ตอนที่ 33 ของริบ
.......................................................................................................................
“................”
“เสี่ยวกงเป้า เสี่ยวฉือเป้าสังหารอย่าให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว”ฟงอวิ๋นพูดกับสัตว์เลี้ยงทั้งสองด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้ความปราณีเขาค่อยๆยกทวนในมือขึ้นพร้อมกับจิตสังหารที่รุนแรงแผ่กระจายออกจากร่างของเขา
ก่อนที่จะเดินทางมายังหุบเขาเขี้ยววายุฟงอวิ๋นเคยออกคำสั่งให้เสี่ยวกงเป้าและเสี่ยวฉือเป้าห้ามมิให้สังหารสัตว์อสูรชั้นปราณเริ่มต้นและสัตว์อสูรชั้นปราณปฐพีเพราะเขาต้องการที่สยบเหล่าสัตว์อสูรเพื่อสร้างกองทัพสัตว์เลี้ยงในการขุดค้นหาแร่ธาตุอัญมณีต่างๆและค้นหาสมุนไพรต่างๆ รวมทั้งไอเทมลับระดับสูงต่างๆดังนั้นสัตว์เลี้ยงทั้งสองของเขาจึงเพียรพยายามควบคุมพลังไม่ให้รุนแรงเกินไปในการโจมตีแต่ละครั้ง
แต่เมื่อทั้งสองได้รับคำสั่งให้สามารถฆ่าได้พลังกดดันของชั้นปราณสวรรค์ก็ถูกปลดปล่อยอย่างเต็มที่พวกมันทั้งสองเตรียมลงมือสุดกำลังแล้วร่างของทั้งสองลุกโพลงไปด้วยเปลวไฟสีขาวและเปลวไฟสีแดงอย่างรุนแรงพร้อมกับจิตสังหารของสัตว์อสูรชั้นปราณสวรรค์ก็ฮือโหมออกมาอย่างรุนแรงจนทำให้สัตว์อสูรชั้นปราณเริ่มต้นเริ่มอึดอัดและตัวสั่นเทาด้วยความกลัวส่วนสัตว์อสูรชั้นปราณปฐพีทั้งสี่ต่างก็ตื่นตกใจจนจิตใจสั่นสะท้าน
“ตาย!”ฟงอวิ๋นส่งเสียงรอดไรฟันขึ้นมาดวงตาวาวโรจน์ด้วยความอำมหิต เขาเดินไปหาคิงคองสีขาวที่มีนามว่าจินแก้งพร้อมกับเสี่ยวกงเป้าที่เตรียมลงมืออย่างไร้ความปราณีแล้ว
เมื่อคิงคองสีขาวที่มีนามว่าจินแก้งเห็นว่าฟงอวิ๋นตัดสินใจที่จะสังหารมันจริงๆดวงตาของมันกระพริบไปมาอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะรีบตัดสินใจยอมจำนนทันทีมันรีบหมอบร่างลงก้มศีรษะลงแล้วยกเท้าหน้าขึ้นข้างหนึ่งเพื่อแสดงท่าทียอมจำนน
คิงคองขนขาวจินแก้ง ต้องการเสแสร้งทำเป็นยอมจำนนต่อฟงอวิ๋นไปก่อนเพราะตอนนี้มันบาดเจ็บหนักไม่มีทางหลีกเลี่ยงแต่พอมันหายดีมันคิดในใจว่าจะแอบฆ่าเขาเสีย เพราะมันมีชั้นปราณที่สูงกว่า ฟงอวิ๋น
แต่สิ่งที่มันไม่ทราบก็คือฟงอวิ๋นมี
ศิลาผนึกตราทาสโบราณ!
ระบบการทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรในเกมส์นี้ มีหลายแบบ
การทำพันธะสัญญาแบบทั่วไปที่ผู้เล่นหรือผู้ฝึกตนสายนักเลี้ยงสัตว์นิยมใช้กันคือการทำพันธะสัญญาแบบเท่าเทียมหรือเรียกว่าสัตว์เลี้ยงแบบปกติซึ่งการทำพันธะสัญญาแบบนี้ผู้เล่นหรือผู้ฝึกตนสายนักเลี้ยงสัตว์มีหน้าที่ในการเลี้ยงดูและบำรุงสัตว์เลี้ยงรวมทั้งต้องทุ่มเทเงินจำนวนมากเพื่อพัฒนาระดับของสัตว์เลี้ยงอย่างเต็มที่เพื่อแลกกับค่าความไว้ใจหรือค่าความสนิทสนมจากสัตว์เลี้ยงแต่เมื่อใดก็ตามที่ค่าความสนิทสนมลดลงต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ สัตว์เลี้ยงสามารถปฏิเสธคำสั่งของเจ้านายได้และถ้าค่าความสนิทสนมน้อยกว่า10เปอร์เซ็นต์สัตว์เลี้ยงอาจหลบหนีหรือสลัดหลุดจากพันธะสัญญาระหว่างผู้เล่นหรือผู้ฝึกตนสายนักเลี้ยงสัตว์จนเป็นอิสระได้ทันที
การทำพันธะสัญญาแบบที่สอง คือการทำพันธะสัญญาทาสแบบบังคับโดยส่วนมากวิธีการนี้จะใช้กันในกลุ่มผู้เล่นหรือผู้ฝึกตนสายนักเลี้ยงสัตว์ระดับสูงโดยวิธีการนี้ผู้เล่นหรือผู้ฝึกตนสายนักเลี้ยงสัตว์ต้องค้นหาสัตว์อสูรหนอนจิตวิญญาณชนิดหนึ่งนามว่า “แมลงกู่” เพื่อทำพันธะสัญญาก่อนจากนั้นจึงปล่อยแมลงกู่ให้แอบแทรกร่างเข้าไปในร่างของสัตว์อสูรเป้าหมายเพื่อควบคุมจิตใจและสั่งการ
การทำพันธะสัญญาแบบที่สามคือการทำพันธะสัญญาทาสแบบเต็มใจเหมือนกับวิธีที่ฟงอวิ่นใช้แม้ในตอนแรกจะไม่เต็มใจหรือมีจิตแอบแฝง แต่ด้วยผลของไอเทมวิเศษศิลาผนึกตราทาสโบราณผลสุดท้ายสัตว์อสูรทุกตัวที่เป็นบริวารของฟงอวิ๋นจะถูกรีเซ็ตจิตใจจนหมดนั่นเอง
นอกจากนั้นก็จะมีวิธีการพิเศษอื่นๆอีกมากมายในการควบคุมและบังคับสัตว์เลี้ยงเช่น การใช้ไอเทมบังคับที่ส่งผลต่อจิตใจของสัตว์อสูร แต่อาจมีข้อจำกัดบ้างเช่นบางไอเทมส่งผลชั่วคราวโดยส่งผลในระยะเวลาที่ถูกกำหนดหรือบางไอเทมส่งผลในระยะทางที่ถูกกำหนด และบางไอเทมอาจจำกัดจำนวนเป้าหมายที่ส่งผลบังคับเป็นต้น
เมื่อฟงอวิ๋นเห็นว่าคิงคองขนขาวจินแก้งยอมสยบเขาก็ค่อยๆหันหน้าไปมองร่างของสัตว์อสูรที่เหลืออีกสามตนทันทีสัตว์อสูรทั้งสามเมื่อเห็นว่าจินแก้งยอมจำนนพวกมันต่างก็เลยตัดสินใจยอมจำนนด้วยเช่นกัน เพราะพวกมันทั้งหมดต่างก็พากันพูดคุยและปรึกษากันด้วยระบบสนทนาของพันธะมิตรสัตว์อสูรพวกมันต่างก็พากันก้มศีรษะและหมอบร่างลงเพื่อแสดงท่าทีของตนเอง
“เฮอะ! ทำให้ต้องเสียเวลาจริงๆ”ฟงอวิ๋นกล่าว
เมื่อฟงอวิ๋นเห็นดังนั้น เขาก็เลยเรียกศิลาผนึกตราทาสโบราณออกมาจากนั้นก็ทำสัญญากับเหล่าสัตว์อสูรราชันย์ทั้งสี่ทันทีหลังจากนั้นเขาก็สั่งการให้เสี่ยวกงเป้าและสัตว์อสูรราชันย์ทั้งสี่กำหลาบเหล่าสัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยววายุชั้นเริ่มต้นและสัตว์อสูรชั้นสามัญทั้งหมดเอาไว้ก่อนที่เขาจะทำพันธะสัญญาทาสกับสัตว์อสูรทั้งหมด
จิตใจของสัตว์อสูรทั้งหมดถูกรีเซ็ตทันที
เพราะเกมส์นี้ไม่มีการจำกัดจำนวนสัตว์อสูรที่สามารถทำพันธะสัญญาทาสหรือสัญญาสัตว์เลี้ยงเอาไว้เรียกว่าผู้เล่นสามารถทำสัญญาสัตว์เลี้ยงกับตราผนึกทาสกับสัตว์อสูรได้ตามที่ต้องการถ้ามีความสามารถเลี้ยงดูสัตว์อสูรได้นั่นเอง
.....................................................................................
ในตอนนี้ฟงอวิ๋นนั่งคู้เข่าหนึ่งข้างและเหยียดขาหนึ่งข้างอยู่บนแท่นหินที่ราชันย์สัตว์อสูรเฟิงฮุ่ยเปียวเคยนอนอยู่ด้านข้างมีร่างของเสี่ยวกงเป้าและเสี่ยวฉือเป้ากึ่งนั่งกึ่งนอนคอยพิทักษ์ยู่ข้างๆโดยมีเหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่นอนหมอบร่างอยู่ด้านล่าง
สายตาของฟงอวิ๋นเพ่งมองดูร่างของเหล่าสัตว์อสูรเบื้องล่างด้วยด้วยความรู้สึกเฉยเมยคล้ายดั่งเห็นมดปลวกจำนวนหนึ่ง
พวกมันคือสัตว์เลี้ยงของเขา..ในตอนนี้!
พวกมันจะจงรักภักดีกับเขา..และพวกมันทุกตัวจะยินยอมเสี่ยงชีวิตและสละชีวิตแทนเขาได้แม้จะต้องตาย!
พวกมันคือ...ข้าทาส!
ทาสในเรือนเบี้ย!
ร่างของฟงอวิ๋นงามสง่าเสมือนดั่งกษัตริย์ที่นั่งบนบัลลังก์และมีบริวารคอยหมอบกราบอยู่ด้านล่าง!
“พวกเจ้าทั้งสี่เป็นพันธมิตรกับสัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยววายุตัวจ่าฝูงใช่หรือไม่”ฟงอวิ๋นสอบถามสัตว์เลี้ยงใหม่ทั้งสี่
“ใช่แล้วนายท่าน”จินแก้งซึ่งอาวุโสที่สุดในกลุ่มตอบคำถามอย่างนอบน้อม
“เยี่ยม! แล้วยังมีสัตว์อสูรที่อยู่ในกลุ่มพันธมิตรเดิมของพวกเจ้าอีกกี่ตัวที่ยังเดินทางมาไม่ถึง”ฟงอวิ๋นสอบถาม เขาเตรียมการที่จะวางแผนสยบสัตว์อสูรให้หมดตามแผนของตน
“อีก 23 ตัวนายท่าน พวกเราเป็นกลุ่มที่อยู่ใกล้สุดจึงเดินทางมาได้รวดเร็วกว่าตัวอื่นๆ”ลู่เป้าฉีกล่าว
“ฉันต้องการสยบสัตว์อีก 23 ตัวในคราเดียวพวกเจ้าใครมีวิธีการที่ดีและรวดเร็วบ้าง”ฟงอวิ๋นสอบถามสัตว์เลี้ยงใหม่ทั้งสี่เนื่องเพราะพวกมันคุ้นเคยกับอีก 23 พันธมิตรสัตว์อสูรราชันย์ที่เหลือจึงน่าจะมีวิธีการที่ดีและง่ายดายในการสยบ
“นายท่านบางทีไอเทมนี้อาจช่วยให้ท่านสามารถสยบราชันย์อีก 23 ตัวได้อย่างง่ายดาย”คิงคองขนขาวจินแก้งกล่าวพร้อมกับยกเท้าหน้าข้างขวาที่มีกำไลรูปร่างแปลกๆสวมใส่อยู่วงหนึ่งขึ้นมา
“มันคืออะไร”ฟงอวิ๋นสอบถามด้วยความสงสัย
“บริวารก็ไม่ทราบสมบัติชิ้นนี้บริวารได้รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่ส่งต่อกันมาหลายๆรุ่นรวมระยะเวลาแล้วอาจนานกว่า 10,000 ปีแต่จากการศึกษาค้นคว้าและสืบทอดข้อความลงมาของเหล่าบรรพบุรุษสมบัติชิ้นนี้เป็นสมบัติสำหรับมนุษย์เช่นนายท่าน และมันอาจมีผลในการบังคับและควบคุมสัตว์อสูรเช่นเหล่าบริวารทั้งหมาย”คิงคองขนขาวจินแก้งกล่าวอธิบาย
สมบัติลับชิ้นนี้เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของคิงคองขนขาวจินแก้งได้รับมาเมื่อนานมาแล้วแม้พวกมันจะไม่สามารถใช้ได้ แต่ด้วยความที่มันเป็นสมบัติลับระดับสูงที่อาจเป็นประโยชน์แก่ลูกหลานในอนาคต บรรพบุรุษจึงกำชับให้สัตว์อสูรคิงคองขนขาวทุกตัวที่ขึ้นเป็นจ่าฝูงต้องรักษาเอาไว้เสมอชีวิต
ปกติคิงคองขนขาวจินแก้งจะรักษาและดูแลมันยิ่งชีวิตไม่ยินยอมบอกให้ใครรู้เกี่ยวกับสมบัติลับชี้นนี้แม้ในฝูงคิงคองเองก็ไม่มีใครทราบมีเพียงจ่าฝูงเท่านั้นที่รู้ว่านี่คือสมบัติวิเศษ
แต่คราวนี้เพราะอำนาจของศิลาผนึกตราทาสโบราณจึงทำให้มันหลงลืมคำเตือนของบรรพบุรุษจนหมดสิ้นเมื่อได้ยินฟงอวิ๋นถามขึ้นเรื่องวิธีการสยบสัตว์อสูรมันก็รีบเสนอหน้าทันทีด้วยความลืมตัว
“เยี่ยม!”ฟงอวิ๋นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเอาไอเทมกำไลบนข้อมือของคิงคองขนขาวจินแก้งออกมาตรวจสอบดู
กำไลเทพอสูรกิลกาเมซ ระดับ ???
กำไลของเทพอสูรกิลกาเมซเป็นไอเทมที่สามารถควบคุมสัตว์อสูรให้เชื่อฟังได้โดยสัตว์อสูรต้องอยู่ในระยะทางไม่ห่างจากร่างของผู้ครอบครองกำไลมากเกินไประยะห่างและการส่งผลบังคับผกผันกับระดับชั้นปราณของผู้ครอบครอง
“อ่าฮ๊ะ..ไม่เลวเลยด้วยสิ่งนี้ฉันอาจสามารถสยบราชันย์สัตว์เหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย”ฟงอวิ๋นรีบใช้มีดสั้นกรีดปลายนิ้วมือแล้วหยดเลือดลงบนกำไลทันที
ไอเททมนี้เป็นสมบัติของสัตว์เลี้ยงของเขาดังนั้นมันก็เป็นของเขานั่นเอง....0_0
ติ้ง!
ยินดีด้วยค่ะ ผู้เล่นฟงอวิ๋น ได้ครอบครองกำไลเทพอสูรกิลกาเมซ ระดับ ??? จำนวน 1 วง ค่ะ
ติ้ง!
ระบบตรวจพบไอเทมที่สามารถใช้อัพเกรดกำไลผู้เล่นได้ท่านต้องการอัพเกรดกำไลผู้เล่นหรือไม่?
ใช่/ไม่ใช่
“ใช่”ฟงอวิ่นตอบโดยไม่ต้องขบคิด เพราะถ้ามันสามารถหลอมรวมกับกำไลผู้เล่นได้มันก็จะไม่สะดุดตาผู้เล่นอื่นๆนั่นเอง อีกทั้งฟังชันก์ของกำไลก็จะมีมากขึ้นอีกด้วย
ติ้ง!
ระบบกำลังดำเนินการ โปรดรอสักครู่ ค่ะ
...............................................................................