ตอนที่ 62
เหยาจงเหลียนยืนมองดู ชิงเจียมู่และชิงรุ่ยซิน ผ่านกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในห้อง ทั้งสองคนต่างมีรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย ชายชราดูจะไม่มีความเห็นอกเห็นใจให้กับทั้งคู่แม้แต่น้อย
“ได้ข่าวของชิงเทียนหรือยัง"
“ยังไม่มีความเคลื่อนไหวครับ" เหยาซีตงมีสายลับที่แฝงตัวเป็นคนรับใช้ในตระกูลชิง แต่ก็ยังไม่ทราบว่าตอนนี้ชิงเทียนอยู่ที่ไหน และกำลังทำอะไรอยู่
เหยาจงเหลียนถอนหายใจแรง “แล้วคุณหวังกังเป็นยังไงบ้าง"
“เขาอารมณ์ไม่ค่อยดีครับ ผมเองก็ไม่รู้ถึงสาเหตุ" เหยาซีตง เริ่มจะกวาดกลัวชายคนนี้ขึ้นทุกที หวังกังไม่สามารถเอาแน่เอานอนด้วยได้ หรือว่าผู้บ่มเพาะ มักจะอารมณ์แปรปรวนเช่นนี้ทุกคนกัน
หนึ่งวันผ่านไป ก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวของชิงเทียน จนกระทั่งชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้อง “น...นายท่าน มาแล้วครับ เราเห็นชิงเทียนที่สนามบินเป่ยจิง เขามาพร้อมกับสาวสวยคนหนึ่ง และกำลังมุ่งหน้าไปที่บ้านหลักตระกูลชิงครับ"
หยางซีตงได้ยินมาว่าชิงเทียนมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวพันมากมาย ในตอนแรกพวกเขาวางแผนว่าจะลักพาตัวพวกเธอ แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเธอทุกคน หายไปอย่างไร้ร่องรอย จึงต้องเปลี่ยนแผนกระทันหัน
“ไปบอกคุณหวังกังว่า ชิงเทียนมาถึงเมืองหลวงแล้ว"
ชายหนุ่มก้มหัวให้เขาแล้วรีบเดินออกไป เหยาซีตงได้จัดกองกำลังไว้เต็มอัตราศึก แต่ก็คาดว่าคงจะทำอะไรไม่ได้มากนัก คงต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่หวังกัง
************************************
ชิงเทียนขับรถเข้ามาที่บ้านหลักตระกูลชิง แกนหลักทุกคนต่างอยู่กันพร้อมหน้า และจิ่วฟางก็อยู่กับพวกเขาด้วย พวกเขาเดินเข้าห้องประชุมเพื่อเริ่มวางแผน จิ่วฟางและจิ่วหยวนปิง ต่างพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ดูเหมือนทั้งสองคนจะไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนัก เนื่องจากต้องดูแลกิจการของหอนพเก้า
หลังจากที่ชิงเทียนอธิบายแผนให้ฟัง เหล่าแกนหลักก็นั่งนิ่งไปชั่วครู่ แผนที่ชิงเทียนเป็นอะไรที่เหนือจินตนาการ มันไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย แค่บุกไปชิงตัวประกันกลับคืนมา เพียงแต่วิธีการคงมีเพียง ชิงเทียนและจิ่วหยวนปิงเท่านั้นที่ทำได้
เวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนเย็น หวังกังสัมผัสได้ถึงพลังปราณปริมาณมหาศาล หากไม่นับตอนที่เขาพบกับอาจารย์ นี่จะนับเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกได้ถึงความกลัว ม่านพลังปริศนาได้ครอบคลุมบ้านหลักตระกูลเหยาอันกว้างใหญ่ไพศาลไว้จนหมด คนที่สัมผัสถูกม่านพลังต่างถูกแรงสะท้อนอันรุนแรง กระแทกกลับมา
เหล่าแกนหลักรีบวิ่งออกมาดูสถานการณ์ พวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน มีเงาคนปรากฏขึ้นกลางอากาศ พวกเขากำลังยืนอยู่บนอากาศ โดยไร้สิ่งค้ำจุน
ทุกคนที่อยู่ด้านล่างแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง หวังกังมองไปที่ใบหน้าของหญิงสาวที่ลอบอยู่กลางอากาศ ร่างกายของเขาแข็งทื่อทันที “ท...ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้"
จิ่วหยวนปิงก็มองเห็นหวังกังเช่นกัน เธอไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะร่วมมือกับคนจากตระกูลเหยา “ศิษย์พี่...ไม่พบกันนานเลยนะค่ะ"
ทุกคนในบริเวณ ล้วนจับจ้องไปทางหวังกังเพื่อขอคำอธิบาย “ห...หยวนปิง อาจารย์สบายดีไหม" คำพูดของหวังกังทำให้เหล่าแกนหลักถึงกับอ้าปากค้าง นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขา เป็นศิษย์สำนักเดียวกันหรอกหรือ
ชิงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ชายคนนั้นเป็นศิษย์ของจิ่วเหม่ย?" ชิงเทียนหันมาถามจิ่วหยวนปิง เขารู้จักศิษย์ทุกคนของจิ่วเหม่ย แต่ไม่เคยได้ยินชื่อหวังกังมาก่อน
“ใช่แล้วค่ะบอสใหญ่ นี่คือศิษย์คนแรกของท่านอาจารย์ ชื่อว่าจิ่วกัง เพื่อแย่งชิงหญิงสาวที่ตนเองแอบรัก เขาถึงกับลงมือฆ่าเพื่อนสนิท ต่อมาหญิงสาวคนนั้นก็ตรอมใจตาย ท่านอาจารย์ไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ จึงขับไล่เขาออกจากหอนพเก้าค่ะ" ในตอนนั้น จิวหยวนปิงยังเป็นเพียงเด็กสาวอายุ 15 ปี แต่เธอก็จดจำรายละเอียดได้อย่างแม่นยำ
หวังกังได้ยินบทสนทนาทั้งหมด และเมื่อกี้เธอพึ่งเรียกชิงเทียนว่าบอสใหญ่ นั่นไม่ใช่คำที่เอาไว้เรียกอาจารย์ของเขาหรอกหรือ “หยวนปิง เธอมาทำอะไรที่นี่" ถ้าเขาจำไม่ผิดเหล่าศิษย์สายตรงจะเคลื่อนไหวตามคำสั่งของจิ่วเหม่ยเท่านั้น
หญิงสาวเผยรอยยิ้ม รอยยิ้มของเธอต่างทำให้ผู้คนที่อยู่ด้านล่างหลงมนต์สเน่ห์ “ขอแนะนำ นี่คือบอสใหญ่คนใหม่ เขามีอำนาจเทียบเท่าท่านอาจารย์ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่อาจารย์ให้ความเคารพนับถือ" เธอผายมือไปทางชิงเทียน
“ว...ว่าไงนะ" หวังกังเริ่มหวาดกลัว เขาไม่เคยเห็นจิ่วเหม่ยเคารพใครมาก่อน ดูเหมือนว่าหวังกังจะเตะแผ่นเหล็กเข้าเสียแล้ว การเหาะเกินเดินอากาศ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขอบเขตก่อตั้งวัญญาน
“เลิกคุยไร้สาระเถอะ หยวนปิงกางม่านพลังปกป้องอาคารหลังนั้นไว้" ชิงเทียนชี้ไปยังสถานที่ ที่คุมขังตัวประกันเอาไว้ ก่อนจะทำการบุก เขาได้ใช้ปราณตรวจสอบทั่วบริเวณเอาไว้แล้ว
ชิงเทียนนำคันธนูสีแดงเพลิงออกมา เมื่อเขาง้างสาย ก็มีลูกศรเปลวเพลงอันร้อนแรงปรากฏขึ้นมา
“ลาก่อนตระกูลเหยา..."สายตาเย็นชาทอดมองมายังเบื้องล่าง ผู้ที่คิดจะทำร้ายครอบครัวของเขา จะต้องถูกจำจัดอย่างไร้ปราณี
ศรเพลิงพุ่งออกไป พร้อมกับกลายร่างเป็นวิหคขนาดมหึมา พื้นที่ที่มันบินผ่าน จะมีขนร่วงโปรยปรายลงมาเป็นห่าฝน สิ่งใดที่ถูกเส้นขนสัมผัส ล้วนระเบิดจนไม่เหลือซาก ทุกสิ่งอย่างพังพินาศกลายเป็นซากปรักหักพัง
หวังกังเบิกตากว้าง ตอนนี้บ้านหลักของตระกูลเหยา รวมถึงเหล่าแกนหลักถูกแรงระเบิดเผาทำลายเหลือเพียงฝุ่นผง เส้นขนสีแดงเพลิงเส้นหนึ่ง ลอยมาตรงหน้าหวังกัง เขารู้สึกเสียใจที่ตอบรับคำเชิญของเหยาจงหยุน
ขนนกสัมผัสถูกตัวหวังกัง เกิดเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาท ร่างกายของเขาถูกเพลิงสีแดงกลืนกิน ศิษย์ผู้ถูกเนรเทศได้ตายลง โดยไร้ศพให้กลบฝัง
ทั่วทั้งบริเวณราบเป็นหน้ากอง เหลือเพียงม่านพลังที่ป้องกันตึกไว้ ภายในมีเหล่าคนรับใช้และการ์ดเพียงไม่กี่คน พวกเขาต่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ชิงเทียนสั่งให้จิ่วหยวนปิงใช้วิชาค้นวิญญาณกับพวกเขา เพื่อลบความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในวันนี้
ประตูห้องที่ใช้คุมขังถูกเปิดออก ร่างกายของชิงเจียมู่และชิงรุ่ยซิน ล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล และร่อยรอยฟกช้ำตามร่างกาย “ไม่เป็นไรแล้วนะ เรากลับบ้านกันเถอะ" ชิงเทียนเข้าไปพยุงทั้งสองคนขึ้นยืน โชคดีที่นอกจากบาดแผลเล็กน้อย และรอยช้ำ ก็ไม่มีบาดแผลร้ายแรงอะไร
ชิงรุ่ยซินร้องไห้ออกมาเด็กสาวเช่นเธอไม่เคยถูกทำร้ายร่างกายเช่นนี้มาก่อน พวกเขาเดินออกมาด้านนอก ก็พบกับเศษซากที่เคยเป็นสิ่งปลูกสร้าง เปลวเพลิงบางส่วนยังไม่มอดดับ
“น...นี่นายทิ้งระเบิดปรมาณู ลงบ้านตระกูลเหยาหรือไง?" ชิงเจียมูู่เอ่ยออกมา เขาแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรจากด้านใน
รูปแบบม่านพลังที่จิวหยวนปิงวางเอาไว้ สามารถป้องกันเสียง และสร้างภาพลวงตา ภายนอกจะเห็นบ้านหลักของตระกูลเหยา ในสภาพสมบูรณ์ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จิ่วหยวนปิงสร้างประตูเพื่อลอดผ่านออกมา ชืงเทียนพาทั้งสองคนขึ้นรถและขับออกไป ม่านพลังสลายหายไป เผยให้เห็นนรกที่อยู่ภายใน
ชิงเทียนขับรถกลับมาที่บ้านหลักจระกูลชิง เขาทำการรักษาบากแผลให้กับ ชิงเจียมู่และชิงรุ่ยซิน หนึ่งชั่วโมงผ่านไปพวกเขาก็เดินออกมา ด้วยร่างกายที่สภาพสมบูรณ์พร้อม
“ฉันต้องขอโทษด้วย ที่ทำให้พวกนายเดือดร้อน" ชิงเทียนก้มหัวขอโทษ สาเหตุที่ทั้งสองคนถูกจับตัวไป ล้วนเกิดมาจากเขาเพียงคนเดียว
ชิงเจียมู่ตบไหล่ชิงเทียน “พวกเราไม่โทษนายหรอก เป็นพวกมันเองที่ชอบเล่นสกปรก ใช่ไหมรุ่ยซิน?"
"อื้ม! อย่าโทษตัวเองเลยชิงเทียน โชคดีจริงๆที่สาวสวยอย่างฉันไม่ถูกพวกมันรุมข่มขืน ฉันกลัวฉี่แทบราดแหนะ"
ชิงเจียมู่หันมายิ้มเยาะ “หืม... ฉันว่าเธอฉี่ราดจริงๆนะ ที่พวกมันไม่อยากทำอะไรเธอก็เพราะเหม็นกลิ่นฉี่นี่แหละ"
ใบหน้าของชิงรุ่ยซินแดงขึ้นมา เธอใช้มือบิดหูชิงเจียมู่สุดแรง “หุบปากไปเลยนะ!!!"
“อ... โอ้ยยย ขอโทษฉันผิดไปแล้ว" ชิงเจียมู่คุกเข่าอ้อนวอน
ชิงเทียนรู้สึกสบายใจที่เห็นทั้งสองคนกลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง เหล่าแกนหลักต่างเข้ามาขอบคุณชิงเทียน พวกเขาเห็นข่าวการล่มสลายของตระกูลเหยาแล้ว นี่มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ
ชิงเทียนออกไปหาจิ่วหยวนปิงที่ด้านนอก เธอกำลังเดินชมสวนดอกไม้ ที่ปลูกโดยหลี่มู่เฉิง “เธอว่างไหม ฉันว่าจะชวนไปเดินป่าสักหน่อย"
“บอสใหญ่จะไปที่ไหนเหรอค่ะ?"
“เทือกเจาหมอกปีศาจ" ตอนนี้เขามีจิ่วหยวนปิงอยู่ด้วย ชิงเทียนสามารถสอนสร้างทางเข้า บนรูปแบบม่านพลังที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา แต่เขาต้องบอกเรื่องนี้กับฮวงอี้และหยางเล่ยเสียก่อน เพราะได้สัญญากับพวกเขาไว้แล้ว ว่าจะเข้าไปพร้อมกัน
จิ่วฟาง สะกิดไหล่ชิงเทียนจากทางด้านหลัง เธอบังเอิญได้ยินบทสนทนาเข้าพอดี “ขอฉันไปด้วยได้ไหมค่ะ?"
“นึกว่าเธอกลับไปแล้วซะอีก รอก่อนนะฉันขอตัวไปโทรหาเพื่อนก่อน" ชิงเทียนแยกตัวไปเพื่อหาที่ส่วนตัว เพื่อคุยโทรศัพท์
จิ่วฟางเดินเข้ามากระซิบศิษย์พี่ของเธอ “แอบชอบเขาใช่ไหม่ค่ะ น้องสาวคนนี้ดูออกนะ"
“พ...พูดอะไร ไม่เห็นจะเข้าใจเลย" จิ่วหยวนปิงเบือนหน้าหนี
“แต่เขามีว่าที่ภรรยาหลายคนแล้วนะค่ะ ถ้าศิษย์พี่มัวแต่ลีลาเดียวก็ถูกทิ้งไว้หรอก"
“อะไรนะ!! พูดจริงเหรอ!!?" ทำไมชิงเทียนไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเธอ หรือว่าเขาไม่สนใจเธอกัน
จิ่วฟางเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่ต้องห่วงค่ะ น้องสาวคนนี้รู้จักคนที่สามารถช่วยได้" บอสใหญ่ของพวกเธอเป็นคนขี้อาย ดูเหมือนว่าต้องจะใช้ตัวช่วยสักหน่อย
***********************************
กรมตำรวจประจำเมืองหลวง ต่างกำลังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตระกูลเหยา ผู้รอดชีวิตต่างก็จำอะไรไม่ได้ แถมสภาพที่เกิดเหตุยังพังพินาศย่อยยับอีก
“จะบอกว่าไม่มีใครได้ยินเสียงระเบิดยังงั้นเหรอ!! มันจะเป็นไปได้ยังไง" ผู้กำกับสถานีตำรวจตบโต๊ะเสียงดัง นี่มันเป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ แต่กลับไม่เหลือหลักฐานหรือเบาะแส ที่จะสาวไปถึงตัวคนร้ายได้เลย
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตำรวจหนุ่มเปิดประตูเข้ามา “ขอโทษที่รบกวนครับ แต่พอดีว่ามีจดหมายด่วนจากทางเบื้องบนส่งมาครับ"
ผู้กำกับรับจดหมายมาแล้วฉีกอ่าน เนื้อหาภายในทำให้เขาถึงกับช็อคไปชั่วครู่ “ล้มเลิกการค้นหาหลักฐาน แล้วให้สรุปว่าเป็นอุบัติเหตุแก๊สระเบิด"
“แต่ว่าท่านครับ" นายตำรวจยังคงโต้แย้ง การสรุปคดีแบบมักง่ายเช่นนี้ เขาไม่สามารถยอมรับได้
“ฉันเข้าใจว่านายคิดอะไรอยู่ แต่นี่เป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ เราไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว" บางทีคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่คนธรรมดาเสียแล้ว
---------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771