(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก

    บทที่ 129: สถานการณ์คับขัน

    บทที่129: สถานการณ์คับขัน

     

     

     

    เฮรัคออกตัววิ่งสุดฝีเท้าจนฝุ่นตลบอบอวลเป็นทางยาวอยู่เบื้องหลังสายตาของเขาเหลือบมองขึ้นไปยังมือโลหิตขนาดยักษ์ที่ลอยเด่นอยู่เหนือพรมแดนต้นไม้แสงสีแดงฉานจากเวทมนตร์นั้นอาบไล้ไปทั่วทั้งขุนเขาจนดูสยดสยองราวกับดินแดนแห่งความตาย

     

    มัลคอล์มซึ่งลอยตัวอยู่อย่างสง่างามกลางเวหาคลี่ยิ้มเย็นพลางพึมพำ

     

    “เจ้าหนอนตัวนี้ไวไม่เบา”

     

    เขาขยับปลายนิ้ววาดอักขระโบราณกลางอากาศอย่างเชื่องช้าทว่าทรงพลัง

     

    “คุกโลหิต!”

     

    พริบตานั้นกำแพงของเหลวสีแดงข้นคล้ายเลือดสดก็ผุดขึ้นจากพื้นดินรอบทิศทางก่อตัวเป็นโดมขนาดยักษ์กักขังเฮรัคไว้ภายใน

     

    เฮรัคซัดหมัดที่อัดแน่นด้วย พลังเวทมนต์ เข้าใส่กำแพงจนเกิดคลื่นสั่นสะเทือนแต่มันกลับไม่ระคายเคืองแม้แต่น้อย

     

    “แจ้งเตือน:ความหนาแน่นของพลังงานในคุกโลหิตสูงเกินกว่าจะทำลายด้วยพละกำลังกายภาพ...แนะนำให้รักษาระยะห่างจากเป้าหมายเพื่อป้องกันการโจมตีถัดไป”เชนหลาน รายงานผ่าน ชิปพันธุกรรม

     

    ไม่นานนักมือโลหิตก็โถมลงมาอีกครั้งเฮรัคใช้สมาธิขั้นสูงสุดรอจนวินาทีสุดท้ายก่อนจะใช้ประกายแสงหายตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด

     

    ฝ่ามือยักษ์กระแทกพื้นจนดินแยกเป็นหลุมลึกมัลคอล์มหัวเราะอย่างพึงพอใจ เขาที่เริ่มสนุกกับการไล่ล่าจึงเสก หอกกระดูกยักษ์ที่แหลมคมดุจเข็มมัจจุราชพุ่งเข้าใส่ต่อทันที

     

    เฮรัคต้องใช้ประกายแสงครั้งที่สองหลบหอกนั้นอย่างยากลำบากเขารู้สึกได้ว่าพลังงานในร่างกายของเขาเริ่มเหือดแห้ง

     

    “รายงาน: พลังเวทมนต์ คงเหลือเพียงร้อยละ11... ความสามารถในการใช้ประกายแสงคงเหลือเพียง 1 ครั้ง”

     

    ฮรัคยังไม่ทันได้มีโอกาสหยิบยาฟื้นฟูขึ้นมาดื่มเสียด้วยซ้ำมือโลหิตมหึมาอีกข้างก็พุ่งทะยานลงมาจากสรวงสวรรค์ ปะทะเข้ากับร่างของเขาอย่างจังแรงกระแทกอันมหาศาลส่งผลให้ ป้องกันสัมบูรณ์ ที่เขาร่ายไว้พังทลายและแตกละเอียดลงในพริบตา

     

    ร่างของเขาปลิวละลิ่วไปตามแรงปะทะดุจใบไม้ร่วงซี่โครงหลายซี่หักสะบั้นจนเลือดอุ่นๆ ทะลักขึ้นมากบปากอวัยวะภายในบอบช้ำอย่างหนักจนเขาทรุดลงแน่นิ่งอยู่กับพื้นดิน

     

    เฮรัคสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามาเยือนตรงหน้าในสภาพที่ร่างกายพ่ายแพ้จนไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว

     

    แต่ในวินาทีที่มัลคอล์มกำลังจะปลิดชีพพื้นดินพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงรากไม้ขนาดยักษ์นับไม่ถ้วนแทงทะลุกำแพงโลหิตขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์

     

    รากหนึ่งพุ่งตรงมาที่ใต้ร่างเฮรัคดอกไม้ตูมขนาดใหญ่เบ่งบานออกห่อหุ้มร่างของเขาไว้และฉุดเขามุดลงดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

     

    มัลคอล์มคว้าได้เพียงอากาศเขาคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่

     

    แบตตี ยืนตระหง่านอยู่บนใบไม้ยักษ์ที่ลอยกลางอากาศโดยมี เฟร็ด ยืนอยู่ข้างๆด้านหลังเขามีต้นไม้ขนาดมหึมาที่งอกเงยขึ้นมาบดบังท้องฟ้า

     

    รากไม้ชิ้นหนึ่งส่งร่างเฮรัค ที่ชุ่มโชกด้วยของเหลวสีเขียวใสคืนสู่พื้นดินของเหลวนั้นเริ่มทำปฏิกิริยาสมานแผลและหยุดเลือดให้เฮรัคทันที

     

    “มัลคอล์ม...เจ้าอยากก่อสงครามขึ้นมาอีกครั้งงั้นหรือ?” แบตตีเอ่ยด้วยเสียงอันทรงพลังที่เขย่าขวัญผู้ฟัง

     

    “ไอ้เด็กนั่นฆ่าน้องชายข้าส่งตัวมันมา!” มัลคอล์มตะโกนสวน

     

    “ต่อให้เจ้าหนูนี้ฆ่าจริง แล้วจะทำไม?”แบตตีแค่นเสียงหัวเราะอย่างเหยียดหยาม

     

    “ป่าแสงจันทร์ไม่มีนโยบายส่งศิษย์ให้ศัตรูหากเจ้าอยากได้... ก็ลองก้าวเข้ามาแย่งดูสิดูซิว่าสภาพบาดเจ็บของเจ้าจะทนมือข้าได้กี่น้ำ!”

     

    มัลคอล์มกัดฟันกรอดเขารู้ดีว่าหากยืดเยื้อ กำลังเสริมของป่าแสงจันทร์จะแห่กันมาและเขาที่ยังบาดเจ็บอยู่ย่อมเสียเปรียบเขาจ้องมองร่างเฮรัคที่รอดตายอย่างหวุดหวิดด้วยสายตาอาฆาต

     

    “ฝากไว้ก่อนเถอะ... เฮรัค เมอร์ลินหากเจ้าออกจากป่าแสงจันทร์เมื่อไร ข้าจะตามไปกระชากวิญญาณเจ้ามาลงทัณฑ์ให้ได้!”

     

    อาชาแห่งรัตติกาลหันหลังกลับและพามัลคอล์มลับหายไปในกลีบเมฆทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความเสียหายที่เหลือคณานับ

     

    เฮรัคนอนหอบหายใจรวยริน แม้จะรอดมาได้แต่เขาก็รู้ซึ้งแล้วว่าโลกของพ่อมดทางการนั้นน่าสะพรึงเพียงใด

     

     ------------------

    เรียนนักอ่านทุกท่านครับ ขอบพระคุณที่ติดตามมาจนถึงตอนที่ 129 นะครับ ตั้งแต่ตอนที่ 131 เป็นต้นไปจะขอติดกำลังใจ โดยจะติด 3 ตอน ฟรี 1 ตอนนะครับ หวังว่านักอ่านที่รักทุกท่านจะยังสนับสนุนต่อไปนะครับ