ในกลุ่มปีศาจราตรีโลหิตเหล่านี้มีสองตัวที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า พลังปราณของพวกมันแผ่พุ่งอย่างมหาศาลดวงตาของมันไม่ได้เป็นสีแดงเลือดเหมือนตัวอื่นๆ แต่กลับเป็นสีดำและขาวแยกชัดเจนแฝงด้วยแววเจ้าเล่ห์ ยามที่ดวงตาหมุนไปมามันเผยให้เห็นได้ชัดว่ามีสติปัญญาไม่ด้อยกว่ามนุษย์เลยแม้แต่น้อยพวกมันทั้งแข็งแกร่งและมีสติปัญญา ยิ่งทำให้เป็นศัตรูที่รับมือได้ยากยิ่ง
เมื่อพวกมันเห็นกลุ่มของหวังเฉินปรากฏตัวก็รีบตอบสนองทันที ส่งเสียงตะโกนสั้นๆ ที่คล้ายกับภาษาลึกลับดังออกจากปากของพวกมันทำให้ปีศาจราตรีโลหิตรอบข้างส่งเสียงคำรามโหยหวนลั่นขึ้นมาในทันใด ทันใดนั้นเอง ปีศาจราตรีโลหิตสี่ถึงห้าสิบตัวก็จัดแถวราวกับกองทัพตั้งขบวนรบที่ดูน่ากลัววิ่งพุ่งตรงเข้ามากลุ่มของหวังเฉิน เพียงแค่พริบตาเดียวพวกมันก็มาถึงเบื้องหน้าของกลุ่มหวังเฉินแล้ว
"ไม่มีทางเลือกแล้ว ทุกคนสู้สุดกำลัง เราต้องรีบจัดการพวกนี้ให้เร็วที่สุด!"
สีหน้าของโจวชิงเต็มไปด้วยความหนักใจแต่ในยามนี้ไม่มีเวลามาโมโหอีกแล้ว เขาออกคำสั่งพร้อมกับสะบัดกระบี่ชิงอวิ๋นในมือของตนปลดปล่อยพลังปราณกระบี่แหลมคมพุ่งทะยานออกมา
ศิษย์ในกลุ่มคนอื่นๆ ก็เริ่มต่อสู้กันอย่างเต็มกำลังเช่นกัน ทุกคนไม่มีเวลามากล่าวคำพูดใดอีกแล้วมีแต่ต้องทุ่มสุดตัวในการต่อสู้ครั้งนี้ เพื่อเอาชีวิตรอดแต่เพียงเท่านั้น
ปีศาจราตรีโลหิตสองตัวคำรามแล้วพุ่งโจมตีหวังเฉินอย่างรวดเร็ว พวกมันประสานงานกันเป็นอย่างดีใช้กรงเล็บอันแหลมคมกวัดแกว่งเป็นวงโค้งจนเกิดเสียงเสียดแหลมฟังแล้วขนลุกนี่เป็นปรากฏการณ์ที่แสดงถึงพลังและความเร็วอันถึงขีดสุด กรงเล็บสีเลือดของพวกมันมีเล็บสีขาวโค้งงอยาวราวสามชุ่น (ประมาณ 9 ซม.)ราวกับมีดสั้นแหลมคม หวังเฉินรู้สึกได้ถึงลมเย็นพัดผ่านหน้าอก คอหอย และดวงตาซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของร่างกาย ขณะเดียวกันส่วนล่างตั้งแต่เอวลงไปรวมถึงข้อต่อและจุดสำคัญอื่น ๆ ก็เริ่มรู้สึกเจ็บแปลบ ราวกับสัญญาณเตือนมาจากจิตใต้สำนึก
แม้จะยังไม่ถูกโจมตีโดยตรงแต่ผลจากการฝึกฝนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หวังเฉินสามารถรับรู้ถึงภัยคุกคามได้ล่วงหน้าอย่างชัดเจนซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเขามีพัฒนาการอย่างน่าทึ่ง
แต่ในยามนี้เป็นการต่อสู้เป็นตายทำให้ไม่มีเวลามาไตร่ตรองถึงความสำเร็จในการฝึกฝนของตนเองแม้แต่น้อย มีทำได้เพียงใช้แต่วิธีที่ตรงไปตรงมาและแข็งแกร่งที่สุดเพื่อกำจัดพวกปีศาจเหล่านี้ให้ไวที่สุด
"ฮึ่ม!"
หวังเฉินแค่นเสียงเย็นชาก่อนจะก้าวพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแทนที่จะเลือกหลบเลี่ยง เขากลับเร่งให้ร่างกายของเขาเข้าใกล้ปีศาจราตรีโลหิตสองตัวนั้นยิ่งขึ้นมือทั้งสองข้างของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บ ร่างกายทั้งร่างส่งเสียงดัง ปึงปังราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนตึง พลังปราณสีเขียวเร้นลับเปล่งประกายระหว่างนิ้วและกรงเล็บของเขา
ปัง!ปัง!
เสียงระเบิดดังขึ้นสองครั้ง หวังเฉินใช้สองมือเข้าปะทะกรงเล็บของปีศาจราตรีโลหิตทั้งสองตัวในเวลาเดียวกันพลังของเขานั้นมหาศาลจนถึงขั้นน่ากลัว เสียง กร๊อบกร๊อบ ดังขึ้น ปีศาจราตรีโลหิตทั้งสองตัวถูกเขาทำลายกรงเล็บจนแตกกระจายเหลือไว้เพียงเลือดและกระดูกกระจายเกลื่อนบนพื้น
เมื่อเห็นว่าได้เปรียบเขาไม่รอช้าก้าวขึ้นไปอีกก้าว มือทั้งสองข้างเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดโจมตีอย่างหนักแน่น ฝ่ามือทั้งสองกดลงบนหน้าอกของอสูรราตรีทั้งสองตัว
ด้วยพลังมหาศาลที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทราบขีดจำกัดเมื่อใช้พลังทั้งหมดในการโจมตีครั้งนี้ จึงทำให้ปีศาจราตรีโลหิตสองตัวถึงกับอนาถในพริบตาแม้แต่จะส่งเสียงร้องก็ไม่ทัน อวัยวะภายในของพวกมันก็ถูกพลังมหาศาลของเขาถูกทำลายจนสิ้นแววตาของมันค่อย ๆ หม่นแสงลง จนในที่สุดมันก็สิ้นชีวิตภายในทันที
เรื่องทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะยืดยาวแต่แท้จริงแล้วเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงครึ่งลมหายใจเท่านั้น จากการที่หวังเฉินก้าวออกสองก้าวเปลี่ยนท่ามือและหมัดของเขา แสดงให้เห็นถึงทักษะการต่อสู้อันยอดเยี่ยมทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วราวภาพลวงตา ด้วยการโจมตีเด็ดขาดและเฉียบคมอย่างที่สุดหากในเวลานั้นมีใครอยู่ใกล้และได้เฝ้าสังเกตการต่อสู้ของเขาแม้แต่ดวงตาก็อาจมองไม่ทัน ปีศาจราตรีโลหิตสองตัวก็ถูกฆ่าตายจนร่างกายครึ่งหนึ่งกลายเป็นเนื้อเละ
ในขณะเดียวกันหวังเฉินก็รู้สึกถึงบางสิ่งผิดปกติ ด้วยจิตสัมผัสของเขาเพียงแค่สำรวจดูก็พบว่าที่จุดตันเถียนของปีศาจราตรีโลหิตทั้งสองนั้นมีบางสิ่งซ่อนอยู่เขายื่นมือไปคว้าเอาไว้ และทันใดนั้นเองลูกแก้วสีแดงเลือดสองลูกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
“อืม? นี่มันอะไรกัน? ไม่มีแม้แต่กลิ่นคาวเลือดแต่กลับมีกลิ่นหอมรัญจวน อีกทั้งยังแฝงด้วยพลังชีวิตหรือว่านี่คือแก่นแท้แห่งชีวิตของปีศาจราตรีเหล่านี้มันช่างเหมือนกับแก่นพลังชีวิตของพวกผู้ฝึกตนที่เรียกว่าแก่นทองคำเสียจริง”
เมื่อเขาได้ดมกลิ่นแล้วหวังเฉินก็เดาได้เกือบจะทันทีว่า นี่อาจเป็นแก่นพลังชีวิตของพวกปีศาจราตรีโลหิตที่เรียกว่าแก่นโลหิตแห่งความมืดซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของชีวิตพวกมัน หากเปรียบเทียบกับพวกสัตว์ปีศาจเช่นลิงปีศาจหรืออสรพิษสองหัวพวกปีศาจราตรีโลหิตนั้นถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นสูงที่สามารถฝึกตนได้และในร่างกายของพวกมันก็จะสร้างแก่นโลหิตนี้ขึ้นมา
ด้วยความที่ร่างกายของหวังเฉินแข็งแกร่งเกินมนุษย์และมีภูมิต้านทานต่อพิษทุกชนิด เขาจึงไม่รีรอ รีบกลืนแก่นโลหิตทั้งสองลูกลงไปในทันทีทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่ปะทุขึ้นมาภายในร่างกาย
เขาจึงรีบโคจรพลังปราณและเริ่มดูดซับพลังชีวิตนั้นเข้าไปในร่างกายภายในพริบตาจากนั้นหวังเฉินรู้สึกได้ถึงการพัฒนาของพลังปราณของตนเองอย่างชัดเจน นั่นทำให้เขารับรู้ได้ทันทีว่าลูกแก้วในร่างกายของพวกปีศาจราตรีโลหิตเหล่านี้ถือเป็นของล้ำค่าที่มีประโยชน์ต่อการฝึกฝนตนเองเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยความตื่นเต้นเขาจึงโจมตีพวกปีศาจราตรีโลหิตด้วยความโหดเหี้ยมและเฉียบคมมากยิ่งขึ้น เคล็ดทะเลทุกข์ของเขาซึ่งเป็นเคล็ดลับการโจมตีที่เขาได้ฝึกฝนมา ในช่วงเวลานี้ได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องก็ได้พัฒนาเป็นสุดยอดเคล็ดวิชาการโจมตีที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น เมื่อนำมาทดสอบกับเหล่าปีศาจราตรีก็ยิ่งแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้ เขาก้าวพุ่งไปข้างหน้าครั้งเดียวก็ถึงตัวปีศาจราตรีโลหิตอีกตัวมือทั้งสองข้างเปล่งแสงสีเขียวอ่อน ประสานเป็นรูปตราประทับใหญ่ ก่อนจะทาบลงบนตัวปีศาจราตรีโลหิต
“ปัง!”
เสียงระเบิดดังลั่น ปีศาจราตรีโลหิตตัวนั้นกระดูกแตกละเอียดอวัยวะภายในพังทลาย ตายทันทีโดยไม่ทันร้องออกมา