“จื่อหลิน เธอคิดว่ายังไง” ซ่งเจ๋อถาม
จูจื่อหลินขมวดคิ้ว เธอรู้ว่าพี่สาวของเธอมีใจให้กับเสิ่นต้าไห่อย่างแน่นอน แต่ฟังจากคำพูดของเสิ่นต้าไห่เมื่อครู่ รวมถึงที่ซ่งเจ๋อเล่าให้ฟังว่าพี่สาวไปรับจ้างทำงานให้กับเสิ่นต้าไห่เท่านั้น จูจื่อหลินถึงกับเผลอพูดเสียงดัง “หรือว่าพี่เสี่ยวลี่กำลังจะถูกเสิ่นต้าไห่หลอกเหมือนไฉปาเม่ย! ดีนะเนี่ยที่มีเหตุการณ์พลัดตกแม่น้ำขึ้นมาเสียก่อน ไม่อย่างนั้นพี่เสี่ยวลี่กับพี่หย่วนคงไม่ได้ปรับความเข้าใจกันแน่”
“ขอบคุณ์ที่เมตตาทำให้พี่สาวโง่ๆ ของฉันตาสว่างแล้วรอดพ้นจากไอ้ผู้ชายจอมเสแสร้งคนนั้นมาได้” จูจื่อหลิ่นพนมมือไว้ฟ้าดิน จากนั้นเธอก็หันไปพูดกับซ่งเจ๋อ “ฉันบอกพี่ตรงๆ เลยนะ ก่อนหน้านี้ฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่าพี่สาวของฉันจะกล้าทิ้งสามีดีๆ อย่างพี่หย่วนเพื่อไปหาไอ้คนเมืองหน้าขาวนั่น ไม่แน่นะพี่เจ๋อ บางทีข่าวลือในหมู่บ้านอาจจะเกิดจากเสิ่นต้าไห่เป็คนปล่อยออกมาเองก็ได้ เขาคงอยากทำลายความสัมพันธ์ของพี่หย่วนกับพี่สาวของฉัน จากนั้นเขาก็คงจะหลอกให้พี่สาวของฉันไปหลงรักเขา พี่สาวฉันก็ค่อนข้างจะโง่ไง ถ้าไม่ตกน้ำไปก่อนคงหลงคารมเสิ่นต้าไห่เข้าสักวัน”
ซ่งเจ๋อได้ยินจูจื่อหลินต่อว่าพี่สาว เขาถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง “ถ้าพี่สะใภ้มาได้ยินเธอต่อว่าเขาอย่างไม่มีชิ้นดีแบบนี้ มีหวังเธอคงถูกพี่สะใภ้เขกมะเหงกไปหลายทีแน่”
“ฉันพูดจริงนะ พี่สาวของฉันเรียนหนังสือก็เก่งอยู่หรอกแต่ไม่ค่อยทันคนสักเท่าไหร่” จูจื่อหลินถอนหายใจโล่ง “แต่เรามาได้ยินคำพูดของเสิ่นต้าไห่ก็ดีเหมือนกัน ต่อไปฉันจะได้ไม่เข้าใจพี่สาวฉันผิด ส่วนพี่ก็กลับไปเล่าให้พี่หย่วนฟังด้วยล่ะว่าความจริงมันเป็ยังไง”
“ต่อให้ฉันไม่กลับไปเล่าให้ฟัง พี่ชายของฉันก็เชื่อคำพูดของพี่สะใภ้อยู่แล้ว” ซ่งเจ๋อมองจูจื่อหลิน “ว่าแต่ทำไมเธอไม่เรียกพี่ชายฉันว่าพี่เขยล่ะ ทำไมยังเรียกพี่หย่วนอยู่ได้”
“ก็ฉันชินนี่นา ั้แ่จำความได้ฉันก็เรียกเขาว่าพี่หย่วน แล้วฉันก็เรียกพี่ว่าพี่เจ๋อมาตลอดไม่ใช่เหรอ” จูจื่อหลินเห็นสีหน้าไม่พอใจของซ่งเจ๋อ เธอจึงรีบเปลี่ยนคำพูด “ได้ๆ ต่อไปฉันจะเรียกพี่หย่วนว่าพี่เขย พี่พอใจหรือยัง”
“ฉันก็ไม่ได้ไม่พอใจหรอก เธอก็รู้ว่าปากของคนในหมู่บ้านเราเป็ยังไง ถ้าขืนเธอยังเรียกชื่อพี่ชายฉันอยู่อย่างนี้ มีหวังคนได้เอาไปนินทาหาว่าเธออยากตีท้ายครัวพี่สาวของตัวเองก็ได้ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าปีก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่งะโน้ำเพราะถูกคนปรักปรำว่าหลงรักพี่เขยของตัวเองน่ะ” ซ่งเจ๋อมองจูจื่อหลินอย่างตักเตือน “ฉันเตือนเธอด้วยความหวังดีหรอกนะ”
“ปากชาวบ้านฆ่าคนได้จริงๆ ฉันยังเคยร้องไห้ให้ผู้หญิงคนนั้นด้วยนะ” จูจื่อหลินนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อปีก่อนก็ตัวสั่น จากนั้นเธอก็เปลี่ยนเป็ยิ้มกว้าง “ขอบคุณนะพี่ชาย ต่อไปฉันจะไม่ลืมอีกแล้ว”
“เราสี่คนโตมาด้วยกันเหมือนพี่น้อง ถึงแม้พี่เสี่ยวลี่จะเปลี่ยนจากพี่สาวมาเป็พี่สะใภ้ของฉัน แต่เธอก็ยังเป็น้องสาวคนเล็กของฉันเหมือนเดิมนะ” ซ่งเจ๋อยิ้มให้จูจื่อหลินอย่างจริงใจ ครอบครัวของเขากับครอบครัวจูสนิทสนมกันมานาน ทั้งเขาและพี่ชายต่างก็ปกป้องจูเสี่ยวลี่กับจูจื่อหลินมาตลอด แม้จูเสี่ยวลี่ได้ไปเป็สะใภ้บ้านซ่งแล้ว แต่เขากับพี่ชายก็ยังปกป้องจูจื่อหลินในฐานะน้องสาวอยู่เหมือนเดิม “ไปเถอะ ไปช่วยผู้ใหญ่เก็บข้าวในนากัน วันนี้เสียเวลาไปมากแล้ว ฉันไม่อยากเสียแต้มการทำงานไปมากกว่านี้”
“ได้เลย ฉันก็ไม่อยากเสียแต้มการทำงานไปมากกว่านี้แล้วเหมือนกัน” จูจื่อหลินหุบยิ้มแล้วย่นจมูก “ถ้าไม่เพราะพี่สาวของฉันทำให้เสียเวลา วันนี้ฉันคงทำงานได้หกแต้มแล้ว”
“เอาน่า เสียแต้มการทำงานไปนิดหน่อยแต่ทำให้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ปรับความเข้าใจกันได้ ฉันว่ามันก็คุ้มแล้วนะ”
“พูดถึงเื่ปรับความเข้าใจ” จูจื่อหลินยิ้มพร้อมกับหรี่ตามองซ่งเจ๋อ “พี่ปรับความเข้าใจกับพี่สาวคนสวยคนนั้นแล้วหรือยัง”
“เป็เด็กเป็เล็กจะมายุ่งเื่ของฉันทำไมเนี่ย” ซ่งเจ๋อใช้มือขยี้ผมจูจื่อหลิน “ไปทำงานได้แล้ว”
“พี่เจ๋อ พี่หยุดเลยนะ!” จูจื่อหลินลูบตัวเองให้เข้าที่ “มาทำให้ผมฉันยุ่งได้ยังไง เดี๋ยวฉันก็ไม่สวยกันพอดี”
“ก็ใครใช้ให้เธอมายุ่งเื่ของฉันกันเล่า”
“ก็ไม่ได้อยากยุ่งเท่าไหร่หรอก แต่ฉันแค่ไม่อยากให้พี่ต้องมาเสียใจทีหลัง” จูจื่อหลินมองซ่งเจ๋ออย่างจริงจัง “ปีนี้พี่เพิ่งอยู่ชั้นมัธยมต้นปีที่หนึ่ง พี่ก็เลยใจเย็นคิดว่าอีกหลายปีกว่าจะเรียนจบชั้นมัธยมปลายใช่ไหม แต่พี่รู้ไหมว่าเวลาแต่ละวันมันผ่านไปเร็ว ถ้าพี่ชอบพี่คนสวยคนนั้น พี่ก็ต้องบอกความในใจกับเธอ แต่ถ้าพี่ไม่บอกให้เธอรู้ว่าพี่รู้สึกยังไงกับเธอ พี่จะไม่มาเสียใจทีหลังใช่ไหม”
“ยัยเด็กแก่แดด ปีนี้ฉันเพิ่งอายุสิบสาม ฉันยังไม่คิดถึงเื่ความรักอะไรนั่นหรอก ส่วนเธออายุแค่สิบสองแต่กลับมาสอนฉันเื่ความรัก ดูท่าวันว่างคงอ่านแต่หนังสือไม่เป็ประโยชน์พวกนั้นสินะ” ซ่งเจ๋อหรี่ตามองน้องสาว “ให้ฉันเอาเื่นี้ไปบอกพี่ชายฉันไหม”
“อย่านะ! พี่อย่าเอาเื่นี้ไปบอกพี่เขยเป็อันขาด” จูจื่อหลินขอร้องอย่างน่าสงสาร “ถ้าพี่เขยรู้ว่าฉันแอบอ่านหนังสือนิยาย พี่เขยต้องให้ฉันไปท่องหนังสือกับเขาอีกแน่ หรือไม่อย่างนั้นเขาคงจะสอนวิชาคณิตศาสตร์อะไรพวกนั้นให้ฉันอีก บอกตามตรงว่าฉันเห็นตัวเลขพวกนั้นแล้วฉันปวดหัว พี่อย่าใจร้ายกับฉันอย่างนั้นเลยนะ”
ซ่งเจ๋อเห็นสีหน้าอมทุกข์ของจูจื่อหลินก็หัวเราะเสียงดัง “ก็ใครใช้ให้เธอมันหัวช้ากันเล่า แล้วอย่างนี้จะไปสอบเข้าโรงเรียนมัธยมในตำบลที่เดียวกับฉันได้หรือเปล่า”
“สอบไม่ได้ก็ดีสิ ฉันจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินค่าลงทะเบียนเรียน ฉันจะได้เก็บเงินส่วนนั้นไว้ไปเรียนตัดเสื้อ”
“เธออยากเรียนตัดเสื้อเหรอ?”
“ฉันเรียนหนังสือไม่เก่งเหมือนพี่เสี่ยวลี่ แล้วฉันก็ชอบงานเย็บปักมากกว่าเรียนหนังสือ แต่พ่อกับแม่อยากให้ฉันเรียนให้จบชั้นมัธยมต้นก่อน พวกเขาบอกว่าเรียนจบชั้นมัธยมจะได้หางานได้ง่ายๆ” จูจื่อหลินถอนหายใจ “แต่ฉันคิดว่างานตัดเสื้อก็รายได้ดีอยู่นะ”
“แต่ฉันเห็นด้วยกับคุณอาจูกับคุณอาหญิงจูนะ เอาไว้ให้เธอเรียนจบชั้นมัธยมต้นก่อน จากนั้นเธอค่อยไปเรียนตัดเสื้อ เป็ผู้หญิงมีความรู้ไว้มากหน่อยก็จะดี พี่ชายฉันบอกว่าในอนาคตคนที่รู้หนังสือจะหางานได้ง่ายกว่าคนอื่น”
“นับวันพี่ยิ่งเหมือนพี่เขยเข้าไปทุกที” จูจื่อหลินวิ่งไปในนาเพื่อเริ่มงาน แต่เธอยังไม่ลืมจะหันมาบ่นพี่ชาย “บ่นมากระวังจะแก่เร็วนะ ถึงตอนนั้นคนจะเข้าใจว่าพี่อายุสามสิบเอ็ดไม่ใช่สิบสาม”
“ยัยเด็กคนนี้นี่” ซ่งเจ๋อส่ายหน้าแล้วยิ้มให้กับความแก่นซนของน้องสาว แต่พอนึกไปถึงคำพูดของเธอ เขาก็รู้สึกเศร้า ‘เธอจะให้ฉันไปบอกความรู้สึกกับเขาได้ยังไง ในเมื่อฉันกับเขาฐานะต่างกันขนาดนี้’
“ผมจะตามอาเจ๋อไปทำงานในนา คุณพักผ่อนอยู่บ้านกับแม่ก็แล้วกัน” ซ่งหย่วนบอกภรรยา
“ฉันแค่ตกน้ำไม่ได้ป่วยหนักอะไร ให้ฉันตามคุณไปทำงานเถอะนะ” จูเสี่ยวลี่พูดอ้อน “ฉันสัญญาว่าถ้าฉันทำงานไม่ไหวหรือรู้สึกไม่สบาย ฉันจะกลับมาพักทันที แต่ตอนนี้ให้ฉันไปช่วยคุณเถอะนะคะ”
“เธอจะมาขยันอะไรตอนนี้” แม่ซ่งพูดขัดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย “อย่ามาทำให้เราเสียเวลางานหน่อยเลย เธอฟังอาหย่วนแล้วพักผ่อนอยู่บ้านให้ดี ให้มั่นใจว่าไม่ได้ป่วยไม่ได้ไข้ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะให้เธอทำงานทั้งวันทั้งคืนเลยดีไหม ถึงตอนนั้นอย่ามาบ่นหรืออย่ามาร้องไห้ว่าฉันใช้งานเธอหนักไปล่ะ”
จูเสี่ยวลี่ไม่อยากถูแม่สามีดุ เธอจึงต้องรับคำ “ก็ได้ค่ะ วันนี้ฉันพักผ่อนอยู่บ้านก่อนก็ได้ แต่ถ้าฉันไม่ได้ป่วย พรุ่งนี้ฉันจะไปทำงานในนาพร้อมทุกคนนะคะ”
“แกก็ไปได้แล้ว จะมายืนมองอะไรนักหนา เมียแกไม่หายไปไหนหรอกน่า” แม่ซ่งผลักลูกชายให้เดินออกจากประตู ไม่วายที่เธอจะหันมากำชับลูกสะใภ้ “เธอพักผ่อนอยู่บ้านให้ดีล่ะ”
“ค่ะแม่” จูเสี่ยวลี่จำใจต้องรับคำ เธออยากปรับปรุงตัวใหม่และอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอไม่ใช่ตัวี้เีเหมือนเดิมแล้วแท้ๆ แต่สามีกับแม่สามีกลับไม่ยอมให้เธอทำงาน “ไม่เป็ไร ฉันทำงานบ้านรอพวกคุณก็ได้ใช่ไหม”
จากนั้นจูเสี่ยวลี่ก็เริ่มทำความสะอาดบ้าน ก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้ว่าเงินของเธออยู่ที่เสิ่นต้าไห่ยี่สิบหยวน “เอาไงดีล่ะทีนี้ เงินตั้งยี่สิบหยวนเชียวนะ รอให้อาหย่วนกลับมาแล้วค่อยไปทวงเงิน หรือว่าฉันจะไปทวงเงินจากเสิ่นต้าไห่คนเดียว”
“เสิ่นต้าไห่อะไรอีก!” ซ่งหย่วนถามเสียงเข้ม
“คุณกลับมาได้ยังไง” จูเสี่ยวลี่มองไปที่ประตู “แล้วแม่ล่ะ”
“แม่ไปทำงานในนาแล้ว”
“แม่ไปทำงานแล้วคุณกลับมาทำไม ไม่ไปทำงานกับแม่เหรอ”
ซ่งหย่วนอึกอัก เขาจะบอกได้ยังไงว่าเขาขอแม่ว่าเขาจะไม่ไปทำงานเพราะเป็ห่วงกลัวว่าเธอจะไม่สบาย เขาก็เลยอยากกลับมาอยู่เป็เพื่อนเธอ ขอโทษนะแม่! ซ่งหย่วนคิดในใจ “แม่เป็ห่วงกลัวว่าคุณจะไม่สบายก็เลยให้ผมกลับมาอยู่เป็เพื่อนคุณ”
“ที่แท้ก็กลับมาเพราะคำสั่งของแม่” จูเสี่ยวลี่พยักหน้าเข้าใจ
ซ่งหย่วนไม่อยากให้ภรรยาเข้าใจผิด แต่เขาก็อายเกินกว่าที่จะอธิบายให้ภรรยาฟังว่ามันเป็ความ้าของเขาเอง เขาจึงพูดเปลี่ยนเื่ “เมื่อกี้ผมได้ยินคุณพูดถึงเสิ่นต้าไห่ ทำไม...อยากไปหาเขาเหรอ”
“ไม่ใช่ว่าอยากไปหา ฉันแค่คิดว่าฉันจะไปทวงค่าจ้างที่เขาค้างไว้ยังไงดี เฮ้อ...คิดแล้วก็เสียดาย เงินไม่ใช่น้อยๆ เลย”
“เขาค้างเงินคุณเยอะมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เยอะสิ ทั้งค่าจ้าง ค่าของป่า ค่าฟืน แล้วก็อะไรอีกหลายอย่างที่ฉันหามาขายให้เขา รวมๆ แล้วก็ยี่สิบหยวน” จูเสี่ยวลี่ทำหน้าเสียดาย “แต่คุณบอกว่าไม่ให้ฉันติดต่อกับเขาแล้ว ฉันก็เลยคิดไม่ตกว่าควรไปทวงเงินจากเขาดีหรือจะปล่อยหนี้ก้อนนี้ไป”
“เงินตั้งยี่สิบหยวนคุณจะทิ้งมันไปง่ายๆ อย่างนี้ได้ยังไง ไม่เสียดายบ้างหรือ” ซ่งหย่วนเสนอ “ให้ผมพาไปทวงไหม”
“คุณพูดจริงเหรอ คุณจะพาฉันไปทวงเงินกับเสิ่นต้าไห่จริงๆ เหรอ อย่ามาล้อฉันเล่นนะ” จูเสี่ยวลี่ถามอย่างดีใจ
“ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ” ซ่งหย่วนขำกับท่าทางของภรรยา
“ดีใจสิ ดีใจมากด้วย เงินตั้งยี่สิบหยวนเลยนะคุณ ฉันลงแรงไปกับมันมากเท่าไหร่คุณไม่รู้หรอก” จูเสี่ยวลี่ย่นจมูกใส่สามี “ก็ไม่เพราะฉันอยากหาเงินก้อนนี้มาหรือไงถึงทำให้คุณไม่ไว้ใจฉัน บางทีคุณอาจจะคิดเหมือนชาวบ้านว่าฉันกับเสิ่นต้าไห่มีอะไรกันไปแล้วใช่ไหมล่ะ”
“ใครจะไปคิดร้ายกับภรรยาของตัวเองอย่างนั้นกัน ไปเถอะ...ผมจะพาคุณไปทวงเงิน” ซ่งหย่วนบอก ความจริงแล้วเื่เงินยี่สิบหยวนเป็แค่เื่เล็ก ในอนาคตเขาทำงานเก็บเงินมาชดเชยให้เธอทีหลังก็ได้ แต่ที่เขาอยากไปเจอเสิ่นต้าไห่ก็เพื่อจะหาข้ออ้างซัดเ้าหน้าขาวนั่นสักครั้ง เอาให้จำให้ได้ว่าอย่าคิดจะมายุ่งกับเมียของเขาและยังเอาเื่ของเมียเขาไปพูดในทางเสียๆ หายๆ อีก