จ้าวลี่ิจึงช่วยผลักส่งอารมณ์ให้นาง เพิ่มระดับการขยับสะโพกให้ถี่เร็วมากขึ้น เพียงไม่นานหม่าเยว่ซินก็กรีดร้องอย่างสุขสม ซอนซบใบหน้าลงกับบ่ากว้างอย่างหมดแรง
ทว่ามันไม่ได้จบเพียงเท่านั้น นางเยือนแดน์ขณะที่เขายังไปไม่ถึง หม่าเยว่ซินหยุดขยับร่างกายเอาเสียดื้อๆ เมื่อตัวเองเสร็จสมอารมณ์หมายไปแล้ว
ส่งผลให้จ้าวลี่ิเกิดความรู้สึกหงุดหงิดใจ ใช้สองมือจับร่างบอบบางหันหลังพลิกให้อยู่ในท่าโก้งโค้ง เสียบท่อนลำกลับเข้าที่เดิม กระหน่ำกระแทกด้วยจังหวะดุดันหนักหน่วง เข้าสุดออกสุดจนร่างเล็กรู้สึกจุกเกร็ง เพราะส่วนปลายหัวของเขามันเข้าไปปะทะจุดลึกสุดในกายนาง
“ข้า…จุก”
มันทั้งจุกทั้งเสียวปนเปกันมั่วไปหมด ดวงตากลมใสกลับมามีน้ำตาเม็ดเล็กไหลริน ทว่าแยกแยะไม่ได้ว่าเป็เพราะกำลังรู้สึกสุขสมหรือทรมานอยู่กันแน่
“แต่ข้ากำลังสนุก! หึ่ม…”
จ้าวลี่ิครางกระหึ่มในลำคอเมื่อรู้สึกคล้ายกับว่าตนใกล้ถึงฝั่งฝันอีกหน เขาเพิ่มจังหวะให้ถี่หนักกว่าเดิมขึ้นอีกนิด
เพียงไม่นานสิ่งที่เสียบคาอยู่ภายในก็กระตุกเกร็ง ปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตสีขาวขุ่นให้พวยพุ่งเข้าสู่โพรงถ้ำนิ่มหยุ่น แช่ตัวตนคาอยู่ในนั้นสักพัก โน้มกายฟุบใบหน้าลงบนแผ่นหลังขาวเนียน หายใจหอบเหนื่อยเอาอากาศเข้าสู่ปอด ก่อนถอดถอนกายนอนแผ่ราบไปกับเตียงกว้าง ปล่อยหม่าเยว่ซินนอนค้างอยู่ในท่าเดิม
ร่างใหญ่นอนหลับแทบสิ้นสติอยู่บนเตียงนอนกว้าง ขณะที่หม่าเยว่ซินกระเถิบกายลงไปนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่ข้างเตียง คว้าเสื้อนอกของชุดเ้าสาวมาคลุมกายเอาไว้เพื่อปกปิดเรือนร่าง ปล่อยน้ำตาแห่งความน่าสมเพชให้ไหลรินอาบหัวเข่า
นึกย้อนไปถึง่เวลาในอดีตที่เคยมีร่วมกับจ้าวลี่ิ พลันหัวใจดวงเล็กกลับรู้สึกปวดหนึบเพราะไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้
‘หม่าเหินเยว่’ บิดาของหม่าเยว่ซิน มีสัมพันธไมตรีแน่นแฟ้นฉันมิตรสหายกับ ‘จ้าวฟางเหนียง’ พระมารดาของจ้าวลี่ิพอสมควร ทั้งคู่เป็เพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันมาั้แ่สมัยเด็ก ทำให้ทุกครั้งที่เข้าไปเยี่ยมเยียนนางในวังหลวงหลังรับตำแหน่งพระสนมแล้ว จึงมักจะพาบุตรีของตนไปด้วยเสมอ
หม่าเยว่ซินจึงมีโอกาสได้พบเจอและรู้จักกับจ้าวลี่ิ ถึงอีกฝ่ายจะดูไม่เป็มิตรและพยายามตีตัวออกหากอยู่ร่ำไป ทว่าความสดใสเป็กันเองของนาง กลับสามารถทำลายกำแพงสูงตระหง่านของเขาจนได้
หม่าเยว่ซินกลายเป็เด็กในวัยเดียวกันคนเดียวที่เข้าถึงจ้าวลี่ิได้ เขาดูโอนอ่อนผ่อนปรนกับนางมากกว่าคนอื่นๆ แต่ไม่ถึงขั้นอ่อนโยนเลยซะทีเดียว
หากพบเจอจ้าวลี่ิอยู่ที่ใด จะต้องพานพบเด็กสาวตัวเล็กหน้าตาสดใสอยู่ข้างกายเขาทุกครั้งไป ทั้งคู่ตัวติดกันมาก แต่ความจริงเป็หม่าเยว่ซินต่างหากที่ติดจ้าวลี่ิ
นางหลงรักเพื่อนวัยเด็กจนกระทั่งโต แม้นิสัยของอีกฝ่ายจะดูประหลาดไม่เหมือนชาวบ้าน ดูเป็ศัตรูมากกว่าเป็มิตร แต่กลับให้ความรู้สึกจริงใจและเชื่อถือได้มากกว่าใคร
เขาเป็บุรุษเงียบขรึมเฉยชามาั้แ่ยังเด็ก ต้นเหตุเป็เพราะพระสนมจ้าว ปรารถนาให้บุตรชายเป็ผู้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อจาก ‘จางมู่เฉิน’ ผู้เป็บิดา
ทว่าด้วยความที่จางมู่เฉินมีชายาและพระสนมหลายคนนัก ส่งผลให้มีพระราชโอรสหลายพระองค์เช่นเดียวกัน ตำแหน่งรัชทายาทจึงมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงพอสมควร
จ้าวลี่ิร่ำเรียนกลยุทธ์และศาสตร์แขนงต่างๆ เพื่อส่งเสริมความสามารถของตนให้เหนือกว่าผู้อื่น ฝึกฝนอย่างหนักหน่วงทั้งทางด้านความรู้ การต่อสู้ กีฬา ดนตรี ศิลปะ หรือกระทั่งแต่งกลอน
รอบรู้ทุกด้านจนในที่สุดก็กลายเป็บุคคลที่ผู้คนมากมายต่างยกย่องและยอมรับ ว่าควรคู่กับตำแหน่งองค์รัชทายาทที่สุด ทว่าฮ่องเต้แคว้นเฉิงกลับไร้ท่าทีว่าจะแต่งตั้งเขาให้อยู่ในตำแหน่งนี้
แม้จะได้รับความกดดันจากพระมารดาอย่างมากมายจนกลายเป็คนเก็บกด อารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรงแถมยังโมโหร้าย ทว่าต่อหน้าผู้อื่นกลับวางตัวได้อย่างเยือกเย็น ประหนึ่งูเาไฟที่ภายนอกดูคล้ายจะสงบ แต่ภายในโชติ่พร้อมปะทุะเิอยู่ตลอดเวลา
จ้าวลี่ิไม่เคยแสดงความอ่อนโยนกับผู้ใดนอกจากพระมารดาของตน เขารักแม่ของเขามากเพราะนางคือทุกสิ่งในชีวิต และอีกคนที่เขาดูโอนอ่อนด้วยก็คือหม่าเยว่ซิน
แต่เพียงข้ามคืนเดียวในคืนวันนั้น ความอ่อนโยนที่นางเคยได้รับจากเขาก็หายไปในพริบตา เหลือเพียงความหยาบกระด้างในวันนี้เท่านั้น มันช่างน่าใจหายยิ่งนัก
จากความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด แปรเปลี่ยนราวกับพลิกฝ่ามือ ทุกอย่างที่เคยรู้จักสลายหายไปสิ้น กลายเป็บุคคลที่ยิ่งกว่าคนแปลกหน้าเสียด้วยซ้ำ
คำพูด น้ำเสียง แววตา และการกระทำ ดูรังเกียจเดียดฉันท์ราวกับนางเป็สัตว์เดรัจฉานน่าขยะแขยง ไร้การให้เกียรติ ไร้ความเห็นใจ ไม่มีแม้กระทั่งสักเสี้ยวของความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน แบ่งเส้นว่าต้องยืนกันคนละฝั่ง ถูกประกาศความเป็ศัตรูอย่างชัดเจน