นอกจากเนื้อที่ในสถาบันการทหารที่มีมากกว่าสถาบันวาเดลที่ 1 แล้วการตกแต่งต่างๆไม่ได้มีความแตกต่างกันมากจนเกินไป ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ควรจะเป็นเพราะการจ้างวานบุคคลากรที่มีทักษะและคุณภาพในการสอน
นัดทานอาหารครั้งนี้ หลินสามารถปฏิเสธได้โดยที่มันจะไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง แต่การสนทนาครั้งนี้สมควรเป็นประโยชน์ต่อตัวเขามากกว่า และที่สำคัญเขาเองก็มีเรื่องที่ต้องการถามอีกด้วย
รถยนต์ถูกจอดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นชายร่างท้วมผู้เคยยืนอยู่ในลำดับที่ 5 ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
เรเชล และ ฟีร่า โค้งเพื่อทำความเคารพชายร่างท้วมและเรียกชื่อของเขาทันทีที่ลงจากรถ
"ท่านสปิน"
สปินโค้งกลับเช่นกัน
"หลิน เข้าไปด้านในก่อน" สปินเรียกชื่อของชายหนุ่มห้วนๆให้ความรู้สึกสนิทสนม แม้สถานะจะเป็นเพียงคนรู้จักกันเท่านั้น
"นี่คือบัตรสำหรับแสดงตัวตนของกองทัพ สามารถเข้าออกได้ทุกที่ที่ต้องการ โดยไม่มีข้อบังคับ" สปินยื่นบัตรสีทองใบหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ของกองทัพให้แก่เขา
"นี่เป็นบัตรสำหรับการใช้ซื้อของต่างๆ มันไม่จำกัดวงเงิน ใช้ได้ตามที่ต้องการ บัตรก่อนหน้านี้ที่ให้เรเชลมาก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ใบนี้เพื่อไว้สำหรับความต้องการส่วนตัวของนาย" สปินยื่นบัตรสีทองออกมาอีกใบ แต่ตัวบัตรต่างกับบัตรก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
"และบัตรใบสุดท้าย" บัตรสีขาวที่ไม่มีลวดลายใดๆ
สัมผัสแรกที่จับบัตร ความรู้สึกมันคล้ายกับว่าตัวเขาอยู่ในที่สูงขึ้นไปบนฟ้า ดวงตาของเขาสามารถมองออกไปได้ไกลตามใจนึก สามารถเห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่รวมกันเป็นจำนวนมากได้อย่างชัดเจนในทันที
แม้ว่าจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่มันสามารถมองเห็นสถานการณ์โดยรวมได้แบบทันท่วงที
หลินรู้สึกทึ่งกับอุปกรณ์เช่นนี้มาก มันไม่ใช่อุปกรณ์ที่ดรอปลงมาอย่างแน่นอน เขาเคยเห็นอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นและสามารถใช้ทักษะได้แบบนี้ครั้งแรกคือบัตรขอบรัฐบาล เขาเคยหาข้อมูลในสถาบันวาเดลที่ 1 และทราบว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยกองทัพ
"ผมอยากรู้วิธีการสร้างอุปกรณ์" หลินพูดความต้องการของตัวเองออกมาตามตรง
"นายสามารถเข้าชมได้ตลอดเวลา เพียงให้ฟีร่าเป็นคนแนะนำ เธอศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก" สปินกล่าวแนะนำ
ฟีร่าเมื่อถูกมองเพียงพยักหน้าตอบรับ
"อสูรที่บุกมาเมื่อวาน สามารถเข้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร ?" หลินเริ่มเปิดคำถามแรกออกมา
สปินถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูด "พูดตามตรง กองทัพเองก็ไม่ทราบถึงวิธี ได้แต่คาดเดาถึงวิธีการที่มีความเป็นไปได้ และคิดว่าเป็นการคาดเดาที่ถูกต้อง ข้อแรกคือศัตรูมีคนที่มีทักษะระดับทองคำจึงสามารถทำเช่นนี้ได้ เรื่องนี้อาจจะเป็นความลับ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร คนของเราเองก็มีคนที่มีทักษะคล้ายแบบนี้ มันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นทักษะเดียวกันก็ว่าได้ เพียงแต่มันเป็นทักษะระดับโกลขั้นต่ำ"
"ผู้นำซึ่งเป็นคนเดียวที่ได้ครอบครองทักษะระดับทองคำเคยพูดเอาไว้ว่า ทักษะระดับทองคำก็คือทักษะระดับโกลในรูปแบบที่ถูกอัพเกรดขึ้น โดยวิธีการบางอย่างที่อยู่ในดันเจี้ยนระดับสูง ปัจจุบันไม่มีใครทราบว่าผู้นำอยู่ในดันเจี้ยนที่เท่าไหร่"
"ครั้งล่าสุดที่ทราบคือดันเจี้ยนชั้นที่ 480 เป็นระดับชั้นที่สูงที่สุดเป็นสถิติหนึ่งที่มีคนได้ก้าวไปถึง การที่ผู้นำค้นพบเรื่องนี้เป็นไปได้สูงว่าผู้นำอาจจะอยู่ในชั้นที่สูงกว่า 500 และนั้นเป็นเหตุผลที่ผู้นำได้ทักษะระดับทองคำมา ดังนั้นการที่ผู้นำไม่พูดความจริงออกกลับกลายเป็นเรื่องที่ดีกว่า การที่จะผ่านชั้น 500 เพื่อได้รับทักษะระดับทองคำอาจจะกลายเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันของใครหลายๆคน แม้ว่าเรื่องนี้ผู้นำจะเป็นคนค้นพบ ตอนนี้ยังไม่ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการจนกว่าจะมีคนที่สองค้นพบ"
"ทักษะระดับม่วงที่เคยเป็นระดับสูงที่สุดได้ถูกทดสอบกับทักษะระดับทองคำและเกิดการจัดลำดับทักษะขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จากที่เคยมีความเชื่อว่าทักษะระดับม่วงเป็นทักษะระดับสูงที่สุดเปลี่ยนเป็นไม่มีความเชื่อเช่นนั้นอีกต่อไป การที่มีทักษะที่สูงกว่าระดับม่วงนั้นหมายความว่ามันอาจจะมีทักษะที่สูงกว่าระดับทองคำเช่นเดียวกัน"
"การคาดเดาข้อที่สองคือ ศัตรูได้สร้างอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีความสามารถเช่นนี้สำเร็จ ศัตรูที่ถูกส่งเข้ามาเว้นระยะออกไปหลายวันจึงส่งเข้ามาอีกครั้ง หมายความว่าการทำงานของมันมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นจากอุปกรณ์เช่นเดียวกัน"
"แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ และสร้างความกังวลให้กับกองทัพเป็นอย่างมาก หลายครั้งก่อนหน้านี้ศัตรูที่ส่งเข้ามาจะเข้ามาได้ถึงเพียงพื้นที่เขตใกล้เคียงสงคราม การบุกรุกครั้งนี้จึงเหนือความคาดหมาย ถ้าไม่ใช่เพราะผู้นำสั่งให้มีการฝึกซ้อมในเหตุการณ์สำคัญเช่นนี้ในทุกๆเขตของกองทัพ อาจมีความสูญเสียเกิดขึ้นได้"
"ท่านผู้นำสามารถผ่านระดับชั้น 500 ได้แล้ว ?" เรเชลได้โอกาสถามออกมาหลังจากที่สปินพูดจบลง
สำหรับหลิน เขาเคยต่อสู้กับผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้นำมาแล้วหนึ่งครั้ง เขากับไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ แม้ว่าตัวเขาจะอยู่เพียงดันเจี้ยนชั้นที่ 201 การที่จะขึ้นไปสูงกว่านั้นเพียงขึ้นอยู่กับเวลา สำหรับหลินการต่อสู้จริงเป็นการพัฒนาตัวเองที่ดีที่สุด หลายวันนี้เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มห่างเหินจากดันเจี้ยน อาจจะเป็นเพราะมันไม่ดึงดูดใจเขาอีกต่อไปแล้ว
การได้ฟังเรื่องนี้กลายเป็นตัวจุดชนวนให้กับเขาอีกครั้ง ความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าสู่ดันเจี้ยนในที่สุดมันก็กลับมาแล้ว