ตอนที่ 4: “อีกมิติแห่งอารมณ์”
สายดีดลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนร่างกายถูกลอยอยู่กลางอากาศ ทุกอย่างรอบตัวเป็ความว่างเปล่า มีเพียงแสงเรืองรองหลากสีที่ลอยละล่องในความมืด ร่างของหลุดโลกอยู่ไม่ไกลจากเขา เพื่อนของเขากำลังกุมกีตาร์โปร่งแน่น
“เรามาอยู่ที่ไหน?” สายดีดถาม น้ำเสียงเขาสั่นเล็กน้อย
“ฉันก็ไม่รู้ แต่มันไม่ใช่ที่เดิมแน่ๆ” หลุดโลกตอบพลางมองไปรอบๆ
ก่อนที่พวกเขาจะได้ตั้งสติ เสียงดนตรีประหลาดก็ดังขึ้น เสียงนั้นเหมือนเพลงที่ไม่มีวันจบซึ่งบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน มันชวนให้หัวใจเต้นแรง แต่ก็แฝงไปด้วยความน่ากลัว
จู่ๆ แสงเรืองรองที่ลอยอยู่รอบตัวพวกเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว มันมารวมกันตรงหน้าและกลายเป็รูปร่างมนุษย์ที่โปร่งแสง “ขอต้อนรับสู่ดินแดนอารมณ์” เสียงของรูปร่างนั้นกังวานเหมือนสะท้อนมาจากทุกทิศทาง
“ดินแดนอารมณ์? นี่มันเื่บ้าอะไรกัน?” สายดีดถาม
“พวกเ้าถูกคริสตัลแห่งอารมณ์ดูดเข้ามา ที่นี่คือแก่นกลางของพลังที่องค์กรพยายามควบคุม มันคือที่ที่ทุกอารมณ์ของมนุษย์ถูกเก็บรักษา”
สายดีดและหลุดโลกมองหน้ากัน พวกเขาเริ่มรู้สึกถึงพลังที่แผ่ออกมาจากพื้นดินใต้เท้าของพวกเขา มันเหมือนมีบางอย่างพยายามเชื่อมต่อกับจิตใจของพวกเขา
“แล้วเราจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง?” หลุดโลกถาม
“ไม่มีทางออกง่ายๆ ถ้าพวกเ้าอยากกลับไปยังโลกเดิม พวกเ้าต้องพิสูจน์ตัวเอง”
“พิสูจน์ยังไง?” สายดีดถามกลับด้วยความระแวง
“พวกเ้าต้องเผชิญหน้ากับอารมณ์ของตนเอง และพิสูจน์ว่าพวกเ้ามีความกล้าที่จะควบคุมมัน” รูปร่างโปร่งแสงพูดจบ มันก็หายไปทันที ทิ้งให้สายดีดและหลุดโลกยืนอยู่กลางพื้นที่ที่เริ่มเปลี่ยนแปลง
พื้นดินรอบตัวพวกเขากลายเป็เวทีขนาดใหญ่ เสียงปรบมือดังขึ้นจากทุกทิศทาง ทั้งคู่หันไปมองรอบๆ และพบว่าเวทีนั้นล้อมรอบไปด้วยคนดูที่ไม่มีหน้า เหล่าผู้ชมเหล่านี้มองตรงมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่มองไม่เห็น
“นี่มันอะไรกัน... เหมือนฝันร้ายเลย” หลุดโลกพูด เขาจับกีตาร์โปร่งไว้แน่น
ทันใดนั้น เสียงแร็ปก็ดังขึ้นจากอีกด้านของเวที ชายคนหนึ่งก้าวขึ้นมาจากเงามืด เขาคือแจม แต่รูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไป ดวงตาของแจมเปล่งแสงสีฟ้าสว่าง และมือของเขาถือไมค์ที่มีคริสตัลสีฟ้าฝังอยู่
“สายดีด... นายกลับมาเจอฉันจริงๆ” แจมพูด น้ำเสียงเขาเ็า
“แจม! นี่นายจริงๆ เหรอ?” สายดีดะโกลับ แต่แจมไม่ตอบ เขาเริ่มแร็ปด้วยจังหวะที่ดุดัน เสียงแร็ปของแจมก่อให้เกิดคลื่นพลังที่พุ่งตรงมาที่สายดีด
หลุดโลกดีดกีตาร์ของเขาทันที เสียงกีตาร์โปร่งเปล่งพลังออกมาเป็เกราะที่ป้องกันพวกเขาจากคลื่นพลังนั้น “นายต้องโต้กลับไป!” หลุดโลกะโ
สายดีดสูดหายใจลึกก่อนจะเริ่มแร็ปสด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความโหยหาถึงอดีต ทุกคำที่เขาแร็ปออกมากลายเป็แสงสว่างที่ตัดผ่านความมืด แต่แจมไม่ได้หยุดง่ายๆ
“นายทิ้งฉันไว้!” แจมะโกลับ ดวงตาสีฟ้าของเขาเปล่งแสงแรงขึ้น เสียงแร็ปของเขากลายเป็พายุที่พุ่งตรงมาหาสายดีด
หลุดโลกพยายามเล่นกีตาร์เพื่อช่วยเพื่อนของเขา แต่พลังของแจมแข็งแกร่งเกินไป สายดีดเริ่มอ่อนล้าจากแรงกดดันในใจ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มเข้าใจว่าความรู้สึกผิดที่เขาแบกรับไว้ตลอดมาคือสิ่งที่ทำให้เขาอ่อนแอ
“แจม! ฉันไม่ได้ทิ้งนาย นายถูกพรากไปจากฉัน!” สายดีดแร็ปกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยนาย และฉันจะไม่หนีอีกต่อไป!”
คำพูดนั้นปลดปล่อยพลังบางอย่างในตัวสายดีด แสงสีส้มเปล่งออกมาจากเขา กลายเป็พลังที่ต้านทานพายุของแจม ทั้งคู่ต่อสู้ด้วยดนตรีและอารมณ์ที่ปะทะกันอย่างรุนแรง
เมื่อเสียงสุดท้ายจบลง แจมทรุดตัวลงกับพื้น ดวงตาสีฟ้าของเขาค่อยๆ มืดลง เขามองสายดีดด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ “ฉันแค่... อยากให้นายกลับมา”
“ฉันไม่เคยทิ้งนาย แจม และฉันจะช่วยนายออกไปจากที่นี่” สายดีดพูด น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ
เวทีรอบตัวพวกเขาเริ่มสั่นะเื และแสงสีสันรอบๆ ก็ค่อยๆ จางหาย ทั้งคู่รู้ว่าการเดินทางของพวกเขายังไม่จบ แต่
ครั้งนี้พวกเขามีเพื่อนเก่าที่จะร่วมเดินทางไปด้วย...