ตลอดระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมา มู่หลานหลานนั้นนางรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวนี้ ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นโลกแห่งความฝัน ถึงแม้ว่าตัวของนางจะเกิดในชาติตระกูลที่สูงส่งแต่ก็หาได้รู้สึกดีเช่นนี้ไม่เพราะตัวของนางนั้นต้องคอยชิงดีชิงเด่นอยู่ตลอดเวลาพร้อมทั้งต้องแบกรับความคาดหวังจากผู้คนมากมายและนี่ก็หล่อหลอมให้เป็นตัวนางจนถึงทุกวันนี้ นางนั้นเป็นบุคคลที่โหดเหี้ยมต่อผู้เป็นศัตรูอย่างถึงที่สุดมีผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ต้องตกตายก็เป็นเพราะนางตัวของนางนั้นเป็นถึงบุตรสาวของท่านประมุขจะให้ผู้ใดมาลูบคมง่ายๆได้อย่างไร ยามเมื่อตัวของนางมายืนอยู่ต่อหน้าบิดามารดาของหลินเทียนสาวน้อยผู้นี้ล้วนแล้วแต่ถอดเขี้ยวเล็บจนหมดสิ้นนับว่าเป็นภาพที่หาได้ยากอยู่ไม่น้อย แม้แต่ทางด้านของมู่ชิงและผู้ติดตามของนางยังอดรู้สึกแปลกใจกับสาวงามผู้นี้มิได้เพราะพวกนางนั้นต่อให้เป็นศัตรูกันก็รู้จักนิสัยกันเป็นอย่างดี“เจ้าจะไปกันแล้วอย่างงั้นเหรอสาวน้อย” ท่านแม่ของหลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกเสียดายไม่น้อยเพราะตัวของนางนั้นรู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวผู้นี้เป็นอย่างมาก“ข้าต้องไปแล้ว ไว้โอกาสหน้าข้าจะมาเยี่ยมท่านใหม่” มู่หลานหลานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าใจอยู่ไม่น้อย“หากมีโอกาสเจ้าก็อย่าลืมมาพร้อมกับหลินเทียนล่ะบ้านของพวกเรายินดีต้อนรับพวกเจ้าเสมอ ฮ่า ฮ่า” บิดาของหลินเทียนกล่าวออกมาอย่างคนอารมณ์ดีบุตรชายของตนมันช่างร้ายนักมีสาวงามถล่มเมืองมาแย่งมันมากถึงสองคนแม้แต่ตนเมื่อสมัยยังหนุ่มก็ยังไม่มีวาสนามากมายถึงเพียงนี้ดูเหมือนแขกผู้มาเยือนเหล่านี้นั้นจะเป็นตัวตนอันสูงศักดิ์มาจากแดนไกลเมื่อล่ำลากันเสร็จสิ้นแล้วกลุ่มของมู่หลานหลานก็เดินทางออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ในทันทีเพื่อไปรวมตัวกับท่านพ่อของนางที่ป่าพฤกษาหมื่นปีหลังจากนั้นพวกนางก็จะเดินทางกลับไปยังสถานที่พวกนางจากมา“ซีซิวเจ้าคิดว่าเจ้าลูกโง่ของเรามันจะเลือกใครอย่างงั้นเหรอหรือมันจะเลือกสาวงามทั้งสองมาตบแต่งเข้าบ้านพร้อมกันเลย” ท่านพ่อของหลินเทียนกล่าวถามต่อภรรยาของตน“ไม่เห็นต้องถามหลินเทียนได้เลือกไว้แล้วว่าตัวเขานั้นจะเลือกใครแต่หากไปเลือกสตรีนางนั้นตัวข้าเองในฐานะแม่คงที่จะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก” ดูเหมือนว่าท่านแม่ของหลินเทียนนั้นจะไม่ค่อยรู้สึกปลื้มใจในตัวมู่ชิงเท่าไหร่นัก แต่ในทางกลับกันตัวของนางจะเอนเอียงไปทางมู่หลานหลานเสียมากกว่าถึงแม้ว่าเด็กสาวผู้นี้จะทำร้ายกาจกับบุตรชายของตนไปบ้างแต่ตัวของนางนั้นก็เป็นคนเปิดเผย
ณ ป่าพฤกษาหมื่นปี“เป็นอย่างไรบ้างท่านแม่ครอบครัวของเจ้าหนูนั่นเป็นอย่างไรบ้าง” ท่านประมุขกล่าวถามกับท่านย่าของมู่หลานหลานด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะตัวของเขานั้นอยากรู้เสียเหลือเกินว่าต้องเป็นครอบครัวแบบไหนกันถึงได้ให้กำเนิดเด็กผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ได้“นิสัยใจคอของพวกเขานั้นไม่เลวเลย หากบุตรสาวของเจ้าสามารถตบแต่งกับบ้านนี้ได้ข้าเชื่อว่าชีวิตของนางในภายภาคหน้าจะต้องพบเจอแต่ความสุขแน่” ท่านย่าของมู่หลานหลานกล่าวออกมาตามความรู้สึกของตัวเอง“หาได้ยากนะยายเฒ่าที่ตัวของเจ้าจะรู้สึกถูกชะตากับคนผู้นึงได้มากมายถึงเพียงนี้” ท่านปู่ของมู่หลานหลานกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ น้อยคนนักที่จะทำให้ภรรยาของตนรู้สึกสนอกสนใจได้ แสดงว่านิสัยใจคอของพวกเขาคงไม่เลวอย่างที่นางว่าจริงๆ“เป็นเช่นนั้นก็ดีท่านแม่ เพราะถึงอย่างไรตัวของข้านั้นก็อยากที่จะให้บุตรสาวของข้าผู้นี้มีความสุขโชคดีเหลือเกินที่คนรักของนางเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์หาไม่แล้วข้าคงต้องหาผู้อื่นมาตบแต่งกับนาง” สำหรับตัวตนของท่านประมุขเช่นมันแล้วย่อมเห็นความก้าวหน้าของตระกูลเป็นที่สุด โชคดีเหลือเกินที่ตนเองไม่ต้องไปบังคับฝืนใจบุตรสาวของตนผู้นี้เพราะเพียงแค่นี้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกก็นับว่าย่ำแย่อย่างถึงขีดสุดแล้ว“ข้าคิดว่าแท้จริงแล้วเจ้าเด็กหนุ่มหลินเทียนผู้นี้นั้นจะต้องมียอดคนคอยแอบชี้แนะมันแน่ และไม่แน่พลังของคนผู้นั้นที่เขาถือครองอาจจะสูงล้ำยิ่งกว่าพวกเราไปไกลภายในหมู่บ้านของมันนั้นข้าพบเจอกับวิทยาการขั้นสูงมากมายมันสูงล้ำยิ่งกว่าเมืองหลวงของพวกเราเสียอีก” ท่านย่าของมู่หลานหลานตัวของนางนั้นมโนไปไกล ไกลเกินกว่าที่ผู้คนที่จะคาดคิดแม้แต่ตัวตนของท่านประมุขก็หลงเชื่อเช่นกัน“หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ไม่แปลกเพราะเจ้าเด็กนั่นเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว ดีไม่ดีอาจจะมียอดคนบางคนบังเอิญเดินทางผ่านไปหมู่บ้านของมันเข้าแล้วจึงรับมันเข้าไปเป็นศิษย์ นี่จึงจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างถึงที่สุด” แม้แต่ท่านปู่ของมู่หลานหลานตัวของมันเองก็คิดไปไกลเช่นกัน คนพวกนี้นั้นจะคิดว่าตัวของเด็กหนุ่มจะมียอดคนเป็นผู้ชี้แนะก็ไม่ผิดเพราะภูมิความรู้ที่หลินเทียนมีมันเกินกว่าคนปกติทั่วไป และของบางสิ่งบางอย่างที่ตัวของหลินเทียนสร้างขึ้นมันไม่ได้มีอยู่ภายในโลกใบนี้มันเป็นภูมิความรู้ที่ตัวของหลินเทียนได้มาจากโลกเดิมทั้งสิ้นเมื่อมาอยู่ภายในสถานที่ที่ล้าหลังเช่นนี้มันจึงกลายเป็นสิ่งของที่อยู่เหนือสามัญสำนึก“เรื่องของเจ้าหนุ่มนั่นไว้กลับไปพวกเราค่อยพูดคุยกันต่อเถอะกว่าที่พวกเราจะเดินทางกลับกันไปถึงมันต้องใช้เวลาอยู่ไม่ใช่น้อยๆเลย” สิ้นเสียงของท่านประมุขตัวของมันจึงเรียกสัตว์อสูรขนาดยักษ์มหึมาออกมาหวืดดด หวืดดดด รูปร่างของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้นั้นสูงใหญ่และน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมากมันเป็นสัตว์เลี้ยงคู่บารมีของตระกูล มันคือมังกรเพลิงนั่นเองมันถูกนับว่าเป็นสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวที่ติดลำดับ 1 ใน 10 ของโลกหากคิดที่จะจับมันจะต้องใช้จอมเวทที่เก่งกาจนับร้อยคน แต่ที่ไม่น่าเชื่อยิ่งไปกว่านั้นตระกูลของมู่ซานกวนกับสามารถที่จะจับมันมาเป็นอสูรภายในพันธสัญญาได้ สมแล้วที่เป็นถึงตระกูลอสูรมายาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในตระกูลที่ครอบครองเหล่าสัตว์อสูรที่ทรงพลังที่สุด เจ้ามองกรเพลิงตัวนี้นั้นลำตัวของมันไม่ต่างอะไรไปจากภูเขาขนาดย่อมลูกหนึ่งคณะผู้เดินทางของมู่ซานกวนในยามนี้นั้นล้วนแล้วแต่อยู่บนแผ่นหลังของเจ้ามังกรตัวนี้ทั้งสิ้นโฮกกกก ตู๊มมมมมม มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วขั้นสูงสุดต่อให้เป็นมหาจอมเวทยากยิ่งนักที่จะตามความเร็วนี้ได้ทันภาพตรงหน้าค่อยๆหายไปอย่างช้าๆพร้อมทั้งกระแสลมแรงที่มากมายมหาศาล