[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    91 โล่มนุษย์

    “ ให้ตายสิ ตัวอะไรมันติดอยู่ใต้ท้องรถกัน ”

    แม้อยากจะจอดรถเพื่องัดสิ่งที่อยู่ใต้ท้องรถออกมากลับไม่สามารถทำได้  กลุ่มคนที่อยู่บนรถจึงปล่อยให้รถวิ่งต่อไปเพราะถ้าหากเป็นซอมบี้มันคงจะแหวกใต้ท้องรถขึ้นมาฆ่าพวกเขาแล้ว หลายคนจึงคิดว่าสิ่งที่มุดเข้าไปใต้ท้องรถเมื่อครู่เป็นศพที่ถูกรถบัสคันข้างหน้าฆ่าตาย

    “ เกือบไปแล้วไหมล่ะ ”

    โยฮันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย การมุดเข้ามาในตัวรถอันตรายพอสมควร นับว่าโชคดีที่ร่างกายของเขาแข็งแกร่ง การบีบอัดระหว่างพื้นถนนและใต้ท้องรถหลังจากมีเขาเข้ามาแทรก หากเป็นมนุษย์ธรรมดาคงถูกบดขยี้จนกลายเป็นเนื้อติดถนน เขากลับมีร่างพิเศษจึงทำให้รถเหมือนกับวิ่งเหยียบหินก้อนใหญ่แล้วหินก้อนนั้นก็ทะลุเข้ามาใต้ท้องรถ

    หลังจากติดไปกับขบวนรถ โยฮันก็เริ่มใช้ประสาทรับเสียงแยกแยะสิ่งที่คนบนรถคุยกัน ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนสั่งการของนักสู้รอบข้าง บนรถคันที่ 4 กลับเต็มไปด้วยเสียงการพูดคุยกันสนุกสนาน ราวกับว่าพวกเขากำลังนั่งรถไปทัศนศึกษา นอกจากกลิ่นบุหรี่ที่ลอดผ่านมาจนถึงใต้ท้องรถแล้วโยฮันยังได้กลิ่นเหล้าสุรา ดูท่าจะมีการดื่มของมึนเมาระหว่างทาง

    ในการเดินทางครั้งนี้ เขาไม่ได้วางแผนว่าจะช่วยทุกคนให้เดินทางไปถึงจุดหมาย หน้าที่ของเขาคือการสืบดูว่าคนที่ใช้นามว่า A อันตรายหรือไม่  เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเขาจึงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ทันใดนั้นเองรถบัสที่วิ่งมาได้ราว 15 นาทีก็จอดนิ่งอยู่บนถนน โดยมีรถจักรยานยนต์วิ่งวนรอบๆคอยปาระเบิดขวดใส่ร่างของซอมบี้จนทำให้เกิดเสียงร้องดังระงมสะท้อนไปมา

    “ เฮ่ ทำบ้าอะไรวะ พวกแกหยุดรถทำไม! ”

    คนขับรถบัสคันที่ 4 เปิดกระจกแล้วร้องตะโกนลงจากรถ การหยุดอยู่บนถนนเพียงแค่ 1 นาทีมีโอกาสตาย เขาอยากรู้สาเหตุที่รถบัสคันด้านหน้าจอด เมื่อชะโงกหน้าออกไปดูเขาก็พบว่ามีรถมากมายจอดขวางทาง

    “ หัวหน้าได้ยินหรือเปล่า หัวหน้า! ”

    หนึ่งในคนขี่จักรยานยนต์ขับมาจอดเทียบข้างพลางร้องตะโกนขึ้นไปบนรถ ด้านหน้ามีสิ่งกีดขวางเยอะเกินไป ต่อให้พวกเขาจะสามารถเคลื่อนย้ายได้ยังคงต้องใช้เวลาหลายนาทีเพราะรถไม่ได้จอดปิดทางเพียงหนึ่งหรือสองคัน บนถนนด้านหน้าไกลออกไปนับร้อยเมตรมีรถขวางทางอยู่เป็นจำนวนมาก การเปลี่ยนเส้นทางจึงน่าจะดีกว่า หากใช้เวลาเท่ากันการเปลี่ยนไปใช้อีกเส้นทางสามารถไปได้ไกลกว่า หลังจากผ่านจุดที่มีรถขวางทางพวกเขาค่อยกลับขึ้นมาใช้ถนนหลักก็ยังไม่สาย หลังจากเสนอหัวหน้าให้เปลี่ยนเส้นทางใหม่ ชายที่นั่งอยู่บนจักรยานยนต์จึงเงียบรอฟังอีกฝ่ายตัดสินใจ

    “ เปลี่ยนก็เปลี่ยน ”

    รถจักรยานยนต์เร่งเครื่องวิ่งไปด้านหน้าบอกให้คนขับรถบัสหน้าสุดเลี้ยวขวาไปใช้ถนนอีกเส้น    รถด้านหลังจึงหักเลี้ยวตามไปทำให้ขบวนรถเคลื่อนที่ได้อีกครั้งหนึ่ง เหล่าซอมบี้ที่อยู่รอบๆล้วนพยายามจะพุ่งเข้าโจมตีเช่นเดิม ทว่าพวกมันกลับไม่สามารถเข้าถึงตัวรถได้เพราะมีนักสู้คอยขวางเส้นทาง

    “ ไปไปไป  !”

    เหล่าคนที่อยู่บนรถจักรยานยนต์พยายามขับขึ้นหน้าแล้ววิ่งลงไปด้านหลังเพื่อดูลาดเลา บางครั้งพวกเขาจะอุ้มรถขึ้นที่สูงเพื่อมองหาเส้นทางข้างหน้าที่สามารถใช้งานได้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดการหยุดชะงัก แต่แล้วขบวนรถกลับต้องหยุดอีกครั้งเมื่อด้านหน้าของพวกเขามีรถตักดินจอดขวางทาง

    “ มันจะจอดอะไรอีก เฮ่แซม ไปดูหน่อยว่าจอดทำไม ”

    ชายมีรอยสักรูปมังกรบริเวณแก้มซ้ายพูดด้วยท่าทางไม่พอใจ การเดินทางควรจะง่ายดายกว่านี้เพราะเตรียมหลายอย่างที่ซอมบี้ไม่ชอบเอาไว้ ระเบิดขวด สารเคมีกลิ่นฉุนและหลายอย่างถูกเตรียมเอาไว้เพียงพอจนไปถึงช่วงสะพาน 

    ขณะที่เด็กนักเรียน ม.6 มีรอยสักมังกรที่อกข้างขวาเดินไปหน้ารถแล้วส่องดูว่าเกิดอะไร เขาจึงร้องตะโกนบอกหัวหน้าและคนที่อยู่ภายในห้อง VIP ของรถให้รู้ว่ามีรถคันใหญ่จอดขวางทาง ที่น่าหงุดหงิดไปกว่านั้นคือถนนเส้นที่ใช้เลี้ยวหนีมีรถจอดขวางอยู่หลายคัน จำเป็นต้องใช้เวลาราว 5 - 6 นาทีหากจะวิ่งผ่านไป

    หลังจากที่พูดทุกอย่างตามที่เห็นหัวหน้ากลุ่มจึงบอกให้แซมไปบอกต่อกับนักสู้ให้ลงจากรถไปฆ่าซอมบี้รอบๆได้ ดูท่าพวกเขาจะต้องสู้อยู่ที่นี่สักระยะเพราะทางที่ใช้เป็นเพียงทาง 2 เลนแคบๆเท่านั้น

    “ ได้ยินไหม ลงไปฆ่าซอมบี้ซะจนกว่าเราจะพ้นจากทางข้างหน้า ”

    รถบัสเคลื่อนตัวช้าๆ โดยมีคนกลุ่มหนึ่งคอยเคลื่อนรถที่ขวางทางออกไป สิ่งกีดขวางจากการทำลายของซอมบี้ถูกเก็บกวาด ทันใดนั้นนักสู้รอบด้านก็เริ่มปะทะกับซอมบี้ที่กรู่กันมาราวกับฝูงมดกระหายเลือด ไม่ว่าจะเป็นระดับ 2 หรือระดับ 3 ล้วนแล้วพุ่งเข้าหาราวกับว่าพวกมันไม่กลัวตาย คนที่พกระเบิดขวดพยายามปาระเบิดกระจายพวกมันออกจากกัน คนที่พกสารเคมีกลิ่นฉุนที่ซอมบี้สัตว์ไม่ชอบพยายามโปรยมันไปรอบๆจนซอมบี้หลายพันวิ่งออกไปด้านข้าง

    ท่ามกลางฝูงซอมบี้ที่พยายามหาทางเข้าโจมตีมนุษย์บนรถบัสที่ค่อยๆเคลื่อนตัว โยฮันกลับพบว่ารถบัสคันสุดท้ายมีตาและยายราว 20 คนวิ่งลงจากรถ ทันใดนั้นเองในกลุ่มของพวกเขาที่มีโทรโข่งก็เริ่มเปิดใช้งานมันจนทำให้เกิดเสียงเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหู ซอมบี้จำนวนมากที่ได้ยินเสียงเล็กแหลมต่างกรู่ไปทางฝั่งนั้นเพื่อจัดการกับเหยื่อที่กำลังปลดปล่อยคลื่นที่น่ารำคาญ

    จากภาพที่เห็นทำให้เขาเบิกตากว้าง เขาไม่คิดว่าคนกลุ่มนี้จะกล้าใช้ผู้คนเป็นเครื่องดึงดูดความสนใจของซอมบี้จริงๆ

    “ ฮ่าๆๆ ดูไอ้พวกแก่เหล่านั้นสิ พวกมันทำได้ดีเลยว่าไหม ”

    เสียงหัวเราะดังขึ้นภายในรถบัสคันที่ 4 มีทั้งเสียงของผู้หญิงและผู้ชายที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกลุ่มคนแก่ที่ถูกทิ้งเอาไว้ด้านหลัง แต่ละคนถูกซอมบี้พุ่งเข้าไปขย้ำจนทำให้เกิดเสียงร้องโหยหวนดังก้องออกไปไกล เมื่อสิ่งกีดขวางถูกเคลื่อนย้ายออกไปหมดรถบัสก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นโดยเรียกให้นักสู้กระโจนขึ้นรถเพื่อหนีออกไปจากที่แห่งนี้

    โยฮันรู้สึกสงสารกลุ่มตายายที่ถูกทิ้ง เขามีพลังพอจะช่วยอีกฝ่าย เพียงแค่เขาปลดปล่อยแรงกดดันออกไป ซอมบี้เหล่านั้นจะแตกกระเจิงหายไปในทันที อย่างไรก็ตามด้วยรถบัสที่กำลังวิ่งไปเรื่อยๆนี้ แม้เขาจะช่วยเหลือตายายเหล่านั้นสำเร็จ พวกเขาจะถูกทิ้งเอาไว้บนถนนแล้วถูกซอมบี้ฆ่าสังหารเช่นเดิมหลังจากที่เขาและรถบัสวิ่งจากไป

    โยฮันเชื่อว่ารถบัสทั้ง 7 คันไม่มีทางจอดรับตายายที่ปลอดภัยจากซอมบี้ให้ขึ้นมาบนรถเป็นครั้งที่ 2 แม้จะบอกให้อีกฝ่ายวิ่งตามเพราะรถจอดไม่ได้ด้วยแรงของคนแก่ที่แม้แต่จะวิวัฒนาการไปแล้ว 1 ครั้งก็ตาม พวกเขายังคงไม่สามารถวิ่งตามรถบัสได้ทัน

    การวิวัฒนาการเป็นการเพิ่มพลังและความสามารถ แต่มันกลับไม่สามารถทำให้คนแก่หายจากโรคภัยและฝืนสังขารได้ แรงที่เพิ่มขึ้นของพวกเขาจึงไม่เทียบเท่าคนที่อายุน้อยกว่า 40 ปี โยฮันจึงทำได้เพียงปล่อยอีกฝ่ายทิ้งเช่นกันเพราะถ้าหากเขาเข้าช่วยเหลือ จำเป็นต้องทิ้งขบวนรถ ซึ่งมันอาจจะนำปัญหาไปสู่กลุ่มของพวกเขาเช่นเดียวกัน ต่อให้เขาจะพาตายายหลบเข้าไปในตึกสักหลังแล้วปิดทางขึ้นตึกเหล่านั้นไว้จากนั้นค่อยมารับ เขาเชื่อว่าการทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรตายาย พวกเขาจะถูกซอมบี้ฆ่าตายเช่นเดิมเพราะพวกมันสามารถไต่ขึ้นตึกได้แล้วหลังจากวิวัฒนาการหลายครั้ง แม้เขาจะช่วยตายายกลุ่มแรกไว้ได้ก็ตาม มันจะต้องมีกลุ่มที่ 2 3 4 ถูกปล่อยทิ้งเรื่อยๆ

    “ คงต้องแก้ที่ต้นเหตุสินะ ”

    โยฮันเดาะลิ้นเล็กน้อย เขาวางแผนเอาไว้ว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติ หน้าที่ของเขาคือเฝ้าดูคนกลุ่มนี้แล้วใช้จรรยาบรรณของเขาตัดสินว่าสมควรจะให้เดินทางไปรวมกลุ่มกับวินหรือไม่ แต่ดูเหมือนเขาจะต้องเปลี่ยนแผนใหม่ จากเดิมจะต้องมองภาพรวมของกลุ่มเพื่อตัดสินว่าเป็นกลุ่มที่ดีหรือไม่ แต่ตอนนี้ถ้าหากต้องการช่วยตายายเขาจะต้องมองเป็นรายบุคคล 

    อย่างไรก็ตามภายในหัวของโยฮันกลับมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว การวิวัฒนาการไม่ได้ทำให้ตายายแข็งแกร่งจนสู้กับซอมบี้ระดับ 2 ได้พละกำลังของพวกเขายังไม่เท่านักกีฬาทีมชาติทั้งๆที่การวิวัฒนาการครั้งที่ 1 ทุกคนจะมีพลังเกินขอบเขตนี้ เขาจึงคิดว่าการปล่อยให้ตาและยายเหล่านี้ตายอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด 

    ในสถานการณ์วันสิ้นโลกที่อาหารมีจำกัด ต่อให้จะกินตับซอมบี้ได้ก็ตาม การหาตับจะยากขึ้นเรื่อยๆจากระดับของพวกมันที่เพิ่ม ยิ่งมีผู้รอดชีวิตที่ไม่สามารถต่อสู้ได้เยอะ ในสักวันจะต้องเกิดปัญหาจากผู้รอดชีวิตที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

    “ ไม่สิ เอาแค่คนที่สมควรตายก็พอ ”

    ปัญหาในอนาคต เขาอาจจะไม่ใช่ผู้ที่ตัดสิน ไม่แน่อาจจะมีบางสิ่งที่ทดแทนอาหารและทดแทนตับ ตายายเหล่านี้อาจจะได้รับบางอย่างจากซอมบี้ที่วิวัฒนาการไปเรื่อยๆ โยฮันจึงโยนความคิดที่จะปล่อยให้ตายายทิ้งไป 

    เอี๊ยด!

    รถบัสเบรกเสียงดัง ด้านหน้าเป็นทางตันไม่สามารถไปต่อได้ เพียงแต่ว่าคนที่อยู่บนรถจักรยานยนต์กลับเลือกเส้นทางนี้เพราะถ้าทุบกำแพงจะสามารถวิ่งขึ้นไปบนถนนเส้นหลักได้อีกครั้ง หลังจากให้นักสู้วิ่งลงจากรถไปทุบกำแพง รถบัสก็เริ่มวิ่งอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่ว่าครั้งนี้คนแก่กลับไม่ได้วิ่งลงจากรถไปพร้อมโทรโข่ง หลังจากมีเสียงร้องตะโกนจากรถบัสคันที่ 4 ส่งไปยังรถบัสคันที่อยู่หน้าสุดและหลังสุดที่เต็มไปด้วยคนแก่เพื่อไล่พวกเขาลงจากรถ ช่วงจังหวะนี้โยฮันก็ได้ข่มขู่ซอมบี้จนพวกมันเปิดทางทำให้รถวิ่งไปข้างหน้าได้เรื่อยๆจนไม่จำเป็นต้องไล่คนแก่ลงไป

    ขบวนรถบัสทั้ง 7 วิ่งขึ้นถนนหลักมุ่งหน้าไปด้วยความเร็วที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น จากทิศทางที่รถกำลังวิ่งไปอีกไม่นานจะผ่านระแวกบ้านของเขา โยฮันจึงรู้ว่าใกล้จะถึงสะพานข้ามแล้วเขาจึงเตรียมตัวเช่นกัน ทันใดนั้นด้านหน้าก็มีเสียงร้องตะโกนดัง มันเป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก โยฮันจึงรู้แล้วว่ามีซอมบี้ระดับ 4 ปรากฎตัวออกมา 

    ขณะที่เขาพยายามมองลอดใต้ท้องรถไปดูสิ่งที่ออกมาขวางทาง ยางรถบัสคันหน้าสุดกลับระเบิดพร้อมกันทุกเส้นทำให้รถเสียหลักลงไปชนตึกข้างทาง ทันใดนั้นรถคันที่ 2 ก็หักเลี้ยวไปทางขวาพร้อมกับรถคันที่วิ่งตามหลังหักเลี้ยวไล่ตามกัน ปล่อยรถบัสคันแรกเอาไว้ในจุดที่รถชนตึก

    เหล่าคนแก่บนรถบัสคันแรกที่ฟื้นสติต่างพากันร้องดังระงม ต่างคนต่างพยายามกรีดร้องขอให้ช่วยเหลือ เพียงแต่ว่าขบวนรถที่วิ่งตามกลับเลี้ยวหนีพวกเขา ทิ้งไว้เพียงแค่คนแก่หลายสิบคนกับรถบัสที่ไม่สามารถขับต่อได้

    สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้โยฮันตกใจ การทำลายยางรถของนักสู้พวกเขาคิดจะใช้ตายายดึงความสนใจซอมบี้ระดับ 4 ต่อให้เขาจะช่วยเหลือก็ไม่สามารถช่วยได้เพราะสุดท้ายตายายจะต้องตายจากการไม่มีรถขับไล่ตามกลุ่ม เขาจึงทำเพียงหลับตากัดฟันพยายามลืมเสียงกรีดร้องที่แสดงความทรมานรอบๆรถบัสคันแรกทิ้ง

    “ ไอ้พวกระยำ ”.