้าใจว่าเหตุใดซือคงอวี่ถึงต้องจับตัวนายน้อยตระกูลวิถีเซียนด้วย

            ผู้ดูแลหอหานหยิ่งหัวเราะพลางกล่าวว่า “หากเป็นเพียงนายน้อยตระกูลวิถีเซียนแห่งหนึ่งคงไม่มีค่าพอให้ผู้อาวุโสของนิกายเซียนโม่เหมินเคลื่อนไหวอยู่แล้วแต่หากเรื่องที่เกี่ยวพันถึงมรดกสืบทอดของสำนักเทียนกงเกรงว่าต่อให้นิกายเซียนโม่เหมินระดมพลทั้งสำนักก็ไม่น่าประหลาดใจอะไร” 

            “อะไรนะ! มรดกสืบทอดสำนักเทียนกงหรือ?” 

            “หมายความว่าอย่างไรกัน?” 

            “หรือว่าเด็กคนนั้นจะมีมรดกสืบทอดของสำนักเทียนกง?” 

            ทุกคนรอบข้างเงียบกริบเสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้น จากนั้นข่าวนี้ก็ค่อยๆ แผ่กระจายออกไปจนทั้งท่าเรือล้วนเดือดพล่าน

            ผู้ดูแลหอหานหยิ่งกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ “ทุกท่านอาจจะยังไม่ทราบ ไม่นานมานี้เกิดเหตุการณ์ที่เมืองตงหลิงชายแดนต้าถังของเขา ผู้นำตระกูลจั๋ว จั๋วฟู่ไห่สมคบคิดกับปีศาจ จึงถูกราชสำนักลงโทษ แต่ระหว่างจับกุมเกิดเรื่องที่น่าสนใจขึ้นและเรื่องนั้นก็คือการปรากฏของอาวุธต้องห้ามเซียนยุทธสำนักเทียนกง ‘ลูกปัดเพลิงอัสนี’ …เล่าขานกันว่าพ่อบ้านตระกูลจั๋วเป็นศิษย์สำนักเทียนกงและลูกปัดเพลิงอัสนีก็เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา”

            ผู้ดูแลหอหานหยิ่งเว้นจังหวะเล็กน้อยพลางกล่าวต่อ “หากข้าคาดเดามิผิด ชายชราที่ตายไปก่อนหน้านี้ก็คือศิษย์ของสำนักเทียนกงเขาอาจจะเอามรดกสืบทอดของสำนักเทียนกงมอบให้นายน้อยตระกูลจั๋ว จั๋วอวิ๋นเซียนไปแล้ว” 

            ถึงแม้สำนักเทียนกงจะไม่มีชื่อเสียงอะไรนักแต่สาเหตุที่นิกายเซียนโม่เหมินสามารถมีวันนี้ได้ ก็เพราะสำนักเทียนกง

            ทุกคนที่นี่ล้วนมิใช่คนโง่จึงรู้ถึงผลประโยชน์กับมูลค่าของจั๋วอวิ๋นเซียนไม่ต้องพูดถึงแค่ป้ายโม่จื่อแผ่นเดียวต่อให้มีป้ายโม่จื่อสิบแผ่นก็เทียบกับมรดกสืบทอดของสำนักเทียนกงมิได้

            แน่นอนว่าหากอยากได้มรดกสืบทอดของสำนักเทียนกงก็ต้องแบกรับแรงกดดันจากนิกายเซียนโม่เหมิน

            ผู้ดูแลทั้งห้าคนแลกเปลี่ยนสายตากันพวกเขาขวางทางซือคงอวี่โดยหน้าไม่เปลี่ยนสีและในเวลาเดียวกันพวกเขาก็แอบส่งข่าวให้ยอดฝีมือของขั้วอำนาจต่างๆขอเพียงสามารถถ่วงเวลาไว้ได้ครู่หนึ่ง ก็สร้างผลงานชิ้นใหญ่ได้แล้ว 

            “พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร? พวกเจ้ากล้าแตะต้องของของนิกายเซียนโม่เหมินหรือ!” 

            ซือคงอวี่สีหน้ามืดมนมากยิ่งเขาไม่อยากก่อเรื่อง เรื่องนี้ก็ยิ่งกลายเป็นยุ่งยาก

            “มิกล้า มิกล้า!” 

            ผู้ดูแลหอหานหยิ่งโบกมือเขากล่าวอย่างไม่หวาดกลัว “ผู้อาวุโสซือคงเข้าใจผิดแล้วจั๋วอวิ๋นเซียนคนนี้เป็นบุตรนักโทษของราชวงศ์ ตอนนี้หลบหนีมาที่นี่พวกข้าจึงต้องรายงานกับทางราชสำนัก จับเขาไปลงโทษ ตอนนี้จึงมิอาจมอบให้ท่านได้” 

            “พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบที่จะหลงเชื่อพวกเจ้าหรือ?” 

            ถึงอย่างไรซือคงอวี่ก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับกำเนิดปราณถึงแม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่หากโมโหขึ้นมาแรงกดดันที่น่าหวาดกลัวจะสามารถปกคลุมได้ทั่วทั้งท่าเรือ!

            ผู้ดูแลเหล่านั้นล้วนมีสีหน้าหนักอึ้งและรีบเตรียมการทันที 

            ผู้ดูแลหอหานหยิ่งสั่งการกับศิษย์ “พวกเจ้าไปจับเด็กตระกูลจั๋วคนนั้นมา…ระวังด้วยอย่าให้เขาตายเสียก่อน!” 

            “ทราบ!” 

            ศิษย์หอหานหยิ่งตอบรับซือคงอวี่กับห้าขั้วอำนาจต่างก็ระวังกันและกัน 

            ทว่าในเวลานี้ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี!

            ทุกคนจึงรีบหันไปมองพวกเขาเห็นแสงดาราร่วงลงมาจากฟากฟ้าและพุ่งไปทางร่างของจั๋วอวิ๋นเซียน

            จากนั้นในร่างกายของจั๋วอวิ๋นเซียนก็ระเบิดจิตสังหารที่น่ากลัวออกมาก่อนจะแพร่กระจายไปทั่ว!

            ดุร้ายบ้าคลั่ง!อ้างว้างโดดเดี่ยว!

            ……

                       

             

             

    คล้ายกับเรื่องต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน