ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ปะทะ จั่วหยาน

            เห็นศรเวทย์จำนวนมากกระหน่ำออกมาต้าหมิงก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนกเพราะต้าหมิงไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าอันใหนภาพลวงตาอันใหนคือของจริง

            “ชั่งเป็นความสามารถที่น่ารำคาญจริงๆ” ต้าหมิงกล่าว

            จวิ้นนู่และจ้าวหลานปลดปล่อยการโจมตีผสานออกไปทันทีทำให้ศรเวทที่พุ่งเข้ามายังพวกนางถูกทำลาย ส่วนเย่สุ่ยและหลางฮูหนิงก็สร้างโล่ป้องกันวารีและปฐพีขึ้นมา

            “ต้าหมิงเข้ามาหลับกับข้า” เย่สุ่ยกล่าวทันที

            ในบรรดาคนทั้งหมดต้าหมิงไม่ได้มีพลังป้องกันอะไรเลยเพราะเวทย์ไร้ธาตุของต้าหมิงไม่มีพลังทำลายล้างหรือป้องกันอะไรเลย

            “โฮก!!!!!!!!!!”

            แมลงอสูรสงครามเหมันต์คำรามด้วยความโกรธพร้อมกับอ้าปากและพ่นหมอกสีขาวออกไปทันที พริบตาศรเวทย์จำนวนมากที่พุ่งเข้ามากูกแช่แข็งในพริบตา

            ต้าหมิงอดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้เพราะนี่คือครั้งแรกที่ได้เห็นความสามารถของแมลงอสูรสงคราม แต่พริบตานั้นเองต้าหมิงก็เห็นศรวายุพุ่งมายังตนเองด้วยความเร็วอย่างมาก

            แมลงอสูรสงครามนำหอกกระดูกออกมาและฟาดไปยังศรเวทย์ที่พุ่งเข้ามาอย่างง่ายดาย ศรเวทย์ที่จั่วฉิงปล่อยออกมากลับถูกทำลายง่ายๆนี่ทำให้ใบหน้าของจั่วฉิงตื่นตระหนก

            “เป็นไปได้อย่างไร” จั่วฉิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            หอกกระดูกที่แมลงอสูรสงครามใช้นั้นเป็นหอกระดูกที่ต้าหมิงทำจากกระดูกสัตว์เวทระดับ 5 ดาว ซึ่งต้าหมิงไม่ต้องการให้แมลงอสูรสงครามใช้อาวุธที่แท้จริงของมันในตอนนี้เพราะมันล้ำค่ามากเกินไป

            “โฮก!!!!!!!!!!” แมลงอสูรสงครามพุ่งออกไปด้วยสีหน้าอันน่าหวาดกลัวจิตสังหารอันน่าสะยองทำให้พวกอัจฉริยะของตระกูลจั่วหน้าเปลี่ยนสี

            “บัดซบกล้าคิดจะสังหารพวกข้างั้นเหรอ” จั่วหยานสวมเกาะเวทย์แบบครบชุกทันที พริบตาพลังของจั่วหยานก็เพิ่มสูงขึ้น จั่วหยานควงหอกในมือและเข้าปะทะกับแมลงอสูรสงครามทันที

            “ถึงคราวข้าเอาคืนบ้างแล้ว” ต้าหมิงและปักษาดาบวายุเริ่มผสานร่างกันทันที พริบตาต้าหมิงก็มีปีกทั้งสองข้างปรากฏ

            “ได้เวลาตายของพวกเจ้าแล้ว” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวปะทุออกมา

            ในมือของต้าหมิงปรากฎมัดสั้นทั้งสองเล่มด้วยความเร็วหลังจากผสานร่างกับปักษาดาบวายุแม้แต่พวกจั่วฉิงยังมองตามไม่ทัน พริบตานั้นเองเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้น

            หนึ่งในอัจฉริยะจอมเวทย์ระดับ 9 ของตระกูลจั่วก็ถูกต้าหมิงปลิดชีพลงอย่างง่ายดาย ด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวนี้แม้แต่พวกจั่วหยานที่เห็นยังต้องขนรุก

            “แย่แล้วนั่นมันความสามารถบ้าอะไรกัน” จั่วหยานกลายเป็นตื่นตระหนก

            “อย่าเข้ามา!!!!!!!!” จั่วฉิงคำรามพร้อมกับระเบิดพลังเวทย์วายุออกมา

            คมมีดวายุพุ่งออกไปรอบๆร่างของนางและทำลายทุกสิ่งทุกอย่างทันที ต้าหมิงเคลื่อนใหวด้วยความเร็วยิ่งกว่าและหลบการโจมตีของจั่วฉิงทันที

            “ต้าหมิงถ้าเจ้ากล้าทำอะไรนางตระกูลจั่วไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่” จั่วหยานคำราม

            “ไม่ปล่อยข้าเอาไว้งั้นเหรอ ทำอย่างกะเมื่อข้าปล่อยพวกเจ้าออกไปพวกเจ้าจะไว้ชีวิตข้า” ต้าหมิงกล่าวเย้ยหยัน

            “นี่เจ้า!!!!!!!!!!” จั่วหยานหมดคำพูดเพราะสิ่งที่ต้าหมิงกล่าวเป็นความจริงเขาไม่มีทางปล่อยให้ต้าหมิงเติบโตขึ้นแน่

            “อ๊ากกกกก” ในตอนนั้นเองอัจฉริยะอีกสองคนก็ถูกต้าหมิงสังหารลงอย่างเลือดเย็น

            ต่างจากอสูรสายฟ้าคลั่งที่ระเบิดพลังทำลายที่มหาศาลแต่ปักษาดาบวายุกลับเพิ่มความเร็วให้ต้าหมิงเป็นร้อยเท่า

            “ท่านพี่หยวนช่วยข้าได้” ตอนนี้จั่วฉิงกลายเป็นหวาดกลัวนางไม่คิดว่าต้าหมิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้

            “ใสหัวไป!!!!!!!!” จั่วหยวนระเบิดพลังของตนผลักแมลงอสูรสงครามออกไปพร้อมกับพุ่งไปยังจั่วฉิงและสร้างภาพลวงตาออกมาจำนวนมาก

            “แค้นนี้ข้าจะกลับมาชำระกับเจ้าอย่างแน่นอน” จั่วหยานคำรามด้วยความโกรธก่อนจะหลบหนีทันที

            ต้าหมิงเห็นภาพลวงตาอีกฝ่ายพุ่งออกไปคนละทางต้าหมิงจึงไม่คิดจะตามไป ตราบใดที่ต้าหมิงไม่สามารถมองเห็นภาพลวงตาได้ต้าหมิงก็ไม่สามารถหยุดจั่วหยานลงได้

            “สัตว์เวทตัวใหม่ของเจ้าชั่งทรงพลังยิ่ง” จ้าวหลานเดินเข้ามาและมองแมลงอสูรสงครามด้วยสีหน้ายำแกรงกลิ่นอายสัตว์เวทตัวนี้ทำให้นางหวาดกลัวจริงๆ

            “สัตว์เวทระดับ 5 ดาวงั้นเหรอชั่งน่าสะพรึงโดยแท้” จวิ้นนู่กล่าว

            ต้าหมิงเก็บอสูรมายาทั้งหมดก่อนจะหันไปสนในผลพฤกษาเวทย์ตรงหน้า ผลพฤกษาเวทย์นั้นเป็นสมุนไพรเวทย์ที่ล้ำค่าไม่แพ้ดอกอัคคีเวหาเลย

            “ต่อไปถึงคราวของหลานเอ๋อแล้ว” ต้าหมิงกล่าว

            “นั่นสินะ ถ้าพวกเรามีจอมเวทย์ระดับขุนพล 2 คน โอกาสรอดชีวิตก็มีมากขึ้นเช่นกัน” จวิ้นนู่กล่าวเห็นด้วย

            “ขอบคุณเจ้ามาก” จ้าวหลานกล่าวด้วยสีหน้าแดงเล็กน้อย

            “สำหรับพวกเราไม่จำเป็นต้องขอบคุณกันอีกต่อไป” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่คำกล่าวของต้าหมิงกลับทำให้จ้าวหลานเขินอายจนหน้าแดงเหมือนมะเขือเทศไปแล้ว

            “พอ พอ ไม่ต้องมาหวานกันตรงนี้รีบดูดซับไปซะจะได้จบๆ พวกข้ายังรอของดีต่อจากพวกเจ้าอยู่” หลางฮูหนิงกล่าวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ในหมู่พวกนางต้าหมิงมักจะเย็นชาบ่อยครั้งใส่นางแต่กลับพวกเย่สุ่ย ต้าหมิงกลับแสดงท่าทางเจ้าชู้ออกมาทำให้นางไม่พอใจอย่างมาก

            หลังจากนั้นไม่นานจ้าวหลานก็ทะลวงระดับสู่จอมเวทระดับขุนพลได้ ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและได้รับการฝึกจากจักรพรรดิหญิงโดยตรงพลังของจ้าวหลานตอนนี้มั่นคงอย่างมาก

            “เอาละตอนนี้ข้าว่าได้เวลาการล่าที่แท้จริงกำลังจะเริ่มแล้วละ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจัง

            “นั่นสินะ หนึ่งเดือนที่ผ่านมากสัตว์จำนวนมากคงถูกสังหารไปเกือบหมดแล้วและคะแนนของพวกเราตอนนี้หลังจากแจกจ่ายกันอย่างเท่าเทียมพวกเราก็มีคะแนนกันคนละ 125 คะแนนแล้ว” จวิ้นนู่กล่าว

            “เดี๋ยวข้าจะติดต่อไปยังกลุ่มของปิงเสวี่ยก่อน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับนำแผ่นป้ายน้ำแข็งชิ้นหนึ่งออกมาเมื่อต้าหมิงส่งคำพูดออกไปไม่นานเสียงที่ไพเราะของปิงเสวี่ยก็ดังขึ้น

            มาเจอกันที่พิกัดที่ระบุเอาไว้ นี่เป็นข้อความของปิงเสวี่ย ต้าหมิงเห็นตัวอักษรปรากฎบนแผ่นป้ายก็ขบคิดครู่หนึ่งก่อนจะรู้ว่ามันคือที่ใหน พวกต้าหมิงออกเดินทางอย่างรวดเร็ว

            เวลาผ่านไปสองวันต้าหมิงก็มารวมตัวกับปิงเสวี่ยนทันที เมื่อเห็นว่ากลุ่มของต้าหมิงมีจอมเวทย์ระดับขุนพลถึงสองคนพวกปิงเสวี่ยก็รู้สึกทึ่งเช่นกันพวกนางเองถึงแม้จะมีจอมเวทย์ระดับขุนพลสองคนเช่นกันแต่ต้อรู้ก่อนว่าเพราะพวกนางเตรียมตัวมาดีพร้อมกับนำทรัพยากรเข้ามาในการประลองอีกด้วยเพราะงั้นหลัวเซียนจึงยกระดับได้เร็วที่สุดต่อมาก็ปิงหยวน ส่วนทางปิงเสวี่ยนางกลับไม่รีบและต้องการวางรากฐานให้แกนเวทย์ของนางมั่นคงอย่างถึงขีดสุดเสียก่อน

             

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน