ตอนที่ 3
หญิงสาวหน้าหมอง เมื่อเช้านี้่บรีฟงานปัญหาเมื่อวานถูกหยิบยกนำมาเป็หัวข้อสำคัญ แน่นอนว่าเธอไม่ได้รับการตำหนิโดยตรงเนื่องจากเป็พนักงานใหม่ทว่าก็ไม่สามารถลบความรู้สึกผิดทิ้งออกไปได้
“อัญเวลาไม่เข้าใจว่าลูกค้าต่างชาติพูดอะไรให้เรียกพี่หรือเพื่อนคนอื่นไปช่วยได้ และถามทวนย้ำออเดอร์ให้แน่ใจอย่ามองว่าลูกค้าบางคนเื่มากเพราะเค้าอาจจะแพ้อาหารหรือทานบางอย่างไม่ได้ เวลาเสิร์ฟก็ดูบิลให้ดีๆ ช้าไม่เป็ไรแต่อย่ามั่ว เพราะมันจะยิ่งช้ากว่าเดิม ที่สำคัญคือต้องหมั่นสังเกตลูกค้าสิ่งเหล่านี้เป็หัวใจสำคัญของงานบริการนะ”
พี่หมวยผู้ดูแลห้องอาหารให้คำแนะนำในตอนท้ายก่อนจะสั่งแยกย้ายไปประจำหน้าที่ของใครของมัน
เพราะการที่ทำงานไม่ได้เื่หรืออย่างไรกัน จึงคล้ายว่าเธอถูกลงโทษให้ทำงานใช้แรงงานแทนเช่นการนำอาหารขึ้นไปส่งแขกบนห้องพัก แค่เคาะประตู ส่งยิ้มให้วางไว้แล้วก็เดินออกมา งานง่าย ๆ ไม่ต้องฟุด ฟิด ฟอ ไฟมากมายแต่ก็ทำให้ต้องเทียวขึ้นเทียวลงเป็ว่าเล่นแม้จะเหนื่อยบ้างแต่ก็ยังดีกว่าต้องอยู่ในสายตาของหัวหน้าตลอด เธอจึงแอบอู้ระหว่างที่รอลิฟต์งานบริการแทบไม่ได้นั่งพักเลย ต้องยืนและเดินตลอด หากเธอเดินเป็เส้นตรงป่านนี้ก็คงออกจากกรุงเทพฯไปแล้วมั้ง
ประตูเปิดออกพร้อมใบหน้าเรียบเฉยของภาธรอัญชิสาใก่อนจะตัวแข็งทื่อ ไม่อยากเข้าไปเผชิญหน้ากับเขาสองคนภายในลิฟต์แคบแต่ชายหนุ่มกลับกดค้างรอเธออยู่อย่างนั้น ตอนนี้อยู่ชั้นสิบสอง แม้จะใช้เวลาไม่กี่นาทีกว่าจะถึงชั้นล่างแต่หญิงสาวกลับรู้สึกอึดอัดราวกับหายใจไม่ออกเหมือนตนกำลังจมอยู่ในน้ำลึก
ร่างสูงสง่าภูมิฐานมีมาดเท่ห์แต่งกายแพงั้แ่หัวจรดเท้ายืนเทียบกับหญิงสาวในชุดพนักงานระดับล่าง ในมือถือถาดอาหารที่แห้งเกรอะกรังจากคราบสปาเก็ตตี้แถมยังมีเศษทิชชูกับไม้จิ้มฟันสกปรกทิ้งอยู่ในนั้น นี่น่ะหรือแฟนเก่าทำไมต้องมาเจอกันในสภาพนี้ด้วย
เธอไม่เคยรู้สึกอับอายมากมายแบบนี้มาก่อน คนที่เคยเอาอกเอาใจตามตูดสารพัดราวกับทาสหัวใจจะมาได้ไกลขนาดนี้แต่ดูเธอสิ คุณหนูผู้เย่อหยิ่งถือตัวไม่เคยงอนง้อใครต้องมาก้มหัวบริการลูกค้าประหงก ๆ
“ทำงานเหนื่อยไหม?”
“มะ ไม่เหนื่อยเท่าไหร่...ค่ะ” ลงเสียงท้ายให้สุภาพตามฐานะเพิ่งจำได้ว่าไม่เคยพูดแบบนี้มาก่อน มีแต่ข่มภาธรอยู่เสมอมา
“ไม่เจอกันนานเลยสบายดีนะ”
‘สบายหรือ นายเห็นสภาพฉันตอนนี้เป็ยังไงดูสบายมากมายเหลือเกินสินะ จะพูดทำไม อยากสมน้ำหน้ากันละสิ’
ถ้าเป็เมื่อก่อนเธอคงกรีดร้องใส่หน้าเขาไปอย่างนี้แต่ตอนนี้เธอทำได้เพียงตอบออกไปสั้น ๆ ตามมารยาทว่า
“สบายดีค่ะ”
หญิงสาวแทบพรูลมหายใจเมื่อมาถึงชั้นล่างเขาเปิดลิฟต์ให้แล้วเชิญเธอออกก่อนอย่างสุภาพอัญชิสาลืมค้อมหัวขอบคุณด้วยอารมณ์ไม่ปกติภายในทำให้เดินคอแข็งหน้าตั้งเผลอทำนิสัยเก่าออกมา
“ฮึ ยังหยิ่งเหมือนเดิมเลยนะ” เขาบ่นเบา ๆ ตามหลังให้กับเธอ
“อัญ คุณภาธรเชิญไปพบที่ห้อง”
“มีอะไรหรือคะ?” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
“คงจะอยากรู้เื่เมื่อวานมั้ง”ผู้จัดการแผนกตอบด้วยสีหน้าไม่สบายใจ เพื่อนพนักงานหูผึ่งกระแซะเข้ามาก่อนจะโดนเอ็ดใส่
“เอ้า! ไม่ไปดูแลลูกค้าล่ะมายืนอออะไรกันตรงนี้”
บรรดาแฟนครับผู้จัดการใหญ่ต่างแตกกระเจิงอัญชิสายังทันได้ยินเสียงซุบซิบดังตามมาส่งท้าย
“โดนแล้วแน่ ๆ เลยเนาะ จะถึงกับออกหรือเปล่า”
“นั่นสินะ”
หญิงสาวยืนทำใจอยู่หน้าห้องเป็นานทำงานยังไม่ถึงเดือนจะมาโดนไล่ออกแล้วหรือ ทำไมชีวิตเธอถึงได้ดวงตกอย่างนี้แล้วก็ตกแบบทิ้งดิ่งไม่มีวันขึ้นได้อีกเลย
“เชิญนั่งครับ”
ตาคมประกายอย่างมีอำนาจจ้องมองอดีตแฟนเก่าที่มีใบหน้าเผือดไร้สีสันอัญชิสายังสวยเหมือนเดิม แต่ไม่ได้สวยเปล่งปลั่งเจิดจรัสเท่าวันวานมันเป็ความสวยแบบนิ่ง ๆ หมอง ๆ เศร้า ๆ อย่างไรไม่รู้
“ช่วยเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ฟังหน่อยสิครับ”
“ไม่มีอะไรอธิบายเพิ่มเติมค่ะเหมือนที่พี่หมวยรายงานไปตามนั้น ฉันผิดเอง ทำงานไม่ได้เื่” ตอบเสียงแข็งหันหน้าไปทางอื่น ไม่อยากสบตาชายหนุ่มกลัวจะเห็นถึงความพ่ายแพ้ของตัวเอง
“อัญครับ ผมรู้ว่ามันไม่ใช่งานถนัดของคุณ ไม่มีใครเก่งมาั้แ่เกิดหรอกที่ผมถามเพราะอยากรู้ว่าผิดพลาดตรงไหนผมจะได้ช่วยคุณได้”
“ช่วยหรือคะ คุณไม่ไล่ฉันออกหรือ?”
“แค่สี่เดือนเอง ผมไม่อยากให้พี่หมวยเสียเวลาเทรนงานใหม่อยากจะช่วยประคับประคองไปให้จบสัญญาจ้างอีกอย่างคุณคงไม่อยากตกงานตอนนี้หรอกใช่ไหม”
เธอเม้มปากนิด ๆ ส่ายหน้าแทนคำตอบ นึกถึงคำดูถูกของมารดา ยัยสำรวยยัยสำอาง ยัยเกียจคร้านและสารพัดยัย ั์ตาก็สั่นไหวระริก ภาธรเอื้อมมาจับกุมมือเธอบีบและลูบนิดๆ อย่างให้กำลังใจ
ภาพในอดีตวันวานหวนคืนกลับมามือคู่นี่สินะที่เคยปกป้องเธออยู่เสมอ นึกไปแล้วก็เสียดายนักไม่น่าสะบัดมือออกจากเขาเลยอัญชิสาเชื่อว่าถ้าหากภาธรยังอยู่กับเธอตลอดเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ชีวิตเธอตกต่ำและลำบากขนาดนี้
“อย่าคิดว่าผมเป็เ้านายเลย ถ้ามีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกได้นะผมยังปรารถนาดีต่อคุณเสมอ” พูดจบก็หยิบนามบัตรตนเองส่งให้ แล้วกำชับว่าอย่าลืมโทรมาหาเขา
หญิงสาวเข้าไปในลิฟต์ยืนมองการ์ดสี่เหลี่ยมในมืออย่างดีใจลูบตรงชื่อและตำแหน่งของเขาแล้วก็เก็บซ่อนนามบัตรนั้นไว้ในกระเป๋าอย่างดีกลบเกลื่อนสีหน้าไม่ให้กระดี๊กระด๊าเกินไปเื่ในวันนี้จะต้องเก็บเป็ความลับสุดยอด เธอยิ้มให้กับตนเองในกระจกห้องน้ำด้วยความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมเพราะเชื่อมั่นว่าภาธรยังคงรักและมีใจให้กับตนอยู่
“ลิปสีนี้เข้มไปนะ วันหลังเอาอ่อนกว่านี้หน่อย”
พี่หมวยติงหลังจากเข้ามาสอบถามว่าผู้จัดการใหญ่เรียกเข้าไปคุยอะไรบ้างก่อนจะออกไปทานข้าวกลางวันส่วนอัญชิสาก็คงทำงานต่อเพราะยังไม่ถึงเวลาพักเบรกของเธอ
ทางด้านภาธรที่ปกติไม่เคยทานข้าวกลางวันในห้องอาหารของโรงแรมเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะแล้วเจาะจงให้อัญชิสาเป็คนเข้าไปรับคำสั่งเขาพูดคุยกับเธอด้วยภาษาต่างประเทศสำเนียงดีมากราวกับเป็คนต่างชาติเลยทีเดียวมันทำให้หญิงสาวนึกทึ่งและอดชื่นชมไม่ได้ว่าอดีตแฟนหนุ่มจะเก่งขนาดนี้ แวบหนึ่งคิดไปว่าเธอไม่เคยรู้เลยหรือเป็เพราะว่าเธอไม่เคยสนใจอะไรเขากันแน่
อัญชิสายิ้มพรายกับความปรารถนาดีของเขา ที่เข้ามาช่วยติวสวมบทบาทเป็ลูกค้าให้ชายหนุ่มยังคงอ่อนโยนเสมอต้นเสมอปลายกับเธออยู่เสมอ มันทำให้ใจสั่นเหมือนครั้งที่เขาเคยขอเป็แฟนเสียงชื่นชมกรี๊ดกร๊าดเบา ๆ ของเหล่าแฟนคลับยังดังน้อยกว่าเสียงร้องในใจของเธอที่บอกว่าต้องเอาเขากลับมาเป็ของตนให้ได้โดยไม่สนใจว่ายุทธนาจะเป็อย่างไร ไม่ใช่ว่าเธอไม่รักเขานะแต่ภาธรเป็ฝ่ายมาก่อนแถมยังมีดีกว่าหลายอย่างถ้าตัดสินใจเลือกเขาแน่นอนว่าเธอจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้และพ่อแม่จะได้เลิกดูถูกเธอเสียที
รถยุโรปคันหรูสีดำมันปลาบแล่นผ่านหน้าไป ที่นั่งข้างกายภาธรยังว่าง แต่สักวันหนึ่งอัญชิสาจะต้องได้ขึ้นไปนั่งเคียงข้างเป็ตุ๊กตาประดับหน้ารถให้กับเขา แต่ตอนนี้เธอต้องตากแดดทนร้อนสูดกลิ่นเหม็นควันซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปยุทธนาไปก่อน
หญิงสาวเก็บภาพแฟนเก่าเอาไปฝันทั้งที่ยังนอนกอดอยู่กับแฟนใหม่ได้กลิ่นเหม็นคราบน้ำมันเนยนมที่ติดอยู่บนเส้นผมและตามเนื้อตัวยุทธนาแล้วชวนคลื่นเหียนอยากจะอ้วกที่สุดนึกเปรียบเทียบกับกลิ่นน้ำหอมสุภาพบุรุษที่ปนกับกลิ่นกายภาธรตอนอยู่ในลิฟต์แล้วรู้สึกดีนี่เธอกำลังคิดนอกใจใช่ไหม
แม้กำลังนึกตำหนิตัวเองในใจที่กำลังกลายเป็คนไม่ดีแต่ทว่ายังคงหลับตาปี๋นึกถึงแต่ใบหน้าภาธรที่คร่อมกายเธออยู่ ใช่แล้วอัญชิสาอยากให้เป็คนนั้น อยากเปลี่ยนจากยุทธนาเป็ภาธร อยากให้เขาเป็คนมอบความสุขให้กับเธอแทน.....