บทที่ 2 ตอนที่ 2 สัมผัสที่แตกต่างและคำสัญญา
เคนจิก้าวเดินเข้ามาในห้องพักก็พบกับหลินน้อย ที่กำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เคนจิลงไปนั่งที่ขอบเตียงพร้อมกับหลับตาลงเพื่อขบคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะรวบรวมพลังเวทที่ฝ่ามือปรากฏเปลวเพลิงสีดำที่ร้อนระอุไปทั่วทั้งห้องนอน เคนจิดับไฟที่ฝ่ามือพร้อมกับยื่นเข้าไปในช่องมิติเก็บของแล้วหยิบถุงน้ำออกมาดื่มเพื่อดับกระหาย
“เวทยังคงใช้ได้ ด้วยระดับพลังมานาของเราคงไม่ต้องกังวลหากไม่ได้ใช้เวทที่รุนแรง ช่องเก็บของก็ยังคงใช้ได้เหมือนเดิม เปลวเพลิงของเราร้อนขนาดนี้เลยหรือนี่ทั้งๆ ที่เราไม่เคยรู้สึกถึงความร้อนของมันมาก่อนเลย”
“ร่างกายของเจ้าร้อนอีกแล้วหรือเคนจิ เจ้าต้องการพลังหยินจากข้าหรือไม่?”
หลินน้อยก้าวเดินเข้ามาหาเคนจิอย่างรวดเร็ว พร้อมกับลูบคล้ำไปตามร่างกายของเคนจิเพื่อตรวจดูความร้อนจากร่างกายของเขา ทันใดนั้นเองดวงตาของเคนจิก็เบิกกว้างเมื่อยามที่ร่างกายของหลินน้อยเข้ามาใกล้ เพราะกลิ่นกายของหลินน้อยนั้นหอมมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว เคนจิพลิกตัวกลับคว้าจับท่อนแขนของหลินน้อยอย่างรวดเร็ว จนหลินน้อยเสียหลักล้มลงไปบนที่นอน โดยที่ร่างกายของเคนจินั้นขึ้นคร่อมนางอยู่ ทำให้ใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความเขินอายแล้วพูดบางอย่างออกมา
“อย่างน้อยครั้งนี้ข้าก็ไม่ต้องทำเอง”
“ข้าขอโทษ!!”
เคนจิรีบดันตัวเองลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับลมหายใจที่ถี่ระรัว ก่อนจะเหลือบดูมือทั้งสองข้างแล้วทำท่าบีบมือไปมา เพราะร่างกายหลินน้อยนั้นนุ่มนิ่มเป็นอย่างมาก ซึ่งต่างจากแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าเขาไม่เคยได้รับสัมผัสเช่นนี้มาก่อน
“หรือว่านี่คือไม่ใช่เกมจริงๆ แต่มันคือโลกอีกใบ”
“โลกอีกใบ? เกม? เคนจิมันคืออะไรกันแน่ ข้าเห็นพวกเจ้าคุยกันถึงเรื่องนี้ข้าไม่เข้าใจจริงๆ”
“หากข้าบอกเจ้าว่าข้าไม่ใช่คนของโลกใบนี้ แต่มาจากโลกอีกใบเจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่”
“เชื่อซิ”
“เจ้าเชื่อ? !”
“ใช่ ท่านพ่อเคยเล่าให้ข้าฟังว่าเมื่อหลายปีก่อนก็เคยมีเรื่องเช่นนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า...”
หลินน้อยเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนให้เคนจิฟัง จนเคนจิเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีต และเช่นกันที่เคนจิต่างเล่าถึงเรื่องต่างๆ ที่หลินน้อยไม่เข้าใจ ถึงโลกอีกใบที่เขาอยู่ และการเล่นเกม Guardian and Demon
“ที่แท้มันก็เป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วเจ้าจะทำยังไงต่อกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถพิชิตหอคอยและโค่นล้มมังกรทองโอริวได้หรือไง แม้แต่พลังของสี่สัตว์เทพรวมกันยังไม่ใช่คู่มือของโอริวเลยนะ”
“ไม่ว่ายังไง ข้าต้องหาทางกลับไปให้ได้”
“แล้วเจ้าก็จะทิ้งข้าไป...เพื่อกลับไปยังโลกของเจ้าใช่หรือไม่?”
เสียงที่สั่นคลอนของหลินน้อยทำให้หัวใจของเคนจิต้องสั่นไหว เมื่อเหลือบมองไปบนใบหน้าของหลินน้อยปรากฏน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม เคนจิค่อยๆ เอื้อมมือไปเช็ดหยาดน้ำตาอย่างช้าๆ พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าก็จะพาเจ้ากลับไปด้วยให้ได้ หลินน้อย”
“เจ้าพูดจริงๆ นะเคนจิ”
“ฉันสัญญา”
เคนจิพยักหน้ารับเบาๆ พร้อมกับตอบรับ หลินน้อยพุ่งเข้าสวมกอดเคนจิแน่นขนัดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย ก่อนที่หลินน้อยจะบรรจงจูบเบาๆ ที่ปากของเคนจิอย่างนิ่มนวล ทั้งสองต่างกอดกันแน่นภายในห้องที่เงียบงันพร้อมกับบรรยากาศที่แสนจะเป็นใจ ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของทากีร่าที่จ้องมองทั้งสองด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง จนทั้งสองต้องแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว และหลินน้อยก็ก้าวเดินออกไปจากห้องทันทีซึ้งเมื่อเดินผ่านทากีร่าไปก็ทิ้งข้อความไว้บางอย่าง
“เจ้าเคาะประตูไม่เป็นหรือไงกัน หากครั้งหน้าเป็นเจ้ากับเขาอยู่ด้วยกัน แล้วข้าเข้ามาขัดจังหวะบ้าง หวังว่าเจ้าคงไม่โกรธเคืองนะทากีร่า”
ใบหน้าของทากีร่าแดงก่ำพร้อมกับท่าทีที่เขินอาย ก่อนที่หลินน้อยจะเดินจากไปพร้อมกับสายตาที่โกรธเคือง เคนจิก้าวเดินมายืนที่เบื้องหน้าของทากีร่า กลิ่นหอมจางๆ ของทากีร่าทำให้หัวใจของเคนจิต้องสั่นไหวอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ไม่เคยได้กลิ่นของมันมาก่อนแม้จะเคยดูดเลือดของเธอมาถึงสองครั้งแล้วก็ตาม ก่อนจะพูดออกไปเพื่อข่มใจที่สั่นไหวของตน
“เจ้ามีอะไรทากีร่า?”
“ฉันขอโทษนะเคนจิ ฉันไม่รู้ว่าพวกนายทำอะไรกันอยู่ แต่มันเกิดเรื่องขึ้นแล้วฉันไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำยังไง”
“เกิดเรื่อง? มันเกิดอะไรขึ้นทากีร่า”
“คือ...ยูริฟื้นแล้วล่ะ!! แต่ว่า...ฉันกับมามอนเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นให้ยูริฟัง...ยูริก็นิ่งค้างไปเลยไม่พูดไม่คุยราวกับคนเสียสติไปแล้ว เธอคงช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันก็ทำอะไรไม่ถูกก็เลยมาหานาย”
เคนจิพุ่งทะยานออกจากห้องอย่างรวดเร็ว แล้วมาปรากฏตัวที่ห้องของทากีร่าซึ่งมีมังกรดินและมามอนที่กำลังยืนปลอบยูริอยู่ เมื่อเห็นเคนจิเข้ามายังด้านในห้องยูริก็พุ่งเข้าสวมกอดเคนจิทันทีพร้อมกับร่ำไห้ออกมาเสียงดังลั่น ทำให้ทุกคนในห้องต้องตกตะลึงแม้แต่หลินน้อยเองยังจ้องมองจนตาค้าง
“ไม่จริงใช่ไหมเคนจิ! มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม แล้วผู้คนที่เคยฆ่าไปพวกเขาก็เป็นคนจริงๆ ใช่ไหม พวกเขาไม่ใช่ NPC ที่ระบบสร้างขึ้น บอกฉันทีเถอะว่ามันคือความฝัน ฉันไม่อยากอยู่ในนี้มันโหดร้ายเกินไป แล้วฉันก็ยังมีภาระหลายอย่างที่ยังต้องทำ บอกฉันซิเคนจิ!! ว่าฉันฝันไป...ฮือๆ!!”
“เพลี้ยะ!!!”
เคนจิตบหน้ายูริดังสนั่น ทำให้ทุกคนในห้องต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใบหน้าของยูริแดงฉานปรากฏรอยนิ้วมือบนใบหน้า เธอค่อยๆ ลูบรอยนั้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย
“เจ็บเหลือเปล่า?”
“จะ...เจ็บ!”
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็รู้แล้วซินะ ว่ามันไม่ใช่ความฝัน”
“อะ..อืม แต่...”
“ยูริ โลกใบนี้ผู้เข้มแข็งเท่านั้นถึงจะมีชีวิตอยู่ได้ หากเธอยังไม่ยอมรับความจริงเธอก็มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้หรอกนะ ถ้าเธอยังอยากกลับไปในโลกเดิมเธอต้องเข้มแข็งกว่านี้”
“แต่..ฉันกลัว ฉันกลัวจริงๆ นะ ฉันอยากกลับบ้าน ฮือๆ !”
ยูริร้องไห้เสียงดังลั่น มือทั้งสองข้างปาดน้ำตาไม่ขาดสาย เคนจิเห็นดังนั้นก็เข้าสวมกอดยูริจนแน่นขนัด แล้วพูดบางอย่างออกไปทำให้หัวใจของยูริสั่นระรัว
“ฉันขอโทษนะยูริ แต่ฉันสัญญาฉันจะพาเธอกลับไปให้ได้ เพราะฉะนั้นเธอต้องเข้มแข็ง รอจนกว่าวันนั้นจะมาถึง ความสามารถเรายังมีพลังเวทก็ยังใช้ได้ และที่สำคัญ...เธอยังมีฉันที่จะคอยปกป้องเธอ”
“สัญญานะเคนจิ”
“ฉันสัญญา เตรียมตัวเถอะเราจะออกเดินทางกันแล้ว”
“ออกเดินทาง? พวกเราจะไปไหนกัน”
“พาเธอกลับบ้านยังไงล่ะ”
เคนจิดันร่างของยูริออกพร้อมกับปาดน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าของเธอ ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินจากไป เมื่อเคนจิเดินจากไปรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำ ในขณะที่เคนจิก้าวเดินออกจากห้องทากีร่าก็เอ่ยปากถามทันที ทำให้ทุกคนเหลือบมองมาทางเคนจิโดยพร้อมเพรียงกัน
“นายทำรุนแรงไปหรือเปล่า?”
“เธอไม่เจ็บมากหรอก คนที่เจ็บมันฉันตั้งหาก”
“นายเจ็บ? เจ็บตรงไหน? นายเป็นคนตบหน้ายูรินะ”
“เจ็บที่ใจ”
เคนจิเดินจากไปจนมาถึงระเบียงของโรงแรมเหลือบมองไปยังหอคอยที่ปรากฏให้เห็นไกลๆ พร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้าแล้วกำหมัดแน่น ราวกับว่าจะบีบหอคอยให้แหลกคามือ ซึ่งตอนนั้นเองที่หลินน้อยปรากฏตัวขึ้นข้างกายเคนจิ
“หลอกเด็กได้อีกคนแล้วนะเคนจิ”
“คือ...ข้า...ข้าแค่เรียกสตินางเท่านั้น!!!”