บทที่ 31 บัวบานในน้ำใส
เนื่องจาก ‘อวตาร’ ได้รับความนิยมในหมู่ชาวจีน หลังจากที่ลั่วโหวได้ส่งต้นฉบับภาษาอังกฤษของตน บรรณาธิการก็ให้ความสำคัญเป็อย่างมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ นี่เป็ฉบับภาษาอังกฤษที่ผู้แต่งเขียนขึ้นด้วยตนเอง ในโลกนี้มีนักเขียนสักกี่คนที่สามารถเขียนนวนิยายเื่เดียวกันเป็สองภาษา?
หลังจากที่เห็นมาตรฐานภาษาอังกฤษที่แท้จริงของลั่วโหวแล้ว บรรณาธิการก็รีบส่งนวนิยายเื่นี้ให้กับหัวหน้าบรรณาธิการ หัวหน้าบรรณาธิการอ่านเอกสารบางอย่างเกี่ยวกับลั่วโหวและ ‘อวตาร’ แล้วกล่าวว่า “โอ้ นวนิยายภาษาอังกฤษที่เขียนโดยคนหนุ่มชาวจีนหรือ?”
ไม่กี่วันต่อมา หัวหน้าบรรณาธิการก็เรียกบรรณาธิการมาแล้วพูดว่า “ติดต่อเด็กคนนี้หน่อย ฉันคิดว่าในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษอย่างน้อยก็ต้องขายนวนิยายเื่นี้ได้ห้าแสนเล่ม”
ตอนส่งผลงาน ลั่วโหวได้ให้ข้อมูลการติดต่อไว้สองแบบ แบบแรกคือหมายเลขโทรศัพท์ของบ้านเช่า แบบที่สองคือที่อยู่ของโรงเรียน
เช้าวันหนึ่งในปลายเดือนพฤศจิกายน ลั่วโหวกำลังจะไปที่คลินิกเพื่อดูความคืบหน้าของการตกแต่ง
แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นที่บ้านเสียก่อน เมื่อรับสาย เขาได้ยินเสียงภาษาอังกฤษ เมื่อตั้งใจฟังดี ๆ ก็รู้สึกดีใจ
หลังจากนั้น น้าเล็กและแม่ของลั่วโหวก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ฟัง ลั่วโหว ‘คุยจ้อ’ อยู่
ผ่านไปสักพัก ลั่วโหวก็วางสาย จากนั้นเขาก็พูดว่า “เรียบร้อยแล้ว สำนักพิมพ์ตกลงที่จะช่วยเราตีพิมพ์หนังสือ ในอีกไม่กี่วัน เขาจะมาถึงประเทศจีน เมื่อถึงเวลานั้น เราต้องไปรับพวกเขาที่สนามบินนานาชาติหูไห่ พวกเขามาสองคน บรรณาธิการหนึ่งคน นักแปลหนึ่งคน”
นับว่าเป็ข่าวดีที่ทำให้แม่ของลั่วโหวมีความสุขมาก
ลั่วโหวกล่าวว่า “คราวนี้ได้เงินดอลลาร์แล้ว ผมสามารถไปอเมริกาได้แล้ว!”
……
คนอเมริกันมีประสิทธิภาพสูงมาก คนสองคนที่มามีความสุขกับการเซ็นสัญญา โดยไม่ซื้อขาด ค่าลิขสิทธิ์สิบเปอร์เซ็นต์ และคำนวณยอดขายตามราคาขายจริงของกองบรรณาธิการ
หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว คู่สัญญาก็จากไปด้วยความประหลาดใจ เพื่อรีบกลับไปรายงานผล แน่นอนว่าลั่วโหวไม่ลืมให้พวกเขาติดต่อกับคุณคาเมรอน เพื่อเชิญให้คุณคาเมรอนเขียนคำนำให้
วันนั้นลั่วโหวรู้สึกมีความสุขมาก จึงแวะไปที่มหาวิทยาลัยอีกครั้งใน่บ่าย
แต่ที่แรกที่เขาไปคือห้องของอาจารย์ที่ปรึกษาโฮมรูม โชคดีที่อาจารย์เถียนก็อยู่ด้วยพอดี ลั่วโหวจึงนำข่าวมาบอก ซึ่งทำให้ฝ่ายนั้นรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก
ในห้องทำงานเดียวกัน มีอาจารย์คนหนึ่งชื่นชมว่า “ลั่วโหว เธอมีฝีมือขนาดนี้ จริง ๆ แล้วไม่ต้องสอบก็ได้ ในอนาคตเป็เ้านายได้เลย และเพื่อนร่วมชั้นของเธอจะต้องถือใบประกาศนียบัตรมาหางานที่บริษัทของเธอแน่!"
อาจารย์เถียนไม่มีคาบเรียน่บ่าย ลั่วโหวจึงชวนเธอออกมาข้างนอก พอออกจากโรงเรียนแล้ว เขาก็ถามเธอว่า “อาจารย์ฝึกวิชาภายในได้ผลบ้างหรือเปล่า”
“ก็พอใช้ได้ ฉันสามารถฝึกได้หนึ่งชั่วโมงทุกคืน ได้ผลค่อนข้างดีนะ” อาจารย์เถียนตอบพร้อมรอยยิ้ม
อาจารย์เถียนไม่อยากให้ลั่วโหวเข้ามาในห้องพักของเธอ แต่ลั่วโหวก็ต้องหาโอกาสตรวจสอบความคืบหน้าของเธอสักครั้ง เลยพาเธอไปที่โรงแรมธรรมดา ๆ แห่งหนึ่ง จ่ายเงินไปประมาณแปดสิบกว่าหยวน เพื่อจองห้องมาตรฐาน
เมื่อเข้ามาในห้องแล้ว อาจารย์เถียนก็รู้สึกอายเล็กน้อย
เพราะลั่วโหวขอให้เธอถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก เหลือแค่ชุดชั้นในสีกากีเท่านั้น
อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ชุดชั้นในสีกากีจึงเป็สิ่งจำเป็ อาจารย์เถียนจ้องลั่วโหวด้วยสายตาเคือง ๆ “ไม่ถอดแล้ว ถอดแค่เสื้อกันหนาวก็พอ!”
ปรากฏว่า ชุดชั้นในสีกากีของอาจารย์เถียนเป็สีชมพูอ่อน!
จากนั้นเขาก็เริ่มตรวจสอบท่าทางบางอย่างของอาจารย์เถียน และแก้ไขให้เธอ ไม่ถึงห้านาทีหน้าผากของอาจารย์เถียนก็เริ่มมีเหงื่อออก ลั่วโหวพูดว่า “วิชาภายในนี้เป็ของมีค่านะ สามารถทำให้ผิวพรรณผ่องใสได้ด้วย ลูกศิษย์คนโปรดของผมเคยเป็สิวเต็มหน้า พอฝึกวิชานี้สิวก็หายไปหมด หน้าตาที่เคยดูไม่ค่อยได้ก็กลายเป็หน้าตาที่ดูดี”
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง การแก้ไขก็เสร็จสิ้น ลั่วโหวจึงนอนลงบนเตียงข้าง ๆ แล้วพูดว่า “อาจารย์ฝึกต่อเองอีกหนึ่งชั่วโมงแล้วกัน ผมจะนอนพักสักหน่อย เมื่อฝึกเสร็จแล้วอาจารย์ก็ไปอาบน้ำได้เลย”
ในตอนนั้น อาจารย์เถียนรู้สึกแปลก ๆ จึงหัวเราะออกมา “ไม่ฝึกแล้วละ!”
ลั่วโหวพูดว่า “ต้องฝึกสิ พรุ่งนี้อาจารย์จะต้องลืมท่าทางแล้วทำผิดบางท่าอีกแน่ ๆ เงินแปดสิบหยวนที่จ่ายไปก็จะเปล่าประโยชน์”
ลั่วโหวหลับไปแล้ว เขาฝันถึงภรรยาและคนรักในชาติก่อน และฝันว่ากำลังทำอะไรบ้างกับพวกเธอ...
เขารู้ว่ามันเป็แค่ความฝัน แต่ก็ไม่อยากตื่น!
อาจารย์เถียนฝึกต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงกว่า เหงื่อไหลจนเปียกปอนแล้ว จึงเข้าไปอาบน้ำร้อน พอออกมากลับพบสิ่งผิดปกติของลั่วโหว!
วันนี้ลั่วโหวสวมกางเกงวอร์มขาสั้น กางเกงนั้นถูกดันให้พองออกเป็เต็นท์ใหญ่โตเลยทีเดียว!
อาจารย์เถียนหน้าแดง กัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วยิ้ม
เธอจัดแต่งทรงผมอีกครั้ง จากนั้นเตรียมสะกิดปลุกลั่วโหว เพื่อออกจากที่นี่
แน่นอนว่าเพียงแค่สะกิดเบา ๆ ลั่วโหวก็ตื่นขึ้นมาทันที ขณะที่เขากำลังฝันอยู่ใน่ที่งดงามที่สุด
ลั่วโหวรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าวันนี้เขาฝันเปียกแล้วละก็ คงน่าอับอายมาก แต่พอคิดดูอีกทีก็นึกได้ว่า เขายังไม่โตเต็มที่เลย
ลั่วโหวพลิกตัวนั่ง จ้องมองอาจารย์เถียนด้วยสายตาไม่พอใจ แล้วสำรวจเธอ อาจารย์เถียนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ สามารถบรรยายได้ว่า ‘เปรียบเสมือนบัวบานในน้ำใส’
เมื่ออาจารย์เถียนเห็นสีหน้าของเขาไม่ค่อยดี จึงรีบหันไปทางอื่นพร้อมพูดว่า “เราไปกันเถอะ แปดสิบหยวนที่จ่ายไปนั้นรวดเร็วจริง ๆ!”
ลั่วโหวมองก้นงอนของเธอ ปากและลิ้นแห้งผากในทันใด
พอออกจากประตูโรงแรมแล้ว ลั่วโหวก็เสนออีกครั้งว่า “เชื่อผมเถอะ ซื้อบ้านสักหนึ่งหลัง เมื่อมีผมแล้ว อาจารย์ไม่ต้องกังวลเื่เงินอีกต่อไป”
อาจารย์เถียนหัวเราะคิกคัก แต่แล้วก็รู้สึกว่าคำพูดของลั่วโหวมีที่มาที่ไปบางอย่าง จึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ก็ได้ ฉันจะฟังคำแนะนำของหมอยาจีนคนเก่าแก่ ซื้อบ้านหลังหนึ่งก็แล้วกัน ประมาณ 100 ตารางเมตร ไม่ต้องใหญ่มาก”
ลั่วโหวนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงพูดว่า “หลังวันพรุ่งนี้จะเป็วันเกิดของผม แต่คงไม่ได้ฉลองที่บ้าน เพราะบ้านของผมไม่มีประเพณีแบบนั้น หลังวันพรุ่งนี้ก็ตรงกับวันเสาร์พอดี จะเป็อะไรไหมถ้าผมจะเลี้ยงอาจารย์ แล้วก็น้องถัง พี่สาวผม น้องสาวผม พวกเราวัยรุ่นออกไปกินข้าวกันดีไหมครับ?”
“น้องถัง? เรียกเธอว่าน้องสาวเหรอ?” อาจารย์เถียนถามด้วยความสงสัย
ในปีนั้น ‘mm’*[1] ซึ่งเป็คำย่อจากภาษาจีนยังไม่แพร่หลายนัก
ดังนั้นลั่วโหวจึงอธิบายความแตกต่าง เมื่อพูดจบ อาจารย์เถียนก็ยิ้มพร้อมพูดว่า “ฉันแก่แล้วสินะ!”
ลั่วโหวคิดในใจว่า คุณอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น ยังไม่ถือว่าแก่เลย ถ้าผมมีอายุทางร่างกายเกิน 18 ปีแล้ว ผมจะกินเนื้อนุ่มของคุณให้หมดเปลือกแน่นอน
จู่ ๆ ลั่วโหวก็นึกบางอย่างขึ้นได้ จึงถามว่า “อาจารย์บอกว่า อาจารย์อายุ 24 ปีแล้ว ทำงานมาสี่ปีแล้วใช่ไหม”
อาจารย์เถียนยิ้ม พลางพูดอย่างภาคภูมิใจ “ใช่สิ สมัยเรียนหนังสือฉันก็ข้ามชั้นนะ ข้ามชั้นั้แ่ประถม ฉันอายุ 20 ปีเอง ยังไม่ทันเฉลิมฉลองวันเกิดปีที่ 21 ก็จบปริญญาตรีไปแล้ว”
่เรียนพิเศษของค่ำวันนั้น ลั่วโหวก็มาที่ห้องเรียนอีก และบอกข่าวดีกับถังเทียนเจ๋อว่าต้นฉบับภาษาอังกฤษได้รับการคัดเลือกแล้ว ถังเทียนเจ๋อจึงประกาศกับเพื่อนร่วมชั้นในคาบเรียนพิเศษว่า “วันเสาร์ที่จะถึงนี้ เป็วันครบรอบ 17 ปีของลั่วโหว เขาได้ประกาศตัวเป็วีรบุรุษแล้ว ใครสนใจไปร่วมงานบ้างแจ้งชื่อก่อนเลิกเรียนนะ ไม่ต้องซื้อของขวัญอะไรมาก พวกเราไปกินเลี้ยงกันเองก็พอ”
ถังเทียนเจ๋อยังคงเป็ที่รักใคร่ของเพื่อนนักศึกษาส่วนใหญ่
มีนักศึกษาคนหนึ่งร้องว่า “งั้นไปร้านอาหารจินหนิงสิ!”
นักศึกษาคนอื่น ๆ ก็พากันส่งเสียงร้องเห็นด้วย
ลั่วโหวจึงยืนขึ้นขอให้ทุกคนเงียบ แล้วพูดว่า “ไม่ต้องไปร้านอาหารจินหนิงหรอก เราไปร้านที่ถนนหูหนานก็พอแล้ว ร้านอาหารที่นั่นดีนะ ระดับราคาก็เหมาะสม”
พอพูดจบ ลั่วโหวก็สั่งการถังเทียนเจ๋อทันที เพราะเธอคุ้นเคยกับเมืองจินหนิงมากกว่า เขาจึงมอบหมายให้เธอจองโต๊ะ ซึ่งเธอก็ยินดีรับหน้าที่
เมื่อภายในห้องเงียบสงบลง อาจารย์เถียนจึงสั่งให้ทุกคนเรียนต่อ แต่กลับเห็นลั่วโหวยืนขึ้นเตรียมจะออกประตูหลังห้องเรียน เมื่อเพื่อน ๆ ได้ยินเสียงก็หัวเราะลั่น
ดูเหมือนลั่วโหวจะมองมหาวิทยาลัยเป็เหมือนสวนผักของตัวเอง ที่อยากจะเดินเข้ามาเมื่อไรก็ได้ ออกไปเมื่อไรก็ได้ และมักจะเดินผ่านมา ‘แวะดู’ เท่านั้น
แต่นั่นก็เข้าใจได้ เขาจะมาทำอะไรในห้องเรียนล่ะ ตอนนี้เขาเรียนไม่รู้เื่แล้ว
ถ้าเขามีเวลาว่าง แล้วไปจัดระเบียบตำราการแพทย์แผนจีนจะไม่ดีกว่าหรือ?
ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ลั่วโหวกำลังทำในตอนนี้
ขณะนั้นถังเทียนเจ๋อก็ยืนขึ้นแล้ววิ่งไปหาอาจารย์เถียนที่หน้าชั้น กระซิบกับอาจารย์สองสามประโยค ก่อนจะวิ่งตามลั่วโหวออกไปจากห้องเรียน
[1] mm หมายถึง ตัวย่อภาษาจีนแทนคำว่า 妹妹 (mèimei) น้องสาว หรือ 美美 (měiměi) สวย บางครั้งใช้เรียกแทนผู้หญิงที่ทั้งสาวและสวย