ต้าเหนิง ดิ้นสะบัดร่างกายให้หลุดออกจากอ้อมกอดที่เขา พยามยามปกป้องเธอจากสายตา จาบจ้วง ของนักท่องราตรี ที่หวังจะเคลม หญิงสาว ที่เปลือยท่อนบนด้วยสายตา แต่เพราะเขาถอดเสื้อคลุมให้ ต้าเหนิงปกปิดไว้ จึงรอดพ้นกับความอับอายที่ เหม่ยกุ้ย ตั้งใจจะแกล้ง
“อย่าดิ้นสิ ชั้นช่วยเธออยู่นะ ….”
“ปล่อย ไม่ต้องมายุ่งชั้นยอมอับอายเสียดีกว่าให้คนอย่างคุณมาช่วย”
ต้าเหนิง ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างปกปิดทรวงอกเปลือย แล้วสะบัด เสื้อคลุมของจางิ่ ให้หลุดออกจากไหล่ลงไปกองอยู่ที่พื้นทันที ชายหนุ่มรู้สึกหมันไส้ กับอากัปกิริยาท่าทางโอหังของต้าเหนิงที่ไม่เห็นความหวังดีของเขาบ้างเลย ในขณะที่หญิงสาวกำลังหมุนตัวหันหลังให้เขา เพื่อที่จะรีบกลับไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ฝ่ามือใหญ่ของจางิ่ก็จับัับีบอย่างแรงที่ก้นขาวนุ่ม ของต้าเหนิงเต็มแรง ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธต้าเหนิงใช้ตรงส้นเท้าแหลมที่เธอสวมใส่ขึ้นโชว์ กระทืบเต็มแรงไปที่เท้าของจางิ่
“ไอ้ ลามกตายเสียเถิด”
“โอ๊ย…!...”
ด้วยความเจ็บ และโกรธในเวลาเดียวกัน จางิ่ดึงร่างบางเข้ามากอด และซุกไซร้ สูดดมเอาความหอมหวานจากซอกคอของหญิงสาวเข้าเต็มปอดในขณะที่เธอไม่มีมือทั้งสองปกป้องตัวเองเพราะต้องปกปิดทรวงอกที่เปลือยเปล่าของเธอเอาไว้ เมื่อรู้ว่าหญิงสาวไม่อาจต่อต้านเขาได้ จางิ่ก็ยิ่งได้ใจยิ่งกอดกระชับเข้ามาแแ่กว่าเดิม จน่กลางกาย สาวที่อยู่ภายใต้กางเกงตัวจิ๋วได้กระแทกัักับตัวตนความเป็ชายที่อยู่ภายใต้กางเกงที่แข็งชัน ของเขาอย่างจังต้าเหนิงยิ่งรู้สึกโกรธและเกลียดและขยะขแยง จางิ่ มากกว่าเดิมเธอกัดเข้าไปที่หัวไหล่ของเขาผ่านเสื้อเชิ้ตแขนยาวฝังคมเขี้ยวเข้าไปในเนื้อ ของเขาเต็มแรงจนชายหนุ่มรู้สึกถึงความเ็ป จึงได้คลายอ้อมกอดออก ปลดปล่อยให้เธอได้เป็อิสระต้าเหนิงรีบวิ่งเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยที่มือทั้งสองข้างยังคงปิดบังทรวงอกอร่ามตาไว้ไม่ค่อยมิดชิดนัก แต่อย่างน้อยก็มิอาจเห็นจุกสีหวาน ให้บุรุษที่อยู่ภายในห้องนี้ได้กลับไปฝันหวานได้
“นังหมาบ้า จับตัว ได้เมื่อไรนะจะฉีดยาแก้บ้าให้ร้องระงมเลย โอย…เจ็บ ชะมัด พิษสงรอบตัว ทำชั้นเจ็บตัวได้ทุกทีสิน่า ยิ่งพยศชั้นก็ยิ่งอยากได้ เธอไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก ต้า เหนิง”
ภายในห้องแต่งตัว
“เหม่ยกุ้ย เธอแกล้งฉันใช่ไหมคิดจะฉีกหน้าฉันล่ะสิ”
“ไม่รู้ ฉันไม่รู้เื่เธอแต่งตัวไม่ดีเองมัดสายผูกไม่ดีแล้วมาโทษฉัน เต้นพลาดตกเวทีไปก็ยังมาโทษฉันอีก”
ต้าเหนิงมั่นใจว่าเธอถูกเหม่ยกุ้ยกลั่นแกล้งแน่นอน แต่ไม่มีหลักฐาน แต่คนอย่าง ต้าเหนิงไม่ใช่ว่าจะยอมใครได้ง่ายๆ เช่นกัน
“ชั้น คิดว่า คุณจางิ่ เขาชอบชั้นนะถ้าไม่อย่างนั้นเขาไม่รีบมาคว้าร่างของฉันเอาไว้หรอก รู้ไหม ว่าเขาพูดอะไรกับชั้นตอนที่เธอทำให้ชั้นตกลงไป ?”
ต้าเหนิง หยุดพูดเพียงเท่านี้ เพื่อยั่วยุให้เหม่ยกุ้ย โมโหด้วยพิษรักแรงหึง
“เขาพูดอะไร พูดอะไรกับแกบอกมาเดี๋ยวนี้นะ?”
“ไม่บอก เื่อะไรฉันต้องบอกเธอด้วยล่ะมันเป็ความลับระหว่างเราสองคน เธอไม่เกี่ยว”
“นังสารเลว แกนัดกับเขาใช่ไหม ใช่หรือเปล่าบอกมาร่าน”
ต้าเหนิง ยักไหล่แล้วเบ้ปากเพื่อยั่วยุอีกครั้งก่อนที่จะเดินขึ้นเวทีไป เพื่อโชว์เดี่ยวอีกครั้งทิ้งให้เหม่ยกุ้ย กระทืบเท้า กรีดร้อง ดิ้นพล่านด้วยอาการหึงหวงจนออกนอกหน้าทำให้นางโชว์ด้วยกัน ที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้ารู้สึกหมั่นไส้ กับความมั่นหน้าคิดว่าตนเองจะสามารถ ผู้ชาย อย่างจางิ่ได้ และแสดงอาการหึงหวงผู้หญิงคนอื่นไปทั่ว ที่เข้ามาพูดคุย กับจางิ่
“เหม่ยกุ้ย ฉันจะบอกเธอเอาไว้ให้ได้คิดนะผู้ชายแบบนั้นไม่เคยจริงจังกับใครหรอก ผู้หญิงที่ทำอาชีพอย่างพวกเราที่เข้าหาเขาเพราะเงิน พลีร่างกายให้เขาเพื่อแลกเงินเท่านั้นอย่าได้หวังสูงจนเกินงาม ตกลงมาจะหลังหักอกเดาะได้”
“สาระแน เื่ของกู”
“อ้าว อีนี่นี่ กูเตือนด้วยความหวังดีนะเนี่ย ช่างเถอะกูไม่ยุ่งด้วยแล้ว”
ต้าเหนิง รู้สึกอึดอัดมาก ที่จางิ่จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แววตานั้นมีบางอย่างทำให้หญิงสาวที่ไม่เคยเกรงกลัวอันใด ทำให้เธอรู้สึกกลัวจนหนาวเข้าไปถึงหัวใจเธอจะหนีเขาผู้นี้ให้พ้นได้อย่างไร สมาธิในการเต้นบนเวที หลุดลอยไปอยู่ที่บุรุษที่เธอรังเกียจ จนลืมท่าไปหลายครั้งหลายหน แต่ก็แก้สถานการณ์ได้ทันท่วงที โดยที่ไม่มีใครจับได้ส่วนจางิ่นั้น เขาคิดได้แล้วว่าจะจัดการกับสาวน้อยตัวแสบนี้ได้อย่างไรรอยยิ้มที่กรุ่มกริ่มนั้น ทำให้ผู้ที่ถูกจ้องมองสะท้านไหวด้วยความหวาดกลัวการโชว์ในรอบสุดท้ายได้จบลงแล้ว ต้าเหนิง รีบจัด เก็บเสื้อผ้าเตรียมออกไปจากร้านโดยทันที เธอแอบหนีออกไปทางหลังร้าน เพื่อไม่ให้ จางิ่ และผู้ติดตามของเขาเห็นคืนนี้ อิงฮวา ต้องกลับไปนอนบ้าน เธอจึงต้องกลับหอพักเพียงคนเดียว เมื่อต้าเหนิงเปิดประตูออกไป ก็ไม่เห็นมีใคร ต้าเหนิง รู้สึกโล่งใจ เมื่อไม่เห็นมีใครอยู่ตรงนี้เธอก้มหน้าเก็บ โทรศัพท์มือถือยัดใส่กระเป๋าใบเล็กที่สะพายอยู่ โดยที่ไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าในมุมมืดๆ ใกล้ๆกันนั้น มีชายฉกรรจ์สามคน จับจ้องมาที่เธอเป็จุดเดียว เมื่อต้าเหนิง รีบสาวเท้าก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้พ้นจากเส้นทางเปลี่ยว เส้นนั้นออกไปสู่ถนนใหญ่ที่มีไฟ สว่าง และคนสัญจรพลุกพล่าน แต่ยังไม่ทันจะไปได้ถึงไหนชายฉกรรจ์สามคนที่อยู่มุมมืด ก็เข้ามาล้อมตัวเธอไว้ ต้าเหนิงจำได้ทันทีที่เห็นใบหน้าของคนทั้งสามพวกเขาคือผู้ติดตาม ของจางิ่นั่นเอง
“พวกแกจะทำอะไรชั้น”
“พวกเราไม่กล้าทำอะไร คุณหรอกครับ แต่น่าจะเป็เ้านายของผมเสียมากกว่า ที่คิดจะทำอะไรกับคุณยอมไปกับพวกเราดีๆเถอะ คุณก็แค่ยอมเ้านายของพวกเราแค่นั้นก็จบอย่าทำให้เขาโกรธเลย ผมอยากเตือนคุณด้วยความหวังดี แค่คุณยอมนอนกับเขาเพียงครั้งเดียวเื่ก็จบแล้ว เ้านายของพวกเราไม่ชอบนอนกับใครซ้ำซากเขาจะไม่มาตอแยคนอีก หลังจากที่ได้ตัวคุณไปแล้ว และตัวคุณเองก็จะมีเงินใช้ ทำงานแบบนี้คงไม่หลงเหลือความบริสุทธิ์ไว้ให้หวงแหนแล้วกระมัง?”
“ฝันไปเถอะ”
ต้าเหนิง ใช้โอกาสในขณะที่ทั้งสามกำลังเผลอ เพราะมัวแต่สาธยายอะไรต่างๆนาๆเกี่ยวกับเ้านายของตนเองเธอวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อให้รอดพ้นจากชายฉกรรจ์ทั้งสามแล้วเธอก็หนีพ้นในขณะที่คนทั้งสามก็วิ่งตามมาติดๆ เหลือเพียงอีกแค่ไม่ถึงห้าสิบเมตรก็จะถึงมินิมาร์ท ที่มีแสงไฟอยู่ตรงนั้นเธอหวังว่าเมื่อวิ่งไปถึงเธอจะเข้าไปขอความช่วยเหลือจากพนักงาน แต่
“หนีไปไหนเหรอ ต้องให้ชั้น ออกแรงอยู่เรื่อยยอมดีๆก็สิ้นเื่ อย่าทำให้เื่เล็กๆต้องกลายเป็เื่ใหญ่อีกเลย”
“ว๊าย…!...ปล่อยนะไอ้สารเลว ไอ้เลวไปนะเว้ย”
ร่างบางถูกอุ้มแบกขึ้นบนบ่าไร้หนทางจะหลุดพ้นจากพันธนาการได้อีกแล้ว ความกลัวเข้ามาเกาะกินหัวใจของหญิงสาวตัวเล็กๆ ไม่อาจจะคิดจินตนาการได้ว่า เขาจะพาเธอไปทำ อะไรบ้างต่อจากนี้หากว่าเขาย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอ เธอจะยอมตายไปต่อหน้าของเขาร่างเล็กถูกโยนเข้าไปในรถหรูที่เข้ามาจอดเทียบรออยู่พอดี ชายฉกรรจ์ทั้งสามที่เป็ผู้ติดตามของจางิ่รออยู่ในรถคันนั้นแล้ว ดึกดื่นเช่นนี้ ไม่มีใครเห็นการกระทำที่อุกอาจ ของจางิ่ต้าเหนิงดินสุดแรงเกิด เท่าที่จะพอมีเรี่ยวแรง ต่อสู้ได้ ทั้งจิกทั้งข่วนและไล่งับ พร้อมทั้งก่นด่า
“ปล่อยนะไอ้คนชั่วไอ้คนเลว”
“ปากดีจริงนะเธอไม่มีทางรอดพ้นจากเนื้อมือมัจจุราช อย่างชั้น ไปได้หรอก คืนนี้ไม่ต้องห่วงชั้นจะทะนุถนอมเธอ ที่สุด จะเปลี่ยนเสียงร้องโวยวายในขณะนี้ ให้เป็เสียงร้องครวญครางคอยดูสิ”
“ไม่มีทาง ไม่มีวันนั้นแกทำอะไรฉันเมื่อไหร่ฉันจะตายให้แกดู ฉันเกลียดแกรังเกียจยิ่งกว่าสัตว์เลื้อยคลานที่อยู่ตามพื้นดินเสียอีก”
“ ทำไมเหรอ หน้าตาของชั้นมันไม่เร้าใจถึงใจหรือว่าเธอมีรสนิยมที่ไม่ชอบบุรุษอย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นชั้นนจะทำให้เธอชอบชั้น”
บนเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่ล่องลอยอยู่กลางทะเลจางิ่ และผู้ติดตามทั้งสามพา ต้าเหนิง ขับรถออกมาจากเซี่ยงไฮ้ นานหลายชั่วโมงในระหว่างนั้น หญิงสาวพยายามหลบหนีอยู่หลายครั้ง ในขณะที่แวะเติมน้ำมันแต่ก็ไม่สามารถเอาตัว รอดพ้นจากชายฉกรรจ์ทั้งสี่ คนได้ จนมาถึง ชายหาด ท่าเรือ จางิ่แบกร่างบางของหญิงสาวขึ้นไปบนเรือ สำราญขนาดใหญ่ของเขา ณ ที่แห่งนี้จะเป็โรงเชือดสำหรับกวางน้อย ที่กำลังแบกขึ้นไปบนเรือ ถ้าไม่นึกละอายใจ ในขณะที่ขับรถมาเขาอยากจะรังแกหญิงสาวั้แ่อยู่ในรถนั้นแล้ว แต่เขาก็ต้องอดใจไว้เพราะไม่ได้มีเพียง เขากับเธอที่อยู่บนรถ ชายหนุ่มแทบจะหมดแรงกับความพยศดั่งม้าคึก ของต้าเหนิง จนเขารู้สึกเหนื่อยล้าร่างใหญ่โยนร่างเล็กลงบนเตียงภายในห้องบนเรือสำราญ ต้าเหนิง ขอร้องอ้อนวอนด้วยเสียงที่สั่นเครือ เหมือนกำลังจะร้องไห้
“ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะไม่เอาเื่คุณหรอกนะจางิ่”
“ทำไมเพิ่งมาพูดดีเอาตอนนี้ มันสายไปแล้วล่ะต่อให้เธอไปแจ้งความก็ทำอะไรคนอย่างฉันไม่ได้ แน่จริงก็หนีไปให้ได้สิระหว่างยอมชั้นดีๆกับการรักศักดิ์ศรีบ้าบออะไรของเธอนั่นแล้วะโลงทะเลไปให้ฉลามมันกิน เธอจะเลือกอย่างไหน?”
“ฉันยอมตายจะดีกว่าที่จะเป็ทาสกามของแก”
“ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวรับผลที่เธอได้กระทำกับฉันไว้ก็แล้วกัน”
ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางและการต้องวิ่งไล่จับหญิงสาวมาตลอดทางก็มิได้ทำให้ไฟปรารถนาของเขาที่มีต่อเธอลดน้อยลงเลยสักนิด ชุด ที่ต้าเหนิง สวมใส่อยู่ในขณะนี้ เป็เพียงเสื้อยืดกางเกงวอร์มแต่มันก็ยังสามารถทำให้ เขา จินตนาการถึงเรือนกายปกปิดมิดชิดที่แอบซ่อนอยู่ภายในร่มผ้านั้น ไปถึงไหนตอนไหนยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเข้าไปถึงตัวของหญิงสาวฝ่าเท้าเล็กๆก็ััเข้าที่เป้าของจางิ่ เข้าเต็มแรง จนร่างกำยำล้มลงไปม้วนต้วนอยู่ที่พื้น หน้าเขียวจากอาการจุกเสียดจากแรงปะทะ เมื่อกล่องดวงใจถูกลอบทำร้าย โดยไม่ทันตั้งตัว ความโกรธปะทุขึ้นรุนแรง เป็สองเท่าไม่อาจควบคุมได้แล้ว