เมื่อขาดนิกกี้ที่เป็นตัวโจมตีหลักไปการต่อสู้เป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ด้วยการ์ดมังกรอันเดดที่แทนเรียกออกมาได้ ผนวกเข้ากับการ์ดแอเรียที่บลานซ์ใช้ออกมาในลักษณะอวตารก็ทำให้สามารถยันการโจมตีของบอสไว้ได้แต่ในครั้งนี้เวทโจมตีของคอสไม่รุนแรงเหมือนเคยนั่นเป็นเพราะว่าบอสทั้งสองเป็นสายจอมเวทเช่นกันจึงทำให้มีพลังป้องกันคาถาสูงกว่ามอนสเตอร์อื่นๆ มาก
“แอเรีย!”เสียงหนึ่งเรียกใช้การ์ดแอเรียระดับF ‘บาซ่าร์แห่งคัลเดีย’ เสียงของชายหนุ่มที่ไม่เคยออกหน้าโจมตีศัตรูเอ็ดเวิร์ด...พ่อค้าใหญ่จากมหานครคัลเดีย
หลังจากสิ้นเสียงเรียกใช้การ์ดที่ถูกเลือกก็เปลี่ยนกลายเป็นประกายแสงการ์ดแอเรียที่เอ็ดเวิร์ดได้มาด้วยเงื่อนไขที่ว่า ‘ผู้เล่นคนแรกที่มีเงินถึงหนึ่งร้อยล้านกิลและตั้งร้านค้าอยู่ในบริเวณตลาดของเมืองคัลเดีย’
เมื่อการ์ดแสดงผลเหรียญทองจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏออกมา มันถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่างแสงที่อัดแน่นไปด้วยพลัง และเป้าหมายของเหรียญทองทั้งหมดนั้นก็อยู่ที่บอสทั้งสองตนดาร์กวิชชันนารี และดาร์กแคร์เทกเกอร์
“กระเป๋าฉีกเป็นล้านแน่ๆงานนี้!” เอ็ดเวิร์ดตะโกนขึ้นก่อนเหรียญทองทั้งหมดจะพุ่งเข้าใส่ร่างของบอสแล้วเกิดระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“542,442!”
“542,442!”
ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงจนทุกคนตกตะลึง บอสทั้งสองตนที่ถูกโจมตีไปก่อนหน้านี้บ้างแล้วสลายไปพร้อมกันทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าไม่คิดว่าเอ็ดเวิร์ดจะสร้างความเสียหายระดับนี้ได้ และก็เป็นแทนที่พูดออกมาก่อนใคร
“เจ๋งมากพี่เอ็ด!”แทนที่กำลังเหนื่อยกับการโจมตีหันมาตะโกนอย่างดีใจแต่ดูเหมือนว่าสีหน้าของเอ็ดเวิร์ดดูไม่ค่อยดีใจนัก
“หมดไปล้านกว่าเลยตู...”เสียงของพ่อค้าใหญ่พูดขึ้นหลังจากที่เรียกหน้าจอแสดงสถานะตัวเองออกมาสำรวจเขาพบว่าเงินของเขาหายไปกว่าหนึ่งล้านกิล...

“ตูต้องหาเกือบวันเลยนะเฟ้ย!”เอ็ดเวิร์ดบ่นเสียงดังในขณะที่คนอื่นซึ่งไม่รู้ถึงความสามารถของการ์ดได้แต่ทำหน้างง หลังจากนั้นระบบก็แจ้งถึงผลการต่อสู้และกลุ่มของแทนก็ได้การ์ดจากบอสตนนี้อีก 1 ใบ
การ์ดระดับ14 ดาว... ดาร์กไลท์ซอเซอร์เรอร์ การ์ดที่เมื่อเรียกใช้จะปรากฏจอมเวทขึ้นพร้อมกันถึงสองตนเป็นการ์ดท่ใช้โจมตีพร้อมกับสนับสนุนไปในตัว
“ลิน!”แทนจัดการยกการ์ดใบที่เพิ่งได้มาให้กับลิน ซึ่งเป็นผู้เล่นสายสนับสนุนของปาร์ตี้“พี่เอ๊ดคราวหลังใช้อีกนะการ์ดเจ๋งๆ แบบนี้น่ะ!” ชายหนุ่มในชุดสีดำหันไปบอกเพื่อรุ่นพี่ของตัวเอง
“เป็นไปได้อย่าดีกว่ากระเป๋าฉีกยับเยิน...” เอ็ดเวิร์ดบ่นพร้อมกับเบ้หน้าด้วยความเสียดายเงินจำนวนที่เสียไป
ผู้เล่นเคลียร์เงื่อนไขเข้าสู่บัลลังก์ที่ถูกลืมได้สำเร็จประตูแห่งเวลาที่ไหลผ่านเปิดออกแล้ว...
เมื่อสิ้นเสียงจากระบบแทนหันไปพยักหน้ากับทุกคน ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่าครั้งต่อไปคือการต่อสู้กับบอสของบททดสอบในครั้งนี้ราชาผู้ถูกหลงลืม...มอนสเตอร์ระดับบอสซึ่งมีเลเวลมากถึง 187…
ทุกคนหยุดพักเตรียมตัวพร้อมกับรอพลังของพวกเขาฟื้นคืนทุกคนจัดการตรวจดูว่ามีการ์ดใบไหนที่น่าเปลี่ยนเข้าใส่เด็คของตัวเองและในที่สุดทุกอย่างก็ถูกเตรียมพร้อม ทั้งห้าคนมาอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ซึ่งมีหอคอยทั้งสองขนาบข้าง
“เรารีบไปกันเถอะครับเวลาของผมน่าจะเหลือไม่มาก” คอสพูดประโยคคล้ายๆ เดิมอีกครั้งโดยที่แทนหันไปหาบลานซ์ก่อนจะพยักหน้าให้เพื่อนของเขา
“ไปกันเถอะบลานซ์”แทนพูด และหลังจากนั้น ชายหนุ่มในชุดอัศวินที่ออกไปเป็นแนวหน้าก็ออกแรงผลักบานประตูสู่ห้องที่มีบังลังก์สีทองทรุดโทรมอยู่ที่สุดสายตาบัลลังก์ที่สร้างจากอาวุธนับไม่ถ้วน บัลลังก์ที่มีบันได้ทอดยาวขึ้นไปนับสิบขั้นบัลลังก์ที่อยู่ในห้องโถงขนาดยักษ์ภายในตัวปราสาทที่ผุพังและทรุดโทรมราวกับถูกลืมโดยกาลเวลา...
แบกเดอมากัส ราชาผู้ถูกหลงลืม เลเวล 187 ปรากฏตัว...
“แบกเดอมากัส…?”บลานซ์ทวนชื่อที่ระบบประกาศออกมา
“มีอะไรรึบลานซ์”แทนที่อยู่ใกล้ๆ ถามด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คำตอบบอสแห่งปราสาทในสายหมอกโรเมนีลิสก็ปรากฏตัวอยู่บนบัลลังก์แห่งคมอาวุธ...
อัศวินที่ขนาดตัวไม่ได้สูงไปกว่าบลานซ์สักเท่าไรนั่งโน้มตัวมาด้าหน้าเล็กน้อยใบหน้าก้มต่ำ ชุดเกราะที่สวมใส่นั้นเป็นสีดำเงาปลาบหมวกเกราะมีเขาคล้ายเขาของวัวกระทิง ส่วนอาวุธที่อยู่ในมือเป็นดาบธรรมดาพาดอยู่บนตักและที่ห่อหุ้มดาบเล่มนั้นเอาไว้ไม่ใช่ปลอกดาบ แต่มันกลับเป็นออร่าสีดำแผ่แรงกดดันออกมา
“ตัวเล็กๆ อย่างนี้เก่งชัวร์” แทนพูดขึ้นเมื่อเห็นบอสค่อยๆลุกขึ้นจากบัลลังก์ แต่สายตาของอัศวินใต้หมวกเกราะยังก้มต่ำทำให้พวกเขาไม่เห็นใบหน้าของบอสที่พวกเขากำลังจะเข้าปะทะ
“ท่าจะไม่ธรรมดา...”บลานซ์ที่อยู่ในท่าเตรียมพร้อมพูดโดยที่ไม่ละสายตาไปจากเบื้องหน้า
“แล้วมันเคยมีธรรมดาด้วยรึสำหรับพวกเราน่ะ”แทนพูดพร้อมแสยะยิ้ม “เจอมาแต่ละตัวระดับไม่เคยจะธรรมดาซักกะครั้ง”
“นั่นสินะ...”บลานซ์ที่ย่อขาลงเตรียมพร้อมเห็นด้วยหลังจากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปด้านหน้าแล้วแบออก
“ชิลด์!ดาเมจลิงค์! รีเจน!” บลานซ์เรียกใช้สกิล3 ชนิดทันที ชิลด์...ที่ลดแรงโจมตีกายภาพของศัตรู ดาเมจลิงค์...ที่ทำให้เขารับค่าความเสียหายแทนเป้าหมายได้ซึ่งเป้าหมายที่ว่าก็คือลินผู้เล่นสายสนับสนุนที่มี HP ต่ำและสำคัญมากสำหรับทีมและสุดท้าย รีเจน...สกิลที่ทำให้ HP ของผู้เรียกใช้ค่อยๆฟื้นคืนเมื่อเวลาผ่านไป
แต่ในครั้งนี้บลานซ์มีทักษะใหม่เขาได้ทักษะอีกชนิดมาจากการผ่านเลเวล 70 สกิลที่ทำให้สายอาชีพอย่างเขาสามารถทนรับการโจมตีได้มากขึ้นกว่าเดิม
“นอทิฟายดาเมจ! (NotifyDamage)”สกิลที่มีโอกาสทำให้การโจมตีของศัตรูที่โจมตีใส่ผู้ใช้ไร้ผลโดยอัตราความสำเร็จอยู่ที่ 15%
“เบลส!” ลินใช้สกิลซึ่งทำให้คาถาเพิ่มพลังที่เธอจะใช้มีผลรุนแรงขึ้นเธอเตรียมตัวในการสนับสนุนทีมอย่างเต็มที่ เพราะในตอนนี้ปาร์ตี้ของพวกเธอกลับกล่ายเป็นทีมที่ขาดสมาชิกหลักอย่างนิกกี้ไป
“เมจิก!” ลินใช้การ์ดคาถาสตรองก์อาร์เมอร์คาถาที่จะสร้างเกราะอันแข็งแกร่งลดค่าความเสียหายที่จะเกิดกับเป้าหมายให้เหลือ 50%เป็นจำนวน 5 ครั้ง และเป้าหมายของเวทมนตร์นี้ก็คือบลานซ์ที่ออกไปเตรียมรับการโจมตีอยู่แถวหน้า
“คุณบลานซ์มันจะโจมตีแล้ว!”คอสตะโกน
เมื่อได้ยินเสียงเตือน บลานซ์ก็รีบเรียกใช้การ์ดอีควิปทันทีการ์ดชุดเกราะระดับ 9 ดาวและโล่ขนาดยักษ์ ระดับ 10 ดาวที่เขาใช้อยู่เป็นประจำ...โล่ไททัน

เมื่อการ์ดทั้งสองถูกสวมใส่บลานซ์ก็เรียกใช้การ์ดเครื่องป้องกันอีก 1 ใบ การ์ดเกราะแข้ง ดีปซีกรีฟ การ์ดเครื่องป้องกันที่อยู่ในชุดเดียวกับดีปซีอาร์เมอร์ระดับ9 ดาว
“อีควิป!”
ในเวลาเดียวกับที่บลานซ์สวมใส่เกราะนั้นแบกเดอมากัส ราชาผู้ถูกหลงลืมก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกเกราะส่องแสงเสียงครางในลำคอดังสะท้อนในห้องโถงบรรยากาศกดดันราวกับถูกระเบิดกระแทกใส่ดวงใจทุกดวง หลังจากนั้นบอสก็จับดาบที่ห่อหุ้มด้วยพลังความมืดแล้วพุ่งเข้าใส่ผู้รบกวนการหลับใหลทันที
ดาบในมือวาดเป็นครึ่งวงกลมดวงตาที่อยู่ในเงามืดของหมวกเกราะส่องประกายสีแดง เสียงครางดังขึ้นอีกครั้งเสียงที่ว่าทำเอาร่างกายของผู้ได้ฟังสั่นสะท้าน หลังจากนั้นการปดปล่อยพลังโจมตีของบอสก็เริ่มขึ้น
“ดาร์กไนท์เรจ!(Dark Knight Rage)”
หลังสิ้นเสียงจากระบบที่ประกาศชื่อท่าซึ่งแบกเดอมากัสใช้ออกมาคมดาบของบอสก็ฟาดฟันใส่บลานซ์ที่ตั้งรับอย่างเต็มที่ด้วยท่าฟันสองจังหวะเป็นรูปตัววี( V)
“12,064!”
“12,064!”
ตามด้วยการฟันใส่กลางลำตัว...
“7,145!”
“เวรล่ะสิบอสตัวนี้แรงควายสุดๆ แถมออกมาก็ใส่ท่ายากเลย” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับใช้ไอเทมเพิ่มพลังให้บลานซ์
“ไอเทม! ไอเทม!” เขาเรียกใช้การ์ดไอเทมเพิ่มพบลังระดับสูงและในขณะเดียวกันลินก็ใช้การ์ดคาถาฟื้นพลังให้บลานซ์
“เมจิก!”
“+10,000!”
“+10,000!”
“+12,403!”
พลังของบลานซ์ฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้สถานการณ์ของแนวหน้าเริ่มไม่หนักหนานมากนักและในขณะนั้น แทนก็เรียกใช้การ์ดมอนสเตอร์และการ์ดอีควิปอย่างละ 1 ใบทันที
“ซัมมอน! อีควิป!” มังกรเคออส-ลอว์ถูกเรียกออกมาแทนทิ้งการ์ดมังกรมิติไอเซนเกอร์ลงในสุสานเพื่อให้เกิดมังกรสองตัวและการ์ดอีควิปที่เขาใช้ในตอนนี้ก็คือการ์ดคันศรเทพสงครามระดับ 8 ดาว...
“เปลวไฟแดงฉานพวยพุ่งแผดเผา แผดเผา แผดเผา เปลวเพลิงสีน้ำเงินมอดไหม้ มอดไหม้ มอดไหม้ มอดไหม้...”เสียงคอสเริ่มร่ายเวท“พลังแห่งเทพอัคคี ดวงใจแห่งมังกรเพลิง ดวงตาแห่งโคนอส หัตถ์แห่งอาธีน่าเพลิงอันยิ่งใหญ่จงแผดเผาสวรรค์...“ก๊อดสเลเยอร์เฟลม! (Godslayer Flame)”
เพลิงสีน้ำเงินพุ่งเข้าใส่ราชาผู้ถูกหลงลืมเกลียวเพลิงหมุนวนเป็นวงกลม หลังจากนั้นก็พวยพุ่งเข้าใส่บอสในชุดเกราะ
“178,941!” “176,379!”
“178,013!” “177,442!”
ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นราวเจ็ดแสนแต่ดูเหมือนไม่ได้ทำให้บอสสะดุ้งสะเทือนสักเท่าไร “ท่าจะลำบากแล้วสิงานนี้”คอสพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าคาถาของเขาไม่สามารถทำอะไรบอสตนนี้ได้มากนัก
“45,718!” “45,884!”
“45,941!” “45,632!”
ค่าความเสียหายปรากฏขึ้นอีกครั้งมังกรเคออสที่พุ่งเข้าใส่ราชาผู้ถูกหลงลืมถูกโจมตีอย่างรุนแรง ดาบของแบกเดอร์มากัสที่ฟันใส่มังกรแห่งความสับสนและในที่สุดเจ้ามังกรของแทนก็ไม่สามารถทนต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้มังกรเคออสสลายกลายเป็นแสงลงสู่สุสาน มันทำให้ในสุสานของแทนมีการ์ดเผ่ามังกรอยู่ 2 ใบเคออส-ลอว์ดราก้อน และมังกรมิติไอเซนเกอร์
แต่ไม่ใช่เพียงแค่มอนสเตอร์ของแทนเท่านั้นที่ถูกโจมตีบอสรวบรวมพลังไว้ที่ดาบในมือ และในที่สุดมันก็ปลดปล่อยคลื่นพลังรุนแรงออกมาเป็นวงกว้างท่าฟาดฟันที่จะทำให้ละอองแห่งความมืดระเบิดออกเป็นแนวตรง
“ดาร์กแอบโซลูท!(Dark Absolute)” สิ้นเสียงเรียกใช้การโจมตีก็ถูกปลดปล่อยค่าความเสียหายเกิดขึ้นกับกลุ่มของพวกแทนในทันที
“12,785!” “12,641!” “12,334!”
“24,243!” “24,554!” “24,387!”
“28,033!” “28,414!” “28,773!”
บลานซ์ที่อยู่หน้าสุดรับการโจมตีเข้าไปเต็มที่และเอ็ดเวิร์ดที่อยู่ในรัศมีการฟันที่เป็นแนวตรงก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และถึงแม้บลานซ์จะใช้สกิลดาเมจลิ้งไว้ก็ไม่อาจทำให้เอ็ดเวิร์ดรอดชีวิตนั่นเพราะค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมากเกินกว่าพลังชีวิตที่บลานซ์มีอยู่พวกเขาทั้งสองทนไม่สามารถต่อการโจมตีของบอสระดับสูงได้ สุดท้ายจึงกลับกลายเป็นละอองแสงเมื่อพลังชีวิตของพวกเขาหมดลง
“บลานซ์!พี่เอ็ด!” แทนตะโกนเสียงดังส่วนลินนั้นยังรวบรวมสมาธิหันไปเตรีบสนับสนุนผู้ที่จะเข้าปะทะกับบอส “บ้าเอ้ย…เข้ามาเลยไอ้ปีศาจบ้า!” ชายหนุ่มตะโกนพร้อมกับเตรียมเลือกการ์ดใบต่อไปออกมาใช้ ดวงตาเขายังฉายแววท่าเตรียมพร้อมบ่งบอกว่าไม่มีการถอยหนี
แต่ไม่ใช่แทนที่เป็นเป้าหมายต่อไปของแบกเดอร์มากัสเพราะเป้าหมายของบอสตนนี้คือคอสที่ทรุดตัวลงกับพื้นโดยไม่มีใครสังเกตเห็น...
ราชาผู้ถูกหลงลืมวาดดาบขณะพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มที่ทรุดตัวลงตรงหน้าเสียงกระกระทบพื้นหินดังสะท้อน กษัตริย์แห่งปราสาทผุพังเตรียมใช้ท่าฟาดฟันอันรุนแรงแต่ก่อนที่ท่านั้นจะถูกใช้ออกมา เสียงเบาๆ ก็แว่วมาจากร่างที่ทรุดตัวนั่งคุกเข่าอยู่ที่นั่น
“เพอร์เฟควอล!”
“0...!” “0...!”
“0...!” “0...!”
ค่าความเสียหายที่บอสโจมตีใส่กลายเป็นศูนย์พวกของแทนที่ดูอยู่ถึงกับตกตะลึง เพราะพลังการโจมตีของบอสตนนี้รู้กันดีว่าสูงขนาดจัดการกับบลานซ์ลงได้แต่นั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่กำลังจะตามมาเหตุการณ์ท่พวกแทนต้องตกใจมากไปกว่าเดิม
ร่างของคอสลุกขึ้นยืนก่อนจะเรียกใช้การ์ดถึง3 ใบ
“อีควิป!อีควิป! อีควิป!” ดาบเกราะเท้า และชุดเกราะสีทองขลิบด้วยลวดลายสีเงินถูกสวมใส่เมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้ตามมาด้วยเสียงท่องคาถา
“คมดาบแห่งผลึกปลายแหลมที่ทิ่มแทง มณีแห่งพื้นพิภพจงบังเกิด พลังแห่งแก้วใสแวววาวจงส่องสว่างพลังแห่งดาบผลึกจงฟาดฟัน...ฟิวรี่ คริวตัล เบลด! (Fury CrystalBlade)”
เสียงเรียกใช้คาถาดังขึ้นจากร่างของคอสหลังจากนั้นคมดาบในมือก็ฟาดฟันโต้กลับบอสจนร่างแบกเดอมากัสถูกดันออกไป
“53,710!” “57,696!” “56,213!”
“54,441!” “57,574!” “55,310!”
“57,916!” “55,662!” “56,917!”
ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นหนักหน่วงร่างของบอสในชุดเกระกระเด็นออกไปกระแทกผนังทำให้ฝุ่นคละคลุ้งชายที่เพิ่งโจมตีใส่บอสไปส่ายหน้าไปมาก่อจะพูดออกมาด้วยเสียงไม่พอใจ
“สลัดเอ้ย...!เจ้าคอสมันมาแส่เรื่องอะไรเข้าอีกเนี่ย!” เสียงสบถหยาบคายดังออกมาจากปากของคอสผู้เรียบร้อยตามด้วยการเรียกใช้ทักษะการโจมตีด้วยดาบ...
“เบลดออฟ เมจิกวอริเอร์ (Blade of Magic Warrior)” เมื่อถูกเรียกใช้ทักษะโจมตีนี้ส่งผลให้ดาบในมือของชายคนนั้นอาบด้วยเวทมนตร์แสงเรืองรองฉาบทั่วใบดาบ และเมื่อเขาตวัดฟาดฟันมันก็ปลดปล่อยพลังทำลายที่แม้แต่บอสยังต้องชะงัก
“73,989!” “75,996!” “76,743!”
“74,098!” “74,645!” “75,442!”
“74,556!” “75,773!” “76,314!”
ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงแต่ชายคนนั้นก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เขายังเรียกใช้สกิลเพิ่มพลังให้อาวุธของตนเองตามไปติดๆ
...สกิลที่ทำให้อาวุธในถืออยู่กลายเป็นอาวุธผลึก
“คริสตัลเวพอน(Crystal Weapon)!” ดาบในมือคนเรียกใช้ถูกหุ้มด้วยคมดาบผลึกใสทำให้ดาบเล่มที่ว่ามีขนาดใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมและผู้ที่กำลังถือมันก็กำลังควงดาบเล่มที่ว่าให้แหวกอากาศให้ปั่นป่วน
“คอส!”แทนตะโกนเรียก
“คอสอะไรของแก...!ฉันคิทเว้ย!” ชายหนุ่มที่กำลังใช้ดาบฟันใส่บอสหันมาพูดใบหน้าของเขาดูแล้วเจ้าเล่ห์ สายตาดูกร้าวกว่าคอสมาก “ตอนนี้หมดเวลาเจ้านั้นแล้ว! แปดชั่วโมงต่อไปนี้ ท่านคิทจะอาละวาดให้น่าดูชมน้องสาวตรงนั้นน่ะสายซัพใช่ไหม รีบจัดเต็มมาให้พี่เดี๋ยวนี้เลย อย่าให้พี่ตายล่ะ!”ชายที่อ้างตัวว่าชื่อคิทตะดกนสั่งลินอย่างคึกคะนอง
“เอายังไงคะพี่แทน!”ลินหันมาถามความเห็นจากแทน
คนถูกถามมองดูชายคนที่ว่าร่างในชุดเกราะนั้นกำลังเข้าไปปะทะบอสค่าความเสียหายที่ชายคนนั้นได้รับน้อยกว่าบลานซ์มาก
“ไม่มีทางเลือกเอาก็เอาวะ...” แทนพูดกับตัวเองก็จะหันไปหานักบวชประจำกลุ่ม “ตามนั้นเลยลิน! อย่าให้เจ้านั่นตายล่ะ ขืนตายขึ้นมาพวกเราจบแน่!”
หลังจากสิ้นเสียงของแทนลินก็ใช้การ์ดและสกิลที่มีอยู่ทันที
“เมจิก!เมจิก!” เธอเรียกใช้การ์ดคาถา 2 ใบการ์ดเพิ่มพลังชีวิตและการ์ดรีเจน ที่จะทำให้ค่าพลังของเป้าหมายค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา
“น่ารักมากน้องสาว!” เสียงคิทที่กำลังฟันใส่ราชาผู้ถูกหลงลืมหันมาพูดอย่างไม่ยี่หร่ะบอสที่อยู่ตรงหน้า“เดี๋ยวจบเกมนี้แล้วจะไปขอแต่งงาน!” เขาพูดก่อนจะเริ่มร่ายเวท...
แทนซึ่งขณะนี้เป็นคนโจมตีระยะไกลเรียกใช้การ์ดเพิ่มอีกการ์ดอีควิป 3 ใบถูกเรียกใช้ทันที
“อีควิป! อีควิป! อีควิป!”
คันศรมังกรถูกเรียกออกมาใช้งาน ตามด้วยการ์ดดราก้อนเรจและดราก้อนฟอร์ซึ่งมีผลเพิ่มพลังให้กับอาวุธที่กำลังใช้อยู่
“เบลสออฟ มิราจ!”เขาเรียกใช้สกิลที่จะเพิ่มร่างเงาอีกหนึ่งร่างตามด้วยอีกหนึ่งสกิลพื้นฐาน
“สปีดบูท!”
“ออกมาเลยมังกรที่เก่งที่สุดของฉัน!” แทนพูดก่อนจะเรียกใช้การ์ดมอนสเตอร์ที่เขาเพิ่งได้มาจากการต่อสู้กับมังกรซากศพอันเดดดราก้อน...
“ซัมมอน!”
