“นี่พี่จะให้ผมทำอะไรอย่างนี้เหรอ!!...... นี่มันถึงคุกถึงตะรางเลยนะ ผมไม่เอาด้วยหรอก”
พลวัตขึ้นรถยนต์มากับฤดีพรรณได้สักพักใหญ่ และพอได้ฟังในสิ่งที่ฤดีพรรณพูดถึงแผนการ ที่จะกำจัดตติรัตน์ ที่ตอนนี้กำลังนอนสลบไสล เพราะยาสลบอยู่ที่เบาะหลัง ให้พลวัตรับฟัง แต่แทนที่พลวัตจะเห็นพ้องด้วยกันแผนการที่ว่านั้น กลับเปล่าเลย พลวัตแย้งไม่เห็นด้วยโดยพลัน แบบไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังให้มากความ
“จะไม่เอาได้ยังไง ในเมื่อเธอรับปากพี่แล้ว และเธอก็ขึ้นรถมาด้วยกันแล้ว ก็ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว เพราะฉะนั้น เราก็จะต้องมันไปด้วยกัน หากเราทำสำเร็จ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง และทรัพย์สิน เราก็จะมีใช้ไม่โดยไม่ต้องทำงานเลยนะ”
ฤดีพรรณพูดให้พลวัตคล้อยตาม โดยที่สายตาก็ยังคงมองจับจ้องอยู่บนท้องถนน ซึ่งในขณะนี้ฤดีพรรณกำลังขับรถ ด้วยความเร็วเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถพอสมควร
พลวัตเหลือบสายตามองไปที่ร่างบาง ที่นอนหลับสลบไสลอยู่ที่เบาะหลัง ก่อนจะมองออกไปนอกรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถึงแม้เขาจะเป็นคนเจ้าชู้ประตูดิน มักมากในกามอารมณ์ และอยากสุขสบายไปตลอดชาติ โดยไม่ต้องไปทำงานงกๆ ก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยทำ และไม่คิดจะทำอะไรแบบที่กำลังจะทำกันอยู่นี่เลยจริงๆ เขาน่าจะถามไถ่ให้รู้ความก่อนตั้งแต่แรก ไม่ใช่มาตกกระไดพลอยโจนอย่างนี้
รถยนต์วิ่งออกไปนอกเมือง สักพักเลี้ยวออกจากถนนหลัก ไปบนถนนรอง มุ่งหน้าตรงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปถึงพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนผ่านไปมา และที่แห่งนี้มีตึกร้างตั้งอยู่ ฤดีพรรณเลี้ยวรถยนต์เข้ามาจอดสนิทลงที่หน้าตึกร้าง
“จะเอามาไว้ที่นี่เหรอ?? นี่มันตึกร้างนะ!!!!......”
พลวัตขมวดคิ้ว สายตามองออกไปที่ตึกร้างดังกล่าว ก่อนจะหันกลับมาถามเพื่อความแน่ใจ และก็รู้สึกหวั่นกลัวขึ้นมาด้วย ก็จะไม่ให้หวั่นกลัวได้ยังไงกัน คนที่อยู่เฝ้าผู้หญิงที่กำลังนอนสลบอยู่นี้ เป็นตัวพลวัตเองไง ส่วนฤดีพรรณก็ไปทำตามแผนที่วางเอาไว้ โดยปล่อยให้พลวัตเฝ้าอยู่ตามลำพังที่นี่
“ก็ใช่นะสิ ที่นี่แหละเหมาะแล้ว ปลอดผู้คนด้วย อย่าปอดแหกไปหน่อยเลยน่า มันไม่มีอะไรหรอก ท่องจำเอาไว้สิ เงินทองกำลังจะมากองอยู่ตรงหน้าเรา เรากำลังจะรวยในอีกไม่ช้านี้แล้ว”
ฤดีพรรณพูดตอบกลับ ทั้งเรียกก็ยื่นไปดับเครื่องยนต์ และเปิดประตูรถ ก้าวออกมายืนอยู่นอกรถ โดยพลวัตก็ก้าวออกจากรถตามๆ กัน แล้วพลวัตก็เปิดประตูหลังนำร่างอันสลบไสลของตติรัตน์ออกมา อุ้มพาเดินตามฤดีพรรณ เข้าไปภายในตึกร้าง
พลวัตวางร่างตติรัตน์ลงไว้ที่พื้นห้องห้องหนึ่ง แล้วคนทั้งสองก็พากันออกจากห้อง ฤดีพรรณใช้กุญแจที่เตรียมมาด้วย ล็อคประตูหน้าห้องเอาไว้ ที่ฤดีพรรณรู้จักสถานที่แห่งนี้ เพราะได้มาสำรวจตรวจตราดูก่อนหน้านี้แล้ว จึงทำให้รู้ว่ามีห้องที่พอจะทำการกักขังตติรัตน์เอาไว้ได้
“เอาล่ะ เฝ้านังพี่สาวของพี่ดีๆ ล่ะ อย่าให้มันหนีไปได้ ไม่งั้นเราจะชวดเงิน เดี๋ยวทางโน้น พี่จะทำทุกอย่างให้แนบเนียนที่สุด และพี่คิดว่าไม่มีใครจับได้ว่าพวกเราเป็นคนทำอย่างแน่นอน”
“เดี๋ยว!! นี่พี่จะปล่อยให้ผมอยู่เฝ้าจริงๆ เหรอ??...... คือมันรู้สึกวังเวงอ่ะ”
ฤดีพรรณบอกกล่าวกับพลวัต ก่อนจะหันหลัง และทำท่าจะก้าวเดินออกจากตรงนั้น เพื่อกลับไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ที่หน้าตึก แต่พลวัตก็ยื่นมือมาคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน ฤดีพรรณจึงหันกลับมามอง และฟังพลวัตไปด้วย
“ก็ใช่น่ะสิ อย่างกลัวไปเลย มันไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ตึกร้างธรรมดาๆ เท่านั้นเอง พี่จะเร่งทำทุกอย่างให้สำเร็จเร็วๆ แล้วจากนั้น เราก็จะหนีออกไปเสวยสุข ไปใช้เงินกันอย่างสบายอารมณ์อยู่ต่างประเทศกัน คิดถึงตอนที่เรามีเงินเยอะๆ เข้าไว้!!!!”
ฤดีพรรณจับมือพลวัต พลางพูดปลอบ เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มคิดหวาดหวั่น เกรงกลัวต่อสิ่งใดๆ ไม่ว่าจะที่เป็นคน หรือที่ไม่ใช่คนก็ตาม โดยให้คิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้ในอีกไม่ช้าไม่นาน และพอพูดจบ ก็หันหลังเดินออกจากหน้าห้องนั้น
“ก็มันวังเวง หนาวสันหลังซะขนาดนี้ จะไม่ให้รู้สึกได้ยังไงวะ แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนี่หว่า ก็ต้องอยู่ล่ะ อย่างน้อยก็ยังไม่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในห้องล่ะน่า”
พลวัตมองตามหลังไวๆ ของฤดีพรรณ กล่าวพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ อย่างเป็นการปลอบใจตัวเอง ซึ่งในตอนนี้จะหันหลังกลับก็คงยากแล้ว ตัวพลวัตเองก็ถือว่าสมรู้ร่วมคิดกับฤดีพรรณแล้ว ก็ต้องดำเนินการกันต่อให้ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ ซึ่งนั้นก็คือเงินทองมากมายที่จะได้มานั้นยังไงล่ะ
๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓