เฉินอี้แยกจากเฉินเหว่ยหงเมื่อเสร็จเื่แล้วตรงไปยังตำหนักโอสถตระกูลเฉินเพื่อส่งมอบตำราปรุงโอสถที่ตัวเองได้เขียนขึ้นให้แก่น้าเฉินซูย่วน..
“อืม....” เฉินซูย่วนตอนนี้กำลังกอดอกนั่งจ้องมองเม็ดโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณเต็ม10 ส่วนพร้อมกับคิดถึงภาพวิธีการที่เฉินอี้ปรุงยาซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้สึกเบื่อ..
เฉินอี้ได้เดินมาถึงตำหนักโอสถแล้วจึงกล่าวเสียงดัง“ท่านน้าเฉินซูย่วน!..ข้ามาหาตามสัญญาแล้ว!..”
เฉินอี้เดินเข้าไปในห้องตำหนักทันที
เฉินซู่ย่วนได้ยินเสียงนี้ก็ตื่นจากภวังค์“อ่ะ!..เ้ามาแล้วเหรอหลานเฉินอี้”นางรีบลุกขึ้นจากที่นั่งเดินไปหาเฉินอี้ทันที
เฉินอี้เห็นเฉินซูย่วนทำท่าทางรีบเดินมาหาตนก็อมยิ้มแล้วจึงเอาตำราปรุงโอสถที่ตนเขียนออกมาจากแหวนมิติยื่นให้นาง“ข้าเขียนตำราวิธีการปรุงโอสถแบบที่ข้าเคยแสดงให้ท่านน้าดูมาให้แล้ว..เชิญท่านน้าเปิดอ่านดูก่อนได้..”
เฉินซูย่วนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินอี้เบิกตาโตราวกับได้เห็นในสิ่งที่ไม่น่าเช่อมาก่อนยื่นมืออกทั้งสองข้างกล่าวอย่างตะกุกตะกัก“น่ะ!..นี่ๆๆ..คือ..ตำราปรุงยาแบบที่เ้าเคยบอกว่าจะให้มันกับข้างั้นหรือ!..” นางไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็นเลยจริงๆ
เฉินอี้ยิ้มบางพยักศีรษะกล่าว “ใช่แล้ว..ท่านน้าก็รีบๆรับไปสิ..”เฉินอี้ยื่นตำราไว้ที่ด้านหน้าของนางสักพักจนเมื่อยแล้ว “หรือว่า..ท่านไม่อยากจะได้มันกันล่ะ?..”
เฉินซูย่วนได้ยินที่เฉินอี้กล่าวจึงคืนสติรีบคว้าตำรามาไว้ในอ้อมแขนทันที“ใครบอกเ้ากันเล่าว่าข้าไม่อยากได้!..”จากนั้นเฉินซูย่วนชูตำราที่ได้มานี้ขึ้นมามองกล่าว “ว้าววว!..นี่คือตำราวิธีการปรุงยาในตำนานอย่างที่เ้าเคยแสดงให้ข้าดูเลยสินะ!..” นางมองด้วยประกายตาแวววาว
เฉินอี้เห็นท่าทางดีใจของน้าเฉินซูย่วนก็ทำให้รู้สึกมีความสุขไปด้วยแต่ตนก็ต้องกล่าวจริงจังเตือนบางอย่างออกไป“ท่านน้าเฉินซูย่วนข้าขอเตือนท่านไว้ก่อนว่า..ถ้าท่านอ่านตัวหนังสือในตำราเล่มนั้นจบแล้วเข้าใจมันอย่างแจ่มแจ้งเมื่อไหร่..จงเผาทำลายตำราเล่มนั้นทิ้งไปทันที!..ไม่งั้นมันอาจนำปัญหาที่ใหญ่ตามมากับตัวท่านน้าได้!..” เฉินอี้ได้กล่าวอย่างชัดเจน
เฉินซูย่วนฟังสิ่งที่เฉินอี้กล่าวเตือนมาก็ขมวดคิ้วเก็บท่าทางดีใจของตัวเองไว้แล้วพยักหน้ากล่าวอย่างจริงจัง“ข้าเข้าใจแล้ว!..หลานเฉินอี้..แม้ว่าใจจริงข้าจะรู้สึกเสียดายก็ตาม..แต่ข้าจะเชื่อฟังเ้าอย่างเคร่งครัดข้าให้สัญญา!” เฉินซูย่วนให้สัญญากับเฉินอี้จากใจจริง
เฉินอี้พยักหน้าต่อคำสัญญานี้ของน้าเฉินซูย่วนกล่าว“สิ่งสำคัญสำหรับท่านในตอนนี้คือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงศาสตร์ในการปรุงโอสถ..แม้ว่าต่อไปจะไม่มีตำราเล่มนั้นอยู่แล้วท่านน้าก็ยังสามารถฝึกฝนพัฒนาฝีมือตัวเองต่อไปได้จากนี้..ท่านจะต้องปรุงโอสถเก่งยิ่งขึ้นกว่านี้แน่นอนเมื่อท่านเข้าใจมัน!..” เฉินอี้สอนนางอย่างจริงใจ
เฉินซูย่วนประกายตาแวววาวเมื่อได้ยินถึงคำกล่าวนี้ของเฉินอี้ผงกหัวหลายครั้ง“ข้าทราบแล้วหลานเฉินอี้!..ข้าจะตั้งใจทำมันอย่างดีที่สุดเลย!” เฉินซูย่วนคิดไม่ผิดจริงๆที่ขอร้องให้เฉินอี้สอนการปรุงยาให้กับตน..
เฉินอี้ยิ้มกล่าว “อื้ม..ท่านน้าเฉินซูย่วนก็พยายามเข้าจากนี้ล่ะ!..” เฉินอี้ให้กำลังใจ
เฉินซูย่วนก็หัวเราะอย่างร่าเริงกล่าว“ฮ่า..ฮ่า..เ้ายังจะเรียกข้าว่าท่านน้าอะไรอยู่อีกกันเล่า!..เรียกข้าว่าพี่สาวซูย่วนก็พอ!..ฮ่า..ฮ่า.ฮ่า” นางกล่าวหัวเราะเสียงดังพร้อมกับตบไหล่เฉินอี้
เฉินอี้ถึงกับยิ้มแหย่ๆทำตัวไม่ถูกกล่าวอย่างไม่เต็มใจ“ได้ครับ..พี่สาว..ซูย่วน!..”
“ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ดีมากๆเฉินอี้หลานรักของข้า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า”เฉินซูย่วนยังคงหัวเราะเสียงดังขึ้นแถมยังตบไหล่ของเฉินอี้แรงขึ้นเรื่อยๆอย่างชอบอกชอบใจ
ประตูตำหนักโอสถถูกเปิดออกมีคนผู้หนึ่งรีบวิ่งเข้ามาในห้องที่เต็มไปด้วยตำราปรุงยานี้
มีเสียงบุรุษกล่าวดังขึ้น “ซูย่วนเอ๋อ!..แย่แล้วล่ะ!..เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแล้ว!..”
เฉินอี้และเฉินซูย่วนได้ยินที่มาของเสียงก็หันไปมองดูคนที่วิ่งตรงมาจากทางเข้า..ก่อนหน้านั้นเฉินซูย่วนได้เก็บตำราปรุงยาเข้าไปในแหวนมิติแล้วทันที
“กิจการร้านค้าโอสถของตระกูลเฉินเราตอนนี้กำลังแย่แล้วหล่ะ!..” เฉินหรุ่ยขมวดคิ้วร้อนใจกล่าวเสียงดัง
เมื่อเฉินอี้และเฉินซูย่วนเห็นก็รู้ว่าเป็เฉินหรุ่ยที่รีบวิ่งมาที่ตำหนักโอสถอย่างรีบร้อน..
ปกติเฉินหรุ่ยมักจะดูแลกิจการอยู่ที่ร้านค้าของตระกูลเฉินในเมืองเซียงหนานนี้เองซึ่งเฉินหรุ่ยจะมีหน้าที่ดูแลเื่กางเงินทุกอย่างของตระกูลเฉินอยู่แล้วนั่นเอง..ครั้งนี้ที่เฉินหรุ่ยรีบร้อนมาอาจเกิดเื่ใหญ่ขึ้น!
เฉินซูย่วนที่เห็นท่าทางรีบร้อนนี้ของสามีตนก็ขมวดคิ้วกล่าวถาม“เฉินหรุ่ย..เกิดอะไรขึ้นเล่ามาให้ชัดๆซิ!..”
ตนซึ่งเป็ภรรยาย่อมรู้ที่เฉินหรุ่ยบอกมาตอนนี้คงเป็ปัญหาใหญ่จริงๆ
เฉินหรุ่ยเริ่มกล่าวอธิบายอย่างใจเย็น“ร้านค้าโอสถของตระกูลเราตอนนี้น่ะสิกำลังขาดกำไรอยู่แถมยังเริ่มส่งผลต่อสมาคมการค้าจันทร์เสี้ยวที่รับโอสถเราไปขายแล้วด้วย!..เพราะมีโอสถในระดับ 6 ส่วนไม่พอขายที่เหลือมีแต่ระดับ5 และ 4 เท่านั้น ซึ่งเริ่มไม่เป็ที่้าแล้วเนื่องจากวันนี้เมืองเหอหยางข้างๆเราเ้าเมืองตระกูลโจวได้ว่าจ้างนักปรุงยาขั้นกลางให้มาปรุงโอสถระดับ6 และ 7 เป็จำนวนมาก..ซึ่งตอนนี้เราไม่มีคนที่สามารถทำอย่างนั้นได้เลยน่ะ!..”
เฉินซูย่วนได้ฟังเฉินหรุ่ยก็เข้าใจ..ตอนนี้ตนสามารถปรุงโอสถระดับ6 ส่วนได้ไม่มากซึ่งทำให้มีฝีมือสูงกว่าผู้ฝึกหัดขั้นสูงอย่างที่เคยได้ทดสอบกับสมาคมปรุงยา..แต่ฝีมือที่แท้จริงก็ยังอยู่แค่ในระดับนักปรุงยาขั้นต้นเท่านั้นไม่อาจสู้นักปรุงยาขั้นกลางได้..
เฉินซูย่วนหันมองไปยังเฉินอี้ที่ตอนนี้กำลังยืนเอามือข้างหนึ่งไว้ที่ปลายคางเหมือนครุ่นคิดบางอย่างอยู่
เฉินอี้ยิ้มมุมปากกล่าว “อย่างงั้นเหรอ..พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ!”
พวกคนตระกูลโจวคิดจะโจมตีฐานการเงินของตระกูลเฉินก่อนเพื่อให้พวกเฉินอี้ขาดความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตและเมื่อขาดเงินยังทำให้ต้องลดการว่าจ้างทหารคุ้มกันภายในเมืองเซียงหนานลงอีกด้วย..เป็แผนการที่ใช้ได้เลยทีเดียว..แล้วยังอาจส่งผลถึงอย่างอื่นอีก..
เฉินอี้คิดในใจ “พวกตระกูลโจวจะคิดใช้วิธีนี้ในการโจมตีพวกข้า..พวกเ้าได้ทำผิดพลาดอย่างมหันต์แล้ว!..”
เฉินซูย่วนกล่าวถามความเห็นเฉินอี้ “หลานเฉินอี้พวกเราจะทำอย่างไรกับเื่นี้ดี?”
เฉินหรุ่ยได้ยินเฉินซูย่วนกล่าวถามไปยังเฉินอี้เช่นนี้ก็พลันต้องมองอย่างแปลกใจไปยังตัวเฉินอี้เพราะเื่การปรุงยาควรจะเป็นางที่จัดการเองทั้งหมด..ตนไม่คิดว่าเฉินอี้จะสามารถช่วยอะไรในเื่นี้ได้..
เฉินอี้ยิ้มบางกล่าว “พี่สาวซูย่วน..ท่านไปเอาวัตถุดิบที่ใช้ปรุงโอสถสำหรับขายมาทั้งหมดแล้วตามข้าไปยังชั้นใต้ดินด้วย..ข้าจะสอนวิธีในการปรุงโอสถระดับ 9 ให้แก่ท่าน!..” เฉินอี้จึงคิดเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อแก้สถานการณ์แล้วเหมือนกัน!
เฉินซูย่วนได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีกล่าว“จริงเหรอ!..ไชโย!..งั้นเรารีบไปกันเลยเถอะ!..”
ตอนนี้นางรู้สึกดีใจและกระตือรือร้นมาก
ส่วนเฉินหรุ่ยยังยืนทำท่าสงสัยอย่างงุนงงอยู่ตรงนั้น“อะ..เอ่อ..พวกเ้ากำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอ?” แถมน้าหลานคู่นี้ยังเรียกกันอย่างสนิทสนมกว่าในอดีตอีก
“เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก!..เ้ารีบกลับไปดูแลกิจการของตระกูลเถอะเดี๋ยวข้าจัดการเื่นี้ให้เอง!..”เฉินซูย่วนไม่กล่าวอธิบายอันใดเพียงไล่เฉินหรุ่ยกลับไปเพื่อป้องกันความลับของเฉินอี้อย่างที่ตนเคยให้สัญญาไว้
เฉินหรุ่ยกล่าวตอบงุนงง “ง่ะ..งั้นเหรอ..ข้าขอฝากเ้าเื่นี้ด้วยล่ะกันนะ!” เฉินหรุ่ยยอมเชื่อฟังแต่โดยดีเพราะตนกลัวจะทำให้ภรรยารู้สึกรำคาญจนโกรธถ้ายังไปเซ้าซี้ถามขึ้นอีก
เฉินอี้จึงยิ้มให้กับการกระทำของเฉินซูย่วนที่รักษาสัญญากับตนไว้เป็อย่างดี..ถึงแม้ตัวเฉินอี้จะไม่คิดปิดบังผู้ที่เป็สามีของนางก็ตาม..แต่เื่ที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็เวลาที่เร่งรีบจึงไม่ได้กล่าวอะไรออกไป
จากนั้นเฉินหรุ่ยจึงแยกตัวกลับไปยังร้านค้าที่ตนได้ดูแลอยู่..และเฉินอี้จึงได้เริ่มสอนการปรุงโอสถแก่เฉินซูย่วนในห้องปรุงยาชั้นใต้ดินของตำหนักโอสถตระกูลเฉินแห่งนี้
............................................................................................................................
เวลาได้ผ่านไปจนถึง่เย็นของวันนี้แล้วั้แ่ที่เฉินอี้ได้ทำการสอนเฉินซูย่วนปรุงโอสถอย่างจริงจัง
“สำเร็จแล้ว!..”
มีเสียงดังออกมาจากห้องปรุงยาชั้นใต้ดิน..
เป็เฉินซูย่วนที่เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกฝนอย่างยาวนานเป็ระยะเวลาหลายชั่วโมง..
สีหน้าของเฉินซูย่วนจริงจังมากนางได้เปิดเตาหม้อปรุงยาของตัวเองออกให้เห็นถึงโอสถที่อยู่ด้านใน..
เฉินซูย่วนยิ้มกล่าวยื่นมือไปหยิบโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณที่เพิ่งปรุงเสร็จด้านใน“เป็โอสถระดับ 9 ส่วน 1 เม็ดหล่ะ!..ดูสิหลานเฉินอี้ข้าสามารถทำมันได้แล้ว!..” นางยื่นคีบเม็ดโอสถไปยังด้านหน้าของเฉินอี้ให้มันดูอย่างภูมิใจ
เฉินอี้ที่ตอนนี้นั่งพักมองเฉินซูย่วนอยู่ก็กล่าว“อื้ม..ท่านพยายามได้ดีมาก..เพียงแต่ท่านต้องเพิ่มความละเอียดอ่อนขึ้นอีกนิดและควบคุมไฟให้ดีอีกหน่อยก็ใช้ได้แล้ว..”
เฉินอี้ได้ชี้แนะคอยสอนอย่างใจเย็นมาตลอดจนเฉินซูย่วนสามารถปรุงโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณระดับ9 ส่วนได้
เฉินอี้กล่าวกับเฉินซูย่วน “เท่านี้ท่านก็สามารถเป็ถึงนักปรุงยาขั้นสูงได้แล้วล่ะนะ”ตนคิดในใจ “แต่การจะเป็ในระดับที่สูงกว่านั้นก็ยังต้องฝึกฝนอีกเยอะเลย..”
เฉินอี้คิดว่าเฉินซูย่วนนั้นค่อนข้างจะมีพร์ในการเป็นักปรุงยามากเลยทีเดียว..
“ฮ่า..ฮ่า..มันแน่นอนอยู่แล้วก็เพราะเ้าเป็คนสอนข้าน่ะสิ!..” เฉินซูย่วนได้รับคำชมจากเฉินอี้ก็รู้สึกปลื้มและดีอกใจมาก..จากนั้นนางก็มองไปยังขวดโหลหยกที่มีเม็ดโอสถใส่อย่างอัดแน่นอยู่ภายในถึง3 ขวดอยู่ด้านข้างตัวเฉินอี้..ล้วนเป็โอสถระดับ 9 ส่วน..ที่เฉินอี้เป็คนปรุงขึ้นเองทั้งหมดถึง3 ชนิด!
ขวดแรกเป็โอสถฟื้นฟูพลังลมปราณระดับ9 ส่วนมากถึง 100 เม็ดซึ่งมีจำนวนมากสุด
ขวดที่สองเป็โอสถฟื้นฟูพละกำลังกล้ามเนื้อของผู้ฝึกยุทธ์ไม่ให้เหนื่อยล้าซึ่งปรุงยากกว่าโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณเพียงนิดหน่อยระดับ9 ส่วนมีอยู่ถึง 80 เม็ด
ขวดสุดท้ายนั้นเป็โอสถชำระล้างไขกระดูกที่จะช่วยเพิ่มความก้าวหน้าการบ่มเพาะพลังลมปราณให้เพิ่มระดับได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นปรุงค่อนข้างยากมากมีอยู่ 50 เม็ดได้
โอสถเหล่านี้เฉินอี้ได้ปรุงมันขึ้นมาพร้อมๆกับสอนเฉินซูย่วนไปด้วย..และเป็โอสถที่เฉินอี้ยอมลดระดับลงคิดที่จะปรุงมันขึ้นมาให้เหลือ9 ส่วนในฐานะที่เคยเป็ถึงอดีตเทพโอสถนับว่าเสียศักดิ์ศรีของตนมากถ้ายังลดระดับโอสถที่ตนต้องปรุงลงอีก..แม้ว่าเพียงโอสถระดับ9 ส่วนนี้อาจนำปัญหามาให้ในอนาคตก็ตามเฉินอี้ก็ยังคิดว่ารับมือไหวอยู่เพราะมันยังไม่ใช่โอสถระดับเต็ม10 ส่วน ที่ราวกับปาฎิหารย์ในดินแดนโลกมนุษย์ยังไงล่ะ!..
เฉินซูย่วนได้มองภาพนี้อย่างตกตะลึงในตอนแรก..เฉินซูย่วนคิดว่าถ้าไม่ได้เฉินอี้คอยสอนตนพร้อมกับแสดงการสาธิตให้เห็นตัวอย่างซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้งล่ะก็นางคงไม่สามารถพัฒนาตัวเองในด้านการปรุงยารวดเร็วถึงมากขนาดนี้ได้..
เฉินซูย่วนมองโอสถระดับ 9ส่วนของตัวเองที่ได้ทำขึ้นแล้วยิ้มอย่างสดใสให้กับเฉินอี้กล่าว “หลานเฉินอี้..ข้าต้องขอขอบคุณเ้ามากเลยนะ..”นางกล่าวประโยคนี้อย่างอ่อนโยน..ตามจริงนางคิดอยากแสดงการขอบคุณอื่นที่ตนอยากจะทำมากกว่านั้นอีกถ้าตนไม่ได้มีศักย์เป็น้าของมันล่ะก็..
เฉินอี้ได้ยินประโยคนี้ของเฉินซูย่วนก็หัวเราะกล่าวอย่างเก้อเขิน“ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ขอบคุณอะไรกันพี่สาวซูย่วน..ข้าแค่ทำตามสัญญาที่เคยได้ให้ไว้กับท่านก็เท่านั้นเอง..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า”
“ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ก็นั่นสินะ..หลานเฉินอี้ผู้ประเสริฐของข้า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า”เฉินซูย่วนหัวเราะกล่าวอย่างร่าเริงกลับทันที
บรรยากาศในห้องตอนนี้เริ่มน่าอึดอัดอยู่บ้างที่อยู่กันในห้องปรุงยาชั้นใต้ดินเพียงสองต่อสองทำให้ต้องหัวเราะเสียงดังกลบเกลื่อนจึงช่วยให้บรรยากาศนี้ดีขึ้น
“ท่านแม่!..ท่านอยู่รึเปล่า?..พวกข้ากลับมาแล้ว!..”
ทันใดนั้นได้มีเสียงเรียกะโดังขึ้นมาจากชั้นบนตำหนักโอสถของตระกูลเฉิน..