ซื้อใจด้วยใจ
กัสเดินออกมาจากบ้านของสการ์เล็ตต์ด้วยสีหน้าครุ่นคิดเขาเดินจากไปอย่างช้าๆ โดยไม่มองไปทางไหนเลยหากแต่ตรงไปยังห้องทำงานของบลูอายในทันทีแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง
“เจ้าจะบอกว่า..นางไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเราคิดสินะ..”
“ใช่..บอกตามตรงนะว่าข้าคาดเดาความคิดของนางไม่ได้เลย..แต่คิดว่านางน่าจะไว้ใจได้ละนะและถ้าสิ่งที่ท่านสการ์เล็ตต์บอกเป็นเรื่องจริงแล้วละก็ความสามารถของนางก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับข้ามากจริงๆ”
บลูอายนิ่งคิดอยู่นานหลายนาทีก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆด้วยท่าทางที่ดูหมั่นไส้กัสอยู่ไม่น้อย
“แล้วยังไงละ..สมใจเจ้าแล้วสินะได้ภรรยาที่สวยและงดงามมาทั้งคนแบบนี้..”
“ฮะๆ..ทำไมละอาย เจ้าหึงข้าแล้วหรือไม่ต้องเป็นห่วงนะข้านะเป็นสามีที่ยุติธรรม ข้าไม่ได้ใหม่แล้วลืมเก่าแน่นอน”
พูดแล้วกัสก็ดึงตัวบลูอายเข้ามากอดไว้พลางหอมแก้มเธอเบาๆจนบลูอายหน้าแดงขึ้นมา เธอทั้งเขินทั้งหงุดหงิดแต่ก็ยอมรับว่าเธอนั้นแอบหึงอยู่บ้างเพราะความสวยของลิลลี่และมารยาทที่นุ่มนวลดังสายน้ำของเธอ
ของพวกนี้มันไม่มีอยู่ในเผ่าอสูรมันคงไม่แปลกหากกัสจะเกิดความลุ่มหลงต่อสตรีที่มีความงดงามนี้
“ข้าจะรอดูก็แล้วกันนะ..”
“ได้เลย..”
ทั้งสองคนยิ้มให้กันเล็กน้อยพลางกอดรัดกันแน่นก่อนจะผละจากกันแล้วหันกลับไปทำงานต่อ
“จริงสิ..อายใส่ลงไปในรายการด้วยนะข้าจะสร้างบ้านให้ลิลลี่กับคนของนางสักหน่อย..”
“บ้าน..หรอกัส ไม่ใช่บ้านพักหรอ”
“อืม..บ้าน ไม่ใช่บ้านพักอย่าลืมสิว่าข้ารับนางมาเป็นภรรยาแล้ว..ข้าคงให้นางพักอยู่ในบ้านพักไม่ได้หรอกจริงไหม”
พูดแล้วกัสก็ยิ้มฝืนๆ เพราะเรื่องนี้แม้เขาจะไม่อยากก็ทำไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องที่ควรจะทำ
บลูอายเองก็เข้าใจเธอเลยไม่ว่าอะไรหากแต่จดบันทึกลงไปด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะรายจ่ายที่กัสต้องจ่ายไปกับเรื่องนี้มันเกินกรอบที่เธอกำหนดไว้จนทำให้เธอต้องปรับแผนใหม่อีกเล็กน้อย
งานที่ควรจะน้อยก็เลยเยอะขึ้นจึงไม่แปลกที่บลูอายจะไม่ชอบใจ
ส่วนกัสนั้นหลังจากได้รับคำตอบก็ดึงบลูอายเข้ามาจูบครั้งหนึ่งก่อนจะหันกลับไปซื้อบ้านจนได้หลักเขตแดนแล้วรีบนำออกไปวางเพื่อสร้างบ้านให้ลิลลี่
บ้านของลิลลี่นั้นมีมูลค่าที่แพงน่าดูทีเดียวเพราะสถานะของภรรยาทำให้กัสจำต้องดูแลเธออย่างดีให้สมกับฐานะเขาไม่สามารถส่งเธอไปอยู่กับคนอื่นๆ ได้ จะให้อยู่ในบ้านพักก็ไม่เหมาะแถมจะให้บ้านระดับ 1 ก็ไม่ได้ด้วยเพราะไม่เหมาะสม
เพราะต่อให้เขาไม่สนใจลิลลี่เขาก็ยังต้องเห็นแก่หน้าของสการ์เล็ตต์ด้วย ซึ่งท้ายที่สุดบ้านของลิลลี่ก็ถูกเพิ่มระดับขึ้นเป็นระดับ3 ซึ่งเป็นระดับที่ยอมรับได้เพราะเท่าเทียมกับคนอื่นๆ
หลังจากสร้างบ้านและเพิ่มระดับจนเสร็จกัสก็ไปบอกให้ลิลลี่ทราบครั้งหนึ่งจากนั้นก็กลับไปทำงานของเขาต่อทันที
ส่วนลิลลี่และคนของเธอนั้นเนื่องจากไม่มีงานให้รับผิดชอบนายบ่าวจึงพากันเดินออกไปรอบๆเพื่อสำรวจดินแดนของสามีจนไปถึงเขตปศุสัตว์ที่มีวัวนมอยู่จำนวนมาก
เมื่อเห็นเขตปศุสัตว์ลิลลี่ก็ยิ้มออกมาเธอเดินตรงเข้าไปในทันทีโดยมีข้ารับใช้ของเธอติดตามมาด้วยอย่างใกล้ชิด
ทันทีที่เข้ามาถึงสายตาของลิลลี่ก็มองเห็นน้องสาวคนรองของกัสที่กำลังดูแลพวกสัตว์ในคอกอยู่ซึ่งการมาถึงของลิลลี่ก็ได้ทำให้เธอหันมามองด้วยความแปลกใจ
เด็กสาวเดินออกมาทักทายและยิ้มรับอย่างเป็นกันเองซึ่งทำให้ลิลลี่ยิ้มตอบอย่างมีความสุข
“เจ้าคือ..น้องสาวของท่านสามีใช่หรือไม่”
“อือ..ข้าเป็นน้องสาวคนที่สองของพี่กัสละ ยินดีที่ได้รู้จักนะพี่สาวคนสวย”
ลิลลี่ยิ้มรับด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน ซึ่งทำให้เด็กสาวเขินนิดๆ เพราะรอยยิ้มที่งดงามนี้ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ต้องหวั่นใจกันบ้างไม่มากก็น้อย
เด็กสาวที่มีประสบการณ์น้อยจึงไม่มีความสามารถในการต่อต้านรอยยิ้มของลิลลี่เลยสักนิด
ด้วยความเป็นมิตรของน้องสาวคนรองรวมกับกิริยามารยาทที่อ่อนหวานและนุ่มนวลของลิลลี่ ไม่นานนักสองสาวก็เริ่มสนิทกัน
ลิลลี่ที่มองดูการทำงานของเด็กสาวก็ค่อยๆทำความเข้าใจกับหน้าที่ของเธอได้ จากนั้นก็หันไปสั่งคนของเธอให้ลงมือช่วย
ข้ารับใช้ทั้งห้านั้นตอบรับด้วยรอยยิ้มจากนั้นก็หยิบเอาผ้ากันเปื้อนออกมาใส่พร้อมกันจนน่าตกใจจากนั้นพวกเธอก็ตรงเข้าไปดูแลวัวในคอกอย่างชำนาญ
ความชำนาญของห้าสาวนั้นโดดเด่นมากทีเดียวมากยิ่งกว่าน้องสาวคนรองของกัสด้วยซ้ำทั้งนี้ก็เพราะแหล่งผลิตเลือดของสายตระกูลเรดบลัดนั้น ก็มาจากปศุสัตว์นี่เองงานดูแลสัตว์จึงนับได้ว่าเป็นงานหลักของสายตระกูลนี้เลยก็ว่าได้
แต่เพราะพึ่งจะมาถึงลิลลี่จึงไม่คิดที่จะทำอะไรมากนักเธอช่วยงานของเด็กสาว พลางสอบถามเรื่องราวต่างๆ จากน้องสาวคนรองจนได้รู้จักคนอื่นๆมากขึ้น
จนกระทั่งงานดูแลประจำวันเสร็จสิ้นไปลิลลี่ก็หันมาสอบถามน้องสาวคนรองของกัสเล็กน้อยและขออนุญาตเธอทำอะไรบางอย่าง
“น้องสาวตัวเล็ก..ไม่ทราบว่าข้าจะขอรีดเลือดของวัวพวกนี้ออกมาสักเล็กน้อยได้หรือไม่”
“รีดเลือด..รีดไปทำไมอะพี่ลิลลี่”
“ข้าจะรีดออกมาเพื่อใช้กับวิชากลั่นโลหิตนะเจ้าเองก็คิดที่จะฝึกวิชานี้ใช่ไหม ยังไงข้าแสดงตัวอย่างให้ดูก่อนดีไหม”
เด็กสาวไม่ได้ตอบรับในทันทีหากแต่ขมวดคิ้วเนื่องจากคำขอนี้เป็นอะไรที่ขัดกับความรู้สึกของเธอมากทีเดียววัวทุกตัวที่เธอเลี้ยงนั้นเธอดูแลอย่างดีมาตลอดจึงรู้สึกไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่กับคำขอที่เหมือนจะเป็นการทำร้ายวัวของเธอ
“พวกมันจะเจ็บไหมอะพี่ลิลลี่”
เมื่อได้ยินแบบนั้นลิลลี่ก็ยิ้มหวาน พลางส่ายหน้าเบาๆ
“ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้พวกมันเจ็บ ถ้าเจ้าไม่เชื่อละก็..ข้าจะให้คนของข้าทำให้เจ้าดูเป็นตัวอย่างก่อนก็แล้วกันหากเจ้าเห็นว่าข้าทำมันเจ็บข้าจะหยุดทันที”
เด็กสาวยังคงลังเลใจอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวานและคำหวานๆที่ลิลลี่พูดออกมาก็ทำให้เธอใจอ่อนในที่สุดเพราะถึงเธอจะรักวัวที่เธอเลี้ยงยังไงเธอก็ไม่ได้ลืมว่าพวกมันนั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริงๆ
เมื่อได้รับคำตอบจากน้องสาวคนรองลิลลี่ก็หันกลับไปสั่งคนของเธอทันทีข้ารับใช้คนหนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มจากนั้นก็เข้าไปหาวัวตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากที่สุดพลางลูบคอของมันเบาๆ
การเคลื่อนไหวของข้ารับใช้คนนี้อยู่ในสายตาของเด็กสาวตลอดเวลาเธอมองดูมือของหญิงสาวที่ลูบลำคอของวัวอยู่ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นเลือดที่ไหลออกมาจากรอยแผลขนาดเล็กไหลออกมาเป็นสายก่อนจะหมุนวนอยู่ในอากาศจนกลายลูกบอลเลือดขนาดประมาณฝ่ามือ
จากนั้นบาดแผลเล็กๆก็เรืองแสงสีแดงออกมาวูบหนึ่งเลือดที่ไหลออกมาก็หยุดไหลทิ้งไว้เพียงบาดแผลที่บางราวกับเส้นด้ายที่หายเองได้ภายใน1 วัน
เมื่อได้ลูกบอลเลือดมาข้ารับใช้นางนั้นก็พาตัวเองเข้าไปหาลิลลี่ก่อนจะยื่นมือออกไปบังคับให้ลูกบอลเลือดลอยเข้าไปยังริมฝีปากของผู้เป็นนาย
ภาพที่เกิดขึ้นนี้มองดูน่ากลัวเล็กน้อยในสายตาของเด็กสาวแต่เมื่อเห็นลิลลี่สูบเลือดเข้าไปอย่างรวดเร็ว เธอก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นไปอีก
การ‘ดื่ม’ เลือดของลิลลี่นั้นทำให้น้องสาวคนรองตกตะลึงมากทีเดียวเธออึ้งและตกใจจนหน้าซีดไปเลยด้วยซ้ำ แต่หลังจากลิลลี่ยิ้มหวานให้สีหน้าของเด็กสาวก็ค่อยๆ กลับเป็นปกติ
“พ..พี่ลิลลี่ดื่มเลือดทำไมอะ..พี่หิวหรอ..”
“ไม่ใช่หรอกน้องสาวตัวเล็ก..นี่คือเคล็ดลับของวิชากลั่นโลหิตของสายตระกูลเรดบลัดเรียกว่าสูบโลหิต วิธีนี้เป็นขั้นตอนเริ่มต้นของการฝึกวิชาแต่บางทีเจ้าอาจจะไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะเพราะแนวทางการฝึกฝนของข้ากับเจ้านั้นต่างกัน”
เด็กสาวยังไม่เข้าใจคำอธิบายนี้มากนัก แต่ก็พยักหน้ารับอึ้งๆแต่หลังจากได้สติเธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาวัวของเธอในทันทีเธอลูบไปลูบมาดูอาการของมันอย่างตั้งใจพอเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติเด็กสาวก็เบาใจ
“ว่ายังไงน้องสาวตัวเล็ก เจ้าสบายใจแล้วใช่หรือไม่เช่นนั้นจะให้พี่สาวคนนี้รีดเลือดของวัวพวกนี้สักหน่อยได้หรือไม่”
“อ่า..อืม ก็ได้นะ พี่ลิลลี่ทำตามที่พี่ต้องการเถอะขอแค่พวกมันไม่เจ็บป่วยข้าก็ไม่ว่าอะไรหรอก”
ได้ยินแบบนั้นลิลลี่ก็ยิ้มหวานพลางกุมมือของเด็กสาวด้วยความขอบคุณจากนั้นเธอก็หันไปหาข้ารับใช้แล้วสั่งด้วยสายตา
ข้ารับใช้ทั้งห้าที่ดูแลลิลลี่มานานย่อมเข้าใจคำสั่งนี้พวกเธอเดินออกไปอย่างรวดเร็วแยกย้ายกันไปรีดเลือดจากวัวทีละตัวๆมาสะสมไว้จนกลายเป็นแม่น้ำเลือด 5 สายที่ทอดยาวออกไปหาลิลลี่
เมื่อมีเลือดลอยออกมามากขึ้นกลิ่นคาวเลือดที่อ่อนจ้างก็เข้มข้นขึ้นอย่างมากเข้มขึ้นจนทำให้เด็กสาวหน้าเสียไปไม่น้อย
แต่เมื่อเห็นลิลลี่ดื่มเลือดทั้งหมดลงไปราวกับหลุมดำดวงตาของเด็กสาวก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
เพียงช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่สิบนาทีเลือดที่มีปริมาณหลายสิบลิตรที่รีดออกมาจากวัวหลายร้อยตัวก็ถูกลิลลี่ดื่มลงไปจนหมดซึ่งเป็นอะไรที่น่ากลัวมากสำหรับเด็กสาว
เมื่อดื่มเลือดลงไปในปริมาณมากเส้นผมสีขาวของลิลลี่ก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงคล้ำๆ ที่ดูน่ากลัวอยู่บ้าง
“น้องสาวตัวเล็ก นอกจากวัวในคอกแล้วในดินแดนแห่งนี้มีสัตว์เลี้ยงอีกหรือไม่”
“ม..มี พวกแกะนะ แต่พวกมันถูกเลี้ยงไว้ด้านนู้นนะพี่ลิลลี่”
“ด้านนั้นงั้นหรือ..น้องสาวตัวเล็กเจ้าพอจะพาข้าไปดูได้หรือไม่”
เด็กสาวพยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะเดินนำลิลลี่ไปยังคอกแกะที่เลี้ยงไว้ในทุ่งหญ้าที่มีจำนวนหลายร้อยตัวทีเดียว
เมื่อไปถึงพวกเธอก็ใช้วิธีเดิมสูบเลือดของแกะออกมาจำนวนน้อยแต่เมื่อรวมเข้าหลายร้อยตัวมันก็กลายเป็นเลือดปริมาณมากและลิลลี่ก็ดื่มพวกมันลงไปทั้งหมดราวกับหลุมดำไม่มีผิด
คิดจากปริมาณของเลือดที่ลิลลี่ดื่มลงไปนั้นเพียงพอที่จะเติมลงสระน้ำขนาด100ลิตรจนเต็มได้แล้วด้วยซ้ำเพราะสัตว์ในดินแดนแห่งนี้ทั้งพันกว่าตัวโดนลิลลี่รีดเลือดออกมาจนหมดทุกตัวแล้ว
เมื่อได้เลือดในปริมาณที่มากพอลิลลี่ก็บอกลาน้องสาวคนรองของกัสแล้วกลับเข้าไปในบ้านของเธอจากนั้นก็เริ่มต้นขั้นตอนการกลั่นโลหิต
สีผมที่เป็นสีน้ำตาลแดงคล้ำๆก็ค่อยๆ เรืองแสงสีแดงออกมาเส้นผมที่แผ่สยายจนทั่วแผ่นหลังเริ่มสั่นไหวราวกับต้องลมพวกมันสะบัดไปมาอย่างแผ่วเบาพร้อมๆ กับสีที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป
จากสีน้ำตาลแดงคล้ำๆก็ค่อยๆ กลายเป็นสีแดงทีละน้อยและกลายเป็นสีแดงสดในที่สุด
“ปริมาณพลังชีวิตที่ได้รับมีน้อยเกินไป..ยังไม่พอที่จะกลั่นเป็นผลึกแห่งชีวิตเลยด้วยซ้ำ..แบบนี้ข้าจะทำผลงานให้ท่านสามียอมรับได้ยังไงกัน”
ใบหน้าที่มีรอยยิ้มอยู่เสมอของลิลลี่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดแล้วในตอนนี้ข้ารับใช้ที่เฝ้ามองอยู่ก็มีท่าทางเห็นใจ
“ท่านลิลลี่ได้โปรดอย่าคิดมากเลยค่ะข้าคิดว่าท่านกัสโทนีย่าต้องไม่ใจร้ายกับท่านแน่..หรือถ้าท่านลิลลี่ยังไม่มั่นใจละก็ท่านเอาเลือดไปจากพวกเราก่อนดีหรือไม่คะ”
“ไม่ได้..พวกเจ้าไม่เหมือนกับข้า ถ้าข้าเอาเลือดไปจากพวกเจ้ามันจะทำให้พวกเจ้าอ่อนแอ..ข้าทำแบบนั้นไม่ได้”
“แล้วแบบนี้พวกเราจะทำยังไงดีละคะท่านลิลลี่”
ลิลลี่นิ่งคิดอยู่นานหลายนาทีก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วยิ้มหวานให้กับข้ารับใช้ของเธอ
“ไม่ต้องห่วงข้าคิดว่ามีวิธีแล้ว แต่วิธีนี้พวกเราจำเป็นต้องรอคอยอีกสักวันหนึ่ง..เอาเถอะข้าไม่รีบแล้วพวกเราไปเดินสำรวจดินแดนกันต่อดีกว่าบางทีพวกเราอาจจะคิดได้ว่าจะช่วยงานท่านสามียังไงดี”
ข้ารับใช้ทั้งห้าต่างพากันขานรับด้วยความยินดีจากนั้นพวกเธอนายบ่าวก็เดินออกไปรอบๆอีกครั้ง
นอกจากจะใช้โอกาสนี้เดินสำรวจแล้วลิลลี่ยังถือโอกาสนี้ในการทำความรู้จักกับทุกคนในดินแดนเธอใช้มารยาทที่นุ่มนวลอ่อนหวานของเธอค่อยๆ ทำความรู้จักทุกคน ไม่นานนักก็ค่อยๆเอาชนะใจข้ารับใช้ทีละคนๆ จนทำให้ตัวเธอหลอมรวมกับทุกคนได้อย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาที่ลิลลี่เดินไปรอบๆดินแดนนั้น กัสก็มองเห็นเช่นกันทว่าเขาไม่ได้มีความคิดเห็นอะไรต่อการกระทำของภรรยาคนใหม่นี้เขาเพียงมองดูและยิ้มน้อยๆ ด้วยความชื่นชมก่อนจะหันกลับไปทำงานของเขาต่อเท่านั้น
ลิลลี่เองพอพบกับกัสก็ไม่ได้ส่งเสียงเรียกเขาเช่นกันเนื่องจากเธอไม่อยากรบกวนการทำงานของสามีเธอเพียงเฝ้ามองและเรียนรู้งานของสามีเพื่อหาวิธีสนับสนุนเขาในภายหลัง
หลังจากเฝ้ามองอยู่นานสองนานจนเข้าใจลิลลี่ก็จากไปเงียบๆ จนกัสแอบประหลาดใจแต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนักเพราะยังไงเสียตัวเขากับลิลลี่ก็ยังไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจริงๆอยู่แล้ว
ลิลลี่กับข้ารับใช้ของเธอเดินไปจนทั่วดินแดนจากนั้นก็ข้ามไปยังดินแดนย่อยของกัส เริ่มด้วยดินแดนพายุหิมะซึ่งทันทีที่ข้ามไปพวกเธอก็ต้องรีบถอนตัวกลับมาในทันทีเพราะความหนาวเหน็บของมัน
หลังจากตกใจอยู่นานสองนานพวกเธอก็เปลี่ยนเป้าหมายไปยังดินแดนอื่นไปจนถึงดินแดนรกร้างที่ไม่มีอะไรเลยวนไปรอบหนึ่งมองดูสวนผลไม้ที่ไม่ได้มีการใช้งาน มองดูเด็กสาวทั้งสามที่ทำงานขุดดินกับน้องสาวทั้งสองคนของกัสที่ช่วยสนับสนุน
พวกเธอมองดูหุ่นยนต์ที่ทำงานด้วยความประหลาดใจก่อนจะเริ่มออกสำรวจอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่พบอะไรที่พวกเธอช่วยงานได้
สุดท้ายก็วนมาถึงดินแดนแห่งแม่น้ำที่ทำให้ลิลลี่กับคนของเธอยิ้มได้
ในดินแดนแห่งแม่น้ำลิลลี่พบเจอกับน้องสาวของบลูอายและทักทายกันด้วยรอยยิ้มพลางทำความรู้จักและสร้างความสนิทสนมกัน จนกระทั่งอาสาช่วยงาน
ซึ่งจุดนี้ลิลลี่ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากเฝ้ามองข้ารับใช้ของเธอทำงาน
ข้ารับใช้ทั้งห้าคนต่างพากันแสดงฝีมือออกมาอย่างน่าชื่นชมพวกเธอใช้มนตราควบคุมโลหิตเปลี่ยนเลือดของพวกเธอเป็นฉมวกแล้ววิ่งลงไปในน้ำทิ่มแทงพวกปลาขึ้นมาเป็นพวง พวงแล้วพวงเล่ามาใส่ในตะกร้าของเด็กสาว
ทักษะนี้สร้างความประทับใจให้เด็กสาวมากทีเดียวแต่ข้ารับใช้ทั้งห้าคนก็ทำได้ไม่นานนักก่อนจะหมดแรงเพราะการควบคุมเลือดนั้นเผาผลาญพลังเวทของพวกเธอมากทีเดียว
โดยเฉพาะการควบคุมให้ดำลงไปในน้ำที่ต้องระวังไม่ให้เลือดผสมเข้ากับน้ำที่สร้างความลำบากให้พวกเธอไม่น้อย
แม้ว่าการช่วยเหลือของข้ารับใช้ทั้งห้าจะได้ผลไม่มากนักทว่ามันก็ซื้อใจเหล่าน้องสาวของบลูอายไปเต็มๆ ทำให้พวกเธอสนิทสนมกันเร็วมาก
ขนาดลิลลี่ที่ไม่ได้ลงมือช่วยด้วยตัวเองก็ยังได้รับความเป็นมิตรไปด้วยเลย
แต่เมื่อเห็นว่าช่วยงานอะไรไม่ได้แล้วลิลลี่ก็บอกลาทุกคนแล้วจากไปอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ตรงไปหาป้าของเธอที่บ้านพักหลังหนึ่ง
ลิลลี่เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะลงไปนั่งที่ข้างเตียงของสการ์เล็ตต์
“เป็นยังไงบ้างลิลลี่..กัสดูแลเจ้าดีหรือไม่”
“ค่ะท่านป้า ท่านสามีสร้างบ้านให้ข้าอยู่ เป็นบ้านที่ดูดีมากเลยค่ะดูแล้วคล้ายๆ กับบ้านที่คนอื่นอยู่เลย ท่านไม่ได้ละเลยข้าแม้แต่น้อย”
ได้ยินแบบนั้นสการ์เล็ตต์ก็คลายความกังวลไปได้ส่วนหนึ่ง ยังไงเสียแผนการที่หลานสาวของเธอใช้นั้นก็เป็นอะไรที่ไม่ถูกต้องอยู่บ้างถึงผลลัพธ์จะออกมาดีเพราะกัสยอมรับแล้ว ทว่าการเริ่มต้นที่ผิดกับคำพูดของเธอนั้นก็ยังทำให้เธออดกังวลไม่ได้อยู่ดี
“เช่นนั้นก็ดี..แบบนี้ข้าจะได้ส่งมอบวิชาทั้งสองให้กับเจ้าหนูนั่นได้เสียที”
“เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณท่านป้าด้วยนะคะที่เมตตา”
คำขอบคุณของลิลลี่นั้นทำให้สการ์เล็ตต์ยิ้มอ่อน เธอลูบหัวของหลานสาวเบาๆด้วยความเอ็นดูพลางทอดถอนใจด้วยความผิดหวังเล็กๆ ที่หลานสาวตัวน้อยของเธอนั้นเริ่มวางตัวเธอไว้ข้างสามีของเธอแล้ว
“เด็กสาวเมื่อเติบใหญ่ก็ต้องแต่งงานสินะ..เจ้าเองก็กลายเป็นภรรยาคนหนึ่งแล้วจำไว้นะลิลลี่จงซื่อสัตย์ต่อสามีของเจ้า ทำทุกอย่างเพื่อสามีและปรนนิบัติเขาอย่าให้ขาดตกบกพร่อง”
“ข้าทราบดีค่ะท่านป้า ข้าจะไม่ทำให้ความพยายามของท่านต้องเสียเปล่าแน่นอนค่ะ”
“ดี! กัส เด็กคนนั้นมีความลับอยู่มากมายแต่จำไว้ในฐานะภรรยาเจ้าอย่าได้พยายามสืบความลับของสามีเจ้าเด็ดขาด สิ่งใดที่เขาบอกกับเจ้าก็จงเก็บไว้ไม่ต้องบอกใครทั้งสิ้นแม้กระทั่งข้าก็อย่าได้บอก”
คำพูดคำนี้ทำให้ดวงตาของลิลลี่สั่นไหวขึ้นมาเธอเกิดความรู้สึกลังเลใจอยู่บ้างเพราะคำพูดนี้มันยากที่จะยอมรับทว่าเธอก็เข้าใจว่าทำไมป้าของเธอถึงสั่งเธอไว้เช่นนี้
“ข้าทราบแล้วค่ะท่านป้า..ขอบคุณนะคะท่านป้าที่หาคนที่แสนดีเช่นนี้มาให้ข้า..”
สการ์เล็ตต์ยังคงยิ้มรับพลางส่ายหน้าน้อยๆด้วยความเอ็นดูจากนั้นก็ครุ่นคิดถึงนิสัยใจคอของกัสที่เธอเห็นจากการเฝ้ามองมานานหลายเดือน
“ข้าทำได้เพียงหาคนที่แสนดีให้กับเจ้า แต่คนที่จะทำให้เขารักเจ้าได้จริงๆก็มีเพียงเจ้าเท่านั้นลิลลี่..มีเพียงใช้ใจจริงของเจ้าเท่านั้นที่จะทำให้เจ้าได้รับความรักจากเด็กคนนั้น”