“แล้วหมายเลขอะไรล่ะแม่หนู” ชายสูงวัยผมขาว ผิวขาวยืนมัดเชือกผูกไว้กับเสาเตี้ย “ยี่สิบเก้าค่ะ เป็นเรือของเจ้านายของหนูค่ะ” นักท่องเที่ยวมองหน้ากัน ส่ายหน้าพร้อมกัน “ไม่มีในกลุ่มของเรา อืมม ลองไปถามเรือสีแดงขาวลำนั้น เรือกู้ภัย พวกเขาอาจจะช่วยหนูได้” นาเดียกล่าวคำขอบคุณแล้วรีบเร่งความเร็วขับตรงไปที่เรือกู้ภัย หญิงสาวจอดเทียบข้างเรือกู้ภัย “สวัสดีค่ะ นาเดียตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่ของรัฐฯกำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่บนดาดฟ้าเรือลำใหญ่ “เฮ้ … ครับ” นาเดียยืนตัวตรงเล่าความเป็นมาทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ร่างสูงใหญ่ฟัง “ผมจะลองตรวจดูเรือยอร์ชที่เปิดจีพีเอสมีกี่ลำ เพราะส่วนมากพวกเขาจะไม่ต้องการให้ใครตามตัวในเวลากลางคืน ฮ่าๆๆ พวกคนรวยมักทำอะไรพิเรนๆ” นาเดียกระพริบตาถี่เพราะลมเย็นพัดแรง
เจ้าหน้าที่ท่านนั้นเดินหายเข้าไปให้ห้องคอนโทล เพียงเสี้ยวนาทีเขาถือแผ่นกระดาษสีขาวขุ่น “หมายเลขยี่สิบเก้าใช่ไหม” นาเดียพยักหน้าสองมือจับราวเหลักของเรือไว้แน่น “มีสองหมายเลขไม่เปิดจีพีเอส แต่เลขที่เปิดจีพีเอส ไม่มีหมายเลขนี้” สีหน้าตกใจของนาเดียทำให้เจ้าหน้าที่อีกคนสงสารเธอ “ตามหาใครเหรอหนู” เจ้าหน้าที่ร่างอ้วนใหญ่ดึงเสื้อชูชีพโยนให้นาเดีย “เขาเป็นเจ้านายของหนูค่ะ” เจ้าหน้าที่สองคนหันหาปรึกษากัน นาเดียชะเง้อหน้ามองไปรอบๆ ความเงียบสงัดของทะเล “ไม่มีคลื่นแล้ว” เจ้าหน้าที่ทั้งสองชะโงกหน้าลงจากกาบเรือ “ผมเดาว่าเรือสองลำที่จอดคนละทิศ ลำใดลำหนึ่งต้องเป็นหมายเลขยี่สิบเก้า”
“อ้าว เป็นงั้นไป ลำหนึ่งอยู่ตรงนั้น อีกลำอยู่ตรงไหนคะ” ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยชูกล้องส่องทางไกล “ผมให้ยืม เมื่อเสร็จธุระ เอาไปคืนที่ฝั่งครับ คุณต้องระวังห้ามแล่นเรือเกินแสงสีแดงที่ส่องลงมาจากประภาคารของฝั่งตรงนั้น” นาเดียเงยหน้ามองดูดวงดาวกลุ่มเล็กใหญ่เต็มท้องฟ้าเหมือนเทวดาเทกระจาดดวงดาวแวววับ “และนี่คือพลุพร้อมไฟแช็ค คุณจุดได้ถ้ามีเหตุต้องให้ช่วย แต่เราจะต้องอยู่ที่นี่รักษาการจนกว่าจะมีเรือของหน่วยกู้ภัยลำใหม่มาแทน”
หลายนาทีผ่านไป นาเดียตัดสินใจหันหัวเรือแล่นไปทางทิศใต้ ห่างจากสปรีดโบ๊ทสีเหลืองสว่างประมาณสิบไมล์ เรือยอร์ชของชีวาจอดนิ่งสนิทใกล้เกาะร้าง ซึ่งห่างจากฝั่งท่าเรือมิชิแกนราวๆสิบสองไมล์ นาเดียผ่อนความเร็วลง ปล่อยให้เรือลอยนิ่งๆ เมื่อใกล้เรือยอร์ชสีขาว เธอใช้กล่องส่องทางไกล “เลขอะไรนะ. ห๊ะ.. ยี่สิบเก้า!!!!”
นาเดียดีใจสุดขีด โบกมือขึ้นสูงหวังว่าชีวาคงจะเห็นเธอ “เขาอยู่บนเรือจริงๆเหรอ ถ้าไม่ใช่หล่ะ เราจะเสี่ยงมากไปหรือเปล่า สำหรับผู้ชายคนนี้” นาเดียเริ่มลังเลที่จะเข้าไปใกล้เรือยอร์ชลำที่อยู่ตรงหน้า เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเธอดังขึ้น หญิงสาวรีบล้วงหาโทรศัพท์มือถือของชีวา “โอ๊ย คุณพ่อของเขาโทรมาตอนนี้ด้วย” หญิงสาวกดปิดเสียงเรียกเข้า รีบเร่งเครื่องให้เรือของเธอเข้าใกล้เรือยอร์ชให้มากที่สุด นาเดียยกมือขึ้นป้องริมฝีปากตะโกนเรียกชื่อ “คุณชีวาค่ะ”
“คุณชีวา คุณชีวา” นาเดียดึงบ่วงเชือกไนลอนเส้นสีขาวโยนคล้องเสาเรือด้านท้ายเรือยอร์ช “แล้วทำไงต่อ “ นาเดียลืมวิธีที่เจ้าหน้าที่แนะนำเธอ “ดึงอีกเส้นมัดกับเสาท้ายเรือของคุณ” เธอพยักหน้าแล้ว...ทำตามอย่างเร็ว “เอ๊ะ...คุณชีวา” นาเดียเงยใบหน้ามองขึ้น ร่างสูงโน้มร่างลงมา ยื่นมือให้เธอจับ “ขึ้นมาเร็ว” ดวงตาของทั้งคู่ประสานสบตากันอีกครั้ง หญิงสาวไม่รู้ว่าเธอควรทำสีหน้าอย่างไร ในใจเธอดีใจมากที่พบว่าเขาปลอดภัย “คุณเป็นอะไรไป นาเดีย” ชายหนุ่มดีดนิ้วใส่หน้าของเธอ นาเดียสะดุ้ง “ขึ้นมาเร็ว”
“ไม่ขึ้นค่ะ” เธอถอยหลังห่างจากมือของเขา “ฉันมาส่งโทรศัพท์มือถือให้คุณ แม่ของคุณโทรฯคุณทั้งวัน เมื่อกี้ก็โทรมาคะ” นาเดียยื่นโทรศัพท์มือถือให้ชีวา “ใครบอกคุณว่าผมอยู่ที่นี่” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน “คุณเทวิน” นาเดียเตรียมสตาร์ทเรือ “เดี๋ยวก่อน คุณกลับไม่ได้ เรือไม่มีน้ำมันเพียงพอ” หญิงสาวก้มหน้ามองหน้าปัดบอกขีดน้ำมันอยู่ในโซนสีแดง “อะไรอ่ะ หมดได้ไง”
“ขึ้นมาเถอะ ก่อนขับมาทำไมไม่ตรวจดูว่ามีน้ำมันเพียงพอไหม นาเดีย... อย่าดื้อ ไม่กลัวฉลามยักษ์หรือไง” คำขู่นี้ได้ผล ร่างของหญิงสาวกระโดด เกาะบันไดข้างเรือยอร์ชเหมือนลิงน้อยปีนต้นไม้ “ฮ่าๆๆๆ กลัวตายด้วย” ร่างงามวางกล่องอาหารและเป้ลงบนพื้น “คุณมาทำอะไรที่นี่คะ” ชีวาก้มมองร่างงามที่ยืนตรงหน้า เขายิ้มกว้าง “ขอบคุณครับ สำหรับโทรศัพท์มือถือ และผมต้องขอโทษ ผมลืมเอามันออกมาด้วย” ร่างสูงก้มลงหยิบกล่องอาหารขึ้นมา “ผมมานอนเล่นกลางทะเล”
นาเดียยืนแข็งทื่อจ้องหน้าของเขา “คุณ....บ้าจริงๆ รู้ไหมคะ แม่ของคุณร้องไห้แค่ไหน พ่อของคุณกระวนกระวายใจโทรหาคุณทุกสองชั่วโมง เทวินแทบคลั้งเมื่อรู้ว่าคุณหายไป ติดต่อไม่ได้ ฉันอยากจะชกหน้าคุณจริงๆ” ชีวาเอียงหน้าให้เธอชก “เชิญครับ” นาเดียทิ้งมือทั้งสองลงข้างลำตัว
“แล้วคุณเป็นไงบ้าง ไม่เห็นพูดถึงความรู้สึกของตัวเองเลย ว่าเป็นห่วงผมไหม”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ แหงนใบหน้าขึ้นมองใบหน้าคมด้วยความตะลึง จังหวะหัวใจถูกทำให้หวั่นไหวอีกครั้ง สายตาที่ตั้งคำถามรอให้ตอบ “ฉัน...กับแม็กไม่รู้ว่าคุณไปไหนจริงๆ นึกว่าคุณไปดื่มเหล้ากับคุณเทวินค่ะ”
ขายาวๆก้าวเข้ามาหาคนร่างงาม แล้วยกมือบีบจมูกโด้งงามด้วยความมันเขี้ยว จนนาเดียตีมือหนาหลายที่ ดวงตากลมโตค้อนควักด้วยความโกรธอย่างลมออกหู “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” ชีวารวบร่างงามเข้ามาโอบกอดไว้ แนบใบหน้าข้างแก้มนวล กระซิบเบาๆอย่างช้าๆ “ปากแข็งจัง ถ้าคุณไม่รักผมคงไม่ยอมล่องเรือลำนี้มาตามหาผม มันไม่ปลอดภัยเลย เสื้อชูชีพเป็นของหน่วยกู้ภัย และไม่มีชุดดำน้ำ อุปกรณ์หายใจใต้น้ำไม่มี แบบนี้เรียกว่าเสี่ยงตายเพื่อผม” ริมฝีปากอุ่นจูบลงบนซอกคอ “ผมคิดถึงคุณจริงๆ”
“ฉันทำเพื่อเพื่อนคนหนึ่งค่ะ” นาเดียเอ่ยขึ้นพยายามดิ้นเพื่อให้ชีวาปล่อยเธอ “ผมคงต้องทำอะไรสักอย่าง” ชายหนุ่มปล่อยร่างของเธอ เอื้อมมือปลดปมเชือกที่มัดกับเสาเรือ “คุณทำอะไร ค่ะ ทำไมปล่อยสปรีดโบ๊ทของฉัน” เรือสปรีดโบ๊ทลอยโยกเยกห่างออกจากเรือยอร์ชลำใหญ่ นาเดียขมวดคิ้วด้วยความโกรธ ชีวาเม้มริมฝีปากแน่น ชูเป้ของเธอขึ้น “ผมไม่ปล่อยให้คุณเสี่ยงตายเพื่อผมอีกครั้ง มันอันตรายเกินไป ข้างในมีห้องน้ำ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ผมจะนอนในห้องนั่งเล่น ส่วนคุณนอนในห้องนอนให้สบาย” นาเดียดึงเป้ออกจากมือของเขา “โรคจิต” ชีวาหัวเราะในลำคอ “ครับ ผมคือไอ้โรคจิต แม้แต่แม่ก็คิดแบบเดียวกัน”
“แม่ครับ ผมขอโทษ ผมเมาหนักมากครับ” ชีวารู้สึกผิดที่เขาทำให้คุณแม่อารยาวิตกกังวลจนไม่ยอมทานอาหาร “แม่...ผมสัญญาครับ ผมจะไม่ทำให้แม่เสียใจ เชื่อผมนะครับ” เสียงฟ้าคำรามทำให้ชีวาก้มเก็บข้าวของโยนเข้าในห้องนั่งเล่น “ชีวา ลูกอยู่ที่ไหน แม่ได้ยินเสียงฟ้าร้องดังมาก” ชายหนุ่มปิดบานหน้าต่างทุกบาน “ผมเข้ามาในบ้านแล้วครับ” แสงไฟเริ่มกระพริบ ทำให้ชายหนุ่มกังวลนาเดียจะร้องกรีดดังออกมาจากห้องน้ำ “แม่ครับ พรุ่งนี้ผมโทรหาได้ไหมครับ” อารยาส่ายหน้าไม่เข้าใจลูกชาย “พรุ่งนี้เช้าโทรมาก็แล้วกัน”
ท่ามกลางสภาพคลื่น ลมทะเลแปรปรวน ทำให้เรือต้องโคลงเคลงไปทั้งลำ ชีวานั่งลงบนโซฟายาวในห้องนั่งเล่นเปิดกล่องอาหารที่นาเดียนำมาด้วย “น่ากินจัง” ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาตักอาหารเข้าปาก หญิงสาวก้าวออกมาจากห้องน้ำ ชีวามองร่างงามในชุดเสื้อสายเดียว กางเกงขาสั้น นาเดียคว้าผ้าห่มคลุมร่างของเธอ “ทำไมคุณไม่เปิดจีพีเอสที่บอกตำแหน่งเรือให้เจ้าหน้ากู้ภัยรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหนคะ” สายตาของนาเดียมองหาเครื่องบอกสัญญาณ “ผมปิดเอง ถ้าคุณจะเปิดมันอยู่ในห้องคอนโทล กดปุ่มสีเขียวใต้ฝ้า” แรงของลมทะเลก็พร้อมใจพัดพาเข้ามาอย่างบ้าคลั้ง เรือที่จอดอยู่โยกขึ้นโยกลง ร่างงามเซไปมา สองมือไม่รู้ว่าจะคว้ายึดสิ่งไหน “โอ๊ยยย ช่วยด้วย” ศีรษะของเธอโขลกเข้ากับขอบบานประตู “นาเดีย” ชีวาวางกล่องอาหารบนโต๊ะเล็ก นาเดียรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน ร่างของเธอล้มลงในอ้อมแขนของเขา “นาเดีย”
ชีวารีบวางร่างงามบนเตียงนอน “นาเดีย” ชายหนุ่มร้องเรียกเธอ เอามือทั้งสองลูบไล้แก้มทั้งสองข้างตบเบาๆ มือลูบไล้ศีรษะลงมาถึงซอกคอ “นาเดีย นาเดีย” เขาค่อยๆยกร่างของเธอกึ่งนั่งกึ่งนอน แผ่นหลังของเธอแนบกับแผงอกกว้าง เงยใบหน้าพาดไหล่ของเขา “ยาดมก็ไม่มี” ชีวาลูบน้ำเย็นบนใบหน้าของเธอ นาเดียค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น ชีวาเอามือปัดปอยผมเธอเบาๆ จุมพิตบนแก้มของเธอ “เจ็บมากไหม” นาเดียจับมือของเขาแน่น “ฉันกลัวค่ะ”
ชีวากอดรัดร่างงามแน่น “ผมสัญญา คุณจะไม่เป็นอะไร ทานอะไรมาหรือยัง” ฝ่ามืออุ่นเลื่อนลงแตะหน้าท้องแบนราบด้วยความเป็นห่วง นาเดียพยักหน้ายอมรับว่าเธอไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ชีวาจัดท่านั่งให้เธอพิงหัวเตียงนุ่ม