บทที่ 58 สุดยอดสาวพราวสเน่ห์หน้าอย่างใจอย่าง
ซิงซิงแทบจะไม่ได้เล่นกับเพื่อน ๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเลย เด็กน้อยจึงหัวเราะอย่างมีความสุขที่ได้รับการต้อนรับจากพี่สาวตัวน้อยเป็นครั้งแรก
“สวัสดีค่ะเหมียนเหมียน หนูชื่อซิงซิง~”
เหมียนเหมียนกระโดดลงจากที่นั่งของเธอ วิ่งเข้าไปคว้ามือซิงซิง
“พวกเราไปเล่นกันเถอะ”
ใบหน้าเจ้าเนื้อขึ้นสีแดงระเรื่อและเหลือบมองไปทางมู่จือ
“พี่คะ หนูขอไปเล่นนะคะ”
มู่จือยิ้มและลูบหัวของซิงซิงเบา ๆ “ได้สิ ซิงซิงไปเล่นเถอะ”
อินเสินกระแอมไอ สีหน้าของเขาพลันครึ้มลง
“ถามแค่พี่สาว ไม่ถามพี่ชายแล้ว?”
เสียงของเขาไม่ได้ดังมาก ผู้คนรอบข้างจึงไม่ได้ยินเสียงของอินเสิน แต่มองจากใบหน้าก็รู้ได้ว่าอินเสินกำลังไม่พอใจ
ซิงซิงโผเข้าไปทางอินเสินทันที เจ้าก้อนแป้งคว้านิ้วมือของเขาแล้วเขย่าเบา ๆ
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ขา ซิงซิงคิดถึงพี่มาก~ ซิงซิงไม่เล่นแล้ว ซิงซิงจะอยู่กับพี่ชาย!”
อินเสินซึ่งแต่เดิมทำหน้าเย็นชากลับยกมุมปากขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ทำให้ต้องยกแก้วน้ำขึ้นจิบเพื่อซ่อนรอยยิ้มนี้ไว้
มู่จือทำเสียง ‘ชิ’ อยู่ข้าง ๆ เขาและผลักก้นของซิงซิง
“พี่ชายของหนูไม่ต้องการให้หนูอยู่กับเขาหรอก ไปเล่นเถอะ แต่อย่าวิ่งออกไปนอกโรงแรมก็พอ”
ซิงซิงเอียงศีรษะมองไปที่มู่จือ จากนั้นมองสำรวจไปยังอินเสินด้วยแววตาสดใสเปล่งประกาย
อินเสินพยักหน้า “ไปเถอะ”
“เย่!” เด็กน้อยกระโดดลงจากตักของมู่จืออย่างมีความสุข และวิ่งเข้าไปจับมือเหมียนเหมียน
“พวกเราออกไปเล่นกันเถอะ!”
จู่ ๆ เหมียนเหมียนก็สะบัดมือของซิงซิงออกและโบกมือไปทางอินเสิน
“อาอิน พวกเราไปเล่นแล้วนะคะ”
จากนั้นก็วิ่งออกจากห้องจัดเลี้ยงไป
ซิงซิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมองดูมือเล็กที่ว่างเปล่าแล้วพลันรู้สึกเศร้าเล็กน้อย แต่ความคาดหวังที่จะได้เล่นกับเพื่อนทำให้หายเศร้าอย่างรวดเร็ว
ซิงซิงจึงรีบวิ่งตามเหมียนเหมียน
……
มู่จือและอินเสินจ้องมองแผ่นหลังของซิงซิง จนกระทั่งร่างของซิงซิงลับไปจากสายตา พวกเขาจึงดึงสายตากลับมา
มู่จือจิบไวน์ผลไม้ โน้มตัวเข้าใกล้อินเสินมากขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากยกขึ้นกระซิบแผ่วเบา
“วันนี้ซิงซิงบอกว่าฉันเป็นคนโปรดของเธอ”
อินเสินเลิกคิ้วเล็กน้อย “เป็นไปไม่ได้ ฉันต่างหาก”
อินเสินผู้สูงส่งพูดคำเหล่านี้ออกมาได้ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจ
มู่จือพูดตอบรับคำหนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “แล้วยังไงล่ะ เด็ก ๆ ชอบของใหม่ไม่ชอบของเก่าอยู่แล้ว ฉันพาเธอเล่นได้ทั้งอาทิตย์ แป๊บเดียวเธอก็ลืมพี่ไปแล้ว”
ปลายนิ้วของอินเสินยื่นไปจับแก้วไวน์ ใบหน้าไม่ได้แสดงสีหน้าหน้าใด และตอบกลับทันที
“อย่าลืมว่าตอนนี้ฉันเป็นผู้ลงทุน มันเป็นสิทธิ์ของฉันที่จะดูแลความคืบหน้าของโครงการ ฉันสามารถปรากฏตัวได้ตลอดเวลาหรือจะหยุดมันก็ได้เช่นกัน”
“แน่นอนว่าฉันสามารถทำลายเธอตอนไหนก็ได้”
รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่จือยังไม่จางหาย
“พี่คะ อย่าพูดเรื่องน่ากลัวแบบนั้นสิ”
มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยินบทสนทนานี้ แม้ว่าทุกคนจะไม่รู้ว่าทั้งสองคนกำลังพูดอะไร แต่ทุกคนก็สามารถดูจากการกระทำของพวกเขาได้
ความสัมพันธ์ระหว่างประธานอินและมู่จือนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แต่มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ของคู่รักแบบนั้น แม้ว่าทั้งสองจะมีหน้าตาที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ แต่พวกเขาที่นั่งด้วยกันก็ไม่ได้มีเคมีของคนเป็นคู่เลย
ถ้าจะให้พูด มันรู้สึกเหมือนมีสถานการณ์ตึงเครียดรอบกายพวกเขา
จินเหยียนเห็นทุกอย่างในสายตา สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
เธอเบื่อหน่ายแล้วจริง ๆ!
ตราบใดที่มู่จือยังอยู่ เธอก็จะไม่มีทางได้รับ!
นังสารเลวนี่สมควรตาย!
แล้วทำไมนังสารเลวคนนี้ถึงดูคุ้นเคยกับประธานอินขนาดนั้น หึ คงอาศัยใบหน้าที่มีเสน่ห์นั่นสินะ
จินเหยียนบีบฝ่ามือของตัวเองแน่น ความรู้สึกแสบร้อนที่มือทำให้หัวสมองของเธอปลอดโปร่งอย่างรวดเร็ว
เธอยืนขึ้นคลี่ยิ้มเล็กน้อยและหันไปขอโทษ
“ขอโทษนะคะประธานอิน เมื่อครู่ฉันพูดมากเกินไป ฉันขอดื่มอวยพรให้ค่ะ”
หลังจากนั้นเธอก็ยกเหล้าในแก้วขึ้นดื่ม
ดาราสาวตัวท็อปแสดงความเปราะบางเพื่อเอาใจถึงขนาดนี้ ไม่ว่านักลงทุนคนไหนต่างก็ต้องยกนิ้วให้กับเธอ แต่มันไม่ใช่กับอินเสิน
อินเสินมาที่นี่วันนี้เพื่อมาดูซิงซิง ตอนนี้ซิงซิงไม่อยู่ เขาไม่มีความจำเป็นต้องเข้าสังคมหรือเสวนากับใคร ทำเพียงเงยหน้าขึ้นมองไปที่จินเหยียนและตอบรับหนึ่งเสียง จากนั้นมองโทรศัพท์และไม่ได้สนใจจินเหยียนอีก
หลังจากเกิดความเงียบอันน่าอึดอัดใจอยู่ครู่หนึ่งก็มีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากมู่จือ ราวกับทองคำหยกที่ร่วงหล่นสู่พื้น ทำลายบรรยากาศรอบด้าน
“พี่จินเหยียน ดูเหมือนว่าประธานอินของพวกเราไม่อยากทำแบบนั้นเท่าไหร่นะคะ พี่อยากลองเปลี่ยนวิธีดูไหมล่ะ”
มู่จือคีบอาหารใส่ปากด้วยรอยยิ้มและเอียงศีรษะมองจินเหยียน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอนั้นดูใสบริสุทธิ์ แต่ความจริงคือเธอรู้สึกยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่น
เธอเป็นแบบนี้มาตลอด หน้าอย่างใจอย่าง
“พี่ลองทำแบบนี้สิ อ๊ะ! ประธานอินฉันจะล้มแล้ว คุณช่วยประคองหน่อยสิคะ”
“หรือว่า… ประธานอินมองฉันหน่อยสิคะ วันนี้ฉันไม่สวยเหรอ”
“พูดตรง ๆ กว่านี้หน่อย ไม่แน่นะว่าประธานอินอาจจะมองพี่มากขึ้นก็ได้”
หลังจากที่มู่จือพูดจบ ดาราชายที่อยู่ข้าง ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “พรืด” ออกมา ก่อนจะรีบเอามือปิดปาก
นิ้วของจินเหยียนสั่นเทาด้วยความโกรธ ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีเขียว ก่อนจะกัดฟันพูดออกมาทีละคำ
“มู่! จือ!”
ดวงตาของเธอแดงก่ำราวกับว่ามันคือใบมีด นึกอยากจะสับมู่จือให้แหลกเป็นชิ้น ๆ
มู่จือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนลุกขึ้นยืนและตบไหล่จินเหยียน
“เอ๊ะ พี่จินเหยียนโกรธเหรอคะ ไม่เอาน่า ฉันแค่ล้อเล่นเอง ขอโทษนะ”
“อย่าโกรธเลย ถ้าโกรธจะแก่เร็วนะคะ”
มู่จือขยิบตาให้จินเหยียนอย่างชอบใจและยังจับแขนของจินเหยียนด้วย
“พี่เหยียน อย่าโกรธฉันเลยนะ”
“ไม่! ไม่ได้โกรธ” จินเหยียนกลืนน้ำลายและพลันรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดในลำคอ
เวลานี้ผู้กำกับเจิ้งก็พยายามทำให้ทุกอย่างราบรื่นและนำไปสู่หัวข้อรายการที่จัดเตรียมไว้
มู่จือเข้าร่วมบทสนทนาอย่างรวดเร็ว
จินเหยียนพยายามคุมสติไม่ให้ตนเองกลายเป็นบ้าไปเสียก่อน สายตาของเธอเปลี่ยนเป็นฉายแววเย็นชา ความเกลียดชังในใจพลุ่งพล่านจนแทบระเบิดออกมา
……
ซิงซิงติดตามเหมียนเหมียนวิ่งไปที่ล็อบบี้
เหมียนเหมียนอายุมากกว่าเธอหนึ่งปีครึ่ง ร่างกายสูงกว่าซิงซิง ก้าวย่างของเด็กหญิงจึงยาวกว่า
ซิงซิงที่เหนื่อยจากการวิ่งอดพูดไม่ได้ว่า
“พี่เหมียนเหมียน ช้าลงหน่อย...”
เหมียนเหมียนหยุดฝีเท้าและหันไปมองซิงซิง ยกมือเท้าเอวพลางเงยหน้าขึ้นถามอีกฝ่าย
“เธอชื่อซิงซิงเหรอ”
เมื่อเห็นเหมียนเหมียนหยุดในที่สุด ซิงซิงก็หัวเราะอย่างมีความสุข
“ใช่ค่ะ”
ซิงซิงมีความกระตือรือร้นที่จะเล่นกับเพื่อนอยู่เสมอ ครั้งล่าสุดที่เห็นคนวัยเดียวกันกับตัวเองคือที่บ้านพี่หลี่หยวน แต่ในเวลานั้นพี่หลี่หยวน คุณป้าและคุณย่าต่างอยู่รอบตัวเธอ เธอจึงไม่ได้ทักทายพี่ชายทั้งสองคนอย่างเหมาะสมเสียด้วยซ้ำ
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ทำความรู้จักกับเพื่อนวัยเดียวกัน
ความอยากเข้าสังคมของเด็กน้อยนั้นมีอยู่สูง ซิงซิงล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบจี้หมีตัวเล็กออกมา
“พี่เหมียนเหมียน พวกเรามาเล่นด้วยกันเถอะ”
เหมียนเหมียนรับมันมาไว้ในมือและมองมันด้วยความรังเกียจ ก่อนจะโยนมันทิ้งลงบนพื้น
“ของนี่มันอะไร”
“อ๊ะ!” ซิงซิงรีบเอื้อมมือออกไปรับ แต่ก่อนที่จะรับได้ หมีน้อยตัวนั้นก็กระแทกลงบนพื้นเสียแล้ว
ซิงซิงหยิบหมีตัวน้อยขึ้นมาอย่างเจ็บใจ ใส่มันกลับเข้าไปในกระเป๋าแล้วพูดเสียงเบา
“พี่จะโยนเจ้าหมีน้อยแบบนี้ไม่ได้นะ…”
ขณะที่เธอพูด จู่ ๆ หนังศีรษะของเธอก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา
“อ๊ะ!” ซิงซิงร้องเบา ๆ ด้วยความเจ็บปวดและถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก็พบว่าเหมียนเหมียนกำลังดึงผมของเธออยู่
เหมียนเหมียนจ้องไปที่จี้แวววาวบนศีรษะของซิงซิงและพูดเสียงดัง
“ฉันชอบอันนี้ ฉันขออันนี้แล้วกันนะ!”
ซิงซิงเบะหน้า จับศีรษะตัวเองและปฏิเสธทันที
“ไม่ได้ อันนี้ของพี่มู่จือให้หนูมา”
“แกมันขี้งก!” เหมียนเหมียนจ้องเขม็ง “ฉันจะบอกอาอินว่าแกเป็นคนขี้งกที่สุดในโลก!”
“ฉันไม่ใช่นะ ไม่ใช่” ซิงซิงรีบอธิบาย “นี่คือของพี่มู่จือ ของของพี่สาว!”
เด็กน้อยร้อนใจพูดไม่หยุด
เหมียนเหมียนมองไปที่ซิงซิงแล้วกลอกตา ทันใดนั้นก็คว้าจับมือของซิงซิงราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มาเถอะซิงซิง ฉันจะพาเธอไปยังที่สนุก ๆ”
……………………………………………………………………………………………………………
พิเศษ อ่านที่ www.bookfet.com คุ้มกว่าแค่ 99.-
อ่านเหมาได้เกือบทุกเรื่องของ Onlybook