“เอายังไงดีวะเนี่ย”ผู้กองสาวบ่นกับตัวเองและเดินไปเดินมาอย่างครุ่นคิดจนไม่ทันมองว่ามีคนมายืนอยู่ด้านหลังของเธอตั้งนานแล้วจึงชนเข้ากับคนตัวโตอย่างจังจนเธอล้มลงไปกองกับพื้นและร้องออกมาด้วยความเจ็บ
“โอ้ย! มายืนทำอะไรตรงนี้ล่ะ ที่ตั้งเยอะแยะไม่ไปยืน”ผู้กองสาวบ่นและค่อยๆลุกขึ้นยืน
“เ้าเป็อะไรของเ้ากันเดินวนไปมาจนข้าเวียนหัวไปหมดแล้ว”องค์ชายถามอย่างสงสัยในท่าทางของหญิงสาวตรงหน้า
“เื่ของข้า ท่านอย่ามายุ่งเลย เจ็บเหมือนกันนะเนี่ย เดี๋ยวเถอะ ยังจะมีหน้ามายิ้มอีก ที่จริงในละครเวลานางเอกล้มพระเอกต้องรีบรับไว้ไม่ใช่เหรอวะ เซ็งเป็ด เจ็บตูดเลย โอย”ผู้กองสาวเอามือจับก้นตัวเองที่กระแทกกับพื้นเมื่อสักครู่และต่อว่าองค์ชายที่ไม่ยอมช่วยเหลือเธอและยังมายืนยิ้มหน้าใสอีก
“ก็แล้วแต่เ้า ถ้าไม่อยากเสวนากับข้าก็ไม่เป็ไร หากมีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน”องค์ชายตอบและเดินหนีลงเรือนไป
“นั่นแหละทางที่ถูก ช่วยไปไกลๆ หน่อย ชิ”ผู้กองสาวบ่นตามหลังขององค์ชายหนุ่ม
หลังจากที่องค์ชายลงเรือนไปแล้วผู้กองสาวก็เปลี่ยนไปนั่งที่เก้าอี้และเริ่มคิดว่าจะทำยังได้บ้างและมีอะไรที่เธอจะใช้เป็เครื่องมือในการตรวจหาสารพิษในอาหาร นั่งนิ่งๆอย่างใช้สติและประสบการณ์ที่เคยทำงานมา อีกอย่างก็หนังจีนโบราณที่เธอเคยดูกับยายนกก็คงพอช่วยได้บ้างในเื่นี้ จนในที่สุดก็คิดออกว่าจะต้องทำยังไงถึงจะช่วยไม่ให้ผู้นำฉิวถูกวางยาพิษได้ เมื่อคิดแผนการได้แล้วก็รีบลงเรือนไปทางครัวและหาช่องไม้เล็กๆแอบดูพฤติกรรมของเด็กสาวคนนั้นทันทีและไม่นานโชคก็เข้าข้างเธอ
“ถ้วยชามใบนี้เองที่ใส่ยาพิษลงไป เสร็จฉันล่ะ”ผู้กองสาวมองและจำสัญลักษณ์ของถ้วยชามใบนั้นไว้ เท่าที่เธอสังเกตคนร้ายก็ตั้งใจเอาถ้วยชามใบที่มีลักษณะไม่เหมือนกับถ้วยชามใบอื่นคงเพราะตั้งใจที่จะให้ตัวเองจำให้ได้เหมือนกันว่าชามใบไหนมียาพิษอยู่กันแน่
หลังจากรู้แล้วเธอจึงเดินกลับไปที่เรือนและรอเวลาที่จะมีคนมาเรียกให้ไปทานอาหารที่เรือนของท่านผู้นำฉิวและเพื่อไม่ให้ใครสงสัย แต่แล้วก็มีคนสงสัยขึ้นมาจนได้
“เ้ากำลังคิดที่จะทำอันใด”องค์ชายสามถามขึ้นมาหลังจากเดินตามหญิงสาวขึ้นมาบนเรือน
“นี่ท่านแอบตามข้าไปเหรอ”ผู้กองสาวหันมาถามด้วยความไม่พอใจ
“ก็เ้าทำตัวไม่น่าไว้วางใจ ตกลงเ้าคิดจะทำอันใดกันแน่ บอกข้ามาให้หมด”องค์ชายถามอย่างคาดคั้น
“ก็ได้ แต่.. เข้าไปคุยกันในห้องดีกว่า”ผู้กองสาวบอกและหันมองซ้ายขวาอย่างกลัวว่าจะมีคนมาแอบฟังและดึงแขนองค์ชายหนุ่มให้เดินตามเข้าไปในห้องนอนของเธอ
“ทำไมถึงคุยกันข้างนอกไม่ได้ เ้าคิดจะทำการณ์อันใดกันแน่”องค์ชายบ่นออกมาแต่ก็ยอมเดินตามหญิงสาวเข้าไปในห้องนอน
“ตามมาเถอะน่า พูดมากจริง”ผู้กองสาวต่อว่าองค์ชายและปิดประตูห้องเดินเข้าไปนั่งที่เตียงนอน เริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เธอไปเจอมาเมื่อครู่และได้ยินมาทั้งหมดให้องค์ชายสามฟัง
“นี่เ้าคิดจะทำการณ์ใหญ่ขนาดนี้โดยไม่คิดจะบอกข้าสักคำเลยเหรอ เ้ามันเป็หญิงสาวแบบไหนกันถึงไม่คิดเกรงกลัวสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นใดๆเลย”องค์ชายถึงกับต่อว่าออกมาเมื่อได้ฟังสิ่งที่เธอเล่าออกมาทั้งหมด
“ก็แบบนี้แหละ ตกลงจะมาช่วยหรือจะมาบ่นกันแน่”ผู้กองสาวพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจที่โดนองค์ชายหนุ่มต่อว่า คิดในใจ เป็หญิงแล้วไงเื่แค่นี้เอง โธ่ ผู้ร้ายเยอะกว่านี้ฉันก็จัดการมาหมดแล้ว
“แล้วเ้าคิดจะทำการณ์ใดต่อถึงได้กลับมาที่เรือนก่อนทั้งที่เห็นแล้วว่าแกงชามไหนมียาพิษอยู่”องค์ชายถาม
“ก็ตั้งใจที่จะจับคนร้ายตอนทานอาหารเย็นนี้ จะได้รู้กันไปเลยว่าสองคนนั้น้าทำร้ายท่านผู้นำฉิวด้วยเื่อะไรกันแน่”ผู้กองสาวสาวบอกกับองค์ชายหนุ่ม
“เ้าคิดการณ์ใหญ่เกินตัวจริงๆ หากเ้าเป็น้องสาวของข้าจะตีกันเ้าให้ลายเลยคอยดู”องค์ชายกล่าวอย่างไม่พอใจ
“แต่ขอโทษ ฉัน เอ้ย! ข้าไม่ใช่น้องสาวของท่าน แล้วก็ลองมาตีก้นดูสิ ถ้าคิดว่าจะเดินหล่อๆกลับไปได้โดยไม่เจ็บตัวอะไรเลย ก็ลองดู”ผู้กองสาวตอบด้วยความไม่พอใจเช่นกัน
“เ้านี่มัน! เฮ้อ แล้วเ้าจะใช้อันไดตรวจสอบพิษในอาหารกัน”องค์ชายบ่นและถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะถามถึงอุปกรณ์ที่หญิงสาวจะใช้ตรวจสารพิษในอาหาร
“ก็อันนี้ไง”หญิงสาวบอกและกำลังจะยกมือขึ้นไปบนศีรษะของตัวเองแต่ก็ได้ยินเสียงขันทีฟังกงมาเรียกเสียก่อน
“องค์ชายพะย่ะค่ะ ทรงอยู่ในห้องนี้หรือปล่าว”ขันทีฟังกงเรียกอยู่ด้านนอก
“อยู่”องค์ชายตอบและเดินมาเปิดประตูห้อง ผู้กองสาวจึงเดินตามออกมาด้วย
“แต่หัววันเลยเหรอพะย่ะค่ะ”ขันทีฟังกงเอ่ยกับทั้งคู่
“จะบ้าเหรอท่านฟังกง! แค่เข้าไปคุยกันเฉยๆ คิดไปไกลนะเนี่ย”ผู้กองสาวรีบพูดเบรกความคิดของขันทีหนุ่มตรงหน้าทันที
“เ้ามีอะไรฟังกง”องค์ชายถามลูกน้องคนสนิท
“อ่อ ชาวบ้านจัดเตรียมอาหารเรียบร้อยแล้วพะย่ะค่ะ เชิญองค์ชายและพระชายาที่ลานหน้าเรือนของท่านผู้นำฉิวตอนนี้เลย”ขันทีฟังกงบอกเื่ที่เขาเข้ามาขัดจังหวะของทั้งคู่ทันที
“ไปกันเถอะ”องค์ชายหันมามองหน้าของผู้กองสาวและชวนเธอลงเรือนเพื่อไปที่ลานหน้าเรือนของท่านผู้นำฉิว
หลังจากที่ทุกคนมารวมตัวกันที่ลานหน้าเรือนของท่านผู้นำฉิวครบหมดแล้ว ผู้กองสาวก็รีบมองหาถ้วยชามใบที่เธอรู้ว่ามียาพิษอยู่ก็เจอว่าวางอยู่ตรงหน้าของท่านผู้นำฉิวนั่นเอง
”พระชายาทรงมีฉิริโฉมงดงามจริงๆขอรับ”ท่านผู้นำฉิวกล่าวเมื่อเห็นหญิงสาวที่นั่งข้างๆองค์ชายหนุ่มมองดูแล้วช่างเหมาะสมกันทุกประการจริงๆ
“ขอบใจท่านผู้นำ”องค์ชายสามตอบแทนหญิงสาวที่นั่งยิ้มอยู่แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ฮ่าๆๆ งั้นเราลงมือทานอาหารเย็นกันดีกว่า”ท่านผู้นำกล่าวเชิญแขกสูงศักดิ์ทานอาหารมือเย็นตรงหน้าอย่างรู้สึกยินดี
“ช้าก่อนท่านผู้นำ! อย่าเพิ่งตักอาหารนั่น!”ผู้กองสาวรีบห้ามท่านผู้นำฉิวที่กำลังจะตักแกงในชามใบนั้นพอดี
“มีอะไรเหรอขอรับ!”ท่านผู้นำฉิวถามด้วยความสงสัยแต่ก็วางช้อนลง
“ส่งชามใบนั้นมาให้ข้าก่อน!”ผู้กองสาวบอกเสียงเข้มและมองไปยังสองคนพี่น้องที่ทำหน้าใกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
“พระชายา ท่านจะทำอันไดกัน”ท่านผู้นำฉิวกล่าวอย่างสงสัยแต่ก็ยื่นชามใบนั้นให้พระชายาที่ยื่นมือมารอรับ
เมื่อผู้กองสาวรับถ้วยชามมาถือไว้ในมือและใช้มืออีกข้างดึงปิ่นปักผมเงินที่อยู่บนศีรษะของเธอลงมาถือไว้ในมืออีกข้างหนึ่ง จนทำให้ผมของเธอสยายยาวเต็มหลัง และใช้ปิ่นเงินนั้นวนลงไปบนน้ำแกงในถ้วยชาม คิดในใจ ขึ้นสิ เอาให้เหมือนในหนังที่เคยดูนะ ไม่งั้นหน้าแตกหมอไม่รับเย็บแน่ เห็นไหมน่ะคนมุงดูกันใหญ่แล้ว ขึ้นสิเฮ้ย ขึ้นสิ สักพักปิ่นปักผมสีเงินก็ขึ้นเป็สีดำคลอบคลุมอยู่ตรงปลายของมัน
“มียาพิษจริงๆ ด้วย ใครกันที่มันคิดจะฆ่าข้า”ท่านผู้นำฉิวกล่าวและมองหน้าลูกบ้านทุหคนด้วยความไม่พอใจ
“จับสองคนพี่น้องนั้นไว้”ผู้กองสาวหันมาสั่งทหารที่ยืนอยู่และชี้มือไปที่สองคนพี่น้องที่กำลังทำหน้าใที่ถูกจับได้