บทที่ ๓๒ : กลับมิติเดิม
เหล่ารูปภาพอัศวินเซเบอร์ถูกนำไปโพสต์ลงในอินเตอร์เน็ตโดยอาจารย์ผมขาวหนวดหงอกนามว่า‘ถังไปหรง’ ใบหน้าชรานั้นดูชื่นชมกับผลงานของเหล่าสาวงามต่างมิติเป็นกรณีพิเศษ“หวังไฉ่ เจ้าทำได้ดีมาก”
นัยน์ตาชายแก่ยังคงนั่งอ่านคอมเม้นท์แบบพึงพอใจใบหน้าเหี่ยวย่นยิ้มกว้าง
“นี่ใช่คนหรือนางฟ้าครับงดงามกว่าในมังงะเสียอีก” ชายแก่อ่านข้อความผ่านหน้าจอโทรศัพท์พร้อมระเบิดเสียงหัวเราะ“นี่แหละลูกศิษย์ข้า พวกเกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลาย”
“รูปตัดต่อหรือเปล่าสมัยนี้ใครๆ ก็คัดต่อรูปให้สวยกันได้ทั้งนั้น ตัวจริงอาจจะหน้าเหมือนป้าข้างบ้านก็ได้จริงไหมพวกเรา” นัยน์ตาอาจารย์ถังไป่หรงวาวโรจน์หลังจากอ่านทวนคำ“อุ๊บ๊ะ! ตัดต่อบิดาพวกเอ็งสินี่สวยใสไร้แอพพลิเคชั่นของจริงเลยนะเว้ย เดี๋ยวเหาะไปตบให้กระบาลแยก”
ชายชรานั่งอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยรูปการ์ตูนกับรูปเน็ตไอดอลเต็มฝาผนังพร้อมด้วยเก้าอี้เกมเมอร์ระดับไฮเอน
“จะไปเอาอะไรมากเดี๋ยวนี้ถ้าไม่เจอตัวจริงก็โดนต้มกันทั้งนั้นแหละ แอพสมัยนี้แม้แต่ไฟล์วิดีโอยังเชื่อไม่ได้เลย”ชายชรานั่งไล่อ่านคอมเม้นท์ไปเรื่อยๆ ก่อนเปล่งพลังปราณระดับวิญญาณขั้นที่เก้าออกมาแบบหัวร้อน
“เดี๋ยวพวกเอ็งได้เจอตัวจริงแน่แต่ไว้คราวหน้าแล้วกัน” ถังไป่หรงกำกำปั้นเส้นเลือดปูดโปนขณะที่เสียงหนึ่งเอื้อนเอ่ยดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง “อาจารย์ขอรับต้นฉบับการ์ตูนไปถึงไหนแล้วขอรับ สำนักพิมพ์ให้มาทวง”ชายผู้สวมแว่นกำลังขยับขาแว่นตาให้เข้ากับสันจมูก ดวงตาดวงนั้นหรี่มองชายแก่อย่างมุ่งร้าย“เบิกเงินล่วงหน้ามาจากสำนักพิมพ์เยอะขนาดนี้ถ้าต้นฉบับไม่เสร็จล่ะก็ อย่าหาว่าผมไม่เตือน”
ชายชราหน้าถอดสีพร้อมหมุนเก้าอี้กลับไปนั่งวาดการ์ตูนด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “รับรองจะเสร็จทันเย็นนี้แน่นอน ขอรับคุณผู้ช่วย บ.ก.ไว้ใจกระผมได้เลย”
ณเกาะกลางมหาสมุทรแถบทะเลเมืองผิงเจียง
เฟยหลงกำลังหอบเหนื่อยอย่างหนักเมื่อต้องฝึกการหายใจกักลมปราณเพื่อเพิ่มความรุนแรงของกระบวนท่าขณะที่เหล่าองครักษ์พิทักษ์ดวงดาวทั้งแปดเป็นลมสลบเหมือดไปเสียแล้ว
หวังไฉ่เอามือไพล่หลังจ้องมองเฟยหลงตาไม่กะพริบปากขยับแนะนำวิธีเพื่อให้หญิงสาวบรรลุพลังปราณชั้นต่อไปด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “หายใจแล้วกลั้นไว้ให้ได้สิบนาทีขอรับกระผมกำลังจับเวลาอยู่”
เฟยหลงกลั้นหายใจจนหน้าเขียวหัวสมองพลางนึกคิดว่าคนธรรมดาจะไปกลั้นหายใจได้นานขนาดนั้นได้อย่างไร
“ไม่ตายหรอกขอรับไม่เคยมีคนตายเพราะกลั้นหายใจ เพราะหากมันจะตายขึ้นมาจริงๆ มนุษย์ก็จะหายใจเองได้อยู่แล้วมันเป็นระบบป้องกันของร่างกาย และนี่คือวิธีฝึกแบบเร่งรัดที่สุด มิเช่นนั้นคุณหนูต้องว่ายน้ำไปกลับระหว่างเกาะสักสองสามรอบ”ตาแก่คนสวนพูดพร่ำจนเฟยหลงขนลุกซู่แค่เพียงร่างระหงนึกถึงความทรมานในการว่ายน้ำข้ามเกาะเขาก็เริ่มรู้สึกอยากตายขึ้นมาทันที
แต่เมื่อลองกลั้นหายใจไปเรื่อยๆเมื่อเข้าสู่สภาวะเป็นตายก็ดูเหมือนลมปราณของเฟยหลงจะทวีคูณขึ้นไปอีกความรู้สึกที่เคยอึดอัดแน่นหน้าอกพลันหายไป แม้ไม่หายใจก็ไม่ทรมานอีกแล้ว
“ในที่สุดก็สำเร็จวิธีจนได้ขอรับคุณหนูจนจำวิธีเหล่านี้ไว้ให้ดีนะขอรับ กระผมบอกได้คำเดียวว่ามันจำเป็นมากในยามคับขัน”ชายชราปรบมือ ขณะที่เฟยหลงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
ฟู่ว!
ร่างระหงนั่งขัดสมาธินัยน์ตาหรี่ลงเหมือนบรรลุ เขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของทุกสรรพสิ่งแม้จะไม่ได้ใช้ตามองก็ตาม
นั่นป้าเสี่ยวฟางกำลังเต้นท่าเซเบอร์มูนอยู่ข้างหลัง! เฟยหลงสัมผัสได้ราวกับหันไปมองด้วยตาของตัวเอง
“แหวะ”น้ำลายของเฟยหลงเริ่มเยิ้มเหมือนจะอ้วก เขากำลังมองป้าเสี่ยวฟางด้วยตาแห่งดวงจิตแล้วเห็นเอวลอยของหญิงวัยชรากำลังสั่นกระเพื่อมไปมา “ตัวแทนแห่งดวงจันทร์จะลงทันณ์แกเองว้าย!”
“เมื่อคุณหนูสำเร็จวิชาปราณแยกแยะปราณ เพ่งจิตกระแสปราณ ที่เหลือก็รอธาตุของคุณตื่นขึ้นเท่านั้น” หวังไฉ่ทำไม้ทำมือชี้แจง “อย่างที่ทราบธาตุมีด้วยกันหกธาตุ แสง ไฟ ดิน น้ำ ลม สายฟ้า หากธาตุของคุณหนูตื่นขึ้นเป็นเช่นไร กระบวนท่าของคุณหนูก็จะติดพลังของธาตุนั้นเข้าไปด้วย”
ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวฉงนเอียงคอสงสัยขณะที่ชายชราคนสวนอธิบายขึ้นต่อ “ถ้าเป็นธาตุน้ำเวลาโจมตีศัตรูก็จะมีน้ำไหลวนอยู่ในปราณ หากควบคุมได้ดีน้ำธรรมดาก็กลายเป็นใบมีดเชือดเฉือนเนื้อหนังมังสาได้ราวกับโกหกถ้าเป็นไฟก็จะแผดเผาศัตรู ฟังดูง่ายใช่ไหมล่ะขอรับ”
“แล้วธาตุแสงล่ะไม่ใช่แค่ว่าทำให้ศัตรูแสบตาหรอกนะ” ริมฝีปากแดงเอื้อนเอ่ยตั้งคำถามขณะที่หวังไฉ่ส่ายศีรษะไปมา “กระผมเองก็ไม่รู้...ไม่เคยมีใครได้ธาตุแสงมาก่อนในประวัติศาสตร์ แต่...”
“แอบมองเธออยู่นะจ๊ะเธอไม่ฮู้บ้างเลย” ป้าเสี่ยวฟางเต้นพร้อมร้องเพลงขัดคอจนเฟยหลงกับหวังไฉ่หันไปมองเป็นตาเดียวกัน “จะอ้วกก็ได้นะขอรับคุณหนูนี่ก็อาจเป็นการฝึก”
ลุงหวังไฉ่และป้าเสี่ยวฟางได้ให้เฟยหลงและพรรคพวกพักผ่อนตามอัธยาศัยเป็นเวลาสองชั่วโมงก่อนที่จะมอบยาน้ำฟื้นพลังให้แก่ทุกคนดื่มกินเพื่อดับกระหาย “สรรพคุณของมันทำให้ร่างกายหายจากโรคภัยต่างๆเป็นปลิดทิ้ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมพลันหายไป แต่ก็ไม่ได้ช่วยเรื่องบรรลุลมปราณเหมือนหยวนตันนะขอรับเพราะมันเป็นเพียงยาฟื้นพลังกายสูตรของกระผมเอง”
ลั่วลั่วทำหน้าเหยเกหลังจากดื่มเข้าไปใบหน้าใสของเด็กสาวเหมือนอยากจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ “รสชาติ เหมือนขี้เลยค่ะฝ่าบาท”
ขณะที่เยี่ยนเอ๋อขอเข้าไปนอนในตู้เย็นอยู่พักหนึ่งพลางบอกแก่ทุกคนโดยให้เหตุผลว่า “เจ้าห้องเย็นนั่นช่วยฟื้นฟูร่างกายหม่อมฉันได้เพคะ”
จะอย่างไรก็แล้วแต่เมื่อทุกคนพักผ่อนจนร่างกายกลับมาเป็นปกติ เฟยหลงก็เอื้อนเอ่ยบอกกล่าวกับทุกคนขึ้นว่า
“คงได้เวลาอันสมควรแล้วที่พวกเราจะกลับไปที่โรคแห่งนั้น เพื่อต่อกรกับเหล่าอสูรปีศาจทั้งหลายพวกเจ้าพร้อมหรือไม่?”
องครักษ์แห่งดวงดาวทั้งแปดผงกหัวรับคำพร้อมกันขณะที่ป้าเสี่ยวฟางตะโกนเสริมเหมือนให้กำลังใจ “สู้ต่อไป อัศวินเซเบอร์”
ลุงหวังก้มหน้าคุกเข่าลงใบหน้านั้นยิ้มเจื่อนเล้กน้อย “คุณหนูฝากด้วยนะขอรับ ขออภัยที่พวกเราไปช่วยคุณหนูที่นั่นไม่ได้ทำได้แค่เพียงฝึกวิชาให้คุณหนูในโลกนี้เพียงเท่านั้น หวังว่าคุณหนูจะไม่...”
“ไม่ต้องห่วงหรอกลุงหวังได้แค่นี้ก็ดีเกินพอแล้วค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้ชายแก่ก่อนจะเดินนำหน้าองครักษ์ทั้งแปดไปยังประตูของตึกกลางเกาะที่อยู่ใกล้ที่สุด แน่ล่ะ!ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกล เหมือนที่โลกแห่งนั้นกำลังเกิดเรื่องไม่ดีบางอย่างขึ้น“ฝากลาพี่กุ่ยด้วย ลุงหวัง ป้าเสี่ยวฟาง แล้วพวกข้าจะกลับมาเยี่ยมใหม่วันหลัง”
ประตูโรงรถของศูนย์ฝึกซ้อมถูกพลังของฟางเซียนแปรเปลี่ยนเป็นประตูข้ามมิติเงาร่างของหญิงสาวทั้งเก้ามุ่งหน้าข้ามไปยังอีกโลกโดยมีลุงหวังกับป้าเสี่ยวฟางโบกมือลาอยู่ด้านหลัง
เมื่อทุกคนก้าวข้ามภพกลับมาเฟยหลงก็ปิดประตูมิติลง หากแต่ว่าเวลานี้อาณาจักรต้าอี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
บ้านเรือนหลายหลังพังทลายวังหลวงมีเพลิงลุกไหม้ รถไฟตกรางแบบไม่ทราบสาเหตุ แถมเหล่าประชาชนหายหน้าหายตาไม่มีมนุษย์ผู้ใดปรากฏตัวให้เห็นราวกับอาณาจักรต้าอี้กลายเป็นเมืองร้างไปเสียอย่างนั้น
“เกิดอะไรขึ้นเพคะฝ่าบาท”อ้ายเหรินเอ่ยถาม สีหน้าของหญิงสาวดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
“ไม่มีศพประชาชนหรือศพทหาร มีแต่บ้านเรือนกับข้าวของที่พังเสียหายเท่านั้น” ลั่วลั่วมองไปรอบด้านแบบตรวจสอบขณะที่เฟยหลงเอากำปั้นทุบดินด้วยความโมโห
เปรี้ยง!
แผ่นดินแยกออกด้วยแรงทุบเส้นเลือดปูดโปนปรากฏรอบขมับของหญิงสาว บุคคลทั้งเก้าจ้องเขม็งไปรอบบริเวณแบบโกรธจัดทุกคนกำลังตั้งคำถามขึ้นภายในจิตใจของตัวเอง
พวกเขามาช้าไป?เกิดอะไรกับที่แห่งนี้กันแน่... ทุกคนในอาณาจักรตายไปหมดแล้วหรือ?หรือนี่จะเป็นฝีมือของเหล่าอสูรปีศาจ!
“แยกย้ายกันออกสำรวจก่อนพลบค่ำให้กลับมารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ จำไว้ อย่าลงมืออะไรโดยพลการ ทุกคนต้องกลับมารายงานกับข้าก่อนเสมอ...ห้ามลงมือด้วยตนเอง แม้จะมีอะไรดูผิดสังเกตก็ตาม” จักรพรรดินีฟางเซียนชี้นิ้วสั่งองครักษ์แห่งดวงดาวทั้งแปดใบหน้ายับย่นขมวดคิ้วเป็นปมด้วยโทสะ เพราะเมืองที่เขาสร้างได้พังพินาศย่อยยับไปกับตา
“รับพระบัญชาเพคะฝ่าบาท”เหล่าสาวกคุกเข่ารับคำ ก่อนที่จะหายตัวไปแบบกะทันหัน เพื่อออกสำรวจรอบเมืองอย่างถ้วนทั่วทิ้งไว้แต่เฟยหลงในร่างของฟางเซียน ที่ยืนนิ่งจ้องมองวังหลวงกำลังไฟไหม้ค้างนิ่ง
ท้องฟ้ารอบเมืองเป็นสีแดงฉานราวกับสีของโลหิตไม่มีเสียงสรรพสัตว์หรือมนุษย์หน้าไหน อาณาจักรเว่ยถูกตีแตกแล้วอย่างนั้นรึ?และพวกปีศาจมุ่งหน้าลงมาทำลายอาณาจักรอี้ต่อในทันควัน?แต่ทำไมมันถึงได้รวดเร็วเฉกเช่นนี้!
เฟยหลงครุ่นคิดหาคำตอบพลางใช้วิชาเหาะเหินจากตำรายุทธ ‘ดราก้อนสตาร์’ลอยตัวขึ้นไปบนอากาศ
“อะไรกันเนี่ย”ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวดวงตาเบิกกว้างเพราะรอบทิศที่เขาเห็นในทวีปเฟิงหยูเหมือนมีความมืดปกคลุมโดยถ้วนทั่วไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหน ก็ไม่เห็นวี่แววของแสงสว่างจากพระอาทิตย์เลยสักที่
“นี่มันเวลากลางวันมิใช่หรือ” หัวคิ้วชนกันด้วยอารมณ์สงสัยและโกรธจัด สายตายังคงมองกวาดหาอะไรที่ผิดสังเกตอันเป็นกุญแจที่จะไขความลับเพื่อหาคำตอบในเหตุการณ์นี้
“โอ๊ะโอ...ยังเหลือมนุษย์อยู่อีกหรือเนี่ย นึกว่ากวาดต้อนกลับทวีปซีเหมินไปหมดแล้วเสียอีก”เสียงแหลมเล็กดังสอดแทรกโสตประสาทของเฟยหลง เงาร่างสีดำมีปีกกำลังบินเผชิญหน้ากับร่างระหงในระยะห่างพอสมควร
“พวกโอรสสวรรค์ทั้งหกก็ไม่เท่าไหร่เห็นลือกันว่ามีคนที่เจ็ด นั่นก็คงจะเป็นเจ้าสินะ?” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยฟันแหลมเล็กหัวเราะชอบใจนัยน์ตาสีแดงของมันจ้องมองเฟยหลงแทบจะถลนออกจากเบ้า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมาช้าไปเสียหน่อยทุกคนถูกจับไปหมดแล้วล่ะ... เพราะนายของข้าตั้งใจจะเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นปีศาจทั้งหมดเอ๊ะ! หรือว่าเจ้าจะไม่ได้มาเพื่อช่วยใครเห็นโผล่มาสายขนาดนี้... ข้าว่าแล้วเชียว...โอรสสวรรค์คนที่เจ็ดคงหนีออกนอกทวีปไปเสียแล้วหรือไม่ก็หัวหดซ่อนตัวหลบอยู่ที่ไหนสักแห่ง จริงมะ อุ๊บ!”
เปรี้ยง!
กำปั้นของหญิงสาวพุ่งทะยานต่อยเข้าเต็มเบ้าหน้าของปีศาจมีปีกฟันแหลมเล็กของมันร่วงผล็อยออกหมดปาก ขณะที่ร่างระหงขมวดคิ้วยับย่นเส้นเลือดปูดโปนทั่วขมับนัยน์ตาจ้องมองอีกฝ่ายไม่ลดละ “พูดมากน่ารำคาญจริงบอกมา! ทวีปซีเหมินอยู่ที่ไหนกันวะ”เฟยหลงตะโกนถามไถ่ ปีศาจปริศนาถึงกับสะดุ้งโหยง
โปรดติดตามตอนต่อไป
จะทำการติดเหรียญตอนนี้ในวันที่11 กรกฎาคม 2565
ฝากติดตามนิยายอีกเรื่องด้วยนะเพคะชื่อเรื่อง องค์รัชทายาทเพคะ หม่อมฉันไม่ใช่ผู้หญิงเลื่อนลงไปเจอก็คลิกลองอ่านดูได้เลยเจ้าค่ะ