ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 164 รากไม้แห่งชีวิตกับโลหะพิเศษ

ยามดึกดื่นค่ำคืน เมื่อทุกคนหลับใหลและแสงไฟในเมืองเริ่มดับลงณ อาคารที่พักส่วนตัวของนาฟ หลังจากพักผ่อนมาสักระยะนาฟค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงเงียบๆ

ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนในขณะที่เขามุ่งหน้าไปยังอีกห้องที่ใช้สำหรับการฝึกสมาธิ

ห้องนี้นาฟต้องเปิดประตูห้องด้วยกุญแจพิเศษก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องที่มืดสนิทเขาหยิบก้อนหินเรืองแสงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แสงสีฟ้าอ่อนๆ แผ่กระจายออกมาทำให้เห็นภาพของห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือโบราณสำหรับการฝึกฝนในรูปแบบต่างๆ

นาฟนั่งลงบนเบาะกลางห้องและปิดตาลง เขาหายใจเข้าลึกๆแล้วสร้างสัญลักษณ์บางอย่างออกมา มวลอากาศเบื้องหน้าค่อยๆ เกิดการกระเพื่อมไปมาในที่สุดก็เกิดรอยแยกของอากาศที่เปล่งประกายสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ

ทันใดนั้นนาฟก็ลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปในรอยแยกหายตัวไปจากห้องนั้นทันที

 

 ในโลกมิติที่เงียบสงบนี้ท้องฟ้าสีครามไร้เมฆและลานทุ่งหญ้าขยายตัวออกไปสุดสายตา

นาฟยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าแล้วหลับตาลงอีกครั้งเขาเริ่มเรียกพลังจากภายในและปลดปล่อยความคิดที่วุ่นวายออกไป

ขณะที่พลังงานรอบตัวเริ่มหมุนเวียนเป็นวงกลมพลังงานนั้นไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา ทำให้เขารู้สึกเบาและมั่นคง

นาฟใช้เวลายืนอยู่ตรงนี้นานหลายชั่วโมงฝึกฝนสมาธิและเสริมสร้างพลังภายในของตนเอง

ชายหนุ่มจดจ่ออยู่กับทุกความรู้สึกและการเคลื่อนไหวของพลังงานภายในรู้สึกถึงการรวมตัวของพลังที่มั่นคงและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อแสงสว่างในโลกมิติเคลื่อนผ่านไปหลายชั่วโมงเขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง รู้สึกสดชื่นและเต็มไปด้วยพลังใหม่ นาฟหายตัวกลับมายังห้องโถงใหญ่ภายในถ้ำ

ขณะก้าวเข้ามาเหลือบไปเห็นเจ้ารุ้งที่นอนหงายท้องพาดตัวอยู่บนต้นไม้พลังข้างสระบัว ท้องของมันป่องขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด ผลไม้พลังก็หดหายไปจากลำต้นหลายลูก

 

นาฟถึงกับหัวเราะกับการนอนหมดสภาพของงูหลากสีตัวอ้วนตัวนี้

นาฟเดินตรงไปยังชั้นวางตำราเหลียวมองไปตามชั้นต่างๆที่มีการจัดวางออกเป็นหมวดหมู่ สุดท้ายก็หยุดสายตาลงที่หมวดศาตราวุธ ใช้เวลามองหาตำราอยู่ชั่วขณะหนึ่ง

“เจ้ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่” จิตวิญญาณสาวจาชาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ไม่รู้เหมือนกันพี่สาว ข้าแค่รู้สึกว่าอยากหาอาวุธ

ที่ทรงพลังเพิ่มขึ้น” นาฟกล่าวด้วยความมุ่งมั่นในใจก็นึกว่าไม่ต้องการให้คนที่ตนรักตกอยู่ในอันตรายอีกต่อไป อยากมีพลังที่มากกว่านี้พอที่จะปกป้องได้

จิตวิญญาณสาวมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและเห็นใจเพราะการจะเพิ่มระดับพลังขึ้นนั้นต้องใช้การสะสมพลังในระยะเวลาที่ยาวนานไม่อาจข้ามขั้นตอนได้

จิตวิญญาณสาวยิ้มบางๆ แล้วเอ่ย “ตามข้ามา”

จาชากล่าวก่อนจะลอยไปยังหน้าห้องที่ 2 ที่ประตูปิดอยู่ นาฟตามไปอย่างไม่ลังเล จนถึงประตูใหญ่ที่ทำจากหินโบราณประตูนั้นมีลวดลายและอักขระที่ซับซ้อน

จิตวิญญาณสาวยกมือขึ้นสร้างสัญลักษณ์บางอย่างอักขระบนประตูเริ่มส่องแสงสว่างและประตูค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นห้องเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ที่โบราณและทันสมัย

 

ภายในห้องนั้นมีอาวุธมากมายแขวนอยู่บนผนังและจัดเรียงอยู่บนชั้นทั้งดาบโบราณที่เปล่งประกายออร่าพลัง ศาสตราวุธที่มีรูปทรงแปลกตาและอาวุธทันสมัยที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยแสงจากอัญมณีที่ประดับบนอาวุธเหล่านั้นสะท้อนเป็นประกายแวววาว

“ที่นี่คือที่เก็บอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลกมิตินี้”จิตวิญญาณผู้พิทักษ์สาวกล่าว “เจ้าเลือกได้ตามต้องการ แต่จงระวังการเลือกอาวุธต้องมาจากหัวใจที่บริสุทธิ์และมีเจตจำนงที่แท้จริงในการปกป้องไม่ใช่เพื่อการทำลาย”

นาฟเดินไปในห้องมองดูอาวุธแต่ละชิ้นอย่างพินิจพิเคราะห์เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่ออกมาจากแต่ละชิ้น แต่เขารู้ว่าต้องเลือกอย่างรอบคอบ

 


เขาเดินผ่านดาบยาวที่เปล่งแสงสีทอง ผ่านปืนลำแสงที่มีรูปทรงเรียบหรูและอาวุธทรงพลังอีกหลายชิ้นจนในที่สุดเขามาหยุดที่ดาบคู่หนึ่งที่มีออร่าของพลังที่บริสุทธิ์กลิ่นและมวลพลังของดาบคู่นี้ คุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างยิ่ง มีด้ามจับที่ประดับด้วยอัญมณีสีฟ้าและใบดาบที่ส่องแสงเป็นประกาย

“พลังนี้…..!” นาฟกล่าวพลางหยิบดาบคู่ขึ้นมาจิตวิญญาณสาวจาชายิ้มแล้วเอ่ยขึ้น

“เจ้ารู้สึกคุ้นเคยกับอาวุธชิ้นนี้ใช่หรือไม่”

นาฟพยักหน้าแล้วครุ่นคิดถึงบางสิ่งจากนั้นก็หยิบโล่ของตนออกมาจากบัตรมิติมองจุดโลหะเล็กๆ เท่าจุดเข็มที่กระจายอยู่บนตัวโล่

“เป็นโลหะชนิดเดียวกันอย่างนั้นรึ!”

“ดาบคู่นี้นายท่านได้มาจากสถานที่อื่น

วัสดุที่ทำขึ้นเป็นโลหะพิเศษที่มีมวลเล็กระดับจุลภาคซึ่งไม่สามารถใช้วิธีทั่วไปหล่อหลอมได้” จิตวิญญาณสาวกล่าวต่อ “ตั้งแต่ข้าเห็นอาวุธของเจ้าก็รู้สึกแปลกใจแล้วว่าโลหะพิเศษนี้เข้าไปผสานกับรากไม้แห่งชีวิตได้อย่างไร”

“รากไม้แห่งชีวิตงั้นรึ!”ไม้เก่าแก่นี้มีชื่อเรียกแบบนี้นี่เอง นาฟพึมพำในใจ

จากนั้นนาฟก็นึกถึงบางสิ่งได้หันไปมองเจ้ารุ้งที่อยู่นอกห้องที่ตอนนี้ตื่นแล้วกำลังเล่นสนุกอยู่บนต้นไม้

“ตอนนั้นเจ้ารุ้งที่แอบอยู่ข้างกายข้าลอบทำบางสิ่งกับมันจนโลหะนี้ละลายแล้วแทรกตัวเข้าไปอยู่ในโล่ของข้า”

จิตวิญญาณสาวหันมองงูหลากสีแล้วครุ่นคิดถึงบางสิ่ง

“เป็นแบบนี้นี่เอง!”

นาฟหันมองจาชาอย่างสนอกสนใจ“เป็นเพราะเหตุใดเหรอพี่สาว”

“เจ้าจดจำตอนที่เจ้างูน้อยตัวนั้นพาเจ้ามาที่ถ้ำแห่งนี้ได้หรือไม่”

คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน