หลังจากที่ราชสำนักจัดเตรียมของกำนัลพร้อมแล้วก็ได้กำหนดออกเดินทางสู่งแคว้นเยว่อู่ มี่หนิงหยางจะติดตามน้องชายไปด้วยห่างๆเพื่อให้แน่ใจว่าองค์ชายเจ็ดจะปลอดภัยดี
“ข้าจะเดินทางไปแคว้นเยว่อู่เพื่อดูแลความปลอดภัยแก่ไป๋เล่อเจ้าอยากไปด้วยหรือไม่” มี่หนิงหยางพอจะดูชิงเถาออกว่านางสนใจแคว้นเพื่อบ้านอยู่ไม่น้อยจึงได้ลองมาโยนหินถามทางแก่นางดู ถึงนางจะปฏิเสธก็ไม่เป็นไรเขาไม่คิดมาก
“ไปแคว้นเยว่อู่เช่นนั้นหรือเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยออกมา นางพอจะรู้อยู่บ้างว่าผู้ที่ต้องนำคณะทูตเดินทางไปเป็นองค์ชายเจ็ดซึ่งดูเหมือนจะสนิทกับมี่หนิงหยางอยู่ไม่น้อยเขาก็คงเป็นห่วงน้องชายนั่นแหละ
“แล้วข้าไปด้วยจะไม่เป็นไรหรือเจ้าคะ” นางไม่ได้ปฏิเสธออกมาในทันที แต่ลองๆคิดหาเหตุผลดูก่อนนางเป็นอีกคนที่ชอบการท่องเที่ยวไม่น้อย มีคนชวนเที่ยวนางก็ต้องคิดหนักเช่นกัน
“ไม่หรอกข้าไปของข้าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับคณะทูต” เขาบอกก็เขาบอกแล้วว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักถือว่าเขาไปเที่ยวช่วงเดียวกับไป๋เล่อต้องไปทำหน้าที่เป็นทูตก็แล้วกันจริงๆเขาจะใช้งานให้คนของเขาทำแทนก็ได้ แต่นั่นก็เพราะว่าทุกคนมีงานของตัวเองแล้วองครักษ์เงาส่วนหนึ่งก็ต้องติดตามเขาไปตลอดจะเหลือก็แต่ลี่กันเท่านั้นที่ยังว่างอยู่ แต่จะให้เจ้าเด็กนี่ทำงานคงไม่รอดเช่นนั้นเขาที่ไม่ได้มีงานด่วนอะไรจึงตัดสินใจไปด้วยตัวเองเพราะอีกอย่างมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาด้วย จะใช้งานคนในพรรคก็ใช่เรื่อง
“ที่จริงข้าก็”ชิงเถาเริ่มคิดหนัก เที่ยวก็อยากเที่ยวแต่นั่นก็จะดูไม่งามไหมไปเที่ยวกับบุรษเช่นนี้ใครได้ยินเข้าจะคิดเช่นไรหรือว่าจะพาพี่น้องนางไปด้วยดี
“เจ้าก็เห็นนี่ว่าเส้นทางไม่ได้ลำบากแต่อย่างใดเจ้าไม่อยากเห็นหรือว่าบ้านเมืองพวกเขาเป็นเช่นไร วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ป่าเขาของเด่นของแต่ละที่ การแต่งตัว หน้าตาของผู้คน”มี่หนิงหยางเริ่มพูดจาโน้มน้ามนางอย่างเต็มที่เขาพอจะดูออกว่านางชื่นชอบการสังเกตสิ่งเหล่านี้อยู่ไม่น้อยเขาจึงนำมันมาหลอกล่อนาง
“ยะอยาก ไม่ๆๆ ถ้าข้าไปกับท่านคนจะมองไม่ดีเอาได้นะเจ้าคะ” ชิงเถาที่กำลังหน้ามืดตามัวตอบตกลงไปรีบโบกมือปัดไปมาปฏิเสธเขาจริงๆนางเริ่มเคลิ้มไปกับการบอกเล่าของเขาแล้วเชียวแต่นางกลับมาคิดได้ว่าตัวเองเป็นสตรีไม่ควรไปนั่นไปนี่กับบุรุษ(พึ่งจะมีความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวนาง)
“ทำไมหละมันเป็นการเรียนรู้นะ เจ้าบอกเองหนิ” เขายังคงชักชวนนางต่อการเดินทางไกลแบบนี้ไม่ได้จะมีง่ายๆนะยิ่งจากเมืองหลวงแคว้นฉวนอู่ไปถึงเมืองหลวงแคว้นเยว่อู่ไม่ใช่ใครจะได้ไปง่ายๆ(ยกเว้นพ่อค้า) ถึงชิงเถานางจะไปเองก็คงถึงเพียงเมืองหน้าด่านที่ติดกับทะเลเท่านั้น
“เอ่ออ่า” เอาไงดีลูกตานางเริ่มหลอกแหลกไปมาหาทางออก
‘ไปสิ เผื่อจะเจอของดี’ เสียงของเชี่ยนเชี่ยนบอกนางมาตามลมสงสัยจะเริ่มรำคาญอารมณ์แปรปรวนของชิงเถาที่คิดไม่ตกจึงได้ตัดสินใจแทนหรือว่าจริงๆแล้วเป็นตัวเชี่ยนเชี่ยนเองที่อยากจะไปกันแน่
“อาหารของที่นั่นถ้าเจ้าได้กิน”มี่หนิงหยางทำหน้าตาเหมือนกับกำลังดื่มด่ำกับของอร่อยเพื่อเรียกร้องนาง
“ตกลงเจ้าค่ะข้าจะไปด้วย แต่ว่าค่าเดินทางคนที่ชวนต้องออกให้นะเจ้าคะ”นางยอมตกลงไปเที่ยวตามคำชวน แต่ก็ไม่วายคงไว้ซึ่งการต่อลองค่าเดินทางก็คงเสียไปไม่น้อยถ้าเป็นไปได้นางเก็บเงินส่วนนี้ไว้ใช้จ่ายซื้อของฝากดีกว่า
“ตกลงไม่มีปัญหา” มี่หนิงหยางยิ้มตอบนางทันทีกับข้อแม้ที่นางขอมาแค่นี้เองขนที่หน้าแข้งอันเรียวยาวของเขาไม่ร่วงหรอก
“อีกอย่างข้าจะชวนพี่น้องของข้าไปด้วยเจ้าค่ะ”อีกอย่างที่นางต้องบอก เพราะตัวนางไม่มีเพื่อนพ้องที่ไหนจะไปไหนก็มีแต่ชักชวนพี่น้องนี่แหละไปด้วย
“ตามใจเจ้าเลย”เขายิ้มตอบตามใจนางเต็มที่ การเดินทางครั้งนี้ของเขาคงจะสนุกทีเดียว
หลังจากมี่หนิงหยางมาชักชวนชิงเถาให้เดินทางไปท่องเที่ยวด้วยอีกสามวันต่อมาก็ถึงวันที่ต้องออกเดินทางแล้ว เร็วจนนางตั้งตัวไม่ทันทีเดียวจนนางลี่จูใจหายเพราะลูกพึ่งจะกลับมาได้ไม่กี่วันจะต้องเดินทางอีกแล้วนี่ลูกของนางเปลี่ยนอาชีพเป็นนักเดินทางไปแล้วหรืออย่างไรกัน
“ไม่ไปด้วยกันจริงๆหรือเจ้าคะ”ชิงเถาถามพี่สาวอีกเป็นรอบสุดท้ายก่อนที่จะออกเดินทางจริงๆลี่ถิงนางไม่ได้ไปด้วยในครั้งนี้จึงได้แต่เดินส่งน้องสาวออกเดินทางอยู่หน้าจวนเช่นนั้นแล้วชิงเถาจึงต้องพาเพียงสองแฝดไปด้วยรอบนี้ต้องมีการเดินทางไปถึงต่างแคว้นจึงไม่ได้พาสัตว์เลี้ยงของพวกนางไปด้วยแต่อย่างใดพวกมันคงเหงาไม่น้อยที่ไม่ได้เจอหน้าเจ้านาย
“พวกเจ้าเที่ยวให้สนุกเถอะพี่ต้องอยู่ดูแลท่านพ่อกับท่านแม่ ไหนจะงานต่างๆอีก”ลี่ถิงตอบน้องสาวอีกรอบเช่นกัน นางนั้นเป็นสาวผ่านพ้นวัยปักปิ่นแล้วไหนจะมีคู่หมั้นคู่หมายจะให้ไปไหนมาไหนตามใจชอบคงดูไม่ดีเท่าไหร่นางจะต้องนึกถึงหน้าตาของฝ่ายคู่หมั้นด้วย ไหนจะกิจการของครอบครัว ขาดชิงเถาไปสักคนงานก็เพิ่มขึ้นมากแล้วนางจึงไม่ยากทิ้งงานให้ที่บ้านเยอะกว่าเดิม(ชิงเถาคงรู้สึกผิดมากทีเดียวถ้าได้รู้ความคิดของพี่สาว)
“เช่นนั้นก็ฝากที่บ้านด้วยนะเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยกับทุกคนอีกเล็กน้อย ก่อนที่รถม้าจะเคลื่อนตัวออกไปจริงๆครั้งนี้มีคนของนางติดตามไปด้วยเพียงสองคนคือนั่งบังคับรถม้าไปส่วนคนที่เหลือชิงเถาให้อยู่ดูแลความปลอดภัยคนที่อยู่ที่นี่ถึงแม้ว่าบิดานางจะมีวรยุทธไม่น้อยจากการฝึกฝนมาถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เคยลงสนามจริงสักครั้งให้ผู้มีประสบการณ์ดูแลความปลอดภัยให้ดีกว่า
“ท่านพ่อท่านแม่”สองแฝดยื่นหน้าออกไปนอกรถม้าทางหน้าต่างเพื่อโบกมือให้คนที่ยืนส่งอีกรอบก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะห่างกันจนลับสายตา
รถม้าของชิงเถาวิ่งออกไปเรื่อยๆตามเส้นทางในเมืองหลวงจนถึงจุดนัดพบที่นัดไว้กับมี่หนิงหยางที่ใกล้กับประตูทางออกเมืองทางด้านทิศตะวันออกตามทิศที่พวกนางต้องเดินทางไปทางด้านมี่หนิงหยางไม่ได้ใช้รถม้าเหมือนนาง เขารอชิงเถาอยู่จุดนับพบพร้อมกับม้าที่ยืนกินหญ้าเอาแรงอยู่ใกล้ๆ
“ข้าไม่ได้มาช้าไปใช่หรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาเดินลงมาจากรถม้าเผื่อถามอีกฝ่าย วันนี้นางแต่งตัวด้วยชุดของบุรุษเป็นครั้งแรกด้วยตอนที่ใส่ใหม่ๆก็รู้สึกแปลกๆหมุนตัวไปมาแต่ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกว่าชุดนี้ก็ใส่สบายไม่น้อย
“ไม่หรอกขบวนเดินทางของคณะทูตเพิ่งจะออกไปเมื่อครู่”คำตอบของมี่หนิงหยางถ้าชิงเถาไม่ได้รู้เรื่องที่เขาบอกกับนางคงจะคิดว่าเขาประชดเรื่องที่นางมาช้าแล้วแต่นั่นไม่ใช่ เพราะว่าพวกเขาจะออกเดินทางช้ากว่าคณะทูตสักพักเพื่อที่จะไม่ให้ตามทันจนดูเหมือนเป็นการร่วมเดินทางไปด้วยกันจนเกินไป
“เช่นนั้นเองเช่นนั้นข้าจะรอบนรถนะเจ้าคะ ถ้าท่านจะเริ่มเดินทางตอนไหนก็บอกคนของข้าได้เลย”ชิงเถาตอบรับอย่างง่ายๆแล้วกลับขึ้นไปหาน้องชายทั้งสองบนรถม้า ทิ้งไว้ให้มี่หนิงหยางมองสำรวจชุดที่นางส่วมใส่อย่างสนใจสองแฝดที่รู้ว่าจะได้ออกท่องเที่ยวอีกแล้วก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้ถึงแม้ว่าหมิงลู่จะกังวลเรื่องที่มีอาการเมาเรือไม่น้อยซึ่งไม่ต่างจากตัวชิงเถาเลยแต่ครั้งนี้ไม่ต้องกังวลเพราะลี่ถิงได้จัดเตรียมยาสำหรับแก้อาการนั้นมาให้หลายชุดเลยทีเดียวนางช่างเป็นพี่สาวที่เอาใจใส่น้องๆจริงๆ
“พวกเจ้ามีอะไรก็ทำเถอะอีกสักหน่อยก็คงออกเดินทางจริงๆแล้ว” ชิงเถาบอกน้องชายทั้งสองที่นั่งอยู่ในรถม้าสามพี่น้องมีกิจกรรมและเล่นสารพัดที่จะทำคร่าเวลาให้ข้ามไปในแต่ละวันในตอนนั่งอยู่บนรถม้า
“พวกเราจะฝึกทำถุงเพิ่มพื้นที่ให้สำเร็จให้ได้ขอรับกลับจากเที่ยวครั้งนี้ท่านพ่อกับท่านแม่จะได้ภูมิใจ”สองแฝดตกลงที่จะฝึกลงอักขระสร้างถุงเพิ่มพื้นที่ให้สำเร็จหลังจากที่ฝึกมาเป็นเวลาหนึ่งแล้วแต่ก็เป็นเด็กนั่นแหละพวกเขาถึงต้องใช้เวลา
“เอาสิพี่คิดว่าพวกเจ้าต้องทำได้แน่” ชิงเถายิ้มเอาใจช่วยน้องชายเด็กทั้งสองมีความสามารถและมีความตั้งใจที่แน่วแน่อีกไม่นานต้องสำเร็จจนถึงมาตรฐานที่ใช้ขายได้แน่ๆ
การเดินทางโดยมี่หนิงหยางห่างจากขบวนของคณะทูตประมาณสิบลี้ได้พวกเขารักษาระยะห่างนี้ไปเรื่อยๆการเดินทางผ่านไปอีกหลายวันนอกจากหยุดแวะพักตอนเที่ยงและตอนกลางคืนแล้วพวกเขาก็ไม่ได้หยุดบ่อยนักจนในที่สุดก็ถึงชายฝั่งท่าเรือที่ต้องข้ามฝั่งเสียทีชิงเถายืนมองเรือที่นางต้องโดยสารอยู่ด้านหน้าตอนนี้ลูกเรือกำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของเรือก่อนที่เรือจะออกจากฝั่งส่วนเหล่าคณะทูตนั้นเรือออกตั้งแต่สองเค่อที่แล้ว
“เราก็กินยาเตรียมไว้เถอะ”ชิงเถายื่นยาเม็ดแก้อาหารเมาเรือให้น้องชายอีกคนได้กินไว้ก่อนหนึ่งเม็ดส่วนนางที่โตกว่าที่กินเข้าไปเลยสองเม็ด
“ขอรับ”หมิงลู่ก็รับยาไปกินโดยง่าย เขาหวังว่ายานี้จะทำงานได้ดีจนเขาไม่มีอาการอะไรนะ
“แล้วเจ้าหละเอาด้วยไหม”นางถามหมิงเลี่ยนที่ยืนมองพี่สาวและน้องชายกินยาเตรียมตัวอยู่เงียบๆเมื่อพี่สาวถามเขาจึงทำเพียงส่ายหน้าปฏิเสธเท่านั้น เขาไม่เป็นไรในรอบก่อนครั้งนี้ก็หวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไรเช่นเดิม
“มีคนเมาเรือเหมือนเราไหมนะพี่ว่ายานี้ถ้าได้ผลจริงๆ เอามาขายแถวท่าเรือก็ไม่เลวนะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างมีจุดมุ่งหมายไปสู้การหาเงิน เอ่อ ความคิดนี้ของตนก็ไม่เลวนะ
“หาเงินอีกแล้วนะ”มี่หนิงหยางที่เดินเข้ามาได้ยินพอดีจึงอดจะล้อนางเล่นไม่ได้
“คนจะรวยหัวต้องคิดหาแนวทางตลอดเจ้าค่ะ” ชิงเถาตอบกลับอย่างมั่นใจ
“ไปเถอะเรือพร้อมแล้ว” มี่หนิงหยางบอกแล้วเดินนำไปขึ้นเรือทันที ส่วนม้าของพวกเขามี่หนิงหยางให้คนนำไปเลี้ยงไว้ให้ที่พรรคแล้วเมื่อถึงอีกแคว้นจะมีคนนำม้ามาเขาให้เองส่วนรถม้าของชิงเถาจะดีหน่อยเพราะนางเอามันขึ้นเรือมาด้วยถึงถ้าเอาขึ้นเรือไมได้นางก็คงยัดมันใส่ในถุงเพิ่มพื้นที่อยู่ดี