ในห้องโถงของหอโอสถวิญญาณสวีฝูได้เริ่มเตรียมวัตถุดิบสำหรับการปรุงยาเอาไว้แล้ว
มันเป็นสมุนไพรวิญญาณทั้งต้นสวีฝูได้เตรียมเอาไว้มากกว่าสามสิบชนิด ในบรรดาสมุนไพรวิญญาณเหล่านั้นมีจำนวนมากมายที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเพียงแค่มองไปยังสมุนไพรวิญญาณมากกว่าสามสิบชนิดเขาก็สามารถจินตนาการได้ว่าขั้นตอนของการปรุงยานั้นมีมากมายเพียงใดเมื่อเทียบการปรุงยากับการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกแล้วจะเห็นได้ชัดเลยว่ามีความแตกต่างกันอย่างมาก
“สิ่งสำคัญที่สุดในการปรุงยาคือพลังจิตวิญญาณอันดับรองลงมาคือการควบคุมเปลวไฟ”สวีฝูเป็นผู้คอยจัดการดูแลสมุนไพรวิญญาณมาเป็นเวลาหนึ่งร้อยปีแล้วจึงให้ความรู้พื้นฐานในการปรุงยากับเย่เฉินด้วยความช่ำชอง
“การปรุงยาของเจ้ามีข้อดีเป็นพิเศษเพราะพลังจิตวิญญาณของเจ้าเมื่อเทียบกับขั้นการฝึกตนแล้วสูงกว่ากันอยู่หนึ่งระดับ”
“และอัคคีเที่ยงแท้ของเจ้าก็มีสติปัญญาอยู่พร้อมแล้วและยังเชื่อมต่อกับจิตใจของเจ้าได้ จึงสามารถจะควบคุมเปลวไฟได้ละเอียด ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญมากที่สุดต่อการปรุงยา”
เมื่อพูดถึงตรงนี้สวีฝูก็มองไปยังเย่เฉินอย่างลึกซึ้ง “ดังนั้นเจ้าจึงมีคุณสมบัติที่จะเป็นนักปรุงยา”
“นักปรุงยาหรือ? ข้าน่ะหรือ?” เย่เฉินตกตะลึง
“คุณสมบัติพิเศษเฉพาะของเจ้าถ้าไม่เป็นนักปรุงยา ก็คงต้องโทษสวรรค์แล้วล่ะที่คิดจะเลือกเจ้า” สวีฝูพูดจบก็หยิบสมุนไพรวิญญาณออกมาอีกสิบกว่าต้น “ด้วยคุณสมบัติที่เจ้ามีบางทีอาจเป็นไปได้ว่าจะเหนือกว่าตาเฒ่าตันเฉินนั่น”
“ตันเฉิน?” เย่เฉินประหลาดใจ
เขาซึ่งทำงานด้านข่าวกรองมาอย่างชำนาญทำไมถึงจะไม่รู้จักชื่อของตันเฉินคนผู้นั้นคือนักปรุงยาที่มีชื่อเสียงที่สุดของต้าฉู่ เขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายใดแต่กลับไม่มีผู้ใดหรือฝ่ายใดที่กล้าจะไปยั่วยุเขา
เขานึกไม่ถึงว่าสวีฝูจะพูดแบบนั้นออกมาบางทีตนเองอาจจะเหนือกว่าตันเฉิน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เขาไม่กล้าคิดเลย
“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าหนุ่มเจ้าสนใจจะเป็นนักปรุงยาไหม” สวีฝูมองไปยังเย่เฉินด้วยความสนใจ
“อยากสิอยากเป็นแน่นอน” เย่เฉินพูดโพล่งออกไปอย่างไม่ได้คิดอะไร
อาชีพนักปรุงยานั้นเป็นสิ่งที่สูงส่งเกินไปแคว้นต้าฉู่ที่กว้างใหญ่ไพศาลยังหาได้ยากยิ่งล้วนแต่ถูกแต่ละฝ่ายยกย่องบูชาราวกับเป็นบรรพบุรุษ ซึ่งหากได้เป็นนักปรุงยาหนทางข้างหน้าย่อมสดใสแน่นอน
หลังจากได้คำตอบแล้วว่าตนเองนั้นมีความต้องการสวีฝูก็มาถึงเตาปรุงยา
“ข้าจะสอนเจ้าปรุงเม็ดยาชนิดแรกดูให้ดีนะ ข้าจะแสดงให้ดูเพียงครั้งเดียว” สวีฝูพูดจบก็เรียกเพลิงธรณีที่ใต้เตาปรุงยาออกมา
ตูม!
ทันใดนั้นเปลวไฟสีม่วงลุกโชนขึ้นในเตาหลอม แม้แต่รูปสลักสัตว์เทวะที่อยู่ทั้งสี่ทิศบนเตาหลอมก็เปล่งแสงสว่างขึ้น
จากนั้นสวีฝูก็สะบัดเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาแล้วนำสมุนไพรวิญญาณสามถึงห้าต้นใส่ลงไปในเตาปรุงยาจากนั้นก็ใช้ความชำนาญในการควบคุมเพลิงธรณีเพื่อทำการหลอมแก่นแท้ที่อยู่ภายในในระหว่างนั้นก็มีสมุนไพรวิญญาณถูกใส่ลงไปมากกว่าหนึ่งต้นอย่างต่อเนื่อง
ที่ด้านข้างเย่เฉินกำลังยืนอยู่อย่างเงียบๆทุกการเคลื่อนไหวของสวีฝูได้ประทับอยู่ในใจของเขาแล้ว
นี่เป็นขั้นตอนหนึ่งที่ต้องใช้ระยะเวลานาน
ไม่รู้ว่าเป็นเวลาใดกลิ่นของยาที่หอมกรุ่นได้ลอยออกมาจากในหอโอสถวิญญาณ
“เม็ดยาจงออกมา”หลังจากสวีฝูพูดจบ เขาก็ตบไปยังเตาปรุงยา เม็ดยาวิญญาณสีม่วงหนึ่งเม็ดก็ลอยออกมาและถูกเขาคว้ามาไว้ในมือ
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินก็รีบก้าวไปด้านหน้า มองไปยังเม็ดยาที่อยู่ในมือของสวีฝูด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย
“ลองดูสิ!” สวีฝูนำเม็ดยาวิญญาณที่อยู่ในมือยื่นให้กับเย่เฉิน
เย่เฉินเอื้อมมือออกไปรับไว้เม็ดยาวิญญาณที่เพิ่งจะได้รับการหลอม ยังคงมีความรู้สึกอุ่น มันมีความใสสะอาดและยังมีรัศมีสีม่วงล่องลอยอยู่ และมีกลิ่นยาที่รุนแรงโชยออกมาเมื่อสูดดมเข้าไปทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข
นอกจากนี้แล้วบนเม็ดยานี้ ยังมีลายเส้นเส้นหนึ่งปรากฏขึ้น
“นี่คือเม็ดยาหุยเสวียนเมื่อพลังปราณและพลังวิญญาณเหือดแห้งสามารถใช้เพื่อเติมเต็มร่างกายภายในได้อย่างรวดเร็ว” สวีฝูก็หามุมสบายๆ และนั่งลง“เม็ดยาวิญญาณแบบนี้ เป็นเม็ดยาวิญญาณชนิดหนึ่งที่มีระดับต่ำที่สุดเจ้าคงจะเห็นลายเส้นนั้นบนพื้นผิวของมันแล้วนั่นคือเครื่องหมายบ่งบอกระดับของเม็ดยาวิญญาณ”
“เม็ดยาวิญญาณมีการแบ่งระดับด้วยหรือ?” เย่เฉินมองไปยังสวีฝู
“แน่นอน”สวีฝูกล่าว “ลายเส้นหนึ่งเส้นที่อยู่บนเม็ดยาวิญญาณในมือของเจ้าหมายถึงเม็ดยาวิญญาณระดับหนึ่งหากมีลายเส้นเป็นสองเส้นก็จะเป็นเม็ดยาวิญญาณระดับสอง ก็จะคล้ายๆ กันเช่นนี้ลายเส้นยิ่งมาก ก็หมายถึงระดับของเม็ดยาวิญญาณที่สูงขึ้น”
“ผู้อาวุโสถ้าอย่างนั้นระดับของเม็ดยาวิญญาณที่สูงสุดที่ท่านเคยหลอมมาคือระดับใด”เย่เฉินถามด้วยความอยากรู้
“เม็ดยาวิญญาณที่ข้าทำด้วยตนเองสูงที่สุดก็คือเม็ดยาวิญญาณระดับสี่” สวีฝูไม่ปกปิด พลางลูบเคราของเขา“แต่ก็เคยทำร่วมกับตาเฒ่าตันเฉินนั่นครั้งหนึ่งซึ่งเป็นเม็ดยาวิญญาณระดับห้าหนึ่งเม็ด”
“ถ้าอย่างนั้นเม็ดยาผสานฟ้าเป็นเม็ดยาระดับใด”เย่เฉินอยากรู้เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงถามออกไปโดยตรงอย่างไม่คิดอะไร
เมื่อได้ยินเช่นนี้สวีฝูก็ขมวดคิ้ว มองเย่เฉินอย่างมีความหมายลึกซึ้ง“นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้จักเม็ดยาผสานฟ้าด้วยหรือ?”
เย่เฉินไอแห้งๆและลูบปลายจมูกของตนเอง “เมื่อหลายวันก่อน ข้ากับเจ้าหมีสองไปตลาดมืดอเวจีมาข้าก็เลยได้ยินคนเขาพูดกัน”
สวีฝูละสายตาที่ดูจ้องจับผิดจากเย่เฉินจากนั้นจึงตอบคำถามของเย่เฉิน“เม็ดยาผสานฟ้าเป็นเม็ดยาที่มีระดับสูงสุดเท่าที่ข้ารู้จัก และหากแบ่งตามระดับแล้วมันเป็นเม็ดยาวิญญาณระดับหก”
“เม็ดยาผสานฟ้าปรุงยากมากไหม?” เย่เฉินมองไปยังสวีฝูอย่างสงสัย “ผู้อาวุโสตันเฉินเก่งกาจถึงขนาดนั้นยังกลั่นออกมาไม่ได้อีกหรือ?”
“ล้อเล่นหรือไง?” สวีฝูเหลือบไปมองเย่เฉินอย่างไม่สบอารมณ์“เม็ดยาทุกชนิดล้วนแต่มีวิธีการเผายาที่สอดคล้องกันถ้าไม่มีวิธีการเผาของเม็ดยาผสานฟ้าแม้แต่ตาเฒ่าตันเฉินก็ไม่อาจรู้วิธีการกลั่นออกมาได้ แต่แม้จะมีวิธีการเผายาข้าก็เดาว่าไม่น่าจะสามารถหาสมุนไพรวิญญาณที่จำเป็นในการกลั่นมาได้อย่างเพียงพอ”
“ถ้าอย่างนั้นผู้อาวุโสรู้หรือไม่ว่าผู้แข็งแกร่งคนใดที่ประมูลเอาเม็ดยาผสานฟ้า...”
“เจ้าอย่ามาพูดพล่ามให้มากนัก”สวีฝูเตะเย่เฉินให้กลับไปยังเตาปรุงยา “นั่นคือสิ่งที่เจ้าควรจะใส่ใจไม่ใช่หรือ?”
เมื่อพูดจบสวีฝูก็โยนม้วนคัมภีร์โบราณให้กับเย่เฉิน และต่อว่าอย่างอารมณ์เสีย“นี่เป็นวิธีการเผาของเม็ดยาหุยเสวียน ศึกษาให้ดีศึกษาดีแล้วก็ลองกลั่นออกมาให้ข้าดู อย่ามัวแต่แอบขี้เกียจอยู่ล่ะ”
เอ่อ!
เย่เฉินลูบปลายจมูกจากนั้นก็พลิกเปิดดูวิธีการเผาของเม็ดยาหุยเสวียน
หากไม่ดูก็จะไม่รู้แต่เมื่อเห็นแล้วเขาก็ต้องตกตะลึง!
หลังจากอ่านดูเขาจึงพบว่าการปรุงยามีความยุ่งยากมากกว่าการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกอยู่มากอีกทั้งยังมีทักษะการควบคุมเปลวไฟที่สูงมาก แม้ว่าจะเกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อยแต่ก็อาจทำให้การปรุงยานั้นล้มเหลวได้
“นี่แค่เม็ดยาวิญญาณระดับหนึ่งเท่านั้น!” เย่เฉินตกตะลึง
แต่เพื่อที่จะเป็นนักปรุงยาคนหนึ่งให้ได้ความยากลำบากนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา เขาทำการศึกษาวิธีการเผาและนึกย้อนความทรงจำไปถึงตอนที่สวีฝูทำการปรุงยา การทำไปพร้อมกันอย่างนี้ทำให้เขาสามารถเรียนรู้ตามได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ไกลออกไปสวีฝูกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้อย่างสบาย และยังมีท่าทางเหมือนกำลังสัปหงกบางครั้งก็หรี่ตาลงมาเหลือบมองไปยังเย่เฉิน
เมื่อรู้ว่าถึงเวลาค่ำแล้วเย่เฉินจึงวางการเผายาลง
ตอนนี้เขาก็เริ่มจะสัปหงกตามสวีฝูไปแล้วการปรุงเม็ดยาหุยเสวียน ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่มีสิ้นสุด
ไม่รู้ว่าเป็นเวลาใดเขาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น จากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆและเมื่อคิดขึ้นมาอัคคีเที่ยงแท้จึงเคลื่อนไปยังเตาปรุงยาจากนั้นเขาก็ใส่สมุนไพรวิญญาณหลายต้นเข้าไปยังเตาปรุงยา
เนื่องจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ในการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกทำให้เขามีความชำนาญในการควบคุมเปลวไฟ
ในไม่ช้าแก่นแท้ของสมุนไพรวิญญาณก็ถูกเขากลั่นออกมา จากนั้นจึงโยนสมุนไพรวิญญาณเข้าไปอีก
เพียงแต่เขาประเมินความยุ่งยากในการปรุงยาต่ำเกินไป การปรุงยาครั้งแรก ก็มีความวุ่นวายอย่างเลี่ยงไม่ได้จนทำให้เขาสูญเสียความแม่นยำในการควบคุมไฟ
การปรุงยาครั้งที่หนึ่งล้มเหลว
เย่เฉินจึงหยุดลงและตรวจสอบหาจุดผิดพลาดของตนเอง และได้ส่งอัคคีเที่ยงแท้เข้าสู่เตาปรุงยาอีกครั้งการปรุงยาครั้งที่สอง เริ่มต้นขึ้น
ช่วงเวลาต่อมาเขาก็ยังคงต้องผิดหวัง
ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้บนพื้นเต็มไปด้วยขี้เถ้าของสมุนไพรวิญญาณที่ถูกเผา
สวีฝูได้เตรียมสมุนไพรวิญญาณของเม็ดยาหุยเสวียนให้เขาไว้เกือบร้อยชุดเพื่อให้เย่เฉินได้ทำการฝึกฝนจากความล้มเหลวและเพื่อจะได้ค้นหาความหมายที่แท้จริงของการปรุงยาออกมา
ใกล้รุ่งเช้าเย่เฉินยังคงไม่ประสบความสำเร็จในการปรุงยา แต่ใบหน้าของเขากลับซีดมากการปรุงยานั้นใช้พลังจิตวิญญาณ การปรุงยาตลอดทั้งคืนทำให้จิตวิญญาณของเขาเต็มเปี่ยมอย่างล้นหลามในสมองของเขาเต็มไปด้วยเสียงเวิงวังตลอดเวลา
หลังจากนั้นเขาก็คุกเข่าลงบนพื้นครึ่งหนึ่ง และหอบอย่างรุนแรง
“ต้องการเห็นผลสำเร็จจนเกินไปแต่เมื่อทำจริงจึงทำไม่ได้” สวีฝูพูดขึ้นมาระหว่างสัปหงก
“เป็นเพราะข้าประเมินการปรุงยาต่ำเกินไป”เย่เฉินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
“การปรุงยาก็เหมือนการฝึกตนจะต้องมีใจที่ว่างเปล่า” สวีฝูชำเลืองมองเย่เฉิน และพูดขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด“ใจของเจ้ายังไม่สงบมีความคิดที่ทำให้เสียสมาธินี่คือข้อห้ามที่สำคัญของนักปรุงยา”
“ข้า...ข้าเข้าใจแล้ว”สำหรับคำพูดของสวีฝู เย่เฉินน้อมรับด้วยความเชื่อฟัง
เขาไม่สามารถจะสงบจิตใจลงได้เป็นเพราะมีเรื่องราวจำนวนมากมายก่อนหน้านี้ ที่ทำให้เขาต้องการเป็นผู้แข็งแกร่งเขาคุ้นเคยกับความวุ่นวายที่นองเลือดของสนามต่อสู้แต่กลับไม่สามารถปรับความสงบเพื่อการปรุงยาได้
“เมื่อกินมันแล้วค่อยหลอมต่อ”สวีฝูเรียกเม็ดยามาจากอากาศเม็ดหนึ่ง “หากไม่สามารถจะปรุงเม็ดยาหุยเสวียนได้ข้าเองก็คงต้องสงสัยในความสามารถของการเป็นนักปรุงยาของเจ้าแล้วล่ะ”
เย่เฉินรับเอาเม็ดยานั้นมาจากนั้นก็ยัดใส่ปาก