ทั้ง 3 มุดเข้าไปในช่อง สี่เหลี่ยม เดินตามเส้นทางที่พิกัดกำหนดไว้ ไปถึงท่ออุโมงค์ทิ้งสิ่งปฏิกูลอีกเส้นหนึ่ง อุโมงค์นี้เป็นของเก่าที่เมืองไม่ได้ใช้แล้วมีสิ่งปฏิกูลเหม็นเน่าคละคลุ้งไปหมด เนื่องจากไม่มีที่ระบายออกไปทางไหน “ภายใต้หน้ากากจิ้งจอกมีเสียงบ่นเบาๆออกมาตลอดเวลา หน้ากากกอริลลาไม่ได้ยินเสียงเหล่านั้นแต่ก็อดประหลาดใจในพฤติกรรมของหัวหน้า ตรงกับข้ามกันนาฟ ที่ได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน คราแรกก็รู้สึกขบขันแต่พอบ่อยขึ้น นาฟก็เริ่มจะหงุดหงิด อยากจะปิดโสตสัมผัสเหมือนกัน “บ่นได้ตลอดจริงๆ
ทั้งสามเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์จนกระทั้ง เครื่องตรวจส่งสัญญาณ หญิงสาวเอาเครื่องตรวจวนดูรอบๆ ปรากฏสัญญาณส่งมาทางใต้พื้นที่ยืนอยู่
หญิงสาวไม่รอช้า เอานิ้ววาดเป็นรูปวงกลมที่พื้น แล้วดึงแผ่นวงกลมนั้นขึ้นมา ทั้งหนา ทั้งใหญ่ การกระทำที่สุดง่ายนี้ ล้วนอยู่ในสายตาคนทั้งสอง ซึ่งต่างอึ่งไปคนละแบบ หน้ากากกอริลลา อยากจะเอ่ยคำ แต่ก็ไม่กล้า
ส่วนนาฟมองพลังของแม่สาวจิ้งจอกนี้ อย่างชื่นชม
ทั้งสาม กระโดดลงไปข้างล่าง ปรากฏเป็นอุโมงค์ที่ดูแล้วพึ่งสร้างเสร็จมีขนาดใหญ่เพียงแค่ให้รถวิ่งผ่านได้ มีเครื่องกำเนิดแสงไฟ ส่องทางไว้เป็นระยะ นาฟชันเข่าลงเอามือทาบที่พื้น แล้วชี้มือไปทางทิศเหนือ
“มีรถเคลื่อนพลัง จำนวน 5 คันเคลื่อนผ่านไปทางนั้นเมื่อประมาณ 15 นาทีที่แล้ว หน้ากากกอริลลามองตามเส้นทางนั้น “เอาไงต่อครับหัวหน้า
“นายคนนั้น! นำทางไปทีสิ ดูท่าประสาทสัมผัสจะดี เส้นทางนี้คงพาไปสู่ “โถงพักของ”
นาฟพยักหน้าแล้วเคลื่อนตัวออกไปทันที ทั้งสามใช้ความเร็วค่อนข้างสูงในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่นาน ก็วิ่งมาได้เกือบ 5 กิโลเมตรนาฟสังเกตอุโมงค์นี้มาตลอดทาง สิ่งนี้มีอยู่มากมายมีอยู่หลายเส้นทาง อยู่เบื้องล่างของอาณานิคมมาตลอด อดนับถือคนที่คิดและสร้างไม่ได้
ขณะเคลื่อนที่ อยู่ๆ นาฟกำมือยกมือขึ้นทั้งสองที่ตามมาหยุดและหมอบลงตามท่าทีของนาฟ หน้ากากจิ้งจอกขยับขึ้นมาด้านข้าง “เป็นยังไงบ้าง?
อีก 200เมตร จะเป็นจุดสิ้นสุดของอุโมงค์นี้ต่อจากนั้นเป็นทางลาดชันลงไปสู่ห้องโถงใหญ่ มีกลุ่มคนราวๆ 50 คนอยู่ในโถงนั้น
“หน้ากากกอริลลาขยับขึ้นมาทำท่าจะถาม “ว่ารู้สิ่งนี้ได้ไง” แต่ไม่ทันจะเอ่ยก็มีมือเรียวเล็กยกมาห้ามไว้
นาฟเอ่ยต่อ “มีทหารฉีดพลัง 2 นาย เฝ้าอยู่สุดทางนี้ เดี๋ยวข้าจัดการเองแล้วพวกท่านค่อยติดตามมา “หน้ากากจิ้งจอกพยักหน้า
นาฟพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่นาน นาฟส่งสัญญาณมือให้ทั้งสองคนตามมาได้
พอทั้งสอง มาถึง เห็นทหารฉีดพลัง 2 นาย ยืนค้างแข็ง อยู่กับที่ ดวงตายังลืมอยู่แต่เหมือนไม่มีสติ เสมือนยืนปฎิบัติหน้าที่ดั่งเดิม
พอมองลงไปยังห้องโถงเบื้องล่าง ปรากฏคนราวๆ50 คน แบ่งออกเป็นสองฝั่งกลุ่มสมาคมใต้ดิน มีความชัดเจนจากชุดที่สวมใส่ มีทหารฉีดพลังราว 25 คน มีคนสวมชุดคลุม มีฮู้ดอยู่ 2 คน
อีกฝั่งเป็นกลุ่มคน ราว 20 กว่าคนใส่ชุดดำทั้งหมดมีหมวกโม่งปิดหน้าตา พร้อมรถเคลื่อนพลังอีก 5 คัน
โถงอุโมงค์ค่อนข้างใหญ่ โดยรอบโถงมีเส้นทางอุโมงค์แยกออกไปอีก 3 ทาง อยู่ๆหน้ากากจิ้งจอกเอ่ยขึ้น “โถงพักของ” เป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางอุโมงค์หลายร้อยสายของพวกมัน เวลาเกิดการต่อสู้กัน พวกมันมักจะใช้กลไกปิดตายเส้นทางอุโมงค์ “ฉะนั้นเราต้องใช้เวลาปฎิบัติภารกิจและถอนตัวให้เร็วที่สุด
“หัวหน้าข้าขอพูดได้บ้างรึยัง?
“จะพูดก็รีบพูด หน้ารำคาญ!
หน้ากาก กอริลลาถึงกับสะอึกไปอีกรอบ “ที่องค์กรเลือกให้ข้าทำงานนี้ก็เพราะส่วนนึงมาจากการใช้ความสามารถจากพลังของข้า
“ข้าเป็นมือระเบิด! สิ่งที่ข้าระเบิดได้ เป็นพวกสิ่งของ และข้าต้องได้สัมผัสกับสิ่งนั้น “ข้ายอมรับว่าพลังการต่อสู้ของข้าไม่สูงมาก แต่สิ่งที่ข้าระเบิดได้ล้วนกลายเป็นจุลในพริบตา
นาฟเข้าใจที่หน้ากากกอริลลา ว่ามา ล้วนสมเหตุผลการทำลายสารประเภทนี้ต้องใช้การระเบิดและเผาไหม้ที่รุนแรง เพื่อทำลายอย่างสิ้นซากจริงๆไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ “แต่หมายความว่าต้องมีคนคุ้มกันให้เจ้ากอริลลาให้เข้าไปใกล้รถเคลื่อนพลังเหล่านั้น
“ข้าคุ้มกันเจ้าลิงนี้เอง!
นาฟยกมือขึ้นห้าม “เจ้าก็รู้ดีว่ามันเสี่ยงเกินไป คนทั้ง 50คนเหล่านั้นมีทั้งทหารฉีดพลัง และผู้ใช้พลัง
“แล้วจะเอายังไงล่ะ เจ้าแมว?
นาฟหันไปมองแม่สาวอารมณ์แปรปรวนนางนี้ “ข้ากับหน้ากากกอริลลา จะปลอมเป็นทหาร2 นายเบื้องหน้านี้ “อีกเดี๋ยวจะแลกเปลี่ยนสินค้ากันเสร็จ ทหาร 2นายนี้จะต้องเดินลงไปรวมกับกลุ่ม เพื่อคุ้มกันของเคลื่อนย้ายกลับฐาน
“ส่วนแม่นางหัวหน้า ท่านพอจะมีวิธีพาพวกเรากลับขึ้นมาได้หรือไม่”
หน้ากากจิ้งจอก พ่นลมหายใจเริ่มหงุดหงิดกับคำพูดสำบัดสำนวนของนาฟ
“แน่นอน ข้าเป็นผู้ใช้พลังมิติที่เก่งที่สุด ทำไมจะไม่มีทางล่ะ จากนั้นหยิบแผ่นกลมเล็กๆ ออกมา ยื่นให้นาฟ
พอเจ้าลิงนั้นสัมผัสกับรถเคลื่อนพลังทั้ง 5 คันแล้วให้เจ้าวางแผ่นนี้ลงที่พื้นจะเกิดเคลือข่ายมิติที่ข้างได้สร้างไว้
แล้วพวกเจ้าก็กระโดดลงไปพวกเจ้าก็จะไปโผล่อยู่ ทางที่เราเข้ามาเอง
“เป็นไงล่ะ! แบบนี้ช่วยพวกเจ้าได้มั๊ย?
หน้ากากจิ้งจอก พูดไปเชิดหน้าไป “ขอบคุณครับท่านหัวหน้า นาฟหยิบแผ่นกลมนั้นมา
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอฝากโล่นี้ไว้กับท่านได้หรือไม่? หน้ากากจิ้งจอกไม่พูดอะไรแต่ยื่นมือออกมา นาฟปลดโล่ที่แขวนอยู่ด้านหลังส่งให้นาง ไม่นานก็ปลดหน้ากากออก หน้ากากกอริลลาหันมอง ข้าว่าแล้ว “ท่านน้ำตาเลือด!