“อย่างที่เราได้เห็นไป…”
แอชเชอร์และหัวหน้าแอนเดอร์สันยังคงนั่งอยู่ภายในเต้นท์ของผู้พันเจมส์ที่กลับมาประจำการอีกครั้ง การที่พวกเขาทั้งสองยังไม่ได้เดินทางกลับไปที่พักเป็นเพราะว่าหลังจากได้อ่านข้อมูลภารกิจที่ทางกองทัพที่ 9 ได้ลงมือไปพร้อมกับมองดูข้อมูลของแมงมุม การประชุมกันระหว่าง 12 ค่ายทหารที่ปิดอุโมงทั้ง 12 แห่งเชื่อมต่อกับเขต F47 เอาไว้ก็ได้เริ่มขึ้น พวกเขาทั้งสองที่เป็นระดับ S จึงต้องอยู่ประชุมร่วมกัน
โดยอุโมงทั้ง 12 ที่สร้างค่ายขึ้นมาป้องกัน ทางฝั่งกองทัพที่ 9 ผู้ดูแลภารกิจในครั้งนี้ได้แบ่งคนของพวกเขาออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อรับหน้าที่ดูแลอุโมงมากกว่ากองทัพอื่นๆที่ส่งคนมาช่วยเหลือเพราะกองทัพแต่ละแห่งล้วนแล้วป้องกันอุโมงเพียง 1 อุโมงเท่านั้น
“แมงมุมทั้งหมดที่โจมตีพวกเราเท่าที่สำรวจได้มีรูปแบบเท่านี้”
“คุณแน่ใจหรือเปล่า”
การประชุมกันที่กำลังดำเนินไปอยู่ในช่วงของการระบุประเภทของแมงมุมที่ทะลักออกมาจากใต้พื้นดินทั้งหมด ทุกๆตัวที่นำเสนอในที่ประชุมล้วนแล้วเป็นประเภทที่ทางกองทัพที่ 9 สังเกตเห็น ไม่เพียงแค่รูปภาพที่นำออกมาเปิดค้างเอาไว้ ยังมีวีดีโอบันทึกวิธีการใช้พลังของแมงมุมแต่ละรูปแบบให้ทุกๆคนได้เห็นอีกด้วยจนทหารที่มาเสริมได้รับรู้ว่ามีแมงมุมน่ากลัว
บางตัวทำให้ร่างห่อหุ้มด้วยเปลวไฟ บางตัวใช้ขาที่เหมือนใบมีดฟันเฉือนด้วยความรวดเร็ว มีตัวที่สามารถใช้ธาตุน้ำแข็ง สายฟ้า และอื่นๆอีกมากมาย บางตัวสามารถดูดซับได้แม้กระทั่งแรงระเบิด ทำให้ระเบิดใช้งานไม่ได้ผลแม้จะมีส่วนผสมของฟอสเอนเนอร์จี้ก็ตาม
“เอาล่ะครับ เพื่อไม่ให้เราใช้เวลาอย่างเปล่าประโยชน์ขอให้ทุกๆคนมองดูเอกสารที่ทางกองทัพที่ 9 ส่งให้ด้วยนะครับ มันเป็นแผนการที่พวกเราต้องการจะทำร่วมกับทุกๆกองทัพ”
แอชเชอร์นั่งมองเอกสารในแท็บเล็ตพลางย่นคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีเวลาเตรียมตัวไม่มากนัก เนื่องจากกองทัพที่ 9 ต้องการบุกกลับเข้าไปในเขต F47 เพราะมีทหารติดอยู่ในรังแมงมุม โดยแผนการที่อยู่ในมือของเขาตอนนี้เองนั้น แอชเชอร์มองภาพรวมหลักๆพอจะสรุปออกมาได้ว่า แต่ละค่ายทหารจำเป็นต้องบุกทะลวงเข้าไปในอุโมงเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยจากมอนสเตอร์แล้วเข้าไปตั้งค่ายที่ปลายอุโมงเพื่อใช้ที่นั่นเป็นฐานในการเริ่มภารกิจกวาดล้างเขต F47
สาเหตุที่ต้องขยับการตั้งค่ายกลับเข้าไปในเขต F47 เนื่องมาจากว่าการตั้งค่ายทหารในเขตอื่นอันตรายมาก แมงมุงที่ทะลักออกมามีความสามารถในการขุดเจาะ กลัวว่าพวกมันจะขุดไปเจอเข้ากับเขตอื่นๆ ทหารจึงจำเป็นต้องยึดกำแพงเขต F47 คืนมาเพื่อไม่ให้แมงมุมได้ขุดออกไปไหน การบุกกลับเข้าไปเป็นเพียงขั้นแรกที่กองทัพที่ 9 ต้องการป้องกันการลุกลามของมอนสเตอร์ไปยังเขตใกล้เคียง
“มีใครต้องการเสนออะไรไหมครับ”
ภายในห้องประชุมที่มีหน้าจอมากมายฉายภาพตัวแทนจากค่ายทั้ง 12 ไร้ซึ่งเสียงตอบ ทางตัวแทนกองทัพที่ 9 จึงกล่าวขอบคุณทุกๆคนเพื่อยุติการประชุมในครั้งนี้
“แอชเชอร์ นายคิดว่ายังไง”
แอชเชอร์อ่านเอกสารที่ได้มาจากกองทัพที่ 9 พลางมองดูเอกสารที่ได้จากผู้พันเจมส์ หลังจากการประชุมจบลงพวกเขาที่เป็นหนึ่งในผู้ที่สามารถสั่งการค่ายทหารแห่งนี้ได้จึงนั่งระดมความคิดกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป
การบุกกลับเข้าไปในเขต F47 ทุกๆค่ายจำเป็นต้องทำ จนกว่าปลายอุโมงจะมีค่ายทหารทั้ง 12 ค่าย จากนั้นการประชุมกันจึงจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งเพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับการช่วยเหลือทหารในรังแมงมุมที่ไม่รู้ว่าเป็นหรือตายพร้อมกับวางแผนจัดการแมงมุมทั้งหมด
“พวกเขาให้เวลาเรา 2 วันในการเคลียร์พื้นที่อุโมงกลับเข้าไปตั้งค่ายทหารในเขต F47 ผมคิดว่าเราน่าจะเริ่มวันนี้เลย”
“คิดเหมือนกันสินะ ผู้พันเจมส์ล่ะคิดว่าไง”
“ผมก็คิดเหมือนพวกคุณทั้งสองคน จากข้อมูลนี้ผมคิดว่าถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานกว่านี้จะต้องมีแมงมุมในอุโมงมากอย่างแน่นอน พวกมันยิ่งชอบสถานที่มืดและชื้น อุโมงตอบโจทย์พวกมันมาก ถ้าเราลงมือในวันนี้เลยจำนวนของแมงมุมไม่น่าจะมากเท่าไหร่”
“ดี ถ้าอย่างนั้นเริ่มกันเลย แผนของเราก็คือระดับ S จะอยู่หน้าสุดระดับ A จะอยู่ด้านหลัง ปิดท้ายด้วยระดับ B ที่จะคอยเก็บกวาดอีกหน เราจำเป็นต้องเตรียมระดับ A เอาไว้อีกกลุ่มเผื่อมอนสเตอร์มันจะหนีออกมาในฝั่งของพวกเรา”
แผนการจากทั้ง 3 เริ่มต้นขึ้นด้วยการนำเหตุและผลมาพูดคุยกัน จนกระทั่งได้แผนที่คิดว่ามีโอกาสลดจำนวนทหารที่ตายได้มากที่สุดทั้ง 3 จึงแยกย้ายกัน โดยที่แอชเชอร์และหัวหน้าแอนเดอร์สันได้เดินไปสวมใส่ชุดเกราะ ส่วนผู้พันเจมส์ได้เปิดไซเรนเตือนทหารในค่ายให้รู้ว่าพวกเขากำลังจะดำเนินการกวาดล้างมอนสเตอร์แล้ว จนทหารมากมายวิ่งวุ่นไปจัดแถวใจกลางค่ายทหาร
“คุณน็อตครับ ครั้งนี้ขอลูกธนูเยอะๆหน่อยนะครับ เน้นไปที่ระดับ 5 และ 6 ส่วนระดับ 7 100 ดอกก็เพียงพอ”
“ได้ครับ หัวหน้าแอนเดอร์สันต้องการอะไรเพิ่มไหม”
“ไม่ล่ะ แค่ดาบใหญ่เล่มเดียวก็มากพอแล้ว เติมพลังงานไปเยอะๆเลยครั้งนี้จะต้องใช้งานมากแน่นอน”
“แต่มันก็เติมได้เท่าเดิมนะครับ ผมจะให้หน่วยเสริมนำแกนมานาสำรองไปรอเปลี่ยนให้ด้วยก็แล้วกัน”
หลังจากชุดเกราะถูกสวมระดับ S ทั้งสองก็ได้เดินตรงไปรวมกลุ่มกับทหารทั้ง 1 หมื่นคนที่ถูกส่งมา โดยผู้พันเจมส์ที่มาก่อนหน้าได้ทำการแบ่งกลุ่มทหารให้เรียบร้อยแล้วเหลือเพียงแค่บุกเข้าไปเท่านั้น อย่างไรก็ตามทหารที่มองไปยังระดับ S ต่างพากันทำหน้างุนงง เพราะตอนนี้ด้านหลังของแอชเชอร์มีตะกร้าเหล็กบรรจุลูกธนูขนาดใหญ่สะพายเอาไว้ มันเป็นตะกร้าที่ใหญ่มากไม่เคยมีใครสะพายเข้าสู่สนามรบมาก่อนเพราะมันทำให้การเคลื่อนไหวอยู่ในข้อจำกัดที่มากเกินไป
“แถวตอนเรียง 10 ทั้งหมดจัดแถว~!”
ผู้พันเจมส์เริ่มสั่งการ จากนั้นเขาก็เดินลงมาจากเวทีเล็กๆปล่อยให้หน้าที่ต่อจากนี้ไปเป็นของหน่วยพิเศษที่จะเข้ามาควบคุมการทำงานทั้งหมดตั้งแต่เริ่มจนจบการกวาดล้างมอนสเตอร์ในอุโมง
“ระดับ A ชักอาวุธออกมา ระดับ B ตั้งโล่ป้องกัน”
ชริ้ง พรึ่บ~!
ทหารหลายพันชักอาวุธและยกโล่ แต่มีทหารกลุ่มหนึ่งไม่ได้ทำตามคำสั่งเนื่องจากพวกเขาจำเป็นต้องอยู่ที่ค่ายคอยจัดการมอนสเตอร์ที่จะทะลักออกมาจากอุโมงในช่วงกวาดล้าง ทันทีที่ทหาร 7 พันคนนำอาวุธของพวกเขาออกมานั้น แผ่นเหล็กกั้นขนาดใหญ่ปิดปากทางเข้าอุโมงก็ค่อยๆส่งเสียงดัง หลังจากผู้พันเจมส์สั่งการด้วยรีโมทเพื่อเปิดอุโมงส่งทหารเข้าไป
ตึง คลืน~!
อุโมงค่อยๆเลื่อนขึ้นไปด้านบนทีละเล็กทีละน้อย ด้วยน้ำหนักที่มากของประตูเหล็กทำให้เกิดเสียงดังส่งออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เมื่อบานประตูเลื่อนขึ้นจากพื้นได้เพียง 1 เมตรเท่านั้น แมงมุมที่อยู่ด้านในก็ได้พุ่งชนประตูหวังจะทะลวงช่องว่างออกมา
ตึง กร๊าซ~!
เหล่าทหารมากมายที่เตรียมตัวตกใจตื่นกับการพุ่งชนของแมงมุมจำนวนมากที่พยายามแหวกช่องว่างของประตูออกมาด้านนอกให้ได้ อย่างไรก็ตามพวกมันกลับตายเมื่อธนูในมือของแอชเชอร์ขึ้นสายยิงพวกมันจนทำให้เกิดลูกศร 5 ดอกพุ่งผ่านร่างแมงมุมที่พยายามจะทะลักออกมา นอกจากจะฆ่าพวกมันแล้วยังทำการแช่แข็งจนทำให้เกิดสิ่งกีดขวางแมงมุมพวกเดียวกัน
ตึง ตึง ตึง ตึง~!
เสียงประตูเหล็กค่อยๆเลื่อนขึ้นไปด้านบนดังผสมกับเสียงแมงมุมพุ่งชนประตู ในระหว่างที่ทุกๆคนมองดูการเปิดประตูนี้เองนั้น ลูกธนูในมือของแอชเชอร์ก็ได้พุ่งผ่านช่องว่างเข้าไปด้านใน จนทุกๆคนได้ยินเสียงแตกกระจายของน้ำแข็งที่น่าจะมาจากการฆ่ามอนสเตอร์ จนทำให้การทุบทำลายประตูลดจำนวนน้อยลง
“ทหาร~!!!”
หัวหน้าแอนเดอร์สันชูดาบให้สัญญาณ ประตูใกล้จะเปิดจนเต็มบานแล้ว อีกเพียง 1 เมตรพวกเขาจะต้องเข้าไปด้านใน เหล่าทหารมากมายที่ได้ยินคำสั่งต่างสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ทันทีที่การเคลื่อนประตูนิ่งสนิทจากการเปิดประตูเต็มบาน กลุ่มทหารก็เริ่มเคลื่อนตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ทุบทำลายร่างมอนสเตอร์ที่แข็งตายด้านหน้าประตูทะลวงเข้าไปในอุโมง
“แถวตอนเรียง 10 ใช้รูปแบบโจมตีในแถว~!”
“ทราบ~!!!”
ตึง~!
เท้าซ้ายของทหารก้าวออกไปพร้อมกันก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นเท้าขวาสลับกันเดินไปอย่างพร้อมเพรียง การกวาดล้างที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแยกกลุ่มต่อสู้ ด้วยสภาพพื้นที่เป็นอุโมงการทำเช่นนั้นจะทำให้พวกเขาเกิดอันตราย จึงใช้รูปแบบตั้งแถวเดินหน้าพยายามดันมอนสเตอร์ออกไปจากอุโมง วิธีนี้จะได้ผลดีที่สุด ระหว่างที่แอนเดอร์สันออกคำสั่งไปจนจบเขาก็ได้กระโจนเข้าหามอนสเตอร์ 6 ดาว หน้าที่ของระดับ S คือการลดจำนวนมอนสเตอร์ระดับสูงให้เหลือน้อยแล้วปล่อยระดับดาวต่ำๆให้ทหารเป็นคนจัดการ
เพล้ง~!
ธนูในมือของแอชเชอร์พุ่งแหวกลมไปตามอุโมงเสียบร่างของมอนสเตอร์ที่เขามองเห็น การเลือกใช้งานธนูภายในอุโมงแห่งนี้สำหรับแอชเชอร์ไม่ถือว่ายุ่งยาก อีกอย่างสกิลเชี่ยวชาญธนูขั้นสูงของเขาก็ใกล้จะอัพเป็นสกิลปรมาจารย์ธนูแล้วเช่นกัน แอชเชอร์จึงหาทางใช้งานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงนำออกมากวาดล้างมอนสเตอร์ ภายใต้การนำของระดับ S ทั้งสองที่เดินนำหน้าออกไป ทหารที่เดินต่อแถวต่างก็เริ่มตวัดกวัดแกว่งอาวุธฆ่ามอนสเตอร์ที่ระดับ S เหลือทิ้งไว้
“ฆ่ามัน~!”
“อย่าให้มันหลุดไปได้~!”
ดาบภายในมือของทหารฟาดฟันเข้าใส่ร่างมอนสเตอร์ 5 ดาวและต่ำกว่าจนแมงมุมมากมายตกตายเกลื่อน ต่อให้จะเป็นแมงมุมที่มีความสามารถในการปลดปล่อยพลังธาตุ สามารถดูดกลืนแรงระเบิดได้นั้น ล้วนแล้วตายภายใต้คมดาบ ด้วยพลังของชุดเกราะมาร์คเซเว่นที่สามารถต่อต้านมอนสเตอร์ 6 ดาว ทำให้แมงมุมภายในอุโมงตายเกลื่อน ด้วยความช่วยเหลือจากระดับ S 2 คนที่เดินฝ่าเข้าไปในฝูงมอนสเตอร์ ทำให้มอนสเตอร์ระดับ 6 ดาวและสูงกว่าตายไปหมดแล้วจึงเหลือแค่ตัวที่อ่อนแอให้ทหารได้ฆ่า
จากการโจมตี 10 นาทีที่ผ่านมาทำให้แมงมุมภายในอุโมงวิ่งแตกกระเจิงจากความกลัว บางตัวที่อ่อนแอมากทำการวิ่งกลับออกไปจากอุโมงในฝั่งเขต F47 แต่ตัวที่ต้องการหนีออกมาทางเขต F46 ล้วนถูกโล่ป้องกันของระดับ B ปิดทางเอาไว้ จนทำให้อุโมงไม่สามารถทะลวงไปเขต F46 ได้ด้วยโล่ที่ปิดล้อมเส้นทาง
“แอชเชอร์ มีระดับ 7 2 ตัว ฉันเอาตัวด้านซ้าย”
แอชเชอร์หันมองไปยังแมงมุม 7 ดาวตามร่างกายของมันเต็มไปด้วยของเหลวเหมือนกับลาวาไหลออกมาจากบนหลังอาบไปทั่วร่าง เขาจึงยิงธนูเข้าไปโจมตีมัน ทันทีที่ธนูพุ่งไปถึงร่างของแมงมุมลาวานี้เองนั้นมันก็ได้พ่นลาวาออกมาต่อต้านธนูของแอชเชอร์จนสามารถหักล้างการโจมตีของเขาไปได้
แอชเชอร์จึงดึงมานาจากชุดเกราะเพิ่มเข้าไปในสกิลลำแสงอาวุธ จนทำให้ลูกธนูภายในมือของเขาเรืองแสงมากกว่าเดิมก่อนจะส่งมันเข้าไปโจมตีมอนสเตอร์ตัวเดิมที่คิดจะต่อต้านธนูของเขา จังหวะที่ธนูของแอชเชอร์พุ่งกรีดอากาศมุ่งหน้าเข้าถึงขอบเขตการโจมตีของแมงมุม มันได้อ้าปากกว้างพ่นลาวาออกมามากกว่าเดิม
แต่แล้วลาวากลับระเบิดแตกกระจายก่อนที่ร่างของมันจะตายจากธนูที่เสียบเข้ากลางตัว ต่อให้ร่างกายของมันจะร้อนมากก็ตามที หลังจากที่ลูกธนูดอกที่สองพุ่งเข้าไป มันกลับค่อยๆแข็งตายในที่สุด