บทที่ 6
“ผมจะช่วยอะไรได้บ้างครับมิส?” น้ำเสียงกระด้าง ๆ นั้นทำให้แชนนอนจำได้ทันทีว่าเป็คนเดียวกันกับที่พูดโทรศัพท์เมื่อครู่ก่อน
“ค่ะฉันชื่อแชนนอน เฮย์ไงคะ ที่พูดโทรศัพท์กับคุณเมื่อครู่...ถามถึงนักบินคนที่ชื่อริคแฟริสนะคะ” เธออธิบาย สังเกตเห็นคิ้วที่เลิกสูงขึ้นทันที
“ผมจำได้แล้วแต่...ก็อย่างที่ผมบอกคุณไปแล้วนั่นแหละครับ มิส, ว่าเราไม่มีนักบินชื่อนี้เลยสักคน”เขายังคงยืนยันคำตอบที่ได้ให้เธอไปั้แ่ตอนแรก
“ฉันทราบค่ะว่าคุณบอกแล้วแต่...” แชนนอนทิ้งค้างคำพูดไว้เพียงแค่นั้น เปิดกระเป๋าเพื่อหยิบจดหมายของริคออกมา “คืออย่างนี้ค่ะฉันเพิ่งบินมาถึงแอนโชเรจเมื่อตอนบ่ายวันนี้เองแล้วก็พยายามหาตัวริค...เขาเป็คู่หมั้นของฉันเองค่ะ ฉันได้รับจดหมายฉบับนี้จากเขาซึ่งบอกไว้ว่า เขามาสมัครทำงานที่นี่ก็คนที่ชื่อ...” เธออ่านข้อความในจดหมายบางตอนเร็วๆ “ชื่อโคดี้ สตีลนะคะ ฉันคิดว่าคงเป็ชื่อของเ้าของบริษัทถูกต้องไหมคะ?”
“มันก็เกือบจะถูกละเพราะโคดี้กับผมน่ะเป็หุ้นส่วนกัน” เขาช่วยแก้ความเข้าใจให้“แต่เอาเถอะมันก็ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะเขียนไปบอกคุณว่าอย่างไรนะครับเพราะถ้ามีคนชื่อนั้นทำงานที่นี่จริง ๆ ผมจะต้องรู้ แต่นี่เราไม่มีเลยนะครับ”
“ค่ะฉันก็แน่ใจว่าคุณต้องทราบ ถ้าริคทำงานที่นี่” แชนนอนตอบอย่างเห็นด้วย“เพียงแต่คิดว่าบางทีคุณอาจจะทราบว่าเวลานี้เขาไปอยู่ไหนเท่านั้นและโดยเฉพาะเมื่อริคเอ่ยถึงคนชื่อโคดี้ สตีล ฉันก็อยากจะขอพบเขาสักหน่อยตอนนี้เขาอยู่ไหมคะ?”
“ผมมองไม่เห็นเลยว่าคุณจะได้อะไรขึ้นมา”ผู้ชายคนนั้นยักไหล่ “และเขาเองก็คงจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเื่นี้เท่าๆ กับผมนั่นแหละ” แต่เขาก็เห็นชัดว่าเธอจะต้องยืนยันในความตั้งใจครั้งนี้อย่างแน่นอน ต้องรู้ให้ได้ด้วยตัวเองท่าที่แข็งกร้าวจึงลดลง “ก็ได้...คุณจะลองถามเขาดูเองก็ได้”
บุรุษสูงอายุหมุนตัวกลับเดินตรงไปยังประตูบานที่เปิดอ้าไว้ ผลักให้มันเปิดกว้างออกแชนนอนมองเห็นบุรุษหนุ่มรูปร่างสะโอดสะองเส้นผมสีดำสนิทคนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะและเงยหน้าขึ้นทันทีเมื่อถูกขัดจังหวะ สีหน้าบอกความเหนื่อยอ่อนอยู่ไม่น้อย
“ครับ?”น้ำเสียงของเขาบอกความรำคาญใจที่ถูกรบกวนโดยใช่เหตุ
“จำโทรศัพท์ที่ฉันรับเมื่อครู่นี้ได้ไหมล่ะโคดี้?” บุรุษสูงอายุว่า “ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นมาถึงที่นี่แล้วเขาอยากจะพูดกับแกแน่ะ”
แชนนอนได้ยินเหมือนเสียงถอนหายใจยืดยาวเสียงเก้าอี้หมุนโยกตัวไปข้างหลังเธอมองไม่เห็นภาพผู้ชายคนที่นั่งอยู่ในห้องทำงานนั้น ทั้งนี้เพราะร่างใหญ่ ๆของบุรุษสูงอายุบังช่องประตูไว้หมดทั้งบาน
“ก็...บอกให้เขาเข้ามาก็แล้วกัน”
บุรุษสูงอายุก้าวหลีกไปทางหนึ่งทำมือเป็สัญญาณให้เธอเดินเข้าไปในห้อง
“เขาให้คุณเข้าไปพบได้แล้ว”
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องสิ่งแรกที่แชนนอนสังเกตเห็นก็คือ ความประณีตในการจัดตกแต่งห้องทำงานนี้ซึ่งแตกต่างกว่าห้องข้างนอกโดยสิ้นเชิง และแล้วความสนใจของเธอก็มุ่งไปที่บุรุษผู้นั่งอยู่เื้ัโต๊ะทำงาน เขากำลังยกมือขึ้นขยี้ตาซึ่งเป็การแสดงออกถึงความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียอย่างที่เธอรู้สึกได้ั้แ่ตอนแรก และอุ้งมือนั้นก็เลยไปถึงท้ายทอยนวดเฟ้นเพื่อให้บรรเทาความตึงเครียดลง
ในนาทีนั้นเองเขาก็เงยหน้าขึ้นสบตาเธอพอดีและท่าทีคล้ายจะอึ้งไปเป็ครู่เส้นผมสีดำสนิทประหนึ่งจะเป็กรอบอยู่รอบใบหน้าคมสันซึ่งคล้ำลงด้วยแสงแดดดวงตาสีฟ้าดูกระจ่างใสตัดกับผิวพรรณบนใบหน้าและทำให้แววในดวงตายามที่มองมาดูแปลกออกไป แชนนอนมีความรู้สึกเสมือนแววตาคู่นั้นคล้ายจะทิ่มแทงเข้าไปในความเป็ตัวตนของเธอโดยเฉพาะใน่ที่ต่างก็เงียบงันกันไปนั้น
แต่แล้วเขาก็กะพริบตาถี่ๆ คล้ายจะขับไล่ความอ่อนเพลียทั้งหลายให้ออกไปให้หมดสิ้นความเป็ชายชาตรีเต็มภาคภูมิกลับมาสู่อีกครั้งหนึ่งดวงตาเปล่งประกายแห่งความตั้งใจจริง ตอนที่ผุดลุกขึ้นยืนและแชนนอนก็ได้เห็นว่าเขาเป็บุรุษร่างสูงไม่ต่ำกว่า 6 ฟุตในลักษณะที่นั่งทำงานอยู่กับโต๊ะนั้น วัยของเขาน่าจะประมาณสัก 30, แต่เมื่อเขาผุดลุกขึ้นยืนอยู่ต่อหน้าแชนนอนก็ต้องรีบเปลี่ยนความคิดเพราะดูเขาจะอ่อนกว่าวัยที่เธอคาดไว้ แต่ถึงกระนั้นบุคลิกลักษณะก็บอกให้รู้ถึงความเป็คนที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วอย่างโชคโชนที่มีอยู่ในตัวของผู้ชายคนนี้ซึ่งต้องนับว่าเป็บุรุษเพศที่มีความงามสง่าอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ว่ามันยังมิได้รบกวนจิตใจเธอเลยเท่านั้น
“ผมชื่อโคดี้สตีลครับ” เขายื่นมือออกให้เธอััเป็การต้อนรับและการแสดงกิริยาเช่นนั้นทำให้เสื้อกั๊กไหมพรมยืดตัวออกแนบอยู่กับ่แผ่นอกที่ล่ำสันมองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็เสื้อไหมพรมปกตลบสีถ่านที่สวมทับกางเกงสีกากีไว้
“แชนนอนเฮย์ค่ะ” เธอััมือกับเขา และชอบความมั่นคงนั้นเสียจริง ๆ
ดวงตาของโคดี้คล้ายจะสำรวจตรวจตราเธออยู่ซึมซับเอาความเป็ผู้หญิงทั้งมวลของเธอเข้าไว้จนแชนนอนชักจะสงสัยว่า การมองในครั้งนี้จะว่างเว้นในส่วนไหนของเรือนร่างไปบ้างแต่กระนั้นสาวน้อยก็มิได้มีความรู้สึกว่าถูกรุกรานด้วยสายตานั้นแต่ประการใดแชนนอนเคยสงสัยว่าทำไมคนบางคนที่มองภาพศิลป์แล้วกลับสร้างความรู้สึกให้มันกลายเป็ภาพลามกอนาจารได้ในขณะที่คนอีกพวกหนึ่งมองภาพเปลือยเดียวกันนั้นและสำแดงออกถึงความพึงใจในความงามความเป็ธรรมชาติที่ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างสมสัดส่วนได้, ผู้ชายบางคนแทบจะเปลื้องเสื้อผ้าของเธอที่ติดตัวอยู่ออกจากร่างด้วยการมอง ทำให้เธอรู้สึกถึงความหยาบคายและอับอายขายหน้าอย่างที่สุดแต่ก็ยังมีผู้ชายอีกประเภทหนึ่ง เช่นโคดี้ สตีลผู้นี้ซึ่งแววในดวงตาของเขาสามารถทำให้เธอภาคภูมิใจในความเป็ผู้หญิงอย่างประหลาดอันที่จริงแชนนอนก็มิได้เข้าใจในความแตกต่างของอารมณ์กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นเพียงแต่ว่ามันได้เกิดและเป็เช่นนั้นจริง ๆ
“จะไม่นั่งลงก่อนหรือครับคุณเฮย์?” น้ำเสียงของโคดี้ทุ้มนุ่มนวลน่าฟังอีกเช่นกันชี้มือไปยังเก้าอี้ที่ตั้งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แสดงอาการเชื้อเชิญ
“ขอบคุณค่ะ”แชนนอนทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น แต่โคดี้ยังคงยืนอยู่
“กาแฟสักถ้วยไหมครับ?”เขาเอื้อเฟื้อ
จนกระทั่งมาถึงนาทีนี้ที่แชนนอนมิได้คิดถึงเื่เครื่องดื่มที่จะกระตุ้นความรู้สึกให้ตื่นตัวขึ้นเลยไม่ว่าจะเป็ประเภทคาเฟอีนหรืออะไรก็ตามดังนั้นข้อเสนอของเขาจึงช่วยเธอได้มาก
“แหม...ดีทีเดียวค่ะ”
“ครีมหรือน้ำตาลดีครับ?”
“น้ำตาลค่ะ”
ถ้วยกาแฟสีขาวเรียบๆ ไม่ได้มีลวดลายอะไรตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานเขาหยิบมันขึ้นเดินไปยังประตูที่เปิดค้างไว้ ไปหยุดอยู่ตรงประตูเบื้องหน้านั้น
“พ่อของกาแฟให้คุณเฮย์แก้วหนึ่งนะ ใส่น้ำตาล ผมก็ขอแก้วหนึ่งด้วย”
พ่อ? ...แชนนอนออกจะงุนงงเมื่อเห็นบุรุษสูงอายุเดินมารับถ้วยกาแฟจากมือของโคดี้ สตีลและเดินหายไปทางโต๊ะที่ตั้งกาแฟ...บุคคลคู่นี้ ที่เป็หุ้นส่วนกันคือพ่อลูกกันนั่นเอง, และเมื่อนึกภาพออกก็มองเห็นความคล้ายคลึงกันบนใบหน้าของคนคู่นี้อยู่ แม้ว่าใบหน้าของโคดี้จะไม่ยับย่นหรือมีร่องรอยปุ่มป่ำอย่างพ่อรูปร่างจะค่อนข้างผอมสูงกว่ากันก็ตาม
เมื่อโคดี้เดินกลับมายังโต๊ะทำงานในขณะที่พ่อของเขาถือถ้วยกาแฟออกไปแล้วดวงตาของเขาจับอยู่ที่ซองจดหมายในมือของแชนนอน ริมฝีปากเหยียดออกสีหน้าเป็งานเป็การอย่างผู้ชายแท้ ๆ ซึ่งทำให้แชนนอนอดสนใจไม่ได้และแทนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ เขากลับพักสะโพกอยู่บนโต๊ะทำงานเผชิญหน้ากับเธออยู่
“ผมจะช่วยอะไรได้บ้างครับคุณเฮย์?” โคดี้ถามขึ้น
“คือขณะนี้ฉันกำลังตามหาตัวนักบินคนหนึ่งชื่อริคฟาริสค่ะ ฉันได้รับจดหมายฉบับนี้จากเขาเดือนกว่าแล้ว” แชนนอนเคาะซองจดหมายที่ถืออยู่ในมือ“เท่าที่เขาเขียนไปเล่าให้ฉันฟังนั้นทำให้ฉันเกิดความรู้สึกว่าขาทำงานอยู่กับคุณ”
“ผมคิดว่าพ่อได้บอกให้คุณทราบแล้วว่าเราไม่มีนักบินที่ชื่อนี้อยู่กับบริษัทของเราเลย” โคดี้ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดียวกันกับที่พ่อของเขาได้ตอบให้เธอทราบมาแล้ว
“ค่ะฉันทราบ” แชนนอนยอมรับ “แต่ริคอาจจะมาขอสมัครงานกับคุณก็ได้นี่คะเขาคงจะไม่เขียนไปเล่าให้ฉันฟังแน่ ถ้าไม่ได้มาติดต่อกับคุณมาก่อน”
คำพูดของแชนนอนจุดประกายแปลกใจขึ้นในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นแต่บังเอิญพ่อของเขาเดินถือถ้วยกาแฟเข้ามาในห้องเสียก่อนซึ่งเท่ากับเป็การขัดจังหวะการสนทนาไปครู่หนึ่งและโคดี้ก็คอยอยู่จนเมื่อถ้วยกาแฟถูกตั้งลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว