เื่เหนือธรรมชาติในโลกนี้มีมากมายและมีหลายเื่ที่เราไม่รู้ เื่บางเื่ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็เพราะอะไร และหนึ่งในนั้นก็คือวิภาเธอไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรแต่มันก็เกิดขึ้นแล้วกับตัวเธอ ตอนนี้เธอมาอยู่ในโลกแห่งนี้ได้สิบวันแล้วโลกของยุคจีนโบราณที่กำลังเจริญรุ่งเรืองและได้มาอยู่ในร่างสาวน้อยเว่ยเจียวจิงเดิมเธอมีชื่อว่าวิภาเป็เ้าของร้านอาหารไทยอีสานเล็กๆในจังหวัด เธอได้หมดอายุไขลงในวัยยี่สิบแปดปี
"พี่เจียวจิงเ้าคะท่านพ่อเรียกหาเ้าค่ะ"เว่ยอินเหมยลูกสาวคนเล็กของบ้านอายุเก้าหนาววิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางวิภาหรือตอนนี้คือเว่ยเจียวจิง
"อินเหมย วิ่งช้าๆไม่ต้องรีบประเดี๋ยวล้มเอาได้"เว่ยเจียวจิงเดินเข้าไปหาน้องสามของนางและกล่าวอย่างเป็ห่วง
ตอนนี้ครอบครัวตระกูลเว่ยกำลังจะหมดตัวจากครอบครัวตระกูลพ่อค้ามีอันจะกินกลายเป็ครอบครัวที่กำลังจะไม่เหลืออะไรเพราะที่ดินกิจการร้านค้าได้ขายออกไปเพื่อใช้หนี้จนหมด
มิหนำซ้ำลูกสาวคนโตซึ่งก็คือเว่ยเจียวจิงที่มีคู่หมั้นคู่หมายที่กำลังจะได้ออกเรือนก็โดนถอนหมั้นเพราะตระกูลเว่ยกำลังจะไม่เหลืออะไรจากคุณหนูที่มีเงินใช้มากมายไม่อดอยากก็กลายเป็ต้องคอยเก็บเงินไว้เผื่อยามจำเป็ด้วยอายุยังน้อยและอับอายไหนจะโดนถอนหมั้นอีกทำให้ทำใจไม่ได้และตรอมใจตายในห้องของตนไปในที่สุดโดยไม่มีใครล่วงรู้ และวิภาก็มาอยู่ในร่างคุณหนูตกอับผู้นี้แทน
ครอบครัวตระกูลเว่ยมีกันอยู่ห้าคนบิดาชื่อเว่ยซีห่าวอายุ38ปี มารดาชื่อเว่ยหรงซิ่วอายุ36ปี ลูกชายคนรองชื่อเว่ยฮุ่ยิอายุ14ปี ลูกสาวคนเล็กคนสุดท้องชื่อเว่ยอินเหมยอายุ9ปี และนางเว่ยเจียวจิง อายุ15ปี
สมบัติเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้คือจวนหลังใหญ่ที่อยู่นอกเมืองส่วนจวนในเมืองได้ขายเพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย ในตอนแรกเว่ยซีห่าวจะขายจวนนอกเมืองแต่ว่ามันได้ราคาน้อยไม่พอค่าใช้จ่ายและใช้หนี้จึงจำต้องขายจวนในเมืองและย้ายไปอยู่จวนนอกเมืองแทน จวนนอกเมืองก็ไม่ไกลมากเดินทางออกจากเมืองแค่หนึ่งเค่อก็ถึงแล้ว
ก็ยังดีที่เหลือที่ซุกหัวนอนและยังถือว่าโชคดีที่มาอยู่ในร่างคุณหนูที่ร่ำรวยอย่างน้อยๆก็ไม่ต้องลำบากเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน นางเอกทะลุมิติไปแล้วอยู่กับครอบครัวที่จนแสนจน เธอยังดีที่มีจวนหลังใหญ่ให้อยู่ถึงจะมีบ่าวไพร่แค่สามคนก็ตามนั้นก็คือพ่อบ้านเหอและลูกชายชื่อเหอเซาจางและคนสนิทของท่านแม่ชื่อเจาเพ่ยและอาจจะยังเหลือกิจการอะไรสักอย่างเหลือไว้พอที่จะเริ่มต้นใหม่ได้ เธอมาอยู่ที่จวนนอกเมืองได้สามวันแล้วแต่ยังไม่ได้สำรวจรอบๆจวนว่ามีอะไรบ้าง ที่ดินตรงนี้ก็ประมาณยี่สิบไร่ได้ หลังจวนจะมีสระน้ำขนาดกลางอีกด้วยถือว่าเป็ที่ที่สวยมากที่หนึ่ง
ในชีวิตก่อนวิภาเปิดร้านอาหารเล็กๆพอเลี้ยงตัวเองอยู่ตัวคนเดียวเพราะเธอเป็เด็กกำพร้าส่งตัวเองเรียนจนจบมหาวิทยาลัยด้วยทุนของรัฐและทำงานเก็บเงินเช่าเปิดร้าน เื่ความรักก็มีบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับแต่งงานมีครอบครัว ในเมื่อมีโอกาสมีชีวิตอีกครั้งในครอบครัวที่น่ารักอบอุ่นนางจะรักษามันเอาไว้ให้ดีนางจะทำสุดความสามารถและจะนำความรู้จากโลกก่อนที่จากมาใช้ให้เป็ประโยชน์ ลืมชีวิตในโลกนั้นไปให้หมดตอนนี้นางคือคุณหนูเจียวจิงแห่งตระกูลเว่ย
จากความทรงจำของเว่ยเจียวจิงในโลกนี้ที่นางอยู่มีหกเมืองใหญ่ด้วยกัน คือเมืองซีอัน เมืองลั่วหยาง เมืองหนานจิง เมืองไคฟิง เมืองหังโจ และเมืองอันหยาง เมืองที่นางอยู่ตอนนี้คือเมืองอันหยางเมืองใหญ่ที่มีท่าเรือค้าขายคมนาคมกับต่างชาติ
"ท่านพ่อเรียกหาเจียวจิงมีเื่อันใดหรือเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงที่เดินจับมือเดินเข้ามากับเว่ยอินเหมยเอ่ยถามบิดาที่นั่งอยู่โถงรับแขกของบ้านกับมารดาและน้องชายคนรอง
"พ่อเรียกทุกคนมาประชุมว่าต่อไปบ้านเราจะทำอย่างไรต่อจากนี้"เว่ยซีห่าวตอบคำถามบุตรสาวคนโตที่น่าสงสารของเขาที่ถูกตระกูลหลุนถอนหมั้น
"มานั่งก่อนสิเจียวจิง อิเหมยพ่อของพวกเ้าจะได้อธิบายให้ฟัง"เว่ยหรงซิ่วฮูหยินเอ่ยบอกลูกสาวทั้งสอง
"พี่ใหญ่ มานั่งข้างข้าสิขอรับ"เว่ยฮุ่ยิชวนพี่สาวมานั่งข้างตนเมื่อเห็นว่าน้องเล็กเว่ยอินเหมยไปนั่งบนตักมารดาแล้ว
เว่ยเจียวจิงเดินไปนั่งข้างน้องรองเว่ยฮุ่ยิและรอฟังว่าบิดาจะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรนางจะรอฟังความคิดของบิดาเสียก่อนและค่อยเสนอความคิดเห็นของตน นางตั้งใจไว้แล้วว่านางจะทำเหลาอาหารเหมือนชีวิตก่อนของนาง ต้องบอกเลยว่านางทำอาหารอร่อยมากเชียวล่ะ
"ตอนนี้บ้านของเรากำลังย่ำแย่อย่างที่ทุกคนรู้ พ่อจะออกไปหางานที่สำนักคุ้มภัย กับพ่อบ้านเหอและเซาจาง ส่วนพวกเ้าก็อยู่ที่จวนก็พอ เื่ค่าใช้จ่ายภายในบ้านพ่อจะจัดการเอง"เว่ยซีห่าวบอกกับครอบครัวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเข้าจะไม่ให้ภรรยาและลูกๆต้องออกไปหางานทำแน่ เขาโง่เองที่ไว้ใจหลงจูคิดว่าทำงานมาด้วยกันมานานไม่น่าจะคิดคดโกงเขาได้ จะเอาผิดไปแจ้งที่ศาลก็ไม่ได้เพราะเอกสารการเปลี่ยนเ้าของเขาก็เป็คนลงชื่อด้วยตนเอง เพราะคำว่าไว้ใจ ถือว่าเป็กรรมที่เขาได้ทำมาแต่ปางก่อน แต่ว่าใช่ว่าเขาจะใจดีปล่อยมันไปหรอกนะคนที่ไม่มีความรู้ในการค้าเช่นนั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน บทเรียนครั้งนี้สอนให้เขาห้ามไว้ใจคนนอกอีก ยกเว้นคนในครอบครัว
"ท่านพี่น้องพอจะเย็บปักได้ น้องจะไปรับงานที่ร้านอาภรณ์ในเมืองเ้าค่ะ"เว่ยหรงซิ่วเอ่ยกับสามี
"ไม่ได้เด็ดขาดฮูหยิน ข้าจะไม่ยอมให้เ้ากับลูกต้องลำบากต่อให้ข้าต้องทำงานหนักมากขนาดไหนก็ตาม หาไม่แล้วข้าจะเป็ผู้นำครอบครัวได้อย่างไรกัน"เว่ยซีห่าวไม่เห็นด้วยกับภรรยา
"ท่านพ่อเ้าคะ ลูกมีเื่จะถามเ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงที่นั่งฟังมานานก็เอ่ยถามขึ้นนางอยากรู้ว่าตอนนี้ในครอบครัวมีเงินเท่าไหร่และยังพอเหลืออะไรบ้าง
"เจียวจิงเอ๋อร์มีอะไรจะถามพ่อก็ว่ามาเถอะ"เว่ยซีห่าวหันมาหาลูกสาวคนโต
"ลูกอยากทราบว่าตอนนี้ครอบครัวเรามีเงินเหลือเท่าไหร่และยังพอมีกิจการร้านค้าใดเหลืออยู่หรือไม่เ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงเข้าประเด็นทันทีและถามสิ่งที่อยากรู้มากที่สุดในตอนนี้
"จากที่ขายจวนในเมืองได้5พันตำลึงทองแต่ว่าเราใช้หนี้ไป ตอนนี้เหลือเงินแค่1พันตำลึงทองซึ่งมันคงอยู่ได้ไม่นานเพราะเราต้องกินต้องใช้ทุกวัน พ่อขอโทษพวกเ้าด้วยที่ทำให้ลำบาก และเราเหลือแค่ที่ดินเปล่าในเมือง10ไร่เพราะมันไม่มีคนซื้อด้วยเพราะว่ามันอยู่ในเขตพื้นที่ตงเปียน(ทิศตะวันออก)"เว่ยซีห่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเสียใจที่เหลือเงินแค่นี้และยังขายที่ดินไม่ได้เพราะมันไม่ได้อยู่ในเขตการค้าแต่เลยออกไปอยู่เขตที่ชนชั้นกลางอยู่กันที่มีแต่คนไม่ค่อยมีเงินอาศัยอยู่
ที่ตรงนั้นเขาได้มาเพราะมีชาวบ้านตรงนั้นมาขายเพราะเดือดร้อนเื่เงิน เขาสงสารจึงซื้อเอาไว้ไม่คิดว่ามันจะเป็แบบนี้ เขาตั้งราคาขายถูกมากแล้วก็ยังไม่มีใครซื้อแต่ก็ใช้ว่ามันจะห่างไกลกับเขตการค้าที่รุ่งเรืองมากแค่ห่างกันหนึ่งเค่อเท่านั้นถ้าเดินทางมาเขาก็จนปัญญาแล้วเพื่อนฝูงที่เคยมีมากมายก็หนีหายไปหมด มันจึงทำให้เขารู้และเห็นถึงจิตใจคน
เว่ยเจียวจริงที่ได้ฟังเช่นนั้นก็โล่งใจไปอย่างน้อยก็ไม่ถึงกับอดตายไหนจะยังมีที่ดินเหลืออีก10ไร่ถึงจะไกลพื้นที่เจริญก็ตามแต่ก็ยังถือว่าอยู่ในเมืองนั้นไม่ใช่ปัญหาจากโลกก่อนต่อให้ร้านของคุณอยู่ไกลแค่ไหนหากว่าทำอาหารอร่อยมีคุณภาพก็มีผู้คนตามไปกิน และนางมั่นใจว่านางทำได้เพราะนางมีความคิดที่จะเปิดเหลาอาหารที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครแน่นอน
"ท่านพ่อลูกอยากจะขอที่ดินตรงนั้นเพื่อเปิดเหลาอาหารเ้าค่ะ ท่านแม่ท่านพ่อเชื่อลูกหรือไม่ว่าลูกทำได้"เว่ยเจียวจิงเอ่ยขอที่ดิน10ไร่ในเมืองด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและสีหน้าจริงจัง
เว่ยซีห่าวเมื่อได้ฟังลูกสาวคนโตเอ่ยปากขอที่ดินและยังบอกว่าจะทำเหลาอาหารอีกก็ได้แต่งุนงงว่าลูกสาวเขาไปหัดทำอาหารเป็ั้แ่เมื่อไหร่ ั้แ่เล็กจนโตเขาเลี้ยงดูนางโดยที่ไม่ให้หยิบจับทำงานใดเลย
เว่ยหรงซิ่วฮูหยินที่ได้ฟังความคิดของเว่ยเจียวจิงก็ได้แต่น้ำตาซึม ลูกสาวนางโตขึ้นแล้วสินะ ถึงขนาดว่าตนเองทำอาหารไม่เป็ยังจะเปิดเหลาอาหาร หรือบางทีลูกสาวนางแอบไปเรียนทำอาหารที่ไหนมา
"ข้าก็จะช่วยพี่ใหญ่ขอรับท่านพ่อท่านแม่"เว่ยฮุ่ยิที่นั่งฟังมานานก็อาสาจะช่วยพี่ใหญ่เขารู้ว่าตนเป็ลูกผู้ชายจะต้องดูแลพี่สาวน้องสาวและมารดาตามคำที่ท่านพ่อสอน
"ได้สิ พ่อยกให้เ้าจัดการแล้วกันที่ตรงนั้นแต่ว่าเจียวจิงเอ๋อร์จะไหวหรือลูก มันไม่ง่ายเลยนะอีกอย่างที่ตรงนั้นมันก็ไกลจากเขตการค้าที่รุ่งเรืองพอสมควร พ่อเกรงว่าจะไม่มีใครเดินทางไปที่เหลาอาหารของเ้า"เว่ยซีห่าวเขาไม่คิดมากอยู่แล้วในเมื่อลูกสาวเขาอยากได้เขาก็เต็มใจยกให้เพราะถึงยังไงของทุกอย่างของเขาก็จะตกเป็ของลูกๆในไม่ช้า หากนางตั้งใจอยากทำเขาก็สนับสนุนเต็มที่ดีกว่าปล่อยเอาไว้โดยไม่ทำอะไรเลย
"ขอบคุณท่านพ่อเ้าค่ะ ลูกจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง"เมื่อได้สิ่งที่้าเว่ยเจียวจิงก็ยิ้มหวานเต็มใบหน้าอย่างดีใจ
"ถ้าลูกมีอะไรให้แม่ช่วยก็บอกได้นะเจียวจิงเอ๋อร์"เว่ยหรงซิ่วฮูหยินบอกกับลูกสาว
"เ้าค่ะท่านแม่ พรุ่งนี้ลูกจะไปดูที่ของเราในเมืองเลยนะเ้าคะท่านพ่อ"เว่ยเจียวจิงรับคำมารดา และหันไปเอ่ยกับบิดา
"ตามใจเ้า พ่อจะให้พ่อบ้านเหอขับรถม้าพาไป"เว่ยซีห่าวกล่าวเขาไม่วางใจที่จะให้นางไปคนเดียวแน่
"เ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงรับคำอย่างว่าง่าย
หลังจากพูดคุยกันจนเข้าใจและกินข้าวเย็นเสร็จก็แยกย้ายกันกลับห้องนอน เว่ยเจียวจิงอาบน้ำเสร็จก็เดินหากระดาษและพู่กันเพื่อออกแบบเหลาอาหารของนาง ที่นี้มีการใช้พวกอิฐกระเบื้องและยังมีหินอ่อนมาใช้แล้วในการก่อสร้าง เว่ยเจียวจิงนั่งคิดและออกแบบเหลาอาหารคร่าวๆแต่ยังไม่ลงรายละเอียดมากคงต้องค่อยๆทำไปและไปดูที่ดินเสียก่อน