ซิงเหมากับซิงชิวที่ตอนนี้ได้รับการช่วยเหลือการท่านเทพเซียนแล้ว ตอนนี้ทั้งสองหมดธุระแล้ว ทั้งสองว่าจะกลับกันเลย
แต่ทั้งสองเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้เบอร์ติดต่อเลย เพื่อในอนาคตข้างหน้าทั้งสองอาจต้องให้ท่านเทพเซียนช่วยอีก
พอนึกขึ้นได้อย่างนั้นซิงเหมาก็ขอเบอร์กับตงหลิวฟานเทียน
“ท่านเทพค่ะ ฉันขอเบอร์ท่านเทพไว้ติดต่อหน่อยได้ไหมคะ?”
ตงหลิวฟานเทียนที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็เงียบไปสักพักนึง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้แต่เขานั้นไม่รู้ว่าเบอร์ที่ซิงเหมานั้นพูดหมายถึงอะไร
เพราะจริงๆแล้วอย่าว่าแต่เบอร์เลย แค่โทรศัพย์เขายังไม่มีเลยแล้วไม่รู้ด้วยว่าใช้ยังไง
เยี่ยหยินที่เห็นนายท่านของตนเองดูจะไม่จักเบอร์ เธอก็เลยเสนอเบอร์โทรของตัวเองให้กับซิงเหมากับซิงชิวแทน
เธอมีโทรศัพย์ของเธออยู่ โทรศัพย์ของเธอนั้นเก่าพอสมควรเลยเธอคงเป็นพวกประเภทที่ถ้ายังใช้ได้จะไม่เปลี่ยน
“เอาเบอร์ของฉันแทนละกันค่ะ”
ซิงเหมาที่ได้ยินอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ขัดอะไร ทั้งสองก็ได้แลกเบอร์กันและกัน
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ/ครับ ท่านเทพเซียน”
ทั้งสองบอกลาตงหลิวฟานเทียน ตงหลิวฟานเทียนเขาก็โบกมือเป็นการอำลาทั้งสอง
หลังจากนั้นก็มีคนสะกิดเขาคนที่สะกิดเขาคือเยี่ยเยี่ยนั้นเอง เขาสงสัยมาเยี่ยเยี่ยมีเรื่องอะไร เขาก้มตัวลงเพื่อถามเยี่ยเยี่ย
“มีอะไรงั้นหรอเยี่ยเยี่ย”
ตงหลิวฟานเทียนหลังที่ถามเยี่ยเยี่ย เยี่ยเยี่ยเธอก็พูดกับเขาด้วยเสียงที่สดใสดูเหมือนเธออยากออกไปเดินเล่นข้างนอก
ปกติคนที่จะพาเยี่ยเยี่ยไปเล่นข้างนอกก็คือเยี่ยหลิน แต่วันนี้เยี่ยหยินนั้นไม่ว่างพาเยี่ยเยี่ยออกไปข้างนอก
เยี่ยเยี่ยเธอเลยมาขอให้ตงหลิวฟานเทียนพาเธอออกไปเดินเล่นข้างหนอกหน่อย
“พี่ชาย พาเยี่ยเยี่ยออกไปเดินเล่นหน่อยสิ~”
ตงหลิวฟานเทียนที่ได้ยินเยี่ยเยี่ยขอมาอย่างนั้น เขาไม่คิดจะปฎิเสธเยี่ยเยี่ยเลยแม้แต่นิดเยี่ยเยี่ยเป็นอีกนึงคนที่เขาไม่สามารถปฎิเสธได้เลย
เพราะด้วยความสดใสและน่ารักของเธอทำให้เขานั้นไม่อาจปฎิเสธเธอได้จริงๆ
“ได้สิ เดี๋ยวพี่ชายจะพาไปเอง อยากไปไหนละ?”
เยี่ยเยี่ยที่ได้ยินตงหลิวฟานเทียนตอบรับเธอ เธอก็บอกว่าอยากไปที่สนามเด็กเล่น
“อยากไปสนามเด็กเล่น~”
ตงหลิวฟานเทียนที่ได้ยินอย่างนั้น เขาก็จะพาเยี่ยเยี่ยบินไปเช่นเคย แต่เยี่ยหยินที่มาเห็นก็ได้ห้ามเอาไว้ก่อน
“นี่! นายท่านฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพาเยี่ยเยี่ยบินหน่ะ มันอันตรายนะคะ! เดินไปตามปกติเถอะค่ะ!”
ตงหลิวฟานเทียนที่โดนเยี่ยหยินดุเข้าให้ เขาก็จับมือเยี่ยเยี่ยเดินไปตามปกติ ดูเหมือนเขาจะไม่สามารถเอาชนะคนเป็นแม่ได้จริงๆ
ความเป็นแม่คนนี้มันน่ากลัวจริงๆ
เขาได้จูงมือเยี่ยเยี่ยมาจนถึงสนามเด็กเล่น เยี่ยเยี่ยก็เดินไปเล่นที่สนามเด็กเล่นอย่างสนุกสนาน แต่ตงหลิวฟานเทียนสังเกตุว่าทำไมเยี่ยเยี่ยถึงได้เล่นคนเดียว
เขาได้ยินเสียงของผู้ปกครองคนอื่นพูดเกี่ยวกับเยี่ยเยี่ย พวกเขาว่าเยี่ยเยี่ยเป็นเด็กที่มีผีตามติดตัว
เหตุผลก็ง่ายๆเลย เพราะพวกเขารู้ว่าเยี่ยเยี่ยนั้นอยู่คฤหาสน์ที่เคยมีผีสิงอยู่ ตงหลิวฟานเทียนนั้นไม่เข้าใจในเหตุผลของคนพวกนี้เลย
เพียงแค่เด็กที่อยู่ในบ้านที่เคยมีผี กลับต้องกีดกันถึงขนาดนี้เลยหรอตงหลิวฟานเทียนเขาไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน แต่พอมาได้ยินอย่างนั้นเขาก็รู้สึกไม่ชอบใจเอามากๆ
เขาก็เลยเดินไปหาเยี่ยเยี่ย ในเมื่อไม่มีใครอยากเล่นกับเธอเขาจะเป็นคนเล่นกับเธอเอง
หลังจากที่เขาเดินไปหาเยี่ยเยี่ย ทุกคนในสนามก็ต้องอึ้งเป็นอย่างมาก พวกเขาหลงในความหล่อของตงหลิวฟานเทียน
พวกเขาซุบซิบกันหลังเห็นตงหลิวฟานเทียน มีผู้ใหญ่คนนึงเป็นป้าที่ดูมีอายุเดินมาหาตงหลิวฟานเทียนก่อนที่จะพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับเยี่ยเยี่ย
ว่าเยี่ยเยี่ยอย่างนู่นอย่างนี้ ตงหลิวฟานเทียนก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูน่ากลัว
“เด็กคนนี้คือน้องสาวของข้า หากมีปัญหาอะไรกับเด็กคนนี้ละก็มาคุยกับข้าและเดี๋ยวขาจะจัดการเอง”
ตงหลิวฟานเทียนในตอนนี้ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก พวกผู้ปกครองของที่พาเด็กมาเล่นก็ต่างพาลูกของตนเองกลับบ้าน
ในตอนนี้หากมีเขาอยู่เยี่ยเยี่ยจะไม่ต้องโดนว่าอีกแล้ว เขาจะปกป้องเยี่ยเยี่ยเอง