ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบเจ็ด Family planning การวางแผนครอบครัว
“มีลูกมากยากจน”
“หญิงก็ได้ชายก็ดีมีแค่สอง”
“มีแต่คนจนเท่านั้นล่ะที่มีลูกมากคนที่มีฐานะดีหน่อยจะมีลุกน้อยลง”
คำกล่าวที่ว่ามาทั้งหมดคือเรื่องโกหกพกลมหรือเป็นอะไรที่หลอกลวงอยู่มากในหลายๆอย่าง
หากประเทศหนึ่งมีประชากรมากพอขอเพียงไม่บริหารเฮงซวยเกินไปอย่างไรก็เป็นประเทศที่เข้มแข็ง
แบบเดียวกับเม่ยกั๋วเอ๊ยอเมริกา ที่ระบบทั้งระบบต้องการแรงงานมหาศาล จึงต้องมีการรับผู้อพยพประชากรผู้ใช้แรงงานจำนวนมากตามหลักการของทุนนิยมที่พยายามสร้างประสิทธิภาพในการผลิตที่สูงที่สุดตลอดเวลา ProductiveAll The Time ที่ตรงกันข้ามกับชีวิตสโลไลฟ์ของชาวสวนแม่ลูกสามอย่างสิ้นเชิง
และหากเรายังไม่เปลี่ยนทุกคนเป็นผู้บ่มเพาะพลังที่มีอายุขัยยาวนานหากไม่ไปเหยียบตาปลานายน้อยเข้า
เราก็ต้องผลิตประชากรรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนคนเก่าที่ย้ายที่อยู่ไปอยู่ในฮวงซุ้ย
คนต้องมีวันชราขื่อแข็งแรงเท่าใดต้องมีวันผุพังร่วงลงมา ดั่งที่ท่านขงจื้อกล่าวไว้
ทำให้นำมาสู่สิ่งที่เรียกว่าReplacementRate อัตราการทดแทนประชากรที่อยู่ที่ประมาณ 2.1 หรือมากกว่านั้น
ซึ่งตามตัวเลขเราต้องมีมากกว่าสองคนจึงจะคงสภาพอัตราประชากรไว้ได้เพราะเราคงไม่สามารถเอา .1 นั้นเป็นเพียงแค่หัวหรืออวัยวะภายในสำรองของลูกของเรา
หากลูกของเราสองคนเป็นอะไรขึ้นมากให้เอาอวัยวะของ.1นั้นไปทดแทนไม่ให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่จะเป็นแรงงานและผลิตแรงงานหรือหน่วยของครอบครัวรุ่นต่อไป..ซึ่งคงไม่มีคนสติเสียคนไหนทำเช่นนั้นจึงต้องมีลูกประมาณสามคนแบบชาวสวนแม่ลูกสามนั่นเอง จึงจะพ้นอัตรา 2.1 ดังกล่าว
“หญิงก็ได้ชายก็ดีมีแค่สอง”
จึงเป็นคำโกหกพกลมเช่นนี้เอง
ประเทศที่มีอัตราต่ำกว่า2.1จะเกิดสภาพของสังคมสูงวัยที่ขาดแคลนแรงงานในอนาคตได้
ดูตัวเลขประชากรแยกชายหญิงอาจจะเหมือนไม่มีปัญหา
ดูอัตราประชากรวัยแรงงานหรือวัยเจริญพันธุ์นั่นล่ะจะสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ปกครองประเทศได้แล้ว
ในยุคเจ็ดศูนย์ของชาวสวนแม่ลูกสามได้มีการวางนโยบายลูกคนเดียวมาถึงประมาณปี 2015ถึงเปลี่ยนนโยบายเป็นลูกสองคน
จนกระทั่งปี2021ที่ประชุมคณะเน่ยเก๋อของฮ่องเต้สี ถึงได้เปลี่ยนนโยบายเป็นลูกสามคน
หมายความว่าทางเทคนิค
ชาวสวนแม่ลูกสามทำผิดนโยบายมาตั้งแต่ยุคหกศูนย์แล้วนั่นเอง
การไปแตะต้องเรื่องอัตราการเกิด
และ
“คนรวยยิ่งมีลูกน้อย”คือเรื่องโกหกหลอกลวงตามหลักสถิติ
คนรวยระดับหนึ่งจะมีลูกน้อยลงพอพอกับคนชั้นกลางซึ่งอัตราประชากรของคนรวยก็น้อยอยู่แล้วเทียบกับประชากรทั้งประเทศจึงอาจจะโดนหลอกตาได้ด้วยสถิติ
แต่ความจริงคนชนชั้นMegaRich หรือ multigeneration wealth คนรวยมหาศาลที่สามารถสืบทอดทรัพย์สมบัติมาหลายชั่วอายุคนได้มีลูกจำนวนมากและมีการรวมญาติกันตลอดเวลาในการแพร่กระจายกิจการสาขาไปหลายๆธุรกิจ
“คนรวยมีลูกน้อยคนจนมีลูกมาก”
จึงเป็นเรื่องหลอกลวงอีกประการหนึ่ง
เราจะหาว่าคนรวยหมื่นล้านแสนล้านนั้นจะเป็นคนโง่และจะยากจนลงหรือ หากพวกเขามีลูกมาก?
เป็นเราหรือเจ้าสัวแสนล้านที่คิดผิดในเรื่องการมีลูกมากจะทำให้เรายากจน?
แต่ด้วยเหตุผลบางประการแนวคิดนี้กระจายไปทั่ว
นโยบายลูกคนเดียวก่อให้เกิดผลร้ายแรงตามมาขนาดหลายสิบปีผ่านไปแล้วผลกระทบก็ยังคงมีอยู่
คณะเน่ยเก๋อของฮ่องเต้สีตระหนักถึงการเกิดน้อยลงของประชากรและสังคมผู้สูงอายุ
แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านยังพูดว่าหากทุกคนเป็นภิกษุหมดจะเหลือใครมาเป็นฆราวาสที่จะอุดหนุนค้ำจุนพุทธศาสนาผลิตประชากรมนุษย์รุ่นใหม่ๆต่อไป
แม้กระทั่งต้นตำรับแนวคิดลูกหนึ่งคนลูกสองคน
อย่างคณะเน่ยเก๋อก็ยังต้องเปลี่ยนนโยบายเป็นลูกสามคนในที่สุดของปัจจุบัน
อนิจจา
การล้างสมองนั้นไม่ได้หมายความว่าเราอยากจะเปลี่ยนนโยบายทันทีทันใดเป็นลูกสามคนแล้วจะทำได้ทันที
นั่นคือผลกระทบของคำสั่งของคณะเน่ยเก๋อการเป็นฮ่องเต้ผู้ปกครองแผ่นดินต้องระวังราชโองการของตนเองให้มาก เพราะจะส่งผลกระทบต่อคนทั้งแผ่นดิน
แต่เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่ร่ำรวย
เพราะลูกคนหนึ่งอาจจะทำให้พ่อแม่จนไปหลายสิบปีเทียบเท่ากับการซื้อที่ดินในด้านทรัพยากรที่ลงทุน
ต่อให้คนจนอยากมีลูกมากมายแค่ไหนหากต้องการเลี้ยงให้ได้ตามมาตรฐานก็ไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ
แต่ไม่มีปัญหาสำหรับคนรวยที่สามารถเสียค่าปรับหรือหาข้ออ้างเรื่องราวต่างๆข้อยกเว้นได้แต่ประการใด
กฎหมายในเรื่องราวต่างๆไม่เคยบังคับใช้กับคนรวย ที่สามารถสืบทอดกิจการแตกสาขาของตระกูลได้ตามที่ตนเองต้องการ
“อะแฮ่มน้องเมิ่ง ต่อไปนี้น้องเมิ่งคือผู้ดูแลกิจการภายในของตระกูลในการตัดสินใจว่าภริยาหรือนางบำเรอของพี่ใครคนไหนจะมีลูกได้หรือไม่หรือมีอันดับที่เท่าใด นั่นคืออำนาจของน้องที่จะมีหน้าที่จัดการเรื่องหลังบ้านให้กับพี่”
ผมใช้กลยุทธเอาเรื่องชั่วร้ายให้คนชั่วช้าจัดการ
MaYichun คือคนที่มีแนวคิดว่ารัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงการถือกำเนิดของประชากร
ณ ปัจจุบัน ก็ยังเป็นที่เคารพบูชาในมหาวิทยาลัยปักกิ่งต่อไป
ดังนั้นผมไม่คิดจะเครียดเรื่องพวกนี้เพราะทางเทคนิคผู้บ่มเพาะพลังก็เปลี่ยนน้ำวิสุทธิ์เป็นพลังปราณอยู่แล้วตระกูลใหญ่ที่ให้กำเนิดนายน้อย จึงมีลูกชายแค่คนเดียวและทำให้ตระกูลล่มสลายเพราะพยายามจะปกป้องนายน้อยที่มีคนเดียวนั่นเอง
อ๊ะมองอย่างนี้แล้วจริงๆปัญหามันเกิดขึ้นจากระบบนี่หว่า
ปัญหามีมาตั้งแต่รากฐานแนวคิด
เราจะแก้ไขปัญหาจากนโยบายลูกคนเดียวโดยที่คนที่สนับสนุนนโยบายลูกคนเดียวยังได้รับการกราบไหว้บูชาในมหาวิทยาลัยอยู่ได้อย่างไร?
หากไม่มีการวิเคราะห์ว่านโยบายที่มีนั้นก่อให้เกิดผลอย่างไรบ้าง?
แต่ที่แน่ๆชาวสวนแม่ลูกสามนั้นทำผิดกฎหมายนั่นเอง
แน่นอนในยุคหกศูนย์หรือก่อนหน้านโยบาย”ลูกคนเดียว”อาจจะเป็นแค่”คำแนะนำ” แต่ในฐานะประชาชนที่จงรักภักดี คุณไม่ฟัง”คำแนะนำ”จากคณะเน่ยเก๋อนี่ แสดงว่าคุณมีจิตปฎิปักษ์เป็นพวกปฏิกิริยาคิดไม่ซื่อใช่ไหม?
โชคดีที่ผมเป็นผู้บ่มเพาะพลังเลยไม่ต้องคิดมากเรื่องพวกนี้เพราะจะอยู่ได้ตอลดกาลหากไม่โดนฆ่าตายไปก่อน
หากผมเป็นคนธรรมดาต้องเครียดมากแน่ๆกับสังคมที่กำลังล่มสลายเพราะมีผู้สูงอายุอยู่จำนวนมากจนกระทั่งคณะเน่ยเก๋อของฮ่องเต้สีที่บูชานโยบายลูกคนเดียวยังต้องเปลี่ยนเป็นนโยบายลูกสามคนและขยายเวลาการลาคลอดให้กับเพศหญิงรวมถึงพยายามเพิ่มสิทธิต่างๆในการลาคลอดให้แก่เพศหญิงเพิ่มมากขึ้น
ปัญหามันร้ายแรงขนาดนั้น
แต่ไม่มีปัญหาอะไรสำหรับคนที่คิดว่าตนเองจะอยู่ไปตลอดกาลหากไม่โดนฆ่าอย่างผม
คนธรรมดาน่ะมีครอบครัวเดี่ยวนิวเคลียร์และแก่ตายไปเสียเถอะ
ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนรวยและผู้บ่มเพะพลังอย่างผมแต่ประการใด
“ได้ค่ะสามีขา”
“หันหลังไปทุกคนผมจะทำให้ทุกคนรู้ว่าทำไมผมถึงได้ฉายาว่าไอ้ม้าป่าบ้าคลั่ง(ตั้งขึ้นมาเอง)”
...
True Wallet
089-5296248
สนับสนุนผู้เขียนได้ตามช่องทางนี้นะครับ
หากต้องการรู้ข้อมูลหรือตอนพิเศษใดสามารถบอกต่อผู้เขียนได้ครับ