ร่างเงาสีเขียวที่แพดเสียงเล็กแหลมพุ่งเข้าหากลุ่มอสูรที่พยายามหวาดล้อมมันด้วยข้อเสนอเช่นเดียวกับอสูรเสือดำหากแต่มิอาจสามารถทำให้ร่างที่พุ่งด้วยความเร็วที่มากจนเหลือเชื่อว่าระดับความเร็วขนาดนี้ของสัตว์ประเภทปล่องเปลือกแข็งจะมีความเร็วได้ถึงขนาดนี้ยอมรับเงื่อนไขอันใดที่พวกมันเสนอมาได้
ภายใต้คำขู่ของสัตว์อสูรเสือดำหน้าบากขนทั้งตนแพขึ้นชูชั่นตลึงกับความเร็วที่เหลือเชื่อ อาศัยประสบการณ์คาดการโจมตีล่วงหน้ารีบตั้งท่าเตรียมตะครุบจากท่ายืนสองขาปกติ เพียงไม่นานที่เปลี่ยนท่วงท่ากระทันกับกลับเห็นริ้วสีเขียววิบวับเป็เส้นขนาน ผ่านหัวตัดขนที่ชูชันออกไป สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดกระตุ้นความเร็วให้ก้มตัวมากกว่าปกติ ถึงความ้าสังหารที่มากล้นของอสูรตั้กแตนที่พึ่งเลื่อนขั้น แรงทำลายล้างกวาดปราณสรรพสัตว์ออกไปเบื้องหน้าเป็เส้นปราณแหลมคมพุ่งตรงหวังกวาดร่างเด็กทั้งหมดในรัสมีให้เป็เพียงก้อนเนื้อ
บรรดาสัตว์อสูรระดับหัวหน้าที่อยู่สภาวะกระหายต่างก็กระโจนตามอสูรตั๊กแตนเริ่มเปร่งเสียงคำรามหลากหลายพร้อมมวลพลังที่แพ่ออกมาอย่างรวดเร็ว ส่วนเหล่าสัตว์อสูรที่คิดจะเข้าต่อต้านก็อาศัยพลังต่อต้านเข้าจู่โจมหวังปรามสัตว์อสูรแข็งข่อให้อยู่หมัดมิได้มุ่งหวังทำลายให้ตกตายไป การเสียขุมกำลังกับเื่แบบนี้เคยมีปรากฏมาก่อนซึ่งไม่คุ้มค่า
จากสัตว์มายาที่สามารถดูดซับพลังบริสุทธิ์กลั่นตัวเป็ตัวตนอีกตัวตนที่มีความเป็เอกเทศกลายเป็สัตว์อสูรและมีชีวิต ตามวงจรหรือเข้าร่วมการไล่ล่ากลั่นตัวพัฒนาเป็สัตว์อสูรระดับหัวหน้าแม้ต้องตัดขาดกับอสูรผู้ให้กำเนิดแต่นี้นับเป็เื่ดีในการขยายอำนาจของสายพันธุ์อสูรที่ไร้ขีดจำกัด ถึงแม้ว่าจะต้องกิน่เวลาไปไม่น้อยกว่าวงจรชีวิตของมนุษย์คนนึงเลยก็ว่าได้
อสูรที่เกรี้ยวกราดจากการพึ่งพัฒนาคอขวดนั้นมีความดุร้ายและใช้สัญชาตญาณดิบของตนเป็ที่ตั้งล้วนถูกเหล่าบรรดาสัตว์อสูรตนอื่นที่ผ่าน่เวลานี้มาเเล้วอยู่ในกระบวณการเก็บเกี่ยวเก็บงำพลังรอเข้าสู่สภาวะพัฒนา เข้ารุมห้ามปรามแบ่งเป็ 10 ต่อ 1 จากเหล่าสัตว์อสูรมากมายที่โรมรันกันพลังปราณที่รุนแรงแม้จะเก่งกาจแค่ไหนแต่ 10 หัวก็ดีกว่า หัวเดียวที่มิอาจใช้สติสัมปชัญญะได้หากแต่....
เส้นพลังสีเขียวอันแหลมคมที่ถูกต้านด้วยปราณสรรพสัตว์มากมายกลับไม่สามารถสยบการตวัดพลังรุนแรงของอสูรตั้กแตนตัวนี้ได้ ความคมกริบของพลังที่ไม่เหมือนใครตัดผ่านชั้นพลังที่กระชับซ้อนกันเป็โล่พลังปราณมากมายอย่างง่ายดาย
"ฮึ่ม ไม่คิดว่าอสูรตั้กแตนตนนี้ความสามารถจะอยู่เหนือกว่าพวกเราที่ผ่าน่เวลานี้มาก่อน พวกเราหากปราณคุมมันไม่อยู่ก็ใช้กายเนื้อสยบมันแทนก็แล้วกัน พวกมีพลังอนาเขตที่กว้างถอยไป! พวกควบคุมขอเสริมแรงทางนี้ที! อสูรเสือดำหน้าบากที่พยายามตวัดกรงเล็บฟาดฟันเบื้องหน้าไม่หยุดหากแต่ปราณตัดที่เป็เอกลักษณ์ประจำตัวยังไม่คมกริบเท่า ปราณตัดเฉือนของอสูรตั้กแตนตัวนี้ได้ ในที่สุดมันก็พุ่งตัวพร้อมอาบปราณสีเหลืองที่โพล่ขึ้นมาอย่างเข้มข้นบุกเข้าประจันหน้ากับ อสูรแมลงเพียงตนเดียวที่รอดจากการห้ามปรามของสัตว์อสูรระดับหัวหน้านับ 10 20 ตนมาได้อย่างง่ายดาย
อุ้งมือสีดำเคลือบพลังปราณสรรพสัตว์สีเหลืองครอบคลุมทั้งแขนและหมัดที่กำแน่น เสริมพลังกระทันหันรวมจุดเดียวในระยะสั้นเหวียงเข้าหาปราณพลังตัดเฉือนที่หลงเหลือไม่กี่ส่วนให้แตกกระจายออกไปพร้อมเหวี่ยงพลังที่เสริมขึ้นเรื่อยๆ เข้าหาร่างที่พุ่งเข้าหาถึงตนหากหวังซัดเข้าจุดตายโอกาศคงไม่มีเป็แน่แต่ถ้าหากเพียงถ่วงเวลาแล้วละก็ ไม่ตึงมือมันเท่าไหร่นี้ไม่ใช่การประลองแต่เป็เื่ผลประโยชน์ที่ฝ่ายตนนั้นถือครองและรอการเก็บเกี่ยวหากต้องเสียไปเพราะอสูรตนเดียวเห็นทีความคุ้มค่าย่อมลดลงเป็ทวี
โฮก! ดวงตาที่ถลึงอย่างกระทันหันสัญญาณเอาจริงชั่วครู่ของอสูรเสือดำหน้าบากโห่ร้องคำรามลั่น "ปราณสรรพสัตว์เสือดำ! ปรานสีรงนิลพยัคฆ์! ไอปราณสีเหลืองนวลที่เคลือบออกแสดงภาพลักษณ์เงาเสือดำออกมาพร้อมแผดร้อง คำรามก่อนกายพลังทั้งสองโรมรันจู่โจมเข้าหากัน เกิดเสียงปะทะของปราณพร้อมฝุ่นรอบตัวทั้งสองหมุนวบรอบด้านก่อนกระจายออกพร้อมพลังของเสือดำที่มากกว่าปกติอัดกระแทกเข้าใส่ร่างอสูรตั้กแตนที่มีเพียงสัญชาตญาณดิบเท่านั้น พยายามส่งแขนเคียวคู่ทั้งสองกดลงมาด้วยปราณที่มิอาจควบคุมหากแต่ถูกพลังห่อหุ้มมหาศาลอัดกระแทกเปิดแขนทั้งสองกางออกขึ้นฟ้าพร้อมแรงพลังที่ยังมากอยู่อัดกระแทกเข้าจุดเดิมก่อนหน้าที่ถูกตะปบส่งร่างที่มีแต่ข้อปล่องปลิ่วลิ่วยาวกระเด็นอัดพรรคพวกที่อับจนหนทางในการปูทางเข้าช่วยอสูรตั้กแตนด้านหลังก่อนรวมกันเข้าประชิดผนังถ้ำปราณเกิดเสียงะเิออกมาโดยมีพวกมันรวมกันอยู่ด้านใน
แต่ทว่าร่างที่กระเด็นออกไปกลับชันตัวดิ่งตนพุ่งเข้าหาอีกครั้ง โดยชั้นขอต่อขาของมันกระเด้งพรรคพวกออกมาจากโพรงถ้ำที่ถูกสร้างจากแรงอัดทำลายของอสูรเสือดำ ร่างเงาเขียวพุ่งด้วยความเร็วเท่าเดิมอีกครั้ง ทว่าครานี้ปราณที่ใช้อัดกระแทกของสัตว์อสูรที่มันหลบหลีกทุกครั้งไม่มีอีกต่อไปแต่เป็กลุ่มก้อนริ้วทั่วสารทิศไม่ว่าจะเป็เถาวัลย์ ใบหญ้า งู ใบเลื่อย ของเหลวหนืดที่ทิ้งตามพื้นที่ต่างๆ มากมายจำกัดการเคลื่อนไหวถูกส่งออกมาแทน ร่างเงาตัวสุดท้ายที่ไม่ยินยอมกรีดร้องออกมาก่อนพ่นโลหิตสีเขียวที่กระอักออกมา...
ทว่าโลหิตจากแผ่นหลังกลับพุ่งออกมาเยอะกว่าแต่กลับมีบางอย่างเขียวสดใสพุ่งตามมาด้วยพร้อมกระพริบอย่างรวดเร็วกลายเป็ปีก ร่างที่พุ่งด้วยความเร็วเสริมแรงกระโจมขึ้นฟ้าดิ่งเข้าหาผ่านร่างอสูรเสือดำที่พยายามกระโจมพุ่งตามไปอัดพลังหากแต่ในบริเวณนี้ไม่มีอสูรตนใดเลยที่มีความสามารถในการโจมตีกลางอากาศเฉพาะได้ดี อสูรปักษาก็มิได้กลับมาเนื่องจากต้องออกไปกลบร่องรอยและเบี่ยงเบนการเคลื่อนไหวของมนุษย์ที่มีความสามารถที่เทียบเท่าหรือสูงกว่า ในเวลานี้เรียกได้ว่าไม่มีตนใดที่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของตั้กแตนที่เลยร่างอสูรเสือดำไปแล้วเข้ากลุ่มเด็กที่อาปากค้าง รีบวิ่งหนีกันเพื่อหลีกเลี่ยงเป็เป้าหมายของ อสูรที่มีเพียงตัวเดียวตอนนี้ที่ฉุดไว้ไม่อยู่แล้ว ร่างเด็กๆ มากมายที่ตอนนี้อยู่ในระยะการโจมตีของคลื่นพลังปราณตัดเฉือนที่พร้อมปลดปล่อยและเริ่มกางแขนเคียวออกมา ภายใต้รอยยิ้มเยาะของอสูรตั้กแตน ที่อ้าปากพร้อมฉีกกระชากในปากพึมพำ "ะ ะ ความเป็ะจะอยู่กับข้าแล้ว"
"ไอเ้าบ้าหยุดการกระทำของเ้าเดี้ยวนี้! สัตว์อสูรมากมายที่ไม่สามารถเข้ายับยั้ง โดยมีเสียงอสูรเสือดำและอสูรช้างที่สังเกตเห็นและเข้าใจเป้าหมายที่แท้จริงของอสูรตั้กแตนที่ทำที่จะสังหารเด็กไม่กี่คนหากแต่กลับจะใช้ปราณประจำตัวสังหารเด็กทุกคนเลยตะหาก จึงรีบพุ่งกายเข้ารอรับการโจมตีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
วิ้ง! โครม!......ตูม!!
ทว่าร่างของมันและอสูรทั้งหมดรวมทั้ง ไม่เว้นแม้แต่ อสูรทากและจิ้งจอกตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของเหล่าอสูรในพื้นที่แห่งนี้ที่มองดูการกระทำของเหล่าอสูรเป็เพียงฉากละครนึงที่ตนชินชาไปแล้ว มิอาจทนแรงปริศนาบางอย่างอัดกระแทกส่งร่างตนที่ไม่ทันแม้แต่จะรู้ตัวปลิ่วกระเด็นอย่างแรงถึงขึ้นติดทะลุกำแพงหินปราณที่ถูกสร้างขึ้นหรือโพรงที่ส่วนตัวเฉพาะเกิดหลุมกระแทกพลังขนาดใหญ่นับร้อยๆ จุด
แรงสั่นไหวเกิดกระทันหันก่อนแสงอาทิตย์เบื้องบนที่ไม่มีวันที่จะสมควรสาดส่องลงมาจากโพรงถ้ำปราณั์ที่ถูกสร้างด้วยขอบเขตพิเศษ กลับถูกวัตถุปริศนาบางอย่างกดลงมากระแทกเบื้องบนก่อนทลายพื้นผิวทุกอย่างดิ่งลงสู่พื้นสูญกลางการชุลมุน โดยมีอสูรตั้กแตนเป็จุดศูนย์กลางทำลายล้างที่มากล้นอย่างเหลือเชื่อและไม่คาดคิด แรงกดอากาศที่ห่อหุ้มวัตถุนี้บีบอัดเป็พลังปราณบางอย่างบีบสะกดพร้อมอัดกระแทกทุกสรรพสิ่งให้เด็นออกไป เหลือเพียงร่างวัตถุที่ดิ่งลงสู่พื้นอัดกระแทกร่างอสูรที่ลอยโดดเดี่ยวกลางอากาศที่โดดเด่นก่อนจะกดร่างมันทิ้งดิ่งลงสู่ผิวพื้นพร้อมแรงกระแทกพืนผิวที่แตกออกเป็หลุมขนาดใหญ่ั์แทบจะครอบพื้นผิวลานกว้างทั้งหมด
ร่างน้อยใหญ่ที่ยืนอยู่ต่างทรุดเข่าลงด้วยพื้นผิวต่างระดับกระทันหันราวกับแรงกดดัน์ที่ประทานโทษลงมาสู่ตัวตนอดสูทั้งหลายนี้ ในพื้นที่ ที่อสูรจิ้งจอกกระเด็นออกไปถึงขึ้นหมดสติชั่วคราวร่างมนุษย์นอนนิ่งไม่ไหวติงก่อนจะเหลือเพียงร่างเด็กหนุ่มที่หมดสติก่อนหน้าอยู่แล้วล้มทับกับก้อนปุ่ยนุ่นขนาดใหญ่ที่เกิดจากการรวมตัวของหาง ของอสูรจิ้งจอกเข้าหากันส่วนเด็กหนุ่มที่นอนสภาพหลังชีฟ้าที่รองรับร่างของอสูรจิ้งจอกที่นอนแผ่หมดสติด้านข้างเหลือเพียงไว้ด้วยหางที่ใหญ่โตที่โผล่ออกมาอีก คู่นึงรองรับรางของนางไว้ ส่วนอาภรณ์ที่ฉีกขาดของเด็กหนุ่มจากการถูกรุมทำร้ายของเหล่าเด็กๆ ก่อนหน้าเผยแผ่นหลัง ที่มีตราประทับอักษรภาษาโบราณบางอย่างที่จู่ก็ค่อยมีควัน โพล่ออกมาก่อนจะเกิดปฏิกิริยาแผดเผาไม่ทราบที่มาอย่างช้าๆ ปรากฏเป็ปราณเปลวเพลิงแผดเผาสีเงินเข้มที่ปะทุออกมาก่อนตัวอักษรจะถูกเผาไหม้รวมคำเป็คำเดียวสลักแผ่นหลัง "กระถางปลดอนันต์"