ภายในห้องนอนสีขาวสะอาดตา สองแขนเรียวเล็กของทิรากอดคออาโปให้โน้มลงมาหาเธอ หญิงสาวเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากบางเล็กประกบจูบปากคนร่างสูงเธอบดเน้นปานจะกลืนกิน ทำให้ทั้งตัวของอาโปร้อนรุ่มดั่งต้องมนต์สะกดด้วยรสรักที่เร้าร้อน ร่างเล็กเบียดแทรกตัวแนบชิดเข้าหาคล้ายกับว่าเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายลิ้มลองในตัวเธอ
อาโปเห็นท่าทางของอีกฝ่ายอย่างนั้นทำเอาใจเต้นแรง เธอดันตัวสาวร่างเล็กเข้าติดผนังห้อง ปลายจมูกโด่งคมเลื่อนกดลงตรงซอกคอขาวกลิ่นกายเธอหอมละมุนชวนฝัน มือเรียวนุ่มลูบไล้ไปทั่วร่างอย่างไม่หยุดยั้ง อาโปดึงร่างคนตัวเล็กให้เดินตามเขามาที่เตียง ร่างเพรียวบางทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มสีขาวภาพของทิราปลุกไฟในตัวของสาวร่างสูงให้ลุกโชน เธอถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองออกเผยให้เห็นเนินอกขาวอมชมพูตัดกับบราสีดำเข้ม แล้วมือเรียวก็เลื่อนไปจับชายเสื้อของทิราค่อย ๆ เลื่อนขึ้นที่ละนิดพร้อมกับกดปลายจมูกลงบนหน้าท้องสวยแบนราบ ริมฝีปากบางจูบไล้เลื่อนขึ้นเรื่อย ๆ สาวสวยร่างเล็กบิดตัวตอบสนองการจูบของอีกฝ่ายตามแรงกด อาโปโยนเสื้อตัวน้อยของทิราทิ้งไปข้างเตียง เหลือเพียงบราสีขาวปิดเนินอกสวยขาวที่ขวางตาอยู่ นิ้วเรียวยาวเลื่อนปลดตะขอทางด้านหลังของหญิงสาวร่างเล็ก อาโปดึงบราตัวน้อยออกจากหน้าอกของทิรา แล้วประกบริมฝีปากบางจูบลงบนเนินอกนุ่มร่างสาวตัวเล็กสั่นสะท้าน มือเรียวอีกข้างหนึ่งลูบไล่ไปทั่วร่างสาว ปลายนิ้วเรียวเลื่อนซุกซนไปปลดผ้าซิ่นของทิราจนหลุดตกไปอยู่บนพื้นห้อง (ทำไมสาวร่างเล็กตรงหน้าถึงทำให้ฉันร้อนรุ่มได้ขนาดนี้นะ) เขาไม่สามารถหยุดตัวเองได้เลยคงต้องปล่อยไปตามอารมณ์ใจที่ปรารถนา
ทิราตอนนี้เหมือนกับโดนไฟรักเผาทั่วร่างกาย ยอมตอบรับความ้าของอีกฝ่ายอย่างเติมใจ ความรู้สึกภายในมันอยากเกินที่จะหยุดยั้ง หญิงสาวหลับตาเคลิ้มไปตามท่วงท่าและอารมณ์ ในตอนนี้มีเพียงเขากับเธอ แม้ว่าเขาจะจำเธอไม่ได้และเขาก็ไม่ได้อยู่ในร่างชายคนรักของเธอ แต่สายตาและััของเขาก็ยังเหมือนเดิม ฉันรักเขาและก็ยังคงตกหลุมรักเขาเหมือนเดิมซ้ำ ๆ คล้ายกับว่าฉันต้องมนต์ทั้งคำหวานและสายตาของเขาสะกดใจฉันให้หยุดอยู่ที่เขา ในทุกภพชาติไม่เคยเปลี่ยนแปลง
เช้าวันรุ่งขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตู
อาโปตื่นลืมตาขึ้นแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาภายในห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงตัวเธอที่นอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงมีเพียงผ้าห่มคลุมกาย หน้าสวยขมวดคิ้วคิดย้อนกลับเื่ราวที่เกิดขึ้น เธอรีบลุกขึ้นหาเสื้อมาคลุมตัวเดินจ้ำหาทิราหญิงสาวที่เธอตกหลุมรักั้แ่แรกพบไปทั่วห้องแต่ก็ไม่พบ
“พี่! พี่อาโป! เป็อะไรหรือเปล่าครับ” ตะวันถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นคนภายในห้องเงียบไปพักใหญ่
“พี่ไม่เป็ไร… ตะวันลงไปรอข้างล่างโรงแรมก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่ตามลงไป” อาโปพูดบอกรุ่นน้อง
เธอพยายามตั้งสติคิดย้อนกลับไปว่าทิราหายไปไหน เขาไม่ได้ทิ้งข้อความหรืออะไรไว้เลย อยู่ ๆ เธอก็หายไป (ทำไมกันนะ! ทำไมเธอหายไป?)
ณ โซฟารับแขกโรงแรมที่พักของอาโปและตะวัน
“พี่โอเคไหมครับ?” ตะวันถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นท่าทางของอาโปเหม่อลอยเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่
“เออ…ฉันโอเค” อาโปพูดตอบใบหน้าสวยดูเป็กังวล
“ตะวันเรามีงานต่อไหม?” อาโปถามขึ้น
“ไม่มีนะครับ” ตะวันตอบแบบงง ๆ
“งั้นนายกลับไปก่อนได้เลยนะ ฉันมีธุระต้องทำ” อาโปพูดจบก็รีบลุกออกไปทันที ทิ้งให้ตะวันชายรุ่นน้องนั่งหน้างงอยู่ตรงนั้นคนเดียว
อาโปเที่ยวตามหาทิราจนทั่วทุกแห่งที่เคยไปด้วยกันแต่ก็ไม่มีใครพบเห็นหรือรู้จักหญิงสาวเลยสักคน อาโปขับรถมาจอดอยูาหน้าร้านอาหารที่เคยมาในตอนนั้น
“สวัสดีค่ะ หนูมีเื่จะรบกวนหน่อยค่ะ" อาโปเข้าไปถามป้าเ้าของร้านอาหาร
"อ่าวแม่หนูคนสวยเมื่อวันก่อนนิ มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ" คุณป้าที่กำลังเก็บกวาดร้านอยู่เอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
"ป้าจำผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่มากับหนูวันนั้นได้ไหมคะ” อาโปพูดด้วยสีหน้าเป็กังวล
“อ่อ…จำได้สิ หนูคนที่กินพัดผักกับหนูคนตัวเล็ก ๆ สวย ๆ คนนั้นใช่ไหม” ป้าแม่ค้าพูด
“ใช่ค่ะ แล้วป้าเห็นเธอมาที่นี้อีกไหมคะหรือพอจะรู้จักเขาไหมคะ” อาโปถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจัง
“เออ!…ป้าไม่เคยเห็นเลยนะ” ป้าแม่ค้าพูด
“ขอบคุณค่ะ” อาโปพูดด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง
หญิงสาวเดินออกมาอย่างช้า ๆ ด้วยร่างที่อ่อนแรง เธอเดินออกมาเรื่อย ๆ ตามทางเดินริมแม่น้ำโขง ภาพของเธอกับทิราที่เดินเคียงข้างกันอยู่ตรงนี้ยังคงอยู่ในความทรงจำตลอดเวลา เธอหายไปไหนนะทิรา