ตอนที่23 ทดสอบผู้คุ้มกัน
เทาเซียวสอบถามบรรดาผู้สูงอายุจากกลุ่มเสวนาน้ำชาเสร็จเรียบร้อยเขาเดินกลับมารายงานเ้านาย พลันเหลือบมองเห็นหญิงสาวสวยคนหนึ่งกำลังร้องไห้ต่อหน้าเ้านาย
เขาหรี่ตามองอย่างพิจารณาเพราะััได้ว่าเ้านายไม่ได้ชื่นชอบผู้หญิงสวยตรงหน้าแม้แต่น้อยอีกประการหนึ่งเขาเคยช่วยงานซินดี้มาก่อน ซึ่งคลุกคลีอยู่ในแวดวงบันเทิงที่ต้องพบปะผู้คนมากมายทำให้เขาเข้าใจพฤติกรรมของฝ่ายหญิงอย่างง่ายดาย
เขาปราดเข้ามายืนขวางระหว่างหญิงสาวสวยและเ้านายอย่างรู้หน้าที่พร้อมกับบอกเ้านายด้วยน้ำเสียงลึกลับว่า
“เ้านายครับ มีเหตุร้ายกำลังจะเกิดขึ้นพวกเราต้องไปจากที่นี่โดยเร็ว ไม่งั้นเดี๋ยวตำรวจมาละก็.....ยุ่งแน่เลยครับ”
เสิ่นอี้มองเห็นสายตาส่งสัญญาณจากลูกน้องเขายิ้มมุมปากพลางตอบกลับอย่างเข้าใจระหว่างกันทันทีว่า
“อ้าวหรือ? งั้นพวกเรารีบไปเถอะ อย่าอยู่ให้ตำรวจมาหาเลย”
ชายหนุ่มรับคำลูกน้องทันทีพร้อมกับเดินเร็วตามหลังลูกน้องกลับไปที่รถยนต์ ซึ่งจอดอยู่ในสวนสาธารณะทันใด
จ้าวเฟยเซียนยืนนิ่งตกตะลึงครู่หนึ่งพอได้ยินคำว่าตำรวจกำลังจะมา ทำให้เธอผละวิ่งหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมของเธอคล้ายกับเกรงกลัวความผิดบางอย่าง
เทาเซียวและเสิ่นอี้มองเห็นพฤติกรรมของหญิงสาวมีท่าทางตื่นใพร้อมกับวิ่งหนีไปอีกทิศทางหนึ่งซึ่งตรงกันข้ามกับทิศทางที่เสิ่นอี้เดินจากมา
ทั้งคู่มองสบตากันพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีเสิ่นอี้ยกนิ้วโป้งพลางกล่าวชมเชยลูกน้องที่ทำงานรู้ใจและมีไหวพริบดีว่า
“ไม่เลว!.....เสี่ยวเซียว.....นายนี่นกรู้จริง ๆไม่นึกว่าฉันกำลังหาทางหนีจากแม่นั่นอยู่พอดี”
เทาเซียวเกาหัวอย่างเขินอายเขาชี้แจงเ้านายเกี่ยวกับท่าทางที่ตนพูดและแสดงออกไปตามจริงว่า
“ขอบคุณครับผมเคยเห็นคนหลากหลายกับพี่ซินดี้มาก่อน ก็เลยพอจะมองออกอยู่บ้าง ว่าใครเป็ยังไงหากผู้หญิงคนนั้น
เ้านายไม่ชอบก็ดีแล้วล่ะครับ หล่อนไม่ใช่คนดีเลยดูท่าเ้าเล่ห์มารยาเยอะเหลือเกิน หากไปเล่นละครคงได้รางวัลเพียบ”
เทาเซียวอดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็นตามจริงเขากลัวว่าเ้านายจะกลับไปคืนดีกับผู้หญิงพรรค์นั้น
“ไม่ต้องเป็ห่วงฉันไม่ได้ชอบหล่อนแล้ว โชคดีด้วยซ้ำไปที่หล่อนทิ้งฉันในวันที่ฉันยากจนแทบไม่เหลืออะไร แต่ก็ช่วยให้เห็นธาตุแท้ของใครบางคนมากขึ้น”
เสิ่นอี้โบกมือปฏิเสธอย่างไม่กังวลใจเขารู้สึกโล่งอกสบายใจที่ไม่ต้องเป็แฟนของผู้หญิงใจโลเลเช่นนั้นอีก
จากนั้นเขาสอบถามความคืบหน้าของงานที่มอบหมายให้กับลูกน้องด้วยความอยากรู้ว่า
“แล้วงานที่ให้ไปสอบถามเป็ยังไงบ้าง?”
เสิ่นอี้และเทาเซียวเดินคุยกันไปที่รถยนต์ด้วยท่าทางผ่อนคลายมากขึ้น
เทาเซียวรายงานสถานการณ์ตามข้อมูลที่ได้จากการไปสอบถามกับผู้คนแถบนี้ให้เ้านายฟังว่า
“มีข่าวดีทีเดียวครับเ้าของร้านขายบะหมี่ตรงหัวมุมด้านโน้น เขาเพิ่งจะประกาศขายกับคนแถวนี้พอดีเห็นว่าต่อสู้กับพวกอันธพาลเ้าถิ่น ที่มาเก็บค่าคุ้มครองไม่ไหวพวกเราจะซื้อไว้ไหมครับ?หากเ้านายจะซื้อไว้จริงละก็ ผมว่าพวกเราควรหายามหรือไม่ก็ ผู้คุ้มกันเก่ง ๆมาไว้คอยดูแลร้านสักหน่อยนะครับ”
เทาเซียวชี้นิ้วแสดงตำแหน่งที่ตั้งร้านบะหมี่เขาไม่อยากเห็นเ้านายต้องสูญเสียเงินจำนวนมากไปโดยเปล่าประโยชน์ ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเ้านายทำงานอะไรหรือหาเงินมาจากที่ไหนก็ตาม
เขารู้สึกเสียดายแทนหากต้องมาจ่ายค่าคุ้มครองในขณะที่เ้านายเปิดทำอาหารแจกฟรีเดือนละหนึ่งครั้งเท่านั้น
เสิ่นอี้ลูบคางอย่างใช้ความคิดเขาพบว่าลูกน้องมีคำแนะนำที่ดีทีเดียวในการวางแผนเฝ้าระวังเหตุร้าย จึงสอบถามถึงที่มา
ของคำแนะนำด้วยความสนใจว่า
“เอ๋! เสี่ยวเซียวแนะนำแบบนี้แสดงว่ามีคนรู้จักทำงานเป็ยามหรือ?”
เทาเซียวยิ้มเขินอายที่พบว่าเ้านายรู้เท่าทันตนเองเขาพยักหน้ายอมรับตามจริงอย่างไม่กังวลใจ พร้อมกับอธิบายถึงที่มาของคำแนะนำนั้นอย่างจริงใจว่า
“เ้านายฉลาดเสียจริงอันที่จริงก็พอมีคนรู้จักอยู่ครับ เขาเป็เพื่อนกับพี่ซินดี้ั้แ่เรียนมัธยมด้วยกันเป็คนเถรตรงที่รวมก๊วนกับคนคอเดียวกัน เป็กลุ่มทหารปลดประจำการไปแล้วแต่ทักษะต่อสู้ใช้ได้ทีเดียว พี่ซินดี้เคยใช้บริการบ่อยครั้งเวลาต้องดูแลดาราออกงานอีเวนต์”
เสิ่นอี้พยักหน้ารับรู้อย่างพึงพอใจเขากำลังวางแผนที่จะหาคนคุ้มกันอยู่พอดีเพราะคิดว่าอนาคตอาจต้องทำงานหลาย
อย่างซึ่ง้าคนช่วยประสานงานและดูแลงานแทนเขา
ชายหนุ่มบอกกล่าวเทาเซียวพร้อมกับมอบหมายงานให้อีกฝ่ายอย่างผ่อนคลายว่า
“งั้นก็ดี.....เสี่ยวเซียวโทรหาซินดี้ให้ลองติดต่อพวกเขาทีหากพวกเขาว่างงานอยู่ก็ให้มาเริ่มงานพรุ่งนี้เลยฉันไม่อยาก
ให้การปรุงอาหารต้องหยุดชะงักเพราะใครบางคนพวกเรามีเวลาจำกัดแค่ห้าชั่วโมงเท่านั้นเองนะ”
เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าภารกิจจากระบบโกลาหลไม่น่าที่จะง่ายดายเกินไป ถึงแม้ว่าจะถูกจำกัดด้วยเงื่อนเวลาทว่าอาจมีอุปสรรคอย่างอื่นที่คาดไม่ถึงก็เป็ไปได้
อย่างไรก็ตามการตัดสินใจช่วยเหลือให้งานกับชายสามคนกลับกลายเป็ผลดีสำหรับภารกิจที่สามของเสิ่นอี้ไปโดยไม่รู้ตัว
..........
เทาเซียวติดต่อซื้อตึกแถวกว้างสองคูหาสองชั้นจากเ้าของร้านบะหมี่ที่ตั้งอยู่ปากทางเข้าเขตพื้นที่ชุมชนแออัดย่านตะวันตกพอดีกล่าวได้ว่าร้านบะหมี่อยู่ในทำเลดีซึ่งมีผู้คนสัญจรไปมาในชุมชนเป็จำนวนมาก
เสิ่นอี้ปล่อยให้เทาเซียวทำหน้าที่ติดต่อซื้อขายและปรับปรุงตึกแถวไปเองอย่างสบายใจ
ในเวลานี้เขากำลังนั่งสัมภาษณ์ชายหนุ่มกำยำสามคนที่มีบุคลิกไม่แตกต่างกันโดยทั้งสามคนสูงไล่เลี่ยกันประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเิเ ท่าทางเคร่งขรึมพูดน้อย ไม่มีท่าทางหลุกหลิกหรือมีพฤติกรรมเ้าเล่ห์แต่อย่างใด
“คนนี้ชื่อสงกวางเป็เพื่อนของซินดี้เองค่ะ ส่วนคนนี้ชื่อหวังฉาน และเหลียงลู่เอินซินดี้เคยเรียกใช้งานพวกเขาบ่อยอยู่ค่ะ พวกเขาทำงานดีแต่พูดโผงผางเกินไปก็เลยอยู่ที่ทำงานเก่าลำบากสักหน่อยค่ะ”
ซินดี้เป็คนกล่าวแนะนำชายหนุ่มทั้งสามคนให้เ้านายที่นั่งจ้องมองบนโซฟาได้รู้จักเขารู้สึกยินดีที่พบว่าเ้านายสนใจอยากใช้บริการจากเพื่อนทั้งสามคนซึ่งเขา้าช่วยหางานให้ทั้งสามคนได้ทำเป็ประจำดีกว่าต้องออกไปรับจ้างทวงหนี้ให้กับเถ้าแก่เงินกู้นอกระบบ
เสิ่นอี้พยักหน้ารับรู้เขา้าทดสอบทักษะต่อสู้กับคนทั้งสามเพราะั้แ่ได้รับทักษะต่อสู้มาจากระบบโกลาหลเขายังไม่มีโอกาสต่อสู้จริงจังสักครั้ง
อนึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมาบนดาวผีเสื้อนั้นเขาจำเป็ต้องวิ่งหนีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าจึงพลาดโอกาสในการปะทะฝีมือกับคนแข็งแกร่งที่ไม่เหนือกว่าเขามากนัก
“หากผมจะรับคนเข้าทำงานพวกคุณต้องแสดงฝีมือเต็มที่ให้ผมดู หากมีทักษะต่อสู้มากพอที่จะเป็ผู้คุ้มกันผมยินดีจ้างคนละหนึ่งหมื่นหยวนต่อเดือน มีอาหารและที่พักให้พร้อม ไม่หักจากเงินเดือนอีกด้วย”
ชายทั้งสามคนและซินดี้ได้ยินคำกล่าวแสดงอัตราเงินเดือนรวมทั้งความเอื้อเฟื้อเื่ที่พักและอาหารการกิน ซึ่งเป็น้ำใจจากเ้านายหนุ่ม ต่างพากันตาโตเป็ประกายอย่างยินดี
ซินดี้หันหน้าไปบอกเพื่อนทั้งสามคนอย่างยินดีและมีความสุขว่า
“แสดงฝีมือให้เต็มที่เลยนะฉันรับประกันได้ว่าหากพวกนายมาทำงานที่นี่แล้ว รับรองว่าชีวิตพวกนายจะดีขึ้นแน่นอน”
ซินดี้อยากให้เพื่อนมีงานและเงินเดือนที่ดีรวมทั้งมีเ้านายดีที่ไม่เื่มาก ซึ่งเขาพบว่าั้แ่ทำงานให้เ้านายคนนี้ยังไม่เคยมีสักครั้งที่เ้านายมอบหมายงานให้ทำในสิ่งที่ผิดหรือไม่ถูกต้องมีแต่ชวนทำภารกิจประหลาดที่เป็เื่ดีจึงคิดว่าเพื่อนตนจะต้องมีโชควาสนาแน่นอนหากได้ทำงานร่วมกัน
“ตกลงครับ!” ชายทั้งสามคนขานรับคำสั่งจากเสิ่นอี้อย่างกระตือรือร้น
เสิ่นอี้เดินนำชายทั้งสามคนไปสนามหญ้าหน้าบ้านที่เทาเซียวดูแลตกแต่งเป็อย่างดีซึ่งเขาคิดว่าพื้นหญ้านุ่มน่าจะช่วยรองรับแรงกระแทกจากการต่อสู้ได้ดีระดับหนึ่ง
เมื่อทุกคนมาถึงสนามหญ้าหน้าบ้านแล้วเสิ่นอี้พับแขนเสื้อเชิ้ตหรูขึ้นเหนือข้อศอกเขาถอดรองเท้าวางไว้อีกด้านของสนามหญ้าพร้อมยืนจังก้าเตรียมพร้อมและส่งเสียงท้าทายชายหนุ่มทั้งสามคนอย่างคาดหวังว่า
“พวกคุณเข้ามาพร้อมกันเลยไม่ต้องกลัวว่าผมจะเจ็บตัว ใส่แรงมาให้เต็มที่ ผมอยากรู้ว่าพวกคุณมีพละกำลังมากแค่ไหน?”
สงกวาง หวังฉานและเหลียงลู่เอินได้ยินคำกล่าวท้าทายจากชายหนุ่มผอมบาง พวกเขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะทว่าเมื่อคิดได้ว่าเป็การทดสอบงานที่หมายถึงอนาคตในการทำงานของตนเอง
ทั้งสามคนระงับความกังวลใจทันทีแล้วกำหมัดพุ่งเข้าใส่เสิ่นอี้พร้อมกันทันใด
“เตรียมรับหมัดพวกเราด้วยย๊ากกกก.....” สงกวางกำหมัดแล้วพุ่งเข้าใส่เสิ่นอี้อย่างเต็มกำลัง
“เ้านาย!.....ระวัง!”หวังฉานส่งเสียงบอกเสิ่นอี้ไว้เป็การล่วงหน้า ก่อนกำหมัดพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มทันที
“ระวัง!.....รับหมัดซะ!”หวังลู่เอินะโบอกเสิ่นอี้พร้อมกับพุ่งเข้าใส่เต็มเหนี่ยว