ซูหวานหว่านถอนหายใจยาว นางตัดสินใจแล้วว่านางจะจบสิ้นสัญญาทุกอย่างภายในวันนี้หยกสีขาวมันแพะเนื้อดีที่สลักตราประทับตระกูลติ้ง นางหยิบออกมาจากชายแขนเสื้อนี่คือสิ่งที่นางเก็บรักษาติดตัวเอาไว้ตลอดและคือสิ่งที่นางหวงแหนมากเมื่อครั้งยังมีใจภักดีต่อตระกูลติ้งแต่ตอนนี้มันก็แค่ของอัปมงคลชิ้นหนึ่งเท่านั้น
ซูหวานหว่านเอาหยกขาวชิ้นนั้นไปวางลงบนโต๊ะไม้ต่อหน้าติ้งจี้เหอและภรรยาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"นี่คือของหมั้นหมายที่ท่านโหวเคยมอบให้บิดาข้า”นางจงใจเรียกเขาว่า ‘ท่านโหว’ แทนที่จะเป็คำว่า‘ท่านลุง’ เหมือนอย่างในอดีตสรรพนามเช่นนี้แสดงถึงความห่างเหินระหว่างคนทั้งสองได้เป็อย่างดี
“นับแต่นี้ไปสัญญาระหว่างสองตระกูลถือว่าสิ้นสุดข้ากับจวนโหวไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก ต่อจากนี้สะพานก็คือสะพาน ถนนก็คือถนนพบพานคราใดมิขอยุ่งเกี่ยวกันอีก ส่วนของของข้า หากไม่คืนให้ข้าภายในสามวันก็ไปพบกันที่กรมตุลาการ! ถึงตอนนั้นจวนโหวตกเป็ขี้ปากชาวบ้าน ก็อย่ามาโทษข้า”
ว่าจบซูหวานหว่านก็หันหลังเดินออกจากโถงใหญ่สาวใช้ส่วนตัวที่เฟิงหลิวส่งมารับใช้ต่างก็เตรียมพร้อมรออยู่แล้วพวกนางช่วยซูหวานหว่านเก็บกวาดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวออกจากเรือนท้ายจวนอย่างรวดเร็วราวกับว่าพวกนางต่างก็รอเวลานี้อยู่แล้ว
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันข้าวของในเรือนท้ายจวนก็ถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยงด้วยกลัวว่าจวนสกุลติ้งจะเสื่อมเสียชื่อเสียงจิ่นซ่างหวยจึงกัดฟันยอมคืนสินเดิมบางส่วนให้ซูหวานหว่านไปก่อนหวังให้นางใจเย็นและลดโทสะลง รอนางอารมณ์ดีขึ้นกว่านี้ ค่อยไปพูดกับนางใหม่อีกที
ด้านของซูหวานหว่านเมื่อได้ของของตนคืนแล้วบางส่วนนางก็รู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งตอนนี้นางไม่อยากทนอยู่ในจวนโหวต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียวไม่ว่าอย่างไรนางก็จะจากไปภายในวันนี้ ส่วนเื่โฉนดที่ดินร้านค้าหวังว่าพวกเขาจะคืนให้นางภายในเวลาสามวันก็แล้วกัน
ซูหวานหว่านก้าวขึ้นรถม้าที่มารอรับอยู่ก่อนแล้วมุ่งหน้าสู่สถานที่ที่หนึ่งที่สาวใช้ข้างกายของนางบอกว่าพี่ชายบุญธรรมของนางเป็คนตระเตรียมไว้ให้ทิ้งให้ติ้งจี้เหอและจิ่นซ่างหวยนั่งกุมขมับอยู่ในเรือนพักผ่อนด้วยความรู้สึกเสียดายลาภลอยก้อนนั้นกว่าพวกเขาจะคิดได้ว่าควรเกลี้ยกล่อมพูดจาดี ๆ ควรง้อควรเอาใจเด็กสาวแซ่ซูให้มากควรเลื่อนขั้นให้นางเป็ภรรยารองแทนที่จะเป็อนุซูหวานหว่านคนนี้ก็ออกเดินทางไปไกลเสียแล้ว
เพล้ง!
ติ้งหลัวหยางปัดถ้วยชาบนโต๊ะกระเด็นตกลงมาแตกกระจายเกลื่อนพื้นเขาหันไปมองผู้เป็บิดามารดาด้วยความไม่เข้าใจ คำพูดของซูหวานหว่านมันคืออะไรกันแน่
"ท่านพ่อท่านแม่... สิ่งที่ซูหวานหว่านพูดเมื่อเช้า เป็ความจริงใช่หรือไม่ พวกท่าน...เอาสินเดิมของนางมาใช้จ่ายในจวนจริง ๆ หรือ"
เจิ้นติ้งโหวหรือติ้งจี้เหออับอายเป็อย่างยิ่ง เขาหลบสายตาบุตรชายพลางกระแอมไอออกมาครั้งหนึ่ง"เหลวไหล ผู้ใดเอาของของนางมากัน ข้าเป็ถึงขุนนางขั้นโหวเงินเบี้ยหวัดมากมายมิขัดสน ไยต้องอาศัยใช้สินเดิมของนาง ั้แ่ต้นจนจบเจตนาข้าล้วนดียิ่ง ข้าเป็ผู้าุโที่หวังดี เห็นนางเป็เด็กหัวอ่อนไม่รู้ประสากลัวจะมีคนมาเอาเปรียบนาง ข้ากับแม่เ้าเลยช่วยกันดูแลทรัพย์สินรวมถึงกิจการร้านค้าไว้แทนนางก็เท่านั้นจะให้ดี! นางควรซาบซึ้งและสำนึกในบุญคุณหาใช่พูดจาจองหองร้ายกาจใส่ข้ากับแม่เ้าเช่นนี้"
คำพูดของชายผู้ที่เป็ถึงเจิ้นติ้งโหวนับว่าใส่เครื่องปรุงแต่งลงไปมิน้อย เขารู้ดีแก่ใจว่าอะไรเป็อะไรแต่กลับกุเื่โกหกออกมาอย่างหน้าตาเฉย
"ดูแลหรือขอรับ"ติ้งหลัวหยางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงแ่เบา ก่อนจะคลี่ยิ้มหยันที่มุมปาก"ดูแลจนนางต้องเอาหลงจู๊มาขู่จะตรวจบัญชีย้อนหลังสิบปีน่ะหรือ"ติ้งหลัวหยางซื่อจื่อไม่ใช่คนโง่ขนาดที่จะดูไม่ออกว่าคำพูดของผู้เป็บิดาถูกปรุงแต่งมากน้อยเพียงใด
"ติ้งหลัวหยาง!เ้ากล้าพูดแบบนี้กับข้าหรือ ข้าเป็บิดาของเ้านะ"เจิ้นติ้งโหวตวาดกลับเพื่อกลบเกลื่อนความผิด
"พอได้แล้วท่านโหวเลิกหลอกตัวเองและเลิกหลอกลูกเสียที"
จิ่นซ่างหวยผู้เป็ภรรยาที่ทนนั่งเงียบอยู่นานตบโต๊ะเสียงดังปัง นางลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความคับแค้นใจที่อัดอั้นมานาน
"อาหยาง...สิ่งที่นังเด็กเนรคุณนั่นพูด ล้วนเป็ความจริงทุกประการ"จิ่นซ่างหวยเอ่ยให้ความกระจ่างแจ้งแก่บุตรชาย
"ท่านแม่นี่พวกเรา...พวกเราตกต่ำถึงขั้นต้องขโมยเงินของเด็กกำพร้าคนหนึ่งมาใช้จ่ายเลยหรือขอรับ” ติ้งหลัวหยางขมวดคิ้วมุ่นสีหน้าของเขามิสู้ดีนัก แววตาของเขาที่มองบิดามารดาล้วนเต็มไปด้วยความผิดหวัง
"ขโมยอันใดกันบิดามารดานางตายไปหมดแล้ว หากจวนโหวไม่กางปีกคุ้มครองนังเด็กนั่นจะมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้หรือที่สำคัญนางกับเ้ามีสัญญาหมั้นหมายกันมาก่อน ดังนั้นของของนางก็นับเป็ของของเราไปแล้วครึ่งหนึ่ง”จิ่นซ่างหวยพูดเข้าข้างตนเองได้น่าชังนัก คนทั้งสองเพียงมีสัญญาหมั้นหมายแต่ยังไม่ได้แต่งเป็สามีภรรยากันเสียหน่อยสินเดิมของนางจะนับเป็ของของจวนสกุลติ้งครึ่งหนึ่งได้อย่างไร
“แต่ว่าท่านแม่...”ติ้งหลัวหยางพยายามเอ่ยแย้ง แต่ก็มิวายโดนผู้เป็มารดาเอ่ยแทรกตัดบทขึ้นมาซะก่อน
“อาหยาง!เ้าคิดว่าบรรดาศักดิ์เจิ้นติ้งโหวที่ได้มามันเสกเงินเสกทองได้ตามใจชอบหรืออย่างไร เบี้ยหวัดขุนนางของบิดาเ้าแต่ละเดือนได้มากกว่าขุนนางยศล่างก็จริง แต่เ้าอย่าลืมว่า ทุกเดือนเ้าต้องดื่มโสมูเาบำรุงร่างกายบิดาเ้าต้องดื่มซุปหนอนอำพันทะเลเพื่อเสริมสมรรถภาพทางเพศแค่พวกเ้าสองพ่อลูกก็ถลุงเงินไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ จวนโหวหลังใหญ่โตเพียงนี้ค่าใช้จ่ายกองพะเนินเป็ูเา ไหนจะงานเลี้ยงประจำเดือน ไหนจะเสื้อผ้าประจำฤดูกาลไหนจะค่าแรงบ่าวไพร่พวกนั้น อาศัยแค่เงินเบี้ยหวัดของบิดาเ้า มันจะไปพออะไร”
จิ่นซ่างหวยกัดฟันกรอดน้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความเจ็บใจ "บิดาเ้ามักมากเลี้ยงอนุภรรยาไว้เต็มเรือนหลัง ทั้งคณิกา ทั้งสาวใช้อุ่นเตียงล้วนถูกสรรหาให้เข้ามาปรนเปรอ ลูกอนุลูกชู้อีกเป็กระพรวนที่จวนโหวต้องส่งเสียเลี้ยงดู ค่ากินอยู่ ค่าเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่หรูหราพวกนั้น เ้าคิดว่ามันตกลงมาจากฟ้าหรืออย่างไรหากไม่มีกำไรจากร้านค้านั่น จวนโหวของเราคงไม่มั่งคั่งดูมีหน้ามีตาเช่นทุกวันนี้”
เจิ้นติ้งโหวหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย"ฮูหยิน เ้าพูดเกินไปแล้ว บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเป็เื่ธรรมดา"อันทำเนียมที่ว่า บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุ จิ่นซ่างหวยล้วนไม่เถียงและเข้าใจดีแต่นี่สามีของนางมีอนุมากกว่าสี่คน ไหนยังมีหญิงคณิกา และสาวใช้อุ่นเตียงอีกนับดูแล้วคงเกินยี่สิบคนเห็นจะได้ บุรุษที่มากราคะและเลี้ยงสตรีไว้มากมายเช่นนี้ต่อให้ร่ำรวยมาั้แ่สมัยบรรพบุรุษ ก็ย่อมอับจนได้ในเร็ววัน
“ฮึ!ช่างพูดมาได้ว่าบุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเป็เื่ธรรมดาถ้าท่านมีปัญญาเลี้ยงดูพวกนางด้วยเงินทองของตนเอง ข้าจะไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ!”จิ่นซ่างหวยตวาดลั่น หากไม่มีทรัพย์สมบัติของซูหวานหว่าน จวนโหวแห่งนี้จะมีอะไรได้อีก
ติ้งหลัวหยางยืนนิ่งงันภาพในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัว...
ที่ผ่านมาเขามักจะมองซูหวานหว่านว่าเป็เพียงเด็กสาวกำพร้าผู้ต่ำต้อยในกำมือวันหน้านางก็คือภรรยาตัวน้อยของเขาที่จะเอาไว้ตรงไหนก็ได้หากแต่แท้จริงแล้วเป็จวนโหวที่เกาะนางมาโดยตลอด และเมื่อคิดตามก็เป็เช่นนั้นจวนตระกูลติ้งเริ่มมั่งคั่งั้แ่ซูหวานหว่านเข้ามาอยู่ที่นี่
“เอาน่าฮูหยิน!เลิกโทษข้าเสียที ข้ามากเมียแล้วอย่างไรเ้าเองก็ใช่ว่าไม่ได้ใช้เงินนั่นเสียหน่อย หากผิดก็ผิดด้วยกันหมดนี่แหละ”ติ้งจี้เหอพร่ำบ่นเสียงเหิน พลางเบือนหน้าหนี เพราะไม่กล้าสู้หน้าลูกชายกับภรรยาในเวลานี้
“แล้วพวกเราจะทำยังไงดีร้านค้านั่นยังอยู่ในมือเรา สิ่งที่ข้าคืนนางมีเพียงสมบัติเล็ก ๆ น้อย ๆแค่บางส่วนเท่านั้น โฉนดร้านค้านี่ ไม่คืนนางดีหรือไม่”จิ่นซ่างหวยไม่มีทางคายร้านค้าพวกนั้นออกมาง่าย ๆ แน่กว่านางจะควบคุมเงินปันผลร้านค้ามากมายพวกนั้นได้อย่างคล่องมือ ก็กินเวลาหลายปีนางจะยอมให้ของล้ำค่าที่อยู่ในมือตนเองหลุดออกไปได้อย่างไร
“เหลวไหล หากเ้าไม่คืนนางไป เกิดนังเด็กนั่นไปแจ้งทางการขึ้นมาจวนโหวข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” เจิ้นติ้งโหวตวาดลั่นด้วยความไม่พอใจ ขุนนางยศโหวกว่าจะได้มาช่างยากเย็นแสนเข็นจะให้มาเสียหายเพราะคำร้องเรียนของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็เด็กกำพร้าของตระกูลซูได้อย่างไร