รุ่งเช้าอุสมานเดินลงบันไดมาชั้นล่างด้วยท่าทางอิดโรยสีหน้าดูเซียวๆ ขอบตาเริ่มดำคล้ำบ่งบอกได้ดีว่าเ้าตัวคงอดนอนมาหลายคืนชายหนุ่มเดินไปยังห้องอาหารซึ่งมีมารดา น้องชายและน้องสาวนั่งรออยู่ก่อนแล้วเขาทักทายทุกคนด้วยน้ำเสียงเนือยๆก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงหัวมุมของโต๊ะอาหาร
“ดูท่าทางลูกเพลียๆนะอุสมาน ่นี้งานมากหรือจ๊ะ” ซาลิม่าผู้เป็มารดาสอบถามบุตรชายคนโตด้วยความห่วงใย
“ก็นิดหน่อยครับแม่” อุสมานตอบพลางยกแก้วกาแฟลายสวยขึ้นจิบทีละนิดๆ ก่อนคว้าขนมปังปิ้งในจานตรงหน้ามากัดกินไปด้วยอาหารเช้าทุกมื้อของชายหนุ่มจะมีแค่กาแฟดำหนึ่งแก้วและขนมปังปิ้งสองแผ่นเท่านั้น
“นิดหน่อยอะไรกันคะอาการของพี่เหมือนคนอดนอนมาหลายคืนเลยแต่เอ...ถ้างานมากจริงทำไมพี่ฟาเดลถึงยังหน้าใสปิ๊งอยู่แบบนี้ล่ะคะไม่เห็นมีอาการเหมือนพี่อุสมานเลย” อะติฟาน้องสาวคนสุดท้องที่เพิ่งมีอายุได้เพียงแค่สิบหกปีเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่วายจิกกัดพี่ชายคนรองไปด้วย
ฟาเดลที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงเอื้อมมือมาหยิกแก้มป่องๆของน้องสาวอย่างมันเขี้ยวแล้วหันไปถามพี่ชายที่แม้จะมีอายุห่างจากเขาเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้นแต่เขาก็รักและเคารพพี่ชายคนนี้มากอย่างเป็ห่วงระคนกังวล
“พี่ฝันร้ายอีกแล้วใช่มั้ยครับ”
คำถามของฟาเดลทำเอาห้องทั้งห้องเกิดความเงียบขึ้นทันทีแล้วทุกสายตาก็ต่างจับจ้องไปยังอุสมานเขม็งก่อนผู้เป็มารดาจะเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ
“ใช่มั้ยลูก”
อุสมานทาบฝ่ามือลงบนหลังมืออันเหี่ยวย่นของมารดาเขายิ้มให้ท่านน้อยๆ พลางตอบด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใสขึ้นกว่าเดิมเพราะไม่อยากให้ท่านเป็กังวล
“ครับแต่แม่ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกครับมันก็แค่ความฝันเท่านั้น”
“อย่าปลอบใจแม่เลยลูกก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่ความฝัน” ซาลิม่าชักมือออกแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากระโปรงออกมาซับน้ำตา
อุสมานปรายตามองไปทางน้องชายอย่างคาดโทษที่ดันพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมาฟาเดลเองก็รู้ตัวว่าผิดจึงส่งยิ้มขอลุแก่โทษมาให้พี่ชาย
“อุสมาน...ลูกฝันแบบนี้บ่อยมั้ยแล้วเริ่มมีอาการอะไรแปลกๆ บ้างหรือเปล่า ถ้ามีอะไรลูกต้องรีบบอกแม่เลยนะเข้าใจมั้ย”
“ครับๆ ผมจะรีบบอกแม่ทันทีเลยแต่ตอนนี้แม่อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยนะครับ”อุสมานรีบรับปากเมื่อเห็นท่าทางหวั่นวิตกของมารดา ชายหนุ่มไม่อยากพูดเื่นี้อีกจึงตัดบทไปเสีย“นี่ก็สายมากแล้ว ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
“ระวังตัวด้วยนะลูก” ซาลิม่ายังไม่เลิกห่วงใยและคงไม่มีวันเลิกได้ด้วยถ้าตราบใดสิ่งร้ายๆยังไม่ถูกทำลายให้สูญสิ้นไปซะที หัวอกคนเป็แม่คงไม่มีวันมีความสุขได้ในเมื่อเหตุร้ายกำลังจะเกิดขึ้นกับบุตรชายสุดที่รักเช่นนี้
อุสมานยิ้มรับแล้วเดินออกจากห้องอาหารไปด้านฟาเดลก็เข้ามากอดมารดาพร้อมกับเอ่ยลาไปทำงานด้วยอีกคนซาลิม่ายืนมองส่งลูกชายด้วยความเป็ห่วงโดยมีบุตรสาวคนเล็กคอยโอบประคองร่างท่านเอาไว้หญิงสูงวัยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างกลัดกลุ้มระคนทุกข์ใจหัวใจของผู้เป็แม่กลัดหนองและพร้อมที่จะแหลกสลายได้ทุกวินาทีหากบุตรชายอันเป็ที่รักเป็อะไรไป
ไม่ได้เด็ดขาด! ท่านจะไม่ยอมอยู่เฉยๆรอให้เวลานั้นมาถึงหรอกเพราะท่านจะไม่ยอมสูญเสียอะไรไปอีกแล้ว! ซาลิม่าประกาศก้องอยู่ภายในใจด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา” สิ้นเสียงทุ้มห้าวเอ่ยอนุญาต ประตูห้องทำงานของประธานบริษัทจามินราไดมอนก็ถูกเปิดเข้ามาด้วยฝีมือของเอร่าเลขาสาวโสดวัยสี่สิบปี
“คุณฮัดซามาแล้วค่ะบอส”
“เชิญเข้ามาได้”
เพียงสิ้นเสียงอนุญาตของอุสมานผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการใหญ่ของบริษัทจามินราไดมอนนั้นร่างของฮัดซาก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นายใหญ่ฮัดซาเป็ชายรูปร่างเตี้ยหุ่นท้วม ใบหน้ามีหนวดเคราหนาอย่างที่ผู้ชายมีอายุส่วนใหญ่ในประเทศแถบทะเลทรายนิยมไว้กันเขาเป็ผู้จัดการแผนกการตลาดของบริษัทมานานและมีความซื่อสัตย์มากคนหนึ่ง
“นี่ครับ ผลประกอบการของไตรมาสที่สอง” ฮัดซายื่นแฟ้มรายงานยอดขายให้กับผู้เป็นายด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
“เกิดอะไรขึ้นทำไมยอดขายไตรมาสที่สองถึงได้ลดลงกว่ายอดของไตรมาสแรกเกือบครึ่งแบบนี้” อุสมานถามเสียงเครียดเพราะนี่มันไม่ใช่เื่เล็กๆ เลยเนื่องจากผลประกอบการไตรมาสที่แล้วบริษัทจามินราสามารถทำกำไรได้ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวแต่พอมาไตรมาสที่สองผลกำไรกลับลดลงไปเกือบครึ่งหนึ่งแบบนี้
“ลูกค้าประจำของเรายังคงไว้วางใจสั่งซื้อสินค้าของเราอยู่ครับบอสแต่พวกลูกค้าขาจรทั้งหลายตอนนี้เทใจไปให้บริษัทคู่แข่งของเราเกือบหมดแล้วจึงทำให้ยอดขายไตรมาสนี้ของเราตกลงมากครับ” ฮัดซาอธิบาย
“คู่แข่ง? บริษัทไหน”
“เอชแอลไดมอนครับ”
“หืม? บริษัทของคุณฮาลิมน่ะเหรอ” อุสมานถามกลับด้วยความประหลาดใจเพราะแต่ไหนแต่ไรมาบริษัทของฮาลิมไม่เคยเอาชนะบริษัทของเขาได้เลยตลอดเวลาที่ผ่านมาชายหนุ่มทราบว่าผลประกอบการของบริษัทเอชแอลไดมอนมักติดลบอยู่เสมอซึ่งสาเหตุใหญ่ที่บริษัทของฮาลิมไม่ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับยอดขายเท่าที่ควรนั้นเป็เพราะรูปทรงของเครื่องประดับที่ผลิตออกมาไม่ค่อยสวยงามเท่าไรบางชิ้นนั้นใหญ่เทอะทะเกินไปและบางชิ้นก็มองไม่ออกว่าผู้ออกแบบ้าสื่อถึงอะไรกันแน่
ลูกค้าบางคนเลือกซื้อเครื่องประดับโดยเฉพาะเพชรนั้นมักมาจากความชอบและรูปทรงของเครื่องประดับและอาจรวมไปถึงความหมายของรูปแบบของเครื่องประดับด้วยก็ได้อย่างเช่นเมื่อปีที่แล้วบริษัทของเขาประสบความสำเร็จต่อการออกแบบชุดเครื่องเพชรที่มีชื่อว่าดวงดาวที่เปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน เป็อย่างมากเพราะนอกจากรูปทรงที่สวยงามแล้วความหมายที่ผู้ออกแบบให้นิยามไว้ก็สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าเป็อย่างมากโดยเฉพาะลูกค้าวัยสาวๆเพราะความหมายของมันก็คือผู้ที่ได้เครื่องเพชรชุดนี้เปรียบเสมือนดวงดาวที่กำลังเปล่งแสงอันเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้าซึ่งมีคุณค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้นั่นเอง
“ใช่ครับ” ฮัดซาพยักหน้ารับเขาเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันแต่ข้อมูลที่ได้รับมานั้นก็จำเป็ต้องเชื่อ
“แล้วคุณรู้หรือยังว่ามันเป็เพราะสาเหตุใด”
“ทราบแล้วครับเมื่อสองเดือนก่อนบริษัทเอชแอลไดมอนได้รับพนักงานออกแบบมาใหม่คนหนึ่งเธอเป็ผู้หญิงชาวเอเชียแต่ฝีมือเื่การออกแบบกลับไม่ธรรมดาเลย เพราะผลงานของเธอเคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศมาแล้วครับ”
“อย่างนั้นเหรอ” อุสมานพึมพำออกมา ท่าทางของเขาบ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิดอย่างมากเลยทีเดียว
“การที่ลูกค้าแห่ไปซื้อเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่ของบริษัทเอชแอลไดมอนก็มาจากฝีมือการออกแบบของเธอคนนี้นี่แหละครับเท่าที่ผมได้สอบถามจากลูกค้าบางรายเขาบอกว่าเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่นี้มีรูปทรงสวยงามอ่อนช้อยลวดลายนั้นดูแปลกตาดีแต่งดงามจนน่าซื้อเก็บไว้ครับ”
“ถ้าจะไม่ธรรมดาซะแล้วสิ”
“ใช่ครับถ้าขืนยังเป็แบบนี้อยู่ต่อไปเราจะเสียลูกค้าประจำไปด้วยนะครับ”
อุสมานพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะเอ่ยออกมา
“เราคงต้องเรียกประชุมทุกฝ่ายโดยด่วนเพื่อหาทางออกในเื่นี้เอาล่ะ คุณกลับไปทำงานเถอะ แล้วถ้าคุณมีข้อเสนออะไรดีๆ ที่จะกระตุ้นยอดขายของเราได้ก็เสนอในที่ประชุมได้เลยนะส่วนวันประชุมผมจะให้เลขาแจ้งให้ทราบอีกทีหนึ่ง”
“ครับ งั้นผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับ”ฮัดซาเอ่ยขอตัวก่อนจะลุกเดินออกจากห้องทำงานไป
ทายาทของจามินราถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความกลัดกลุ้มแม้ยอดขายที่ลดลงไปไม่อาจทำให้บริษัทอัญมณีั์ใหญ่ของประเทศบาราคาห์อย่างจามินราไดมอนล้มลงได้แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าจะไม่ะเืเลยเพราะหากปล่อยให้เรื้อรังต่อไปในอนาคตข้างหน้าอาจเสียลูกค้าประจำไปอย่างถาวรก็เป็ได้ฉะนั้นเขาจะต้องเร่งแก้ไขในเื่นี้โดยด่วนที่สุด
ชายหนุ่มนั่งจมอยู่กับความคิดอยู่นานก่อนจะกดอินเตอร์คอมสั่งให้เลขาสาวเรียกบอดี้การ์ดทั้งสองคนของเขาเข้ามาพบในห้องซึ่งเพียงไม่ถึงนาทีคนที่เขา้าพบก็มาถึง
“เ้านายมีอะไรจะให้ผมสองคนรับใช้หรือครับ” รีมเป็คนเอ่ยถาม ส่วนบาห์จะที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นปิดปากเงียบรอฟังคำสั่งอย่างเดียวทั้งสองคนเป็คนสนิทของอุสมานติดตามรับใช้ผู้เป็นายมาั้แ่เด็กจึงรู้ใจกันเป็อย่างดี รีมกับบาห์จะเป็เด็กกำพร้าที่เร่ร่อนไปเรื่อยจนได้มาเจอกับพ่อของอุสมานที่มีจิตใจเมตตาสูงพวกเขาจึงได้มาติดตามดูแลอุสมานจนถึงทุกวันนี้
“ฉันอยากให้นายสองคนไปสืบประวัติพนักงานออกแบบหญิงคนใหม่ของบริษัทเอชแอลไดมอนขอแบบด่วนที่สุดนะ”
“ได้ครับ” รีมรับคำสั่งแล้วเดินจากไปพร้อมกับบาห์จะทั้งที่ทั้งสองคนไม่ได้มีข้อมูลอะไรมากเกี่ยวกับคนที่เ้านายให้ไปสืบมาเลยแต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่เื่ยากอะไรสำหรับพวกเขาสองคน
บริษัทเอชแอลไดมอน ในแผนกออกแบบเครื่องประดับหญิงสาวร่างบอบบางทว่าหุ่นสูงโปร่งราวกับนางแบบกำลังนั่งชื่นชมในผลงานของตนเองที่สามารถทำยอดขายให้แก่บริษัทได้อย่างถล่มทลายจนแทบไม่น่าเชื่อสมแล้วที่เธออดตาหลับขับตานอนมาหลายอาทิตย์ เรียกได้ว่าใส่ใจทุกขั้นตอนแม้กระทั่งเข้าไปดูถึงขั้นตอนการผลิตจนทุกอย่างออกมาโดยสมบูรณ์อย่างที่้า
ผลงานชิ้นนี้เป็ผลงานชิ้นแรกนับั้แ่เนตรนภาฮาคุมาจิหรือที่เพื่อนร่วมงานเรียกกันว่าแนนนี่เพราะง่ายต่อการออกเสียงได้ย่างก้าวเข้ามาทำงานในบริษัทแห่งนี้บริษัทที่เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากนักอย่างเธอได้เข้ามาทำงานอย่างจริงจังดังนั้นหญิงสาวจึงตั้งใจกับงานอย่างเต็มที่ เพราะหวังจะแสดงฝีมือให้ทุกคนได้เห็นและมันก็ประสบความสำเร็จเกินคาดเลยทีเดียว
ที่สำคัญตอนนี้ทุกคนในแผนกต่างยอมรับในตัวเธอมากขึ้นและไว้วางใจที่จะมอบหมายงานสำคัญๆให้รับผิดชอบรวมถึงให้เธอได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่อีกด้วยเนตรนภาหัวเราะเบาๆ อย่างมีความสุขเพราะอนาคตทางด้านการงานของเธอกำลังไปได้สวยหญิงสาวนึกถึง่เวลาก่อนที่จะเข้ามาทำงานที่นี่ ตอนนั้นเธอยังเป็แค่นักศึกษาจบใหม่ที่ยังเตะฝุ่นอยู่เลยเธอจบมาได้เกือบปีแล้วแต่ก็ยังหางานทำไม่ได้เพราะบริษัทที่ไปสมัครล้วนแล้วแต่อยากได้คนมีประสบการณ์ทั้งนั้นแม้เธอจะมีใบประกาศตำแหน่งชนะเลิศการออกแบบอัญมณีระดับประเทศเป็ใบเบิกทางก็ตาม
เนตรนภาเดินเตร่ๆหางานอยู่หลายเดือนจนกระทั่งได้รับการติดต่อจากบริษัทเอชแอลไดมอนซึ่งเป็บริษัทที่เธอเคยกรอกใบสมัครงานทางออนไลน์ทิ้งเอาไว้หญิงสาวจำได้ว่าตื่นเต้นมากแค่ไหนและรีบนำเื่นี้ไปปรึกษาบิดามารดาทันที
‘พูดตรงๆ เลยนะพ่อไม่อยากให้หนูไป’ ยูจิโร่ ผู้เป็บิดาของเธอตอบออกมาตรงๆท่านเป็ชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยจนกระทั่งพบรักกับบุษบาผู้เป็มารดาของเธอท่านจึงปักหลักทำงานอยู่ที่เมืองไทยไม่กลับญี่ปุ่นอีกเลยท่านทำงานเป็อาจารย์สอนด้านภาษาญี่ปุ่นอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของประเทศส่วนภรรยาก็รับราชการเป็ครูอยู่ในโรงเรียนแถวๆ กรุงเทพฯ เช่นกัน
‘แม่เองก็คิดเหมือนพ่อ’
‘ทำไมล่ะคะ’ เธอจำได้ว่าถามออกไปด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดเพราะอารมณ์ตอนนั้นอยากทำงานเต็มแก่
‘มันไกลเกินไปต้องเดินทางไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองมันลำบากหลายๆ อย่างไม่สะดวกสบายเหมือนทำงานอยู่บ้านเราหรอกลูกอีกอย่างพ่อเป็ห่วงเหลือเกิน ประเทศแถบทะเลทรายเดี๋ยวนี้สู้รบกันบ่อยมีพวกผู้ก่อการร้ายแฝงตัวอยู่มาก’
‘โธ่...พ่อขาประเทศที่หนูจะไปทำงานน่ะไม่มีเื่พวกนี้หรอกค่ะ บาราคาห์เป็ประเทศเล็กๆ ที่สงบสุขประเทศเขาเปิดกว้างเื่วัฒนธรรมพอสมควรเพราะเริ่มมีคนหลายเชื้อชาติเข้าไปอยู่อาศัยและทำงานบ้างถ้าเราไม่ทำอะไรผิดตามที่เขากำหนดไว้ก็ไม่มีเื่เลวร้ายอะไรหรอกค่ะ’ หญิงสาวอธิบายพลางเดินไปคุกเข่าลงใกล้ๆ กับบิดาแล้วเกาะขาท่านอย่างประจบประแจง
‘พูดแบบนี้แสดงว่าตัดสินใจแน่แล้วใช่มั้ยว่าจะไป’บิดาถามยิ้มๆ
‘ก็...ค่ะหนูอยากลองดูค่ะพ่อ’
‘แม่ไม่อยากให้ไปเลย’ผู้เป็มารดาบอกเสียงเครียดเพราะไม่อยากให้ลูกสาวคนเดียวต้องไปทำงานไกลหูไกลตาเนื่องจากเป็ห่วง‘ไปแล้วก็อดเป็ห่วงไม่ได้หนูเป็ผู้หญิงไปอยู่คนเดียวแบบนี้แถมยังอยู่ต่างบ้านต่างเมืองอีกมันอันตรายไหนจะเื่อาหารการกินอีกไม่รู้จะถูกปากหรือเปล่า’ บุษบาร่ายยาวเป็หางว่าวสองพ่อลูกมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนลูกสาวจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาหวายตัวเดียวกับมารดาแล้วกอดท่านไว้
‘ถ้าหนูไม่ไปหนูก็ไม่โตไม่รู้จักรับผิดชอบชีวิตของตัวเองสักทีน่ะสิคะแม่ให้โอกาสหนูได้ลองดูนะคะแม่ หนูสัญญาว่าถ้ามันไม่เวิร์กจริงๆ หนูจะรีบลาออกแล้วกลับมาหางานทำที่ไทยทันทีเลยค่ะน้า...นะคะแม่...นะๆๆ ให้หนูไปน้า...’ เธอออดอ้อนท่านราวกับลูกแมวเหมียว
‘คุณว่าไงล่ะคะ’ เมื่อทนลูกอ้อนของลูกสาวไม่ได้บุษบาก็หันไปถามสามียกหน้าที่ให้เขาตัดสินใจแทน เนตรนภาจึงหันไปมองหน้าบิดาอย่างมีความหวัง ดวงตาหวานมีประกายเจิดจ้า
‘ถ้าลูกสาวเราอยากไปมากขนาดนี้ก็...ตามใจแล้วกัน’ยูจิโร่ตัดสินใจในที่สุดแม้เขาจะห่วงบุตรสาวเพียงใดแต่เพื่อให้เนตรนภาได้ทำงานตามความฝันของตนเองเขาก็ต้องสนับสนุน
‘เย้ๆๆ ขอบคุณค่ะพ่อขอบคุณนะคะแม่ รักพ่อกับแม่ที่สุดเลยค่ะ’ เนตรนภาโห่ร้องด้วยความดีใจลุกขึ้นเดินไปหอมแก้มบิดาและมารดาฟอดใหญ่ก่อนจะะโโลดเต้นไปมาเหมือนเด็กๆท่ามกลางสายตาเอ็นดูของพ่อแม่
หลังจากได้รับอนุญาตแล้วหญิงสาวก็ติดต่อกลับไปทางบริษัททันทีจากนั้นก็จัดการเื่เอกสารการเดินทางต่างๆ รวมถึงจัดเตรียมข้าวของที่จะเอาไปด้วยตอนแรกนั้นก็กระตือรือร้นสุดๆ ที่จะได้ไปเผชิญโลกกว้างในต่างแดนทว่าพอถึงเวลาต้องเดินทางเข้าจริงๆเธอก็อดรู้สึกใจหายพาลไม่อยากไปขึ้นมาเสียดื้อๆ แถมยังเริ่มกลัวไปสารพัดอีกแต่ในที่สุดเธอก็ปรับสภาพจิตใจของตนเองได้
ในวันเดินทางเนตรนภาจำได้ว่าทั้งเธอและมารดาต่างร้องไห้กันหนักมากแค่ไหนส่วนบิดานั้นแค่ตาแดงๆ น้ำตาคลอเบ้าเท่านั้น หญิงสาวกับครอบครัวไม่เคยแยกจากกันไปไกลและนานขนาดนี้จึงอดใจหายและเป็ห่วงกันไม่ได้แต่ชีวิตก็ต้องเริ่มต้นหากเธอไม่ลองก้าวออกมาก็คงไม่มีวันที่จะแข็งแกร่งและยืนหยัดด้วยขาของตนเองได้ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้ก้าวสู่บันไดขั้นแรกของชีวิตการทำงานแล้วและดูเหมือนว่าเธอจะได้กรุยทางเอาไว้อย่างดีแล้วเพราะมองไปข้างหน้าก็เห็นมีแต่ทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเอาไว้
เนตรนภาคิดอย่างฝันหวานดวงตาหวานเคลิบเคลิ้มเดี๋ยวก็หัวเราะเดี๋ยวก็ยิ้มแก้มแทบปริอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าก็ไม่ปาน
“แนนนี่ๆ”
เสียงแหลมๆ ของเพื่อนสาวในแผนกดังอยู่ใกล้ๆหูและลำแขนที่ถูกเขย่าไม่เบาเลยสักนิดทำให้เนตรนภาตื่นจากฝันหวานของตนเอง
“ฮะ มีอะไรเหรอแซนด้า” หญิงสาวถามเพื่อนร่วมงานด้วยสีหน้าเหลอหลา
“มัวฝันกลางวันอะไรอยู่ยะได้เวลาเลิกงานแล้วไม่กลับบ้านหรือไง”
เนตรนภาหันไปมองทั่วแผนกก็พบว่าทุกคนทยอยกันกลับบ้านจะหมดแล้วหญิงสาวเลยยิ้มให้เพื่อนอย่างเขินๆ เพราะตนเองมัวฝันจริงๆ
“ฉันมัวคิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ”
“คืนนี้อย่าเบี้ยวนัดนะยะเพราะมันเป็งานเลี้ยงของเธอโดยเฉพาะ” แซนด้าเตือนเสียงเข้มเพราะเพื่อนสาวชาวเอเชียคนนี้ของเธอไม่ค่อยชอบเื่ปาร์ตี้สักเท่าไรนักเพราะเพื่อนคนอื่นชวนไปดื่มหลังเลิกงานทีไรมักจะปฏิเสธทุกที
“ไม่เบี้ยวหรอกน่า แต่ความจริงไม่ต้องจัดเลี้ยงอะไรให้ฉันก็ได้นี่นา”เนตรนภาเอ่ยอย่างเกรงใจเื่จัดงานเลี้ยงฉลองให้นั้นเธอไม่เคย้าเลยเพราะเป็คนไม่ชอบดื่มและเที่ยวกลางคืนอยู่แล้วนี่ถ้าไม่ติดว่าบอสใหญ่เป็คนสั่งจัดงานเลี้ยงให้ละก็ เธอคงเบี้ยวนัดอีกตามเคย
“ไม่ได้! เธออุตส่าห์ออกแบบเครื่องเพชรให้กับบริษัทจนมันขายดิบขายดีแซงหน้าบริษัทคู่แข่งอย่างจามินราไดมอนได้ซึ่งน้อยคนมากที่จะทำได้แบบนี้สำหรับที่นี่มันเป็เื่ใหญ่มากเลยนะเพราะฉะนั้นต้องให้เกียรติเธอด้วยการจัดเลี้ยงให้สิบอสทำถูกแล้ว” แซนด้า แม่สาวชาวอังกฤษนักปาร์ตี้ตัวยงบอกเสียงสูง“เอาล่ะแม่เบบี๋ ลุกขึ้นกลับบ้านได้แล้วจ้ะแล้วคืนนี้ก็แต่งตัวให้สวยๆ นะเพราะเธอเป็แม่งาน สี่ทุ่มตรงเป๊ะฉันจะขับรถไปรับเธอที่หน้าคอนโดฯโอเค...” แซนด้าจัดการรวบรัดแล้วฉุดแขนเพื่อนสาวให้ลุกขึ้นยืนจากนั้นก็ผลักให้เดินออกจากแผนกไปด้วยกัน