วันคืนผ่านไป าาภากรเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆวันเขาก็จะคร่ำเคร่งฝึกฝนฝีมือการต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตายเทพสุริยะก็คอยวนเวียนดูแลาาน้อยทำให้บรรดาพวกที่คิดจะแย่งชิงบัลลังก์จำต้องเก็บงำความคิดของตัวเองให้มิดชิดตราบที่ท่านเทพยังคอยคุ้มครองาาอยู่เช่นนี้ใครจะกล้ายื่นหน้าออกไปหาความตายกันล่ะ
หลังจากที่เฝ้าดูแลมานานหลายปีความผูกพันของหนึ่งเทพหนึ่งมนุษย์ก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยาาภากรรู้สึกเหมือนเทพสุริยะคือพี่ชาย ส่วนเทพสุริยะก็รู้สึกว่าาาภากรคือน้องชายจนกระทั่งวันหนึ่งาาภากรก็อยากไปเห็นที่อยู่ของพี่ชายบ้าง จึงได้เอ่ยปากขอ “ข้าอยากเห็นบ้านของท่านบ้างเป็อย่างไร? สวยงามยิ่งกว่าวังของข้าหรือไม่?”
“เ้าอยากเห็นงั้นรึ?” เทพสุริยะย้อนถามลดหนังสือในมือลงมองใบหน้าสง่างามที่เปลี่ยนจากเด็กน้อยมาเป็ชายหนุ่มผู้สง่างามแต่ใบหน้านี้มีข้อเสียคือความเ็าที่ฝังลึกอยู่บนหน้าทำให้ดูแล้วออกจะน่าหวั่นเกรงจนผู้คนรู้สึกหวาดผวา หากใบหน้านี้อ่อนโยนสักหน่อย สาวๆคงรุมล้อมทิ้งผ้าเช็ดหน้าให้ตามรายทางเป็แน่
“ข้าอยากเห็น” าาภากรกล่าวน้ำเสียงจริงจัง แววตาคล้ายลูกสุนัขน้อยที่อยากออกไปวิ่งเล่นในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่
“เ้าอยากเห็น ข้าก็จะพาไป แต่ด้วยกายเนื้อของเ้าเช่นนี้ แค่ผ่านประตูเข้าไปก็มอดไหม้แล้วเช่นนั้นข้าจะแบ่งพลังให้เ้าไว้ป้องกันร่างกายจากไอร้อนสักหน่อยก็แล้วกัน”เทพสุริยะกล่าวแล้วก็ยกขาหน้าขึ้นวางบนศีรษะาาภากร
าาภากรรู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากขาหน้าบนศีรษะ พลันพลังสายหนึ่งก็แทรกเข้ามาในศีรษะของเขา เขารู้สึกว่าพลังสายนี้ร้อนจนสามารถเผาทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็จุณได้ในพริบตาเขารู้สึกร้อนจนหลั่งเหงื่อออกมาจนท่วมตัว
เทพสุริยะดึงขาหน้ากลับไป “เอาล่ะ ข้าแบ่งพลังให้แล้ว”
“ขอบคุณ” าาภากรกล่าว แล้วก็เร่งเร้าว่า “ไปได้หรือยัง? ข้าอยากเห็น”
“อืม” เทพสุริยะพยักหน้าแล้วก็ยกขาหน้ากรีดอากาศ พลัน! อากาศก็แยกเปิดออก กลายเป็ประตูสีทองบานใหญ่แล้วประตูก็เปิดออก เทพสุริยะเดินนำเข้าไป าาภากรก็เดินตามเข้าไปเมื่อทั้งสองเข้าไปแล้วประตูก็ปิดลง
าาภากรเดินตามเทพสุริยะไปเรื่อยๆ ทางที่เดินไปคล้ายอุโมงค์ถ้ำแต่อุโมงค์นี้กลับเป็อุโมงค์ที่มีแต่แสงสว่างเจิดจ้าสว่างจนเขาต้องยกมือป้องดวงตา หยีตาลง แล้วเขาก็รู้สึกถึงพลังงานร้อนๆที่หมุนวนอยู่ในร่างพลังงานนั้นเคลื่อนขึ้นมาที่ดวงตาทั้งสองข้าง แล้วก็ถอยกลับไปอยู่ตรงกลางศีรษะดังเดิมเมื่อพลังสายนั้นถอยกลับไปแล้ว เขาก็รู้สึกว่าแสงเจิดจ้า ไม่ได้เจิดจ้าอีกต่อไปเขาจึงลดมือลง ครั้นมองไปอีกครั้งเขาจึงเห็นว่ารอบๆอุโมงค์เป็ลาวาสีแดงอมส้มไหลวนไปมา
เทพสุริยะเดินนำหน้าออกจากอุโมงค์ เมื่อพ้นอุโมงค์ออกมาาาภากรก็เห็นปราสาทขาวตั้งตระหง่านเทพสุริยะเดินนำเข้าปราสาทไป าาภากรมองไปรอบอย่างตะลึง เขาแหงนหน้าขึ้นไปเบื้องบนเป็ฟ้าสีแดงอมส้ม สีเดียวกับแสงตะวันยามลับฟ้าอย่างไรอย่างนั้น
“ว้าว!!! บ้านท่านสวยยิ่งนัก”าาภากรชมพลางมองไปรอบๆ
เทพสุริยะก็พาาาภากรเดินชมปราสาทจนกระทั่งถึงเวลาที่ร่างกายของาาภากรเริ่มถึงขีดจำกัด เขาก็พาาาภากรกลับ
เมื่อกลับมาถึงวังของตัวเองแล้ว าาภากรก็แยกตัวไป ส่วนเทพสุริยะก็นั่งลงอ่านหนังสือที่อ่านค้างอยู่ต่อเมื่ออยู่ในห้องตามลำพังแล้ว าาภากรก็ยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาอันที่จริงแล้วเขาไม่ได้อยากเห็นบ้านของเทพสุริยะหรอก แต่เพราะเขาอ่านตำราโบราณเล่มหนึ่งที่บันทึกไว้ว่าหากสามารถทำให้เทพสุริยะประทานพลังได้ก็จะสามารถใช้พลังของเทพสุริยะได้ ซึ่งตำราโบราณเล่มนี้เขาเจอมันในช่องลับในห้องของท่านพ่อในที่สุดเขาก็สามารถหลอกล่อให้เทพสุริยะแบ่งพลังมาให้เขาได้แล้วแม้ว่าพลังที่ได้รับมาจะไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็เพียงพอที่จะแก้แค้นได้แล้ว หึๆๆๆๆ
หลังจากนั้น เขาก็แอบสั่งการทหารอย่างลับๆเตรียมกำลังพลอย่างเงียบเชียบ ไม่ให้เทพสุริยะระแคะระคายสักนิดจนกระทั่งกำลังพลพร้อมแล้ว และเทพสุริยะกลับปราสาทสุริยะไปแล้ว าาภากรก็นำกำลังทหารลอบเข้าไปในดินแดนจันทราอย่างเงียบกริบกำลังทหารโอบล้อมปราสาทจันทราอย่างเงียบเชียบ
ผู้คนในปราสาทกำลังหลับใหล ไม่ได้รู้สึกถึงภัยที่กำลังโอบล้อมปราสาทสักนิดาาภากรนำกำลังทหารส่วนหนึ่งย่องเข้าไปในปราสาท เมื่อพบห้องของาาอนธการก็ค่อยๆเปิดเข้าไปย่องไปยืนอยู่ข้างเตียงด้วยฝีเท้าไร้เสียงดาบในมือก็ยื่นไปจ่อคอาาอนธการซึ่งกำลังนอนหลับอยู่เขากดปลายดาบลงไปจนแทงเข้าไปในผิว
าาอนธการรู้สึกเจ็บก็ลืมตาขึ้น เมื่อมองเห็นคนยืนอยู่ข้างเตียงกดดาบแทงตัวเองอยู่ก็ไม่ขยับ มองจ้องคนผู้นั้นแล้วถามอย่างมีสติว่า “เ้าเป็ใคร? ้าอะไร?”
“เ้าฆ่าพ่อข้า ฆ่าแม่เลี้ยงข้า ฆ่าน้องสาวของข้าข้าก็ย่อมมาเพื่อเอาชีวิตเ้าน่ะซิ” าาภากรกล่าวอย่างเหี้ยมเกรียม กดปลายดาบลงไปอีกนิด
าาอนธการจะขยับมือปล่อยพลังออกมา แต่าาภากรชิงลงมือก่อนเขาโบกมือวูบเดียวก็ปรากฏเชือกเพลิงออกมาจากมือเส้นหนึ่งพุ่งเข้ารัดพันรอบตัวาาอนธการ
“เชือกเพลิง!”าาอนธการเบิกตาโตอย่างใ “พลังเทพสุริยะ!” เขารีบแผ่พลังออกจากตัวเป็ม่านบางๆกันไอความร้อนจากเชือกเพลิงเส้นนั้นไม่ให้เผาเนื้อของตัวเอง
“ไม่ผิด” าาภากรกล่าว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมยิ่งกดลึกขึ้น
“เ้า!คนแดนสุริยะ!”าาอนธการกล่าวอย่างตะลึง ในขณะที่เครื่องนอนเมื่อถูกเชือกเพลิงก็ลุกไหม้ขึ้นมา
าาภากรดึงดาบออกแล้วจิกผมาาอนธการขึ้นมา ดึงออกจากกองเพลิงาาอนธการมองมือที่บังอาจจิกผมตัวเองแต่เขาก็ไม่อาจขยับมือได้เพราะพลังของเชือกเพลิงที่พันรอบตัวเขานั้นมีพลังมากกว่าพลังของเขาหลายเท่านักเขาพยายามใช้พลังดับเชือกเพลิงเส้นนี้แต่ก็ไม่อาจดับได้ แม้แต่จะผลักเชือกให้ออกไปยังไม่อาจทำได้เลย
เสียงเพลิงลุกไหม้กับกลิ่นไหม้ทำให้นางกำนัลที่นอนอยู่มุมห้องลืมตาขึ้นมองผุดลุกขึ้นมา พวกนางก็ต้องใเมื่อเห็นเตียงกำลังไหม้ไฟ “ไฟไหม้!”
พวกนางกำนัลยังไม่ทันจะได้ะโอะไรต่อก็รู้สึกถึงความร้อนพาดที่คอครั้นเหลือบไปมองก็เห็นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งยืนอยู่ข้างๆพวกนางแล้ว พวกเขาเอาดาบจ่อคอพวกนางดุว่า“เงียบ!”
“คนแดนสุริยะ!”นางกำนัลคนหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างใ ดาบที่แผ่พลังไอร้อนเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่คนดินแดนจันทราแน่นอน
“มัดตัวพวกมัน ลากออกไป!” าาภากรสั่งพร้อมกับจิกผมาาอนธการกระชากให้เดินออกจากห้องไป
“โอ๊ยๆ! เ้า! ผมข้าจะหลุดแล้ว!” าาอนธการร้องลั่นทั้งยังต้องแผ่พลังป้องกันไม่ให้เชือกเพลิงเผาเนื้อหนัง
ทหารของาาภากรก็จัดแจงเอาเชือกออกมามัดพวกนางกำนัล พวกเขาใช้เชือกสะกดพลังของคนแดนจันทรามัดรอบคอชาวจันทราก่อน เมื่อถูกมัดด้วยเชือกสะกดพลังชาวแดนจันทราก็ไม่อาจใช้พลังออกมาได้ ทำให้พวกนางกำนัลไร้พลังที่จะต่อสู้เมื่อไร้พลัง พวกนางก็หมดหนทางที่จะดิ้นรนขัดขืน จากนั้นพวกทหารก็เอาเชือกธรรมดามามัดแขนพวกนางเอาไว้นางกำนัลนางหนึ่งจะร้องะโขึ้น ทหารก็รีบมัดปากนางทันที พวกนางกำนัลก็ถูกมัดจนไม่อาจร้องได้แล้วพวกนางก็ถูกลากดึงออกไป ภายในห้อง เตียงก็ลุกไหม้จนควันโขมง
าาอนธการถูกจิกผมลากไปตามทางเดิน เขาร้องะโด่า “เ้าเด็กไร้พ่อแม่สั่งสอน!”
“ใช่ ข้าไร้พ่อแม่สั่งสอน เพราะเ้าฆ่าพ่อข้าไปอย่างไรล่ะไอ้แก่!” าาภากรตะคอกกลับ
าาอนธการพยายามมองชายหนุ่ม แล้วคิดว่าเขาเป็ใคร?มีความแค้นอะไรกับตัวเอง? แต่เมื่อเห็นลายบนชุดเกราะของชายหนุ่มผู้นี้เขาก็ปากอ้าตาค้างไป “เ้าคือาาแดนสุริยะ!?”
“อืม” าาภากรส่งเสียงคำหนึ่ง นิ้วจิกผมลากาาอนธการเดินไปยังห้องโถงใหญ่ของปราสาท
าาอนธการเกิดความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นมา ข่าวสารทางฝั่งดินแดนสุริยะเขาย่อมรู้มาไม่น้อยหลังจากที่าาทินกรตายแล้ว เ้าชายภากรก็ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็าาองค์ใหม่ ในเมื่อชายหนุ่มผู้นี้คือาาภากรเช่นนั้นคนผู้นี้มาก็เพื่อแก้แค้นที่เขาไปฆ่าาาทินกรซินะภาพในวันนั้นยังติดตาเขาไม่เคยลบเลือน โดยเฉพาะภาพที่คมดาบฟันลงไปบนร่างของน้องสาวตัวเองมันยังแจ่มชัดฝังแน่นอยู่ในใจมาตลอดเขามองชายหนุ่มอย่างปลงตก หากาาหนุ่มผู้นี้้าชีวิตเขาก็เอาไปเถอะ
เมื่อถึงห้องโถงใหญ่าาภากรก็เหวี่ยงร่างาาอนธการล้มลงไปบนพื้นหินเย็นเยียบ าาอนธการยันตัวลุกขึ้นนั่งอยู่บนพื้นส่วนาาภากรก็เดินไปนั่งบนบัลลังก์มองลงไปยังาาอนธการที่นั่งเฉยราวไม่รู้สึกทุกข์ร้อน ทหารชาวสุริยะก็ลากพวกนางกำนัลมาเหวี่ยงกองๆรวมกันไว้มุมห้องส่วนพวกทหารวังก็ถูกมัดลากเหวี่ยงเข้ามาทีละคนสองคน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?”ทหารที่ไม่ได้ถูกมัดปากร้องถามอย่างตกอกใจู่ๆก็ถูกคนเอาดาบจ่อคอแล้วมัดตัวลากมา แต่เมื่อเห็นองค์าาของพวกเขาถูกมัดนั่งอยู่กลางห้องโถงพวกทหารนางกำนัลก็ร้องเรียกอย่างใ “องค์าา!”
าาอนธการเหลือบมองคนของตัวเอง แล้วก็หันไปพูดกับาาหนุ่มว่า “เ้าอยากฆ่าข้าก็ฆ่า แต่อย่าได้แตะต้องคนบริสุทธิ์พวกนั้นเลย ปล่อยพวกเขาไปเถอะ”
“เฮอะ!ปล่อยงั้นรึ!?”าาภากรแค่นเสียงเย็ยเยียบ แล้วมองไปทางพวกนางกำนัลทหารที่ถูกลากตัวเข้ามาทีละคนสองคน จนมากขึ้นเรื่อยๆ
พลัน!ก็มีเสียงต่อสู้ดังมาจากชั้นบนของตัวปราสาทด้านหนึ่ง
“ตู้ม!-----”
“เ้าหญิงระวังเ้าค่ะ”
“พวกเ้ากล้าบุกเข้ามาในห้องข้า บังอาจนัก!” เสียงหวานกังวานตวาดลั่น
เสียงนี้ทำให้าาอนธการร้อนใจขึ้นมาทันทีเขารีบะโเสียงดังก้องว่า “จันทรา-----! หนีไป-----!”
เมื่อเสียงไปถึงหูเ้าหญิงจันทรา เ้าหญิงก็หยุดชะงักกึก! “ท่านพ่อ!” ในดวงตางามเกิดความกังวลขึ้นมานางรีบใช้พลังผลักจนผู้บุกรุกกระเด็นไปกระแทกผนัง
“โคร้ม!”
“โอ๊ย!” / “โอ๊ย!” ผู้บุกรุกทั้งสองคนกระอักเืออกมาแล้วก็สลบไปแล้วเ้าหญิงจันทราก็รีบวิ่งตามเสียงไป นางกำนัลประจำตัวก็รีบตามเ้านายไป “เ้าหญิงรอข้าด้วยเ้าค่ะ-----”
เ้าหญิงวิ่งไปจนถึงห้องโถงใหญ่พอสายตาตกกระทบกับคนที่นั่งอยู่กลางห้องโถง นางก็รีบถลาเข้าไปทันที “ท่านพ่อ!”
มือเรียวงามยื่นไป หวังจะช่วยแก้เชือกเพลิงออกจากตัวท่านพ่อแต่พอนางยื่นมือไปใกล้ก็รู้สึกได้ถึงความร้อนรุนแรงจนผิวแทบไหม้นางรีบแผ่พลังออกมาปกป้องตัว พยายามยื่นมือไปแก้เชือกให้ท่านพ่อ
“จันทรารีบหนีไปซะ!”าาอนธการสั่งอย่างร้อนใจ สายตาเหลือบมองคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เ้าหญิงจันทราก็มองตามไป แล้วก็เห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้นมองมาด้วยสายตาประสงค์ร้าย “เ้าเป็ใคร? รีบปล่อยท่านพ่อข้าเดี๋ยวนี้นะ!”
าาภากรมองด้วยสายตาเย็นเยียบ กล่าวว่า “เ้ายอมให้จับเสียโดยดีไม่งั้นข้าจะตัดหัวพ่อเ้าเสียตรงนี้แหละ!” แล้วเขาก็แบมือขึ้น พลัน! บนฝ่ามือก็ปรากฏวงไฟหมุนวนราวใบมีดขึ้นมา แล้ววงไฟนั้นก็ลอยพุ่งมา
เ้าหญิงจันทรา รีบถลาเอาตัวบังท่านพ่อเอาไว้ “อย่า!-----”
“จันทราหลบไป!-----”าาอนธการร้องลั่น รีบลุกขึ้นเอาตัวชนลูกสาวออกไป “พลั่ก!”
เ้าหญิงจันทรากระเด็นไป ขณะที่กำลังจะล้มลงไป พลัน นางก็เห็นเงาร่างวูบมารับตัวนางไว้ครั้นมองคนผู้นั้น นางก็พบว่าเป็ชายที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นั่นเองนางรีบหันไปมองท่านพ่อทันที เห็นวงไฟหมุนวนจ่อคอท่านพ่ออยู่
“จะสู้หรือจะยอมแพ้ ถ้าสู้ พ่อเ้าก็ถูกฆ่า! เลือก!” าาภากรกล่าวน้ำเสียงเด็ดขาด
เ้าหญิงจันทราเข่าอ่อนยวบ “ข้ายอมแพ้ ข้ายอมแพ้แล้วอย่าฆ่าท่านพ่อของข้า”
“ดี!”าาภากรกล่าวคำหนึ่ง แล้วก็เอาเชือกผนึกพลังออกมามัดรอบคอระหง เชือกเส้นบางสีเงินปลายทั้งสองเชื่อมติดกันอยู่บนลำคอเ้าหญิงจันทราราวกับเป็สายสร้อยเส้นหนึ่งเมื่อถูกผนึกพลังแล้ว เ้าหญิงจันทราก็ไม่อาจใช้พลังออกมาต่อสู้ได้
าาภากรมองไปทางาาอนธการแล้วดึงวงไฟเข้ามาเก็บ มองาาอนธการด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมแล้วก็เบนสายตาไปมองเ้าหญิงจันทรา กล่าวว่า “เ้าฆ่าน้องสาวข้าเพียงเพราะนางเป็ลูกครึ่งเช่นนั้นข้าก็จะให้เ้าดูลูกสาวเ้าคลอดเด็กลูกครึ่งออกมา!”
าาอนธการจ้องาาภากร ปากอ้าตาค้าง “เ้า!”
เ้าหญิงจันทราฟังความหมายที่ชายผู้นี้พูดออกนางก็ก้าวถอยหลังไปทันที แต่ยังไม่ทันจะได้ถอยไปอีก นางก็ถูกรวบตัวแบกขึ้นบ่าแล้ว “ปล่อยข้า!”
“เ้า!อย่าทำอะไรลูกข้านะ! เ้าฆ่าข้าเสียแล้วปล่อยทุกคนไป!”าาอนธการะโลั่น แล้วพุ่งไปหมายช่วยลูกให้พ้นจากมือคนชั่วช้า
าาภากรมองอย่างเ็า ใช้พลังสะกดการเคลื่อนไหวของาาเฒ่าเอาไว้ แล้วก็สั่งทหารว่า“เฝ้าพวกมันไว้ให้ดี อย่าให้ใครหนีไปได้เด็ดขาด!”
“ขอรับ” ทหารรับคำสั่ง แล้วก็ยืนเฝ้าเชลยอย่างแข็งขัน
รอบๆปราสาทก็ปรากฏเสียงต่อสู้เป็ระยะๆ ทหารชาวจันทราตกตายไปไม่น้อยพวกที่เหลือรอดก็ล้วนถูกจับทั้งหมด แต่ละคนถูกมัดแล้วลากตัวไปกองรวมกันในห้องโถงใหญ่
เ้าหญิงจันทราก็ดิ้นรนทั้งทุบทั้งตีทั้งถีบหวังจะให้หลุดจากเงื้อมือชายผู้นี้ ซึ่งแบกนางเข้าไปในห้องๆหนึ่งเมื่อเข้าไปในห้องแล้วาาภากรก็ถีบประตูปิดดังตึง! เ้าหญิงจันทราสะดุ้งเฮือก! “เ้าปล่อยข้า!”
าาภากรโยนเ้าหญิงผู้งดงามลงไปกับพื้นอย่างไม่ถนอมสักนิด “ตุ๊บ!”
“โอ๊ย!”เ้าหญิงร้องเจ็บ แล้วก็รีบขยับตัวถอยหนี
าาภากรก้มลงไปจับมือนางเอาไว้เ้าหญิงก็ใช้มืออีกข้างตีมือเขาไม่ยั้ง “ปล่อยข้า!”
นางพยายามดึงพลังออกมา แต่ก็ไม่มีพลังใดๆออกมาสักนิด นางจึงพยายามดึงเชือกผนึกพลังที่คอออกแต่เชือกก็ไม่ขาด ยิ่งดึงเชือกก็ยิ่งบาดผิวรอบคอจนแดงถลอก
“หึๆๆๆ พ่อเ้าฆ่าน้องสาวข้าเพียงเพราะนางเป็เด็กลูกครึ่งต้องห้ามของสองดินแดน เช่นนั้นข้าก็จะให้มันดูเ้าตั้งท้องแล้วคลอดเด็กลูกครึ่งต้องห้ามออกมานับสิบนับร้อย!” าาภากรกล่าวอย่างเย็บยะเยียบ ยอบตัวลงไปจับมือเรียวนุ่มนิ่มยึดเอาไว้แล้วยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มนวลปลั่ง
“ไม่!”เ้าหญิงจันทราะโลั่น ถอยหนีพลางยกขาถีบใส่คนตรงหน้าแต่ระยะประชิดเช่นนี้นางก็ถีบออกไปไม่ถนัดนัก
แต่พอาาภากรได้กลิ่นกายของเ้าหญิงคนงาม เขาก็ชะงักกึก! กลิ่นกายที่เหมือนกับแม่เลี้ยงตัวเองทำให้เขาเห็นภาพในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เขาผละออก มองใบหน้างดงามที่มีความละม้ายกับแม่เลี้ยงอยู่สามส่วน
เ้าหญิงจันทราเห็นเขาผละออก นางก็นิ่งชะงัก มองเขาอย่างหวั่นกลัวหวังว่าเขาจะยังมีจิตใจด้านดีไม่ลงมือย่ำยีนาง “ได้โปรด อย่าทำข้า...”
าาภากรมองใบหน้างดงามนั้นแล้วก็เห็นความละม้ายคล้ายกับาาอนธการบนใบหน้านางความโกรธความแค้นก็พุ่งขึ้นมาอีกระลอก เขาจับนางคว่ำลงกับพื้นใช้พลังตรึงนางเอาไว้แล้วแบมือออก พลัน! ในมือก็ปรากฏแส้เส้นหนึ่งขึ้นมา แล้วเขาก็ฟาดลงไปบนแผ่นหลังบอบบาง
“ขวับ!”
“โอ๊ย!”เ้าหญิงร้องลั่น เจ็บหลังจนแสบ
“ขวับ! ขวับ! ขวับ! ขวับ!...”
“โอ๊ย!ๆๆๆ-----”เ้าหญิงร้องลั่น น้ำตาไหลพราก
เสียงร้องของเ้าหญิงจันทราทำให้าาอนธการะโลั่น “เ้าอย่าทำอะไรลูกข้านะ! เ้ามาฆ่าข้าเสีย ปล่อยลูกข้าไป!”
เสียงะโของาาอนธการดังมาทำให้าาภากรยิ่งเฆี่ยนเ้าหญิงคนงามไม่ยั้ง ยิ่งได้ยินเสียงไอ้แก่นั้นเขาก็ยิ่งสะใจ!
“โอ๊ย!ๆๆๆๆๆๆ-----”เ้าหญิงจันทราถูกเฆี่ยนจนสลบ าาภากรจึงได้หยุดมือ แส้ในมือหายวับไปแล้วเขาก็เดินไปเปิดประตู เดินออกไป พลางจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย าาอนธการเห็นประตูห้องเปิดออกก็มองเข้าไปในห้อง เห็นร่างลูกสาวตัวเองนอนคว่ำอยู่กลางห้อง าาภากรเดินออกมาด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องราวกับได้ปลดปล่อยแล้วเช่นนั้น เขาก็ทรุดลงไปนั่งแปะกับพื้น น้ำตาไหลรินจากดวงตาทั้งสองข้าง
าาภากรดึงประตูปิด ทำให้ไม่อาจเห็นคนที่นอนสลบอยู่ได้อีก เขามองไปยังาาเฒ่าแล้วกล่าวว่า“ลูกสาวเ้าไม่เลวเลย”
“ข้าจะฆ่าเ้า!”าาอนธการะโลั่นอย่างคลั่งแค้น ดิ้นจนหลุดจากพลังสะกดได้ แล้วก็พุ่งเข้าไปหมายจะฆ่าาาหนุ่มให้ตกตาย
าาภากรยกเท้าถีบทีหนึ่ง “พลั่ก!” าาอนธการก็กระเด็นไปกระแทกพื้น “อั๊ก!” กระอักเืออกมาคำหนึ่งพลังที่แผ่คุ้มกายเอาไว้ก็สลายไป ทำให้ิัถูกเชือกเพลิงแผดเผา “อ๊ากกกก-----”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ