กรุ่นไอดินกลิ่นผลไม้ปราณวิญญาณห๊อมหอม 清新芳香

    บทที่34. เตรียมตัวออกเดินทางกัน

    บทที่34. เตรียมตัวออกเดินทางกัน


     

    มื้ออาหารเย็นนั้นหงฟางทำเผื่อทุกๆ บ้านด้วยครอบครัวบ้านสามเองก็เช่นกันพี่สะใภ้สามก็ทำอาหารเผื่อทุกบ้านด้วยจากนั้นก็จะทำไปแลกเปลี่ยนแบ่งปันอาหารกันเพราะบ้านแต่ละหลังเล็กจึงไม่อาจนั่งรวมตัวกินข้าวด้วยกันได้หมดทุกคนนั้นเองและเมื่ออาหารเย็นผ่านไป…


    “พรุ่งนี้คงต้องออกเดินทางไปเมืองกุยเพื่อซื้อของกันแต่เช้านะ”ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยขึ้นกัยบุตรชายคนเล็กเมื่อนั่งจิบชายอดน้ำค้างหลังมืออาหารอยู่


    “ท่านพ่อขอรับ เรื่องนี้เจ้าถ่านน้อยอาจช่วยได้นะขอรับ”ไป๋ซ่างจวินเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว


    “หมายความว่าอย่างไรกันหรือ”


    “ท่านปู่วว ถ่านทำมิติได้เจ้าค่า”เสียงน่ารักเอ่ยเรียกโดยลากเสียงยาวๆและทำเป็นมากระซิบท่านปู่ของตนเองแต่น้ำเสียงก็ยังดังเท่าเดิมอยู่ดีทำให้

    ท่านผู้เฒ่าไป๋นั้นทั้งขำทั้งเอ็นดู แล้วไหนจะท่าทางที่ตากลมๆนั้นเบิกโตอย่างตื่นเต้นเหมือนมีเรื่องอยากจะเล่านั้นอีก


    “หื้ม สิบสี่เจ้าว่าเจ้าถ่านทำมิติได้หมายความว่าอย่างไรเล่า”แม้จะขำในท่าทางของหลานสาวแต่ก็ยังอดแปลกใจไม่ได้กับเรื่องที่ได้ยินอยู่ตอนนี้


    “ท่านพ่อดูนี่ก่อนเถิดขอรับ”ไป๋ซ่างจวินส่งกำไลหยกของภรรยาไปให้บิดาดู


    เมื่อท่านผู้เฒ่าไป๋รับมาตรวจสอบดูพบว่าด้านในมีพื้นที่มิติอยู่กว้างหนึ่งหมู่เลยทีเดียว


    “กว้างมากยิ่งนักผู้ที่ลงอักขระมิติให้มีพื้นที่มากเช่นนี้ได้ต้องเป็นผู้มีพลังปราณสูงส่งและยังเชี่ยวชาญอย่างมากอีกด้วยแล้วเกี่ยวอันใดกับเจ้าถ่านเล่า” ท่านผู้เฒ่าเอ่ยถามในใจก็แอบลุ้นระทึกกับคำตอบเพราะยังไม่กล้าคาดเดาสิ่งใดไปเองก่อน


    “เกี่ยวขอรับ เพราะกำไลมิติที่ท่านพ่อถืออยู่นั้นเจ้าถ่านเพิ่งทำพื้นที่มิติให้หงฟางก่อนเราจะเดินทางกลับมานี้เองขอรับ”


    "ว่าอย่างไรนะ จะ จริงหรือนี่โอ้!!เจ้าถ่านเจ้าทำได้จริงหรือนี่”เมื่อได้ยินคำพูดจากปากของบุตรชายท่านผู่เฒ่าไป๋ก็เอ่ยถามซ้ำก่อนจะหันไปหาเจ้าถ่านน้อยตัวกลมที่ตอนนี้นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆกาย


    “กิ้วว จริงขอยับ”


    “โฮ๊ะ ๆ ๆ เจ้าถ่านเป็นหมีอักขระหรือนี่ไม่ใช่สิเจ้าเป็นหมีมังกร ย่อมต้องเป็นหมีมังกรอักขระสินะ ดีๆๆ ยิ่งนัก”


    “ไม่รู้เจ้าถ่านมีพลังปราณชนิดใดกันแน่นะขอรับคราวก่อนก็พ้นไฟติดเตาให้จิ่วจิวไปคราวนี้ใช้พลังสร้างวัตถุมิติได้หรือจะมีสองธาตุขอรับเป็นธาตุไฟกับธาตุแสง”ไปซ่างจวินวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของพลังเจ้าถ่านน้อย


    “ถ่านบอกว่าอาจจะยงไปอยู่ในน้ำยึก ๆได้โด้ยนะเจ้าคะท่านพ่อ” เสียงน่ารักสดใสเอ่ยขึ้นเมื่อนึกออกว่าเจ้าถ่านได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าอาจลงไปอยู่ในน้ำลึกๆได้นั้นเอง


    “เจ้าถ่านเก่งมากเลยนะน้องเล็ก”ไป๋ซ่างหลงเมื่อได้ยินก็อดทำตาโตอย่างตื่นเต้นไม่ได้


    “ใช่ ๆ”ไป๋ซ่างหลางเองก็เห็นด้วยกับพี่ชายของเขาเช่นกัน


    “กิ้ววว เก่งขอยับ”เจ้าตัวกลมขนฟูเอ่ยตอบรับคำชมทันที พร้อมส่งเฉ่าเหมยเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มพองออกไม่หยุด


    “เจ้าถ่านเช่นนั้นทำวัตถุมิติให้ปู่ดูอีกได้หรือไม่เล่า”ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยถามเจ้าถ่านอย่างอดตื่นเต้นไม่ได้ คิดอยากเห็นกับตนเองจริงๆ


    “กิ้วว ได้ขอรับท่านปู่ของนายหญิง”


    “เช่นนั้นเอาเป็นสิ่งนี้ก็แล้วกันนะ”ท่านผู้เฒ่าไป๋ส่งหยกพกสีเขียวเนื้อแวววาวที่พกติดกายอยู่ตลอดเวลาไปให้เจ้าถ่านน้อยทันที


    “ฮึบ ๆ” เมื่อเห็นว่าท่านปู่ของนายหญิงส่งของให้เจ้าถ่านน้อยจึงเร่งลงจากเก้าอี้ทันทีแต่เพราะกินอิ่มมากเกินไปจึงไม่อาจบินขึ้นได้ ร่างกลมๆ จึงหันหลังแล้วค่อยๆกระดึ๊บกายหย่อนขาสั้นๆ ลงพื้นช้าๆ


    “ข้าช่วยเองเจ้าถ่านน้อย”เป็นไป๋ซ่างหลงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ทนไม่ไหวกับภาพที่เห็นตรงหน้าทั้งสงสารทั้งเอ็นดูจึงเข้าไปช่วยอุ้มลงมาที่พื้น


    “ขอบคุณขอยับพี่ใหญ่ของนายหญิง”


    “ไม่เป็นไร”


    จากนั้นเจ้าถ่านก็รับเอาหยกพกมาถือไว้ในมือก่อนจะตั้งท่าทางเหมือนเมื่อตอนที่ลงอักขระใส่กำไลหยกให้หงฟาง


    “กิ้ววท่านปู่ของนายหญิงอยากได้ความกว้างเพียงใดหยือขอยับ”เจ้าถ่านเงยหน้าขึ้นมาถามก่อนเริ่มงาน


    “อืมแล้วตอนนี้เจ้าทำให้มิติกว้างมากที่สุดได้เท่าใดเล่า”ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยถามออกไปเพราะไม่รู้ว่าพลังของเจ้าถ่านมีมากน้อยเพียงใด


    ในการสร้างวัตถุมิตินั้นโดยปกติแล้วยิ่งวัตถุมิติกว้างมากเท่าไหร่ก็ยิ่งบ่งบอกว่าผู้ที่สร้างขึ้นมานั้นมีพลังปราณมากมายเพียงใดนั้นเองอย่างวัตถุมิติที่เคยได้เห็นมาก่อนนั้นส่วนใหญ่จะมีพื้นที่อยู่ที่ครึ่งหมู่เท่านั้นส่วนที่กว้างหนึ่งหมู่นั้นก็พอมีแต่หายากมากดังนั้นเมื่อตอนที่ตรวจสอบกำไลหยกของลูกสะใภ้ที่เจ้าถ่านทำให้และได้เห็นพื้นที่มิติภายในกว้างมากถึงหนึ่งหมู่จึงทำให้ตกใจมากมายยิ่งนัก


    “ไม่ยู้ขอยับ” เจ้าถ่านน้อยยู่ปากตอบและส่ายหน้าไปมา


    “เช่นนั้นลองทำที่ห้าหมู่ดูก่อน”ท่านผู้เฒ่าไป๋ให้ลองทำที่ห้าหมู่ก่อน หากไม่ได้จริงๆค่อยลดขนาดลงมา


    “ได้ขอยับ ซู๊ดดด กิ้ว กิ้ววว มิติ มิติ มิติ อืมมมสิ่งนี้เรียกว่าอันใดหยือขอยับ” พอตั้งท่าจะสายก้นและร่ายอักขระก็ต้องหยุดชะงักก่อนเพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่จะทำให้กลายเป็นวัตถุมิตินั้นมีชื่อเรียกว่าอย่างไรนั้นเอง


    “นี่เรียกว่าหยกพก”ท่านผู้เฒ่าไป๋ที่ตกใจกับท่าทางการร่ายอักขระมิติของเจ้าถ่านน้อยเอ่ยตอบออกมาด้วยสีหน้าที่บรรยายไม่ถูกไม่ต่างจากไป๋ซ่างจวินเลยแม้แต่น้อยยามตระกูลไป๋รุ่งเรืองนั้นเขาเคยพบเห็นคนใช้พลังปราณอักขระมาก่อนแม้เพียงครั้งเดียวแต่ก็จำได้ดีว่าเป็นเช่นไรหาได้เป็นเช่นเมื่อครู่ที่เจ้าถ่านน้อยตั้งท่าเต้นรำส่ายก้นเลยสักนิด


    “ขอยับ” เมื่อรับรู้แล้วว่าของในมือมีชื่อเรียกอย่างไรสองมือน้อยๆปกคลุมไปด้วยขนฟูๆก็จับหยกพกไว้ทั้งสองข้างก่อนย่อกายลงเล็กน้อยแล้วเริ่มสายก้มไปมาซ้ายขวาๆ แล้วหมุนรอบตัวเองไปมา


    “กิ้ว กิ้วว มิติ มิติ มิติ ให้หยกพกนี้มีมิติ ปุ้งปุ้งให้มีพื้นที่กว้างห้าหมู่ กิ้วววว” พอจบคำก็มีแสงสว่างวาบรอบๆ หยกพกนั้นทันที


    ท่านผู้เฒ่าไป๋และไป๋ซ่างจวินรวมถึงเด็กน้อยฝาแฝดทั้งสองที่ได้เห็นเป็นครั้งแรกต่างก็มองดูภาพตรงหน้าแทบไม่กล้ากะพริบตาเลยด้วยซ้ำไม่รู้ว่าต้องตกใจในท่าทางแสนประหลาดแต่น่ารักน่าเอ็นดูนั้นของเจ้าถ่านก่อนหรือจะต้องตกใจกับแสงสีทองที่สว่างแวบขึ้นเมื่อครู่ก่อนดีส่วนคนที่เคยเห็นแล้วอย่างหงฟางและจิ่วจิวน้อยก็ยังคงจ้องมองไม่วางตาเช่นกันก็ท่าทางการลงอักขระมิติของเจ้าถ่านน้อยนั้นสามัญทั่วไปเสียเมื่อไหร่เล่า


    “เสร็จแล้วขอรับท่านปู่ของนายหญิง”


    “อืม ขอบใจๆ”ท่านผู้เฒ่าไป๋ยื่นมือออกไปรับหยกพกมาด้วยความตื่นเต้นอย่างห้ามไม่ได้ก่อนเพ่งจิตเข้าไปตรวจสอบและก็เป็นดั่งที่คาดหวังไว้เจ้าถ่านน้อยสามารถทำวัตถุมิติได้จริงๆ ทั้งยังมีขนาดกว้างถึงห้าหมู่เชียวเป็นเช่นนี่ช่างวิเศษมากมายยิ่งนักแล้วตอนนี้ก็นับว่าคนครอบครัวตระกูลไป๋มีทรัพยากรพร้อมสมบูรณ์ในการฝึกฝนพลังปราณไม่ด้อยไปกว่าผู้ใดแล้ว


    “โฮ๊ะๆ ๆ ๆ เจ้าถ่านเก่งจริงๆเก่งมากเลยทีเดียวนะเจ้าอยากกินอันใดบอกมาได้เลยเดี๋ยวปู่ซื้อให้เจ้าเอง โฮ๊ะๆ ๆๆ” ท่านผู้เฒ่าไป๋ทั้งหัวเราะไปทั้งเอ่ยถามไปอย่างอารมณ์ดี มีแต่เรื่องดีๆ จริงๆ


    “กิ้วว นายหญิงจินอันใดดีขอยับ”เจ้าถ่านน้อยเงยหน้าขึ้นไปถามนายหญิงตัวน้อยอย่างขอความคิดเห็นว่ากินอันใดกันดี


    “บอกท่านปู่ว่าจินถังหูหู่กับเซาปิงกัน”


    “กิ้ววว ขอยับนายหญิง...จินถังหูหู่กับเซาปิงขอยับ”เมื่อได้ฟังคำกระซิบที่ไม่เหมือนกระซิบของนายหญิงแล้วเจ้าถ่านก็หันกลับไปตอบท่านผู้เฒ่าไป๋ทันที


    “ได้ๆ ถังหูลู่กับเซาปิงนะปู่จะซื้อให้พวกเจ้าเยอะๆให้ทุกคนเลยนะ”


    เมื่อได้ยินคำตอบรับนั้นนายหญิงตัวน้อยกับลูกน้องตัวกลมก็พากันยืนตัวตรงเรียงกันจับมือกันยิ้มกว้างจนเห็นเหงือกเห็นฟันด้วยกันทั้งคู่แววตาฉายความดีใจที่จะได้กินขนมที่ชอบเป็นหนักหนาพาให้คนในห้องต่างอมยิ้มกันไม่หุบ


    จากนั้นเวลาที่เหลืออยู่ในการเตรียมตัวออกเดินทางท่านผู้เฒ่าไป๋ก็สั่งให้ท่านพ่อบ้านหวังฉีไปซื้อแหวนหยก แหวนไม้เกลี้ยงๆและกำไลหยก กำไลไม้ธรรมดามาเสียหลายวงเพื่อมาให้เจ้าถ่านน้อยทำวัตถุมิติให้นั้นเองและแจกจ่ายให้ลูกๆ หลานๆคนละชิ้นเพื่อเก็บของติดตัวเอาไว้


    และเรื่องที่เจ้าถ่านน้อยสามารถทำวัตถุมิติได้นั้นทุกคนต่างรับรู้กันหมดแล้วกับเหล่าเด็กๆ ทั้งหลายที่ได้ยินก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากมายนักเพราะยังไม่รู้ความสำคัญของวัตถุมิติกันเท่าไหร่แต่กับเหล่าผู้ใหญ่ที่เหลือนั้นไม่ใช่พวกเขาทราบดีเลยทีเดียวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและมีค่ามากมายเพียงใดจึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นยินดีเป็นหนักหนายามที่ได้รับรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรก


    ดีที่ลูกหลานตระกูลไป๋หาได้มีคนคิดไม่ดีหรือมีความอิจฉาริษยาในหมู่พี่น้องกันเองเช่นคนตระกูลอื่นไม่เช่นนั้นแล้วคงมีแต่เรื่องน่าปวดหัวเข้ามาเป็นแน่แต่ลูกหลานตระกูลไป๋ทุกคนมีแต่ความยินดีและต้องการอยู่รวมกันอย่างสงบเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆเพียงเท่านั้น


    “หนึ่ง ฉอง ฉัม ฉี่ ห้า หดดด” เสียงเล็กๆ น่ารักๆยังคงนับเลขไม่หยุดเป็นเช่นนี่มาตั้งแต่เช้าแล้ว


    “กิ้วว กิ้ว”


    จิ่วจิวน้อยกำลังนั่งนับผักผลไม้ปราณและสมุนไพรปราณที่นำออกมาจากถุงมิติเพาะปลูกของตนเองวางไว้เป็นกองๆโดยมีเจ้าถ่านน้อยคอยเดินอุ้มผลไม้ปราณชนิดต่างๆที่นายหญิงนับแล้วไปวางไว้เป็นกองๆ ด้านข้างอีกทีทั้งยังมีเหลือบรรดาพี่ชายทั้งหลายค่อยช่วยอยู่ไม่ห่างด้วย


    “ผักผลไม้และสมุนไพรปราณพวกนี้เป็นสิ่งที่เจ้าสิบสี่ของเราปลูกเองกับมือพวกเจ้าเอาเก็บใส่ไว้ในแหวนมิติเถิดหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาจะได้มีของจำเป็นเหล่านี้ติดกายให้อุ่นใจ”ท่านผู้เฒ่าไป๋บอกกล่าวก่อนจะให้ทุกคนเก็บของไว้ในแหวนมิติที่ได้รับการแจกจ่าย

    นอกจากเสื้อผ้า เงินตำลึงและเนื้อแห้งแล้วท่านผู้เฒ่าไป๋ยังให้ลูกหลานทุกคนนำผักผลไม้พืชสมุนไพรปราณรวมถึงแบ่งวารีสวรรค์ใส่ขวดหยกขวดเล็กๆ ไว้ให้ทุกคนพกติดตัวไว้ในมิติอีกด้วยซึ่งเรื่องนี้เป็นเพราะเจ้าสิบสี่ตัวน้อยที่เอ่ยพูดขึ้นมาว่าอยากแบ่งของกินให้ทุกคนเวลาหิวจะได้หยิบมากินได้เลยนั้นเอง


    “เอาละเก็บของเรียบร้อยแล้วนะพรุ่งนี้เราจะเดินทางกันตั้งแต่ปลายยามอิ๋น(03.00 – 04.59 น.) ”


    “ขอรับ/เจ้าค่ะ”เสียงตอบรับพร้อมเพรียงกันพร้อมใบหน้าที่ฉายความตื่นเต้นออกมา


    เช้ามืดวันต่อมารถม้าคันใหญ่สามคันก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านป่าหมอกไปอย่างเงียบๆคนบ้านตระกูลไป๋ไม่จำเป็นต้องร่ำลาใครในหมู่บ้านเพราะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับใครเป็นพิเศษเพียงแค่บอกกล่าวผู้นำหมู่บ้านและมอบสินน้ำใจให้เพื่อขอบคุณที่ก่อนนี้ยอมรับพวกเขาให้เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เพียงเท่านั้น


    ส่วนเกวียนวัวที่เคยมีก่อนนี้ก็ได้ขายออกไปแล้วและซื้อรถม้ามาแทนเพื่อความสะดวกในการเดินทางไกลนั้นเองและเป็นโชคดียิ่งนักที่ม้าที่ซื้อมาเพื่อเทียมเป็นรถม้านั้นได้ม้าที่เป็นสัตว์อสูรวิญญาณมาทั้งหมดทุกตัว แม้มีราคาแพงแต่ก็คุ้มค่ายิ่งนัก...




    คล้ายกับเรื่องกรุ่นไอดินกลิ่นผลไม้ปราณวิญญาณห๊อมหอม 清新芳香 ที่คุณอ่าน