เมื่อมาถึงยังสนามฝึกซ้อม เหล่ารุ่นเยาว์ต่างมองมาที่เขาเป็นตาเดียวในใจนึกสงสัยว่าชายหนุ่มมาที่นี่ทำไมกัน ลั่วอู่หลินไม่ได้สนใจเขาเดินตรงไปยังสถานที่รับเดิมพัน ในตอนนี้ผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่คุมสนามประลองและการเดินพันมองมาที่เขาด้วยแววตาที่หลากหลายยิ่ง
"ผู้อาวุโสข้าอยากประลอง ส่วนนี่คือของเดิมพัน"ชายหนุ่มเปิดแหวนมิติและวางสมุนไพรสามต้นลงที่โต๊ะทำให้ทุกคนต่างมองมันด้วยแววตาตกตะลึง
"นายน้อย ท่านโดนผนึกปราณอยู่ไม่ใช่หรือ การที่ท่านเดิมพันหนักเช่นนี้ท่านจะเสียใจภายหลังไม่ได้นะ"ผู้อาวุโสหรี่ตามองชายหนุ่มพร้อมกล่าวขึ้น
"ไม่ต้องกังวล หากข้าพ่ายแพ้ย่อมไม่เสียใจภายหลัง แต่หากชนะพวกท่านอย่าคดโกงข้าก็แล้วกัน"
"โฮ๊ะๆๆตระกูลหลินไม่เคยโกงผู้ใดอยู่แล้ว เชิญนายน้อยที่สนามประลองได้"ผู้อาวุโสกล่าวอย่างน่าชื่นตาบานราวกับว่าเป็นผู้ชนะแล้วอย่างไรอย่างนั้น
ลั่วอู่หลินพลันพยักหน้าเขาเดินขึ้นไปยังสนามประลองทันที ในเวลาต่อมาผู้อาวุโสคนเมื่อครู่จึงได้ส่งอันดับที่สิบของสนามประลองลงไปยังลานประลองเช่นเดียวกัน
"หลินจง ขอคำชี้แนะด้วย"ชายหนุ่มร่างกำยำหัวล้านอาภรณ์สีแดงกล่าวพร้อมกับกระชับดาบใหญ่ไว้ในมือ แผ่พลังระดับจักรพรรดิขั้นที่ห้าออกมาไม่ขาดสาย
"ลั่วอู่หลินขอคำชี้แนะ"ลั่วอู่หลินก็กล่าวขึ้นเช่นเดียวกัน เมื่อการสัญญาณการต่อสู้เริ่มขึ้นหลินจงพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงพร้อมกับดาบที่มีเต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน ฟาดใส่ชายหนุ่มอย่างไม่ยั้งมือ จนลั่วอู่หลินต้องกระโดดหลบและถอยหล่นไป
"อันตรายแห๊ะ การที่ไม่สามารถเอาพลังปราณจากตันเถียนมาใช้ได้นี่มันลำบากจริงๆ"ลั่วอู่หลินกล่าวใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย็น แน่นอนเขาไม่คิดจะใช้พลังจากอสูรเทวะในการประลองนี้ เพราะมันจะทำให้ไม่มีใครกล้าประลองกับเขาต่อนั่นเอง
ชายหนุ่มพุ่งทะยานไปหาหลินจงอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าปะทะอีกครั้ง เขาแสร้งทำสีหน้าตึงเครียดเอาเสียมากๆอีกทั้งยังแสดงกิริยาท่าทางยากลำบากในการรับมือกับคู่ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า บางทีก็ยอมโดนฟันถากๆอยู่หลายต่อหลายแผลด้วยกัน การกระทำเช่นนี้ทำให้เหล่ารุ่นเยาว์นับร้อยพันที่กำลังชมการประลองพากันฮือฮาและเดิมพันฝั่งของหลินจงยกใหญ่
'ถึงเวลาแล้ว' เมื่อสายตาชำเลืองมองไปที่กองเดิมพันฝั่งตรงข้ามที่มีอยู่มากมายจนเขาพอใจ ลั่วอู่หลินหลบการโจมตีของหลินจงในทันทีและเข้าประชิดตัว ฝ่ามือพุ่งตรงไปกระแทกเข้ากับหน้าอกของอีกฝ่ายจนกระเด็นตกจากลานประลองไป ทำให้เสียงของเฮของเหล่ารุ่นเยาว์เมื่อครู่เงียบลงในทันทีและมองไปที่ชายหนุ่มที่ตอนนี้โซเซไปมาแววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
"ประลองต่อ!"ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโสจะประกาศผู้ชนะ ลั่วอู่หลินกล่าวออกไปในทันใด รุ่นเยาว์พวกนี้ไม่ใช่รุ่นเยาว์ของตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วง ดังนั้นจึงไม่ได้ล่วงรู้ถึงวีรกรรมในสนามประลองของชายหนุ่ม เมื่อเห็นสภาพที่สบักสบอมของเขาและทั้งยังยืนกรานที่จะประลองต่อ เหล่ารุ่นเยาว์จึงพากันเทหมดหน้าตักไปที่ฝ่ายตรงข้ามของลั่วอู่หลินในทันที
ส่วนทางด้านของผู้อาวุโสเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มประลองต่อก็โล่งใจ สมุนไพรห้าพันปีสามต้นต่อให้นำของเดิมพันของรุ่นเยาว์ทุกคนมารวมกันก็ยังต้องจ่ายส่วนต่างที่มากโข ดังนั้นการแข่งขันรอบนี้ผู้อาวุโสจึงให้ลำดับที่เก้าของสนามประลองลงไปอย่างไม่ต้องคิดอะไร สิ่งที่ต้องทำคือต้องชนะเท่านั้น
แต่แล้วภาพเดิมๆก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ลั่วอู่หลินที่ท่าทางเสียเปรียบกลับเป็นฝ่ายชนะในวินาทีสุดท้าย เหล่ารุ่นเยาว์ตอนนี้พากันอึ้งงันไป ชายหนุ่มไม่สนใจสิ่งใดประกาศประลองต่ออย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั้งอันดับที่สิบไปถึงอันดับที่สองพ่ายแพ้ให้กับเขาจนหมดสิ้น ร่างกายของลั่วอู่หลินตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูโหดเหี้ยมเหลือคณานับ
"บ้าไปแล้ว เขาเป็นพวกแข็งแกร่งตามความเจ็บปวดบนร่างกายหรืออย่างไรกัน"
"ใช่ๆ ข้าเห็นเขาล้มลงหลายครั้งแล้วแต่ก็ลุกขึ้นมาได้ ชายคนนี้เป็นสัตว์ประหลาดหรืออย่างไรกัน"
"บ้าเอ้ย ข้าหมดตัวแล้วไม่เช่นนั้นข้าลงลองเดิมพันข้างเขาดูสักตั้ง อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะชนะอีกหรือไม่"
ความคิดเห็นของรุ่นเยาว์ทุกคนต่างดังขึ้นมาในแนวทางเดียวกัน ตอนนี้คนที่เหงื่อตกไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากผู้อาวุโสที่คุมการเดิมพันและการประลอง
เพราะลั่วอู่หลินชนะมาถึงเก้าครั้งแล้ว สินเดิมพันของเขาก็ทุ่มสุดตัวทุกรอบทำให้โกยทรัพยากรไปได้อย่างมหาศาลอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน
ด้วยสินเดิมพันขนาดนี้มันเท่ากับทรัพยากรครึ่งปีของผู้อาวุโสทั้งหมดในตระกูลเลยก็ว่าได้ แบบนี้จะไม่ให้เขาเหงื่อตกได้อย่างไร หากอีกฝ่ายทุ่มสุดตัวแล้วยังชนะอีกไม่ใช่ทรัพยากรหนึ่งปีของผู้อาวุโสทั้งหมดจะตกเป็นของเขางั้นหรือ แค่คิดชายชราเช่นเขาก็อยากจะบ้าตายแล้ว
"ประลองต่อ!!"
ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ชายคนหนึ่งกระโดดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยัน ลั่วอู่หลินหรี่ตามองโดยพลัน เนื่องจากชายหนุ่มคนนี้เคยเป็นผู้นำรุ่นเยาว์เข้าไปในมิติบรรพบุรุษ อีกทั้งจากที่เขาคาดเดาก็ยังน่าจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังให้ผู้อาวุโสไปค้นแร่ปราณจากเขาด้วย
"นายน้อยคนใหม่ ถือว่าข้าให้โอกาส ท่านยอมแพ้ซะเถอะ ไม่เช่นนั้นกระบี่ของข้าอาจจะพลั้งมือฆ่าท่านตายได้"
"โอ้ สนามประลองแห่งนี้สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ด้วยหรือ ผู้อาวุโส"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม
"อะแฮ่ม ได้! หากพวกเจ้าตกลงกันว่าจะประลองเป็นตาย"ผู้อาวุโสกล่าวตอบ
"น่าสนใจ ในเมื่อเจ้าบอกว่ากระบี่ของเจ้าอาจจะพลั้งมือฆ่าข้าตายได้ เช่นนั้นมาประลองเป็นตายกันหน่อยเป็นอย่างไร หากข้าตายทุกคนที่นี่ย่อมเป็นพยานว่าจะไม่มีใครเอาเรื่องเจ้าได้ แต่หากเจ้าตายก็อย่ามาถือโทษข้าก็แล้วกัน"ลั่วอู่หลินกล่าวเสียงเย็น เจตนาสังหารพลั่งพลูออกมาจากร่างกายจนทุกคนที่อยู่ที่นี่ถึงกับสั่นสะท้าน
ชายคนนี้เอาจริง เขาท้าประลองเป็นตาย อีกทั้งอีกฝ่ายยังเป็นอันดับหนึ่งของสนามประลองและยังเป็นบุตรชายของผู้อาวุโสหลินเจียงที่เป็นหนึ่งในผู้อาวุโสคุมกฏของตระกูลอีกด้วย
"เหอะ ก็ได้ หากนายน้อยสิ้นชื่อไปก็ขอให้จำไว้คนที่สังหารท่านนามหลินโจว"กล่าวจบ ปราณกระบี่นับร้อยที่มีเจตนาสังหารก็พุ่งไปหาลั่วอู่หลินในทันที ความเร็วนี้ไม่ต่างอะไรจากหลี่อิงในตอนที่ยังไม่เลื่อนระดับเลยทีเดียว ถือได้ว่ามีฝีมือในระดับหนึ่ง
"เห้อ น่าเสียดาย ไหนๆก็ได้มันมาลองใช้ดูเสียหน่อยก็ไม่เสียหาย"ชายหนุ่มมองไปยังปราณกระบี่ที่พุ่งมาหาตนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในมือข้างขวาปรากฏเคียวขนาดใหญ่สีดำที่แผ่ไอปราณที่หน้าหวาดกลัวออกมา
"นะ นะ นั่นมันศาสตราระดับสวรรค์ไม่ได้การ!!"ผู้อาวุโสกล่าวอย่างร้อนรนและพุ่งทะยานเข้าไปหมายจะห้ามศึกนี้ในทันที
ในเดียวกันลั่วอู่หลินยกยิ้มเย็นควงเคียวสีขนาดใหญ่อย่างคล่องแคล่วพร้อมกับสายฟ้าทรราชที่ระเบิดออกมา ก่อนที่มันจะถูกหลอมรวมกับเคียวปีศาจนี้และถูกฟันออกมาจนกลายเป็นคลื่นคมเคียวอันคมกริบสีดำพุ่งตรงไปที่ศัตรู
"สะบั้นวิญญาณ"ชายหนุ่มกล่าวอย่างเรียบนิ่ง คลื่นคมเคียวนั้นพุ่งฝ่าปราณกระบี่เพลิงนับร้อยไปอย่างง่ายดาย
"มะ ไม่!!!"
หลินโจวที่หยิ่งผยองเมื่อครู่กรีดร้องออกมา ในใจรู้สึกสิ้นหวังอย่างยิ่งเมื่อเห็นคลื่นคมเคียวที่คล้ายกับพระจันทร์เสี้ยวสีดำกำลังมาหาตนอย่างรวดเร็วจนหลบไม่ทันแล้วในตอนนี้
"ตูมม!!"
ทันใดนั้นผู้อาวุโสที่คุมการประลองก็มาขวางการโจมตีและบัดป้องมันออกไปในทันที แต่ด้วยพลังของเคียวระดับสวรรค์นี้ก็พลันทำให้ผู้อาวุโสคนนั้นเกิดบาดแผลใหญ่และมีรอยไหม้ไปทั่วทั้งแขนดูน่าหวาดกลัวยิ่ง
"นี่มันหมายความว่าอย่างไรผู้อาวุโส การประลองนี่คือการประลองเป็นตายไฉนท่านถึงได้เข้ามาขวาง"ลั่วอู่หลินกล่าวถามอย่างไม่พอใจ
"นายน้อย ท่านใช้สมบัติสวรรค์เอาเปรียบผู้เขาประลองคนอื่น ในฐานะผู้อาวุโสแล้วย่อมต้องมาหยุดไว้ และขอปรับให้ท่านแพ้ในการประลองครั้งนี้"ผู้อาวุโสกล่าวขึ้นพร้อมกับกุมแขนตัวเองที่ใช้การไม่ได้เอาไว้
"ฮ่าๆๆๆท่านผู้อาวุโสที่ทรงเกียรติ ในตอนที่ข้าประลองกับเก้าคนก่อนหน้านี้ข้าใช้เพียงมือเปล่าทว่าพวกเขาใช้อาวุธระดับปฐพี ไฉนท่านไม่ห้ามปราม ในตอนนี้พอข้าใช้อาวุธระดับสวรรค์ขั้นต่ำส่วนอีกฝ่ายใช้อาวุธระดับปฐพีขั้นสูงห่างกันเพียงหนึ่งขั้นเท่านั้น ผู้อาวุโสช่วยบอกข้าหน่อยเถิดว่ามันผิดกฏข้อไหน"ชายหนุ่มทำสีหน้าเจ้าเล่ห์
ผู้อาวุโสคุมการประลองที่ได้ยินก็พลันนิ่งอึ้งไป เขาไม่สามารถหากฏข้อไหนมากล่าวอ้างได้ อีกทั้งการแทรกแซงการประลองเป็นตายเขาก็ทำมันจริงๆเพราะมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้อาวุโสหลินเจียงที่เป็นบิดาของหลินโจวจึงไม่อาจที่จะปล่อยให้ตายได้