อีกฟากหนึ่ง ข่าวเรื่องการต่อสู้กันระหว่างกองกำลังทหารอเมริกาและหน่วย Protecter ต่างถูกปกปิดข่าวเอาไว้ ทั้งในฝั่งของอเมริกาเองรวมไปถึงฝั่งของหินด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่าอเมริกาย่อมไม่ต้องการให้ข่าวในทำนองที่ว่า กองทัพพ่ายแพ้ถูกขับไล่ออกจากเมือง หลุดออกไปให้ชาวโลกได้ยินแน่ ไม่เช่นนั้น พวกเขาคงถูกมองเป็นตัวตลกและไม่พ้นการถูกหัวเราะเยาะเย้ยจากคู่แข่งอย่างจีนและรัสเซียแน่นอน
ส่วนในฝั่งของหินเขาเองก็ไม่ได้ต้องการป่าวประกาศเรื่องกองกำลังของตนออกไปให้ชาวโลกรับรู้ ถึงแม้ตอนนี้หน่วย Protecter จะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังเป็นเพียงกองกำลังเล็กๆ เท่านั้นและสิ่งที่เขาทำ ก็เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่กำลังลำบาก ไม่ได้ต้องการทำเพื่อชื่อเสียง ดังนั้นเขาจึงให้เดวิดทำการปกปิดข่าวเรื่องนี้เช่นกัน
ด้วยความร่วมมือกันระหว่างประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกและเดวิดที่มีความสามารถในการคัดกรองข้อมูลข่าวสาร ไม่ต้องกังวลเลยว่า ข่าวเรื่องนี้จะหลุดลอดออกไปได้ ถึงแม้จะมีบางส่วนที่หลุดออกไปเพราะการเล่าจากปากสู่ปากของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ท้ายที่สุดเมื่อไม่มีหลักฐานอะไรเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากปากต่อปากเหล่านี้ก็กลายเป็นเพียงคำพูดที่เลื่อนลอยไม่สามารถเชื่อถือได้และมันก็ได้เงียบหายไปในที่สุด…
หลายอาทิตย์ผ่านไป หินก็ใช้เวลาอย่างเต็มที่ไปกับการเรียนในทุกๆ วันที่มีเรียน ชดเชยช่วงเวลาที่เขาได้หายตัวไป เวลาในตอนเย็นของทุกวัน หินก็ยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทดลองและทำวิจัยในห้องทดลองลับของเขาภายในบ้าน ตอนนี้ทุกอย่างที่เขาเตรียมการใกล้จะพร้อมแล้วสำหรับการสร้างร่างแอนดรอยด์เสมือนจริงให้เดวิด ขาดเหลือก็เพียงแค่ชิ้นส่วนบางอย่างเท่านั้น
ถึงแม้ในทุกวันหินจะทุ่มเทไปให้กับการเรียนและการทำงานอย่างหนัก แต่เขาก็ยังคงให้เวลาเป็นรางวัลสำหรับตัวเอง ทุกๆ เสาร์อาทิตย์ หินก็จะใช้มันสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจในไร่ของเขาเอง
สำหรับน้ำหมักผลไม้ของไร่ ตอนนี้หินได้ทำการเปิดขายไปเรียบร้อยแล้ว แม้มันจะมีราคาแพงมากถ้าเทียบกับไวน์ทั่วๆ ไปแล้ว แต่ถ้าหากเทียบรสชาติกันแล้ว ขนาดไวน์ดีๆ หลายยี่ห้อก็ยังไม่สามารถเทียบรสชาติของน้ำหมักผลไม้ของหินได้
ดังนั้นน้ำหมักของไร่ฟาร์มแสนสุขจึงขายดีเหมือนเทน้ำเทท่า นี่ถ้าหากหินไม่จำกัดจำนวนขายในแต่ละวันแล้ว ป่านนี้น้ำหมักที่เขาได้สะสมตุนเอาไว้คงโดนเหมาไปหมดเกลี้ยงตั้งแต่สามวันแรกแล้ว
กำไรที่ได้จากการขายน้ำหมักผลไม้ของหินนั้นเป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาล แต่ทว่าเงินตรงส่วนนี้หินกลับไม่ได้นำมันมารวมกับบัญชีหลักของเขา หินแยกออกไปให้มันกลายเป็นเงินของไร่โดยเฉพาะ
โดยเงินกองนี้หินได้แบ่งออกเป็นหลายส่วน ส่วนหนึ่งหินแบ่งเอาไว้เป็นกองทุนกู้ยืมสำหรับคนงานในไร่ โดยเขาปล่อยให้คนงานภายในไร่สามารถกู้ยืมเงินของไร่ได้โดยไม่คิดดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียว ซึ่งคนงานในไร่ส่วนใหญ่ที่มากู้ยืมต่างก็มายืมเพื่อนำไปจ่ายหนี้นอกระบบของพวกเขาทั้งนั้น แทบจะไม่มีใครยืมไปเพื่อใช้จ่ายอย่างอื่นอีก เพราะในตอนนี้คุณภาพชีวิตของพวกเขาก็ดีมากอยู่แล้ว
เงินเดือนที่ได้ สวัสดิการที่ได้รับ ค่ารักษาพยาบาลยามป่วย ทุนการศึกษาสำหรับลูกหลาน แถมยังมีโบนัสที่คนงานทุกคนจะได้รับเมื่อทำยอดขาดได้ตามเป้า ซึ่งยอดขายมันก็เกินเป้าทุกเดือน
ทุกอย่างที่คนงานในไร่ได้รับกันทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นได้เพราะพ่อเลี้ยงไตรภพ ไม่ต้องถามเลยว่าตอนนี้พวกเขารักและเทิดทูนหินขนาดไหน พวกเขารักขนาดที่สามารถตายแทนหินได้ เพราะพวกเขารู้ว่า หากพวกเขาตายไป คนที่อยู่เบื้องหลังจะยังได้รับการดูแลจากหินเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน
นอกจากนั้นหินยังแบ่งเงินไว้สำหรับเป็นค่าบูรณาการพิเศษภายในไร่ ไม่ว่าจะซ่อมแซมสิ่งของ สร้างบ้านพักใหม่ รีโนเวตบ้านพักคนงาน ค่าปรับแต่งจัดไร่จัดสวนต่างๆ ต่างใช้เงินตรงนี้ทั้งสิ้น
เงินที่เหลืออีกเกือบครึ่ง หินก็เก็บมันไว้เป็นทุนสำรองและนำไปลงทุนเพื่อให้มันออกดอกออกผลเพิ่ม นอกจากนั้นเขายังใช้มันสำหรับการซื้อพื้นที่เพื่อขยายไร่ของเขาให้กว้างออกไปเรื่อยๆ
ระยะเวลาเพียงไม่ถึงสองปี จากไร่ที่กำลังจะตายกลับกลายมาเป็นไร่อันดับหนึ่งของประเทศ ความสวยงามของไร่รวมไปถึงชื่อเสียงน้ำหมักของไร่ แทบจะไม่มีใครในประเทศที่ไม่รู้จักไร่ฟาร์มแสนสุข
ยังไงก็ตามถึงแม้จะมีคนมากมายขนาดไหนที่แห่มาเยี่ยมชมไร่ของหิน แต่วิชัยก็ได้จัดสรรปันส่วนพื้นที่ส่วนตัวเอาไว้สำหรับหินโดยเฉพาะเช่นกัน ดังนั้นทุกครั้งที่หินมาที่ไร่เขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความวุ่นวายจากคนนอก เพราะมีวิชัยและคนงานอื่นๆ ดูแลอย่างเคร่งครัด
และทุกอย่างมันคงปกติดี ถ้าไม่ใช่เพราะใครบางคน ที่แวะมาที่ไร่ของเขาทุกอาทิตย์เช่นกัน..ณ ทุ่งดอกทานตะวัน เนินต้นไม้ใหญ่
สายลมที่พัดผ่านทุ่งดอกทานตะวัน ทำให้ดอกทานตะวันเหล่านั้นต่างโบกพัดส่ายไปมาประหนึ่งกำลังเต้นไปตามบทเพลงแห่งสายลมลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านดอกไม้เหล่านั้น ได้พัดมากระทบกับร่างกายของหินทำให้เขารู้สึกเย็นสบายอีกทั้งยังได้กลิ่นของดอกทานตะวันที่โชยมาด้วยเบาๆ
พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที แสงยามอัสดงของมันสาดประกายสีแดงทองโชติช่วงไปทั่วฟ้า แม้มันจะดูร้อนแรงประหนึ่งไฟสวรรค์แต่แท้ที่จริงกลับให้เพียงความรู้สึกอันแสนอบอุ่น
สายตาของหินจับจ้องไปยังประกายแสงสีทองสุดท้ายนั้น ทุกอย่างในตอนนี้ช่างสมบูรณ์แบบและลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ ถ้าหากไม่ใช่เพราะ…
“หิน ชอบมาที่นี่มากเลยเหรอ? ” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ หิน
ดวงตาของเธอกลมโต คิ้วของเธอโค้งประหนึ่งจันทร์วาด แสงสีทองที่ตกมากระทบผิวอันขาวนวลของเธอกลับทำให้เธอดูงดงามเหมือนนางสวรรค์ กลิ่นหอมจากร่างกายของเธอให้ความรู้สึกประหนึ่งกลิ่นแห่งมวลผกาดอกไม้
คงมีชายมากมายยินดีที่จะสละซึ่งทุกอย่างเพื่อจะได้ยืนอยู่เคียงข้างไปกับ สาวงามและภาพบรรยากาศอันแสนงดงามเหล่านี้ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ตาม
แต่ในทั้งหลายทั้งมวลเหล่านั้นแน่นอนว่า ไม่มีหินร่วมอยู่ด้วย ทุกอย่างมันเกือบลงตัวแล้ว ถ้าตรงนี้ไม่มีผู้หญิงคนนี้อยู่
หินเหลือบสายตาไปมองหญิงงามข้างกายเขาครั้งหนึ่ง ก่อนจะเรียกสายตาตัวเองกลับมา มองไปยังทุ่งทานตะวันที่กำลังโบกพัดและย้อมไปด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็นตรงหน้า เสมือนว่าภาพนี้เป็นสิ่งที่น่ามองยิ่งกว่าสาวงามข้างกายเขา
นี่เขาก็อุตส่าห์ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วนะ
ตอนแรกที่หินควบม้าเดินมาถึงนี่ เขาก็เห็นอยู่ก่อนแล้วว่ามีผู้หญิงในชุดขาวคนหนึ่ง กำลังนอนหลับพิงอยู่ข้างๆ ต้นไม้ใหญ่
นั่นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น นาเดียร์ ดาราสาวสวยอันดับหนึ่งที่เป็นที่หมายปองของชายทั้งประเทศ
เขาอุตส่าห์เดินให้ห่างจากหญิงสาวอีกทั้งพยายามใช้เสียงให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ไปรบกวนหญิงสาว แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย
“ผมทำให้คุณตื่นเหรอ?” หินถามขึ้นด้วยความสงสัย นี่เขาทำพลาดตรงไหนกัน
“เดียร์ไม่ได้หลับซะหน่อย แค่พักสายตาเท่านั้น แล้วหินล่ะ ทำไมเมื่อกี๊ต้องมาทำลับๆ ล่อๆ แอบย่องเหมือนโจรด้วย ไม่ใช่ว่าคิดจะทำอะไรมิดีมิร้ายเดียร์หรอกใช่ไหม?” นาเดียร์เอ่ยขึ้นพร้อมมองหินอย่างจับผิด
“...” หินหันกลับมามองนาเดียร์อย่างหมดคำพูด เมื่อความหวังดีของตัวเองถูกตีความผิดไป
นาเดียร์ที่เห็นสีหน้าตายด้านยิ่งกว่าเดิมของหินก็หลุดหัวเราะออกมา
“ฮ่ะๆๆ ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะหิน เดียร์แค่ล้อเล่นเอง”
‘เหรอ..’
“ไม่คิดว่าวิชัยจะปล่อยให้แขกผ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมได้” หินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง โดยไม่ได้สนใจท่าทีทะเล้นล้อเลียนของนาเดียร์แม้แต่น้อย
นาเดียร์ทำหน้ายู่ทีหนึ่งเมื่อเห็นว่าหินไม่ได้สนใจเธอ
“คุณวิชัยบอกเดียร์ว่า นี่เป็นที่ๆ หินชอบมากที่สุดในไร่เลย เพราะอะไรเหรอ?”
หินได้ยินแบบนี้ก็ถอนหายใจขึ้นมาเบาๆ ครั้งหนึ่ง ดูท่าเขาต้องไปกำชับวิชัยให้มากหน่อยแล้วว่าไม่ให้พูดเรื่องของเขาให้คนอื่นฟัง
แน่นอนว่าหินเองและนาเดียร์เองก็คงไม่มีทางรู้เช่นกันว่า วิชัยพยายามเป็นพ่อสื่อให้กับทั้งสอง สำหรับวิชัยแล้ว เขาไม่คิดว่าจะมีใครเหมาะสมกับพ่อเลี้ยงของเขามากไปกว่า นาเดียร์ ดาราสาวสวยอันดับหนึ่งของประเทศ ที่สำคัญวิชัยก็ผ่านโลกมามาก เขาดูออกว่านาเดียร์นอกจากจะงามภายนอกแล้ว ภายในของเธอก็งามเช่นกัน เธอเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดีงามคนหนึ่ง นี่จึงทำให้วิชัยพยายามอย่างเต็มที่ที่จะสร้างโอกาสให้กับคนทั้งสอง
หินทอดสายตามองทัศนียภาพเบื้องหน้าพร้อมเผยท่าทีผ่อนคลายออกมา
“เพราะมันสงบ มันอบอุ่น มันสวยงาม ที่ๆ ผมจากมามันไม่มีอะไรแบบนี้...” หินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
โลกเก่าที่เขาจากมาแม้จะมีวิทยาการเทคโนโลยีอันสูงล้ำ แต่ทว่าธรรมชาติอันแท้จริงกลับถูกทำลายไปแล้วแทบหมดสิ้นแล้ว...
แม้จะมีเทคโนโลยีมากมายขนาดไหน ก็ไม่สามารถนำธรรมชาติเหล่านี้กลับมาได้อีก
คำพูดของหินแม้จะทำให้นาเดียร์สงสัยอยู่บ้าง แต่คิดๆ ดูแล้วเหมือนเธอจะเคยได้ยินจากนัทมาว่า หินไม่ได้เป็นคนที่นี่แต่มาจากจังหวัดอื่น ดังนั้นมันคงไม่แปลกนักถ้าหากที่ที่เขาจากมาจะไม่มีทุ่งดอกทานตะวันแบบนี้
แต่ในขณะที่นาเดียร์กำลังจ้องมองหินอยู่นั้นมันกลับมีบางอย่างสะกดสายตาของเธอเอาไว้
แสงที่ส่องกระทบผิวของเขา เส้นผมที่โบกพลิ้วเบาๆ ไปตามสายลมที่พัดผ่าน ท่าทีอันผ่อนคลายรวมไปถึงสายตาที่ดูน่าค้นหาคู่นั้น มันกลับสะกดสายตาของเธอเอาไว้ จนเธอไม่สามารถมองไปทางอื่นได้
เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้หัวใจของเธอมันได้เต้นผิดจังหวะไปแล้ว มันค่อยๆ เต้นแรงขึ้น แรงขึ้นและแรงขึ้น
‘ทำไมเราถึงละสายตาจากเขาไม่ได้เลย’
‘ทำไมเขาถึงได้ดูมีเสน่ห์ขนาดนี้...’
‘หรือว่าเรา…ชอบเขา…?’
เกิดความคิดขึ้นมากมายในใจของนาเดียร์ โดยเฉพาะคำถามสุดท้ายที่เธอได้ถามขึ้นกับตัวเอง เธอไม่สามารถตอบได้ว่าเธอได้ชอบผู้ชายคนนี้ไปแล้วหรือไม่ แต่ทว่า...เธอกลับไม่สามารถตอบปฏิเสธออกมาได้ว่าเธอไม่ชอบเขา
ไม่นานนักหินก็ถอนสายตากลับมาก่อนที่จะหันมาหานาเดียร์
นาเดียร์เห็นหินหันกลับมาหาเธอโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็รีบมองไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแสดงท่าทีเหมือนว่ากำลังมองดูอย่างอื่นอยู่
ถ้าหากมีใครสักคนแอบมองคุณอยู่และคุณหันกลับมาสบตาเขาพอดี แม้เขาจะหลบสายตาของคุณไปแล้ว แต่มันก็ไม่ทันอยู่ดี คุณเข้าใจใช่ไหม…
หินเองก็เช่นกัน แม้ตอนที่เขาหันกลับมานาเดียร์จะหันไปมองทางอื่น แต่ชั่ววินาทีที่เขาหันมา เขาก็เห็นอยู่ว่าสายตาของนาเดียร์กำลังจับจ้องมาที่เขา
‘ทำไมยัยหนูนี่ถึงมีท่าทีพิรุธแปลกๆ ....แถมยังหน้าแดงอีกด้วย...’ หินคิดขึ้นในใจด้วยความสงสัย
‘บ้าเอ้ย นาเดียร์ เธอเป็นนักแสดงมือทองเชียวนะ แสดงมันออกมาสิ’ นาเดียร์พยายามบอกตัวเองในใจ แต่ดูเหมือนว่า เธอกลับไม่สามารถโกหกอารมณ์ของตัวเองในตอนนี้ได้เลย….
หินมองนาเดียร์ที่มีท่าทีผิดปกติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“ใกล้ค่ำแล้ว รีบกลับที่พักเถอะ เดี๋ยวมืดแล้วมันจะมองไม่เห็นทาง” หินพูดขึ้น ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นม้า
“เดี๋ยวก่อน!” นาเดียร์เอ่ยเรียกขึ้น เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างต้องการจะบอกหิน
หินหันกลับมามองนาเดียร์เพื่อรอฟังสิ่งที่เธอต้องการจะบอกเขา
“อาทิตย์หน้าจะมีงานประชุมนานาชาติ หินจะไปไหม? ” นาเดียร์เอ่ยขึ้น
งานประชุมนานาชาติในครั้งนี้เธอได้รับเกียรติให้มาเป็นพิธีกร เนื่องจากมันเป็นงานที่สำคัญดังนั้นเธอจึงอยากชวนคนที่เธอรู้จักไปด้วย ดาราสาวสวยอย่างเธอแม้จะมีคนรู้จักมากมายแต่คนที่เธอสามารถเรียกได้อย่างสนิทใจว่ารู้จักจริงๆ กลับมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นและหินก็เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนนั้น เธอจึงอยากชวนเขาไปงานนี้ด้วย
สายตาของนาเดียร์ที่มองมาที่หินอย่างคาดหวัง ทำให้หินไม่สามารถเอ่ยปฏิเสธออกมาได้
“ได้ ผมจะไป” หินตอบขึ้นก่อนจะเดินไปขึ้นม้า
“เดี๋ยวก่อนสิ!!” นาเดียร์เรียกขึ้นอีกครั้ง
หินเลิกคิ้วของเขาขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถามว่า ‘ยังมีอะไรอีก?’
“ฉันเดินมาที่นี่คนเดียว...” นาเดียร์เอ่ยขึ้นช้าๆ
หินได้ยินดังนั้นก็ทำท่าทางประมาณว่า ‘อ่าห๊ะ แล้วยังไงต่อ’
นาเดียร์เห็นท่าทางของหินก็ด่าหินขึ้นมาในใจครั้งหนึ่ง ก่อนจะกัดฟันเอ่ยต่อ
“หินคงไม่คิดจะปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ เดินกลับคนเดียวหรอกใช่ไหม…?”
“อืม...” หินแสดงท่าทีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ประหนึ่งเห็นด้วยกับคำพูดของนาเดียร์
นาเดียร์เห็นดังนั้นก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่ทว่าคำพูดถัดมาของหินก็ทำให้เธอยิ้มค้างในทันที
“ไม่ได้หรอก ถ้าผมให้คุณอยู่ใกล้ผม คุณอาจจะคิดทำมิดีมิร้ายกับผมได้ ที่สำคัญคุณเดินมาที่นี่เองได้ ก็ต้องเดินกลับเองได้ โชคดี” หินยิ้มขึ้นก่อนจะควบม้าเดินจากไป ปล่อยให้นาเดียร์ยืนอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงอยู่แบบนั้น
หินเองก็ไม่คิดเลยว่าช่วงเวลาแห่งการเอาคืนมันจะมาเร็วขนาดนี้ หลังจากเดินออกมาได้สักพักหนึ่ง หินก็ได้ยินเสียงกรี๊ดไล่หลังมาแว่วๆ
“หินนนนนนน!!! ไอ้คนบ้า!!”
“เป็นเสียงที่ไพเราะเสนาะหูจริงๆ ” หินหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงร้องของนาเดียร์ ก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาวิชัย เพื่อให้วิชัยเอารถมารับนาเดียร์
แน่นอนว่าสุภาพบุรุษอย่างหินไม่มีทางปล่อยให้หญิงสาวตัวเล็กๆ เดินกลับที่พักคนเดียวอย่างแน่นอน
--------------------------------------------