"มันไม่มีบทลงโทษอื่นเลยหรือ?"
หลังจากที่ได้ยินเสี่ยวไป๋กล่าว ไป๋ฉีอดไม่ได้ที่จะไถ่ถามอีกครา เพราะเขาไม่อยากให้เสี่ยวไป๋เข้าสู่ห้วงแห่งการหลับไหลจริงๆ
เสี่ยวไป๋ยกยิ้ม แน่นอนเธอย่อมรู้ดีว่านายท่านของเธอกำลังคิดอะไร "นี่เป็นโทษสถานเบาแล้วเจ้าค่ะ แต่อย่าได้กังวลไปเสี่ยวไป๋จะถ่ายทอดความรู้เรื่องเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ต่างๆในจักรวาลให้ เมื่อนายท่านมีความรู้เรื่องเผ่าพันธุ์อื่นๆและสมุนไพร ตลอดสามปีนับจากนี้นายท่านก็จะสามารถเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างแน่นอน"
ได้ยินเสียงของเสี่ยวไป๋ ไป๋ฉียกมือขึ้นดีดหน้าผากของเธอเบาๆไปหนึ่งครั้ง "ข้าไม่ได้คิดหรือกังวลอะไรเรื่องนั้น เพียงแต่ข้าไม่อยากให้เจ้าหลับไหลต่างหาก เพราะมันทำให้ข้ารู้สึกว่าส่วนหนึ่งในชีวิตหายไป"
เสี่ยวไป๋ยกยิ้มอย่างดีใจ "ฮิฮิ นายท่านพูดเหมือนเราจะไม่ได้พบกันอีกอย่างไรอย่างนั้น สามปีสำหรับนักสู้ถือว่าไม่นาน หากมองในมุมของเสี่ยวไป๋แล้ว การหลับไหลสามปีเเลกกับต้นโพธิ์ต้นนี้นับว่าเป็นการเเลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง"
สิ้นเสียงของเสี่ยวไป๋ ไป๋ฉีก็หันไปมองที่ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย
หากพูดกันตามหลักเหตุผลมันก็จริงอย่างที่เสี่ยวไป๋กล่าว ต้นโพธิ์ต้นนี้นับว่าล้ำค่าเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากผลของมันแล้ว รากของมันตามตำรายังสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบสำหรับการสร้างร่างใหม่เพื่อคืนชืพคนตาย และสุดท้ายหากต้นโพธิ์ต้นนี้เกิดจิตโพธิ์ขึ้นมาเขาสามารถนำจิตโพธิ์นั้นไปทำโพชั่นระดับจ้าวจักรวาลที่มีชื่อว่า โพชั่นจิตจักรวาล ได้
สรรพคุณของมันหากมองจากนักสู้ธรรมดาอาจจะไม่ได้ดีเด่นอะไร แต่โพชั่นชนิดนี้จะช่วยนักสู้ที่มีพลังจิตสามารถยกระดับพลังจิตได้อย่างมหาศาล และทำให้การพัฒนาของคนๆนั้นเร็วขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี
"ฮิฮิ คิดได้แล้วใช่ไหมล่ะเจ้าคะนายท่าน"
ไป๋ฉีส่ายหน้า "แต่ข้าก็ยังไม่อยากให้เจ้าหลับไหลอยู่ดี"
"ทำอย่างไรได้ล่ะเจ้าคะ นี่เป็นกฏที่ผู้สร้างสรรค์กำหนดไว้มิอาจฝ่าฝืนได้ ในเมื่อเสี่ยวไป๋อยากให้ต้นโพธิ์มาอยู่ในหอคอยจักรวาลโดยพลการก็ย่อมมีสิ่งที่ต้องจ่ายเป็นธรรมดา"
"หมดเวลาพูดคุยแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้เสี่ยวไป๋ง่วงมาก ข้าจะถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ต่างๆให้กับนายท่านในตอนนี้"
ว่าแล้วเสี่ยวไป๋ก็ชี้นิ้วไปที่ศีรษะของไป๋ฉีในทันที ความรู้เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ต่างๆประดังเข้ามาในหัวของไป๋ฉีพร้อมกับตัวของเสี่ยวไป๋ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นเส้นแสงพุ่งขึ้นไปยังชั้นสามของหอคอยจักรวาลและเข้าสู่การหลับไหล ไป๋ฉีไม่มีเวลาเรียกหาเสี่ยวไป๋อีกต่อไป เพราะเขาต้องย่อยข้อมูลทั้งหมดที่เขาได้รับมา
'อึก! เสี่ยวไป๋นะเสี่ยวไป๋อยู่ดีๆก็ยัดข้อมูลที่ใหญ่ขนาดนี้มาให้ ไม่กลัวข้าหัวระเบิดตายหรืออย่างไรกัน ไม่ได้การต้องรีบจัดหมวดหมู่ให้ดี'
ไป๋ฉีจัดการข้อมูลในหัวจนถึงเช้า ในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้นมาและมองไปยังหอคอยจักรวาลที่อยู่เบื้องหน้าอยู่พักใหญ่
"สามปีต่อจากนี้ จะไม่มีเสี่ยวไป๋อยู่เคียงข้างอย่างนั้นหรือ แค่คิดข้าก็รู้สึกเหงาขึ้นมาซะแล้วสิ"ไป๋ฉีกล่าวน้ำเสียงเจือไปด้วยความเศร้า แต่เขาก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ และจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไปเพียงเท่านั้น
ร่างจริงของไป๋ฉีลืมตาตื่นขึ้นมาโดยพลัน ชายหนุ่มค่อยๆปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปยังโพรงไม้ใหญ่ที่พี่สาวและพี่ชายใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อนกัน
เมื่อมาถึงเขาก็พบเจอกับทั้งสี่คนที่ตอนนี้กำลังย่างเนื้อกินอยู่หน้าโพรงไม้ ไป๋ฉีไม่รอช้ากล่าวทักทายในทันที
"อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านพี่"
"อ้าว น้องชายเจ้าตื่นแล้ว มาๆพี่ชายย่างเนื้อไว้ให้เจ้าแล้ว" เป็นไป๋หมิงที่กล่าวขึ้นพร้อมกับยื่นเนื้อย่างให้ไป๋ฉีโดยพลัน
ไป๋ฉียกยิ้ม เขารับเนื้อย่างและเริ่มกินมันโดยไม่รอช้า ในระหว่างนั้นเองไป๋ฮ่าวเอ่อร์กำลังตรวจดูแผนดีอย่างถ้วนถี่เพื่อกำหนดเป้าหมายต่อไป
"ท่านพี่ เป้าหมายต่อไปคือที่ใดหรือขอรับ"ไป๋ฉีกล่าวถาม
เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋หยุนเอ่อร์ก็พลันหัวเราะออกมาในทันที "ฮิฮิ จะไปที่ไหนได้ล่ะ นอกจากไปหาพี่สะใภ้ของเจ้า"
"พี่สะใภ้!"
ไป๋ฉีอุทาน เท่าที่เขารู้มานอกจากท่านพี่ไป๋ฮ่าวเอ่อร์แล้ว พี่น้องคนอื่นๆยังไม่มีคนรัก นั่นก็หมายความว่าพี่สะใภ้ที่ท่านพี่ไป๋หยุนเอ่อร์พูดถึงย่อมเป็นภรรยาของท่านพี่ไป๋ฮ่าวเอ่อร์อย่างไม่ต้องสงสัย
"ท่านพี่หยุนเอ่อร์ ปกติแล้วสะใภ้ของตระกูลไป๋จะถูกสั่งสอนโดยพวกท่านย่าหรือไม่ก็ท่านป้าสะใภ้ไม่ใช่หรือขอรับ แล้วทำไมภรรยาของท่านพี่ฮ่าวเอ่อร์ถึงได้อยู่ในดาราจักรแห่งการศึกษาได้กัน"ไป๋ฉีกล่าวถามด้วยความสงสัย
"ฮิฮิ ที่เจ้าพูดถึงมันเป็นกรณีที่สะใภ้ตระกูลเราไม่มีภูมิหลังและถูกรังแกได้ง่ายเท่านั้น ส่วนกรณีภรรยาของพี่ใหญ่ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะนางมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พวกเรา"
"โอ้ ถ้าให้ข้าเดาเธอน่าจะเป็นลูกหลานของตระกูลฉินหรือไม่ก็ตระกูลกุ้ยใช่หรือไม่"
ไป๋หยุนเอ่อร์พยักหน้า "ใช่แล้ว ภรรยาของพี่ใหญ่ชื่อฉินเหยา เป็นเจ้าหญิงแห่งตระกูลฉินเชียวนะ และที่สำคัญคือเธอคนนั้นแข็งแกร่งเอามากๆ ดีไม่ดีอาจจะแข็งแกร่งว่าพี่ใหญ่ด้วยซ้ำ"
"อะแฮ่ม! น้องรองเจ้าพูดแค่ข้อมูลคร่าวๆก็พอแล้วจะลงรายละเอียดให้ข้าขายหน้าทำไม"เมื่อได้ยินน้องสาวกล่าว ไป๋ฮ่าวเอ่อร์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขัด ไม่เช่นนั้นเกรงว่าภาพลักษณ์ของเขาในสายตาของไป๋ฉีจะดูแย่จนเกินไป
ไป๋หยุนเอ่อร์ที่ได้ยินก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ส่วนทางด้านไป๋ฉีนั้นเขาก็พลันยิ้มเจื่อนออกมาอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากนั้นไม่นานเมื่อพวกเขาทานอาหารกันจนเสร็จสิ้นก็บินทะยานขึ้นฟากฟ้าไป และเป้าหมายต่อไปก็คือดินแดนที่เต็มไปด้วยทะเลทราย เพราะตำแหน่งภรรยาของไป๋ฮ่าวเอ่อร์อยู่ที่นั่น