ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 459 : พิธีสถาปนาฟ้าดิน

จารึกที่ 459 : พิธีสถาปนาฟ้าดิน : ถือกำเนิดราชันหมื่นอักขระ


ฝนละอองปราณสีทองประกายเทา โปรยปรายลงมาตลบอบอวลไปทั่วทุกชั้นฟ้า จากวิหารคริสตัลอันสูงสุด ทะลวงผ่านกำแพงมิติที่เปิดกว้าง ร่วงหล่นลงสู่ทวีปปราณโลหิต ดินแดนไร้พรมแดน ทวีปตะวันออก และแผ่ขยายไปจนสุดขอบจักรวาลแห่งโลกเซียน


มันมิใช่ฝนที่เปียกปอน ทว่ามันคือ 'เจตจำนง' และ 'ปราณวิญญาณ' บริสุทธิ์ที่ถูกวิหารเทพอนันตกาลกักตุนและผูกขาดมานับหมื่นปี บัดนี้ได้รับการปลดปล่อยให้กลับคืนสู่ครรลองธรรมชาติ ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยแห้งแล้งกลับมาผลิดอก ผู้ฝึกตนที่ติดอยู่ในคอขวดนับร้อยปีพลันทะลวงขีดจำกัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความสมดุลที่สูญหายไป ได้หวนคืนสู่โลกหล้าอีกครา


อาเจียและมิตรสหายทั้งห้า ไม่ได้รั้งอยู่บนดินแดนชั้นในของวิหารเทพอนันตกาลนานนัก เมื่อตัวตนสูงสุดถูกสยบและกลายเป็นเพียงวิญญาณผู้พิทักษ์ความว่างเปล่า ดินแดนสวรรค์ก็สูญเสียความหมายในการเป็นสถานที่กดขี่


พวกเขาเดินกลับลงมาตาม 'สะพานสูญตา' ที่ทอดยาวเชื่อมต่อกับพฤกษาเซียนยักษ์ ทว่าเมื่อพวกเขาลงมาถึงลานกว้างหน้าซากเมืองทะลวงสวรรค์ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้แม้แต่อาเจียยังต้องชะงักฝีเท้า


ที่นั่น ไม่ได้มีเพียงผู้คนแห่งทวีปปราณโลหิตที่รอดชีวิต ทว่าท้องฟ้าและพื้นดินเนืองแน่นไปด้วยผู้ฝึกตนจากทั่วทุกสารทิศ!


นาวาหมื่นอักขระลอยเด่นเป็นสง่าอยู่เหนือฝูงชน บนดาดฟ้าเรือ มู่เฉินและหลี่ชางไห่ยืนเคียงคู่กัน เบื้องหลังพวกเขาคือศิษย์สำนักหมื่นอักขระนับหมื่นนาย ที่เดินทางข้ามมิติมาจากทวีปตะวันออก และที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า คือยอดฝีมือจากสำนักใหญ่และเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่เคยเก็บตัวเงียบ หรือเคยถูกตระกูลเซียนโบราณกดขี่ บัดนี้ล้วนมาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย


เมื่อร่างของชายหนุ่มชุดคราม ก้าวพ้นจากเงาของพฤกษาเซียนลงมาแตะพื้นดิน ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมลานกว้างนับร้อยลี้ ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง แม้แต่เสียงหายใจยังถูกแผ่วเบาลง


ฉินมู่หลาง เฟิงอวี้หราน หลินซิงเสวี่ย เย่วปิงอวิ๋น และเฟิงหลิงเออร์ ก้าวออกไปยืนขนาบซ้ายขวาของอาเจีย รัศมีของผู้ที่เพิ่งคว่ำสวรรค์มาหมาดๆ แผ่ซ่านจนผู้คนเบื้องล่างต้องก้มศีรษะลงโดยสัญชาตญาณ


มู่เฉิน ผู้เป็นอาจารย์และบรรพชนรุ่นสุดท้าย ก้าวเดินลงมาจากนาวาศิลาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ชายชราเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าอาเจีย นัยน์ตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับพันปี บัดนี้เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปีติ


"อาเจีย..." มู่เฉินเอ่ยเสียงสั่นเครือ "เจ้าทำสำเร็จ... เจ้าทำในสิ่งที่บรรพชนหมื่นปีก่อน ไม่สามารถทำได้... เจ้าปลดแอกโลกเซียน และทวงคืนเกียรติยศของสำนักหมื่นอักขระกลับมาอย่างสมบูรณ์"


อาเจียรีบประสานมือ โค้งคำนับอาจารย์อย่างลึกซึ้ง "เป็นเพราะคำสอนของท่านอาจารย์ และเจตจำนงของบรรพชนที่คอยชี้นำ ศิษย์จึงมีวันนี้ได้ขอรับ"


หลี่ชางไห่ เจ้าสำนักหมื่นอักขระคนปัจจุบัน ก้าวออกมายืนเคียงข้างมู่เฉิน เขายกแผ่นป้ายหยกสีเทาประกายทองขึ้นเหนือศีรษะ มันคือ 'แผ่นป้ายบัญชาหมื่นอักขระ' สัญลักษณ์แห่งผู้นำสูงสุดที่ถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่


"ในอดีตกาล สำนักหมึกวารีของเราต้องล่มสลายและเปลี่ยนชื่อเพื่อหลบซ่อนตัวจากสวรรค์จอมปลอม" หลี่ชางไห่ประกาศก้อง เสียงของเขาถูกค่ายกลขยายให้ดังไปทั่วทุกมุมของโลกเซียน "บัดนี้ สวรรค์จอมปลอมได้ถูกลบล้าง กฎเกณฑ์ใหม่ได้ถูกบัญญัติ ผู้ที่นำพาความสมดุลและความชอบธรรมกลับคืนมา คือผู้ถือพู่กันแห่งการรังสรรค์... อาเจีย!"


ยอดฝีมือจากทั่วทุกทวีปที่มาชุมนุมกัน ต่างคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมเพรียงกันประดุจคลื่นมหาสมุทร


"น้อมคารวะ ท่านผู้นำ!" เสียงตะโกนดังกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน


อาเจียมองดูแผ่นป้ายบัญชาในมือของหลี่ชางไห่ เขาส่ายหน้าเบาๆ "ท่านเจ้าสำนัก ข้ามิใช่นักปกครอง วิถีเต๋าของข้าคือความว่างเปล่าที่ลื่นไหล หาใช่บัลลังก์ที่หยุดนิ่ง ตำแหน่งเจ้าสำนัก ท่านสมควรเป็นผู้ครอบครองต่อไป เพื่อฟื้นฟูรากฐานของพวกเรา"


"เจ้ามิใช่เจ้าสำนักดอก อาเจีย" มู่เฉินระบายรอยยิ้มลึกล้ำ ท่านหันไปมองมิตรสหายทั้งห้าที่ยืนอยู่ด้านหลังอาเจีย "อี้หราน มู่หลาง ซิงเสวี่ย ปิงอวิ๋น หลิงเออร์... พวกเจ้าจงเป็นผู้มอบนามนั้นให้แก่เขาเถิด"


มิตรสหายทั้งห้าก้าวออกมาเบื้องหน้า พวกเขามิได้คุกเข่า ทว่าประสานมือคารวะอาเจียด้วยความเคารพอย่างสูงสุดจากใจจริง


"กระบี่ของข้า จะคมกริบเพื่อปกป้องกฎเกณฑ์ที่เจ้าขีดเขียน" ฉินมู่หลางกล่าว


"เพลิงของข้า จะแผดเผาผู้ที่หาญกล้าทำลายความสมดุลที่เจ้าสร้างขึ้น" เฟิงอวี้หรานเสริม


"พฤกษา ดารา และค่ายกลของพวกข้า จะเป็นรากฐานค้ำจุนวิถีเต๋าของเจ้าตลอดไป" โฉมงามทั้งสามประสานเสียง


องค์หญิงน้อยในร่างเทพธิดาชุดเทาประกายทอง ลอยตัวลงมายืนเคียงข้างอาเจีย นางยื่นมือออกไปประคองพู่กันนิรันดร์ปฐมกาลที่อยู่ในมือของชายหนุ่ม


"เจ้านาย..." องค์หญิงน้อยแย้มยิ้ม "ท่านมิใช่เพียงผู้สืบทอด ทว่าท่านคือผู้บัญญัติ ผู้ตีความ และผู้กำหนดกฎแห่งอักขระทั้งปวง... โลกเซียนแห่งนี้ ไร้ซึ่งวิหารเทพอนันตกาลแล้ว ทว่ามันต้องการ 'ศูนย์กลาง' ที่ไม่ใช่จอมเผด็จการ แต่เป็นผู้ค้ำจุนความสมดุล"


หลี่ชางไห่คุกเข่าลงเบื้องหน้าอาเจีย ชูแผ่นป้ายบัญชาขึ้นสูงสุด "เพื่อความสงบสุขของหมื่นภพ เพื่อความสมดุลของฟ้าดิน... ข้าน้อย หลี่ชางไห่ ขออัญเชิญท่านอาเจีย ขึ้นเถลิงถวัลย์เป็นศูนย์กลางแห่งวิถีเต๋า!"


"ขออัญเชิญ ขึ้นเถลิงถวัลย์!" ผู้คนนับล้านเบื้องล่างประสานเสียงตะโกน คำว่า 'อัญเชิญ' ดังกึกก้อง มันมิใช่การบังคับสถาปนา ทว่ามันคือเจตจำนงที่แท้จริงของสรรพชีวิตที่ปรารถนาผู้นำผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมและความรับผิดชอบ


อาเจียหลับตาลง สูดลมหายใจลึก เขาไม่ได้โหยหาอำนาจ ทว่าเขารู้ดีว่า หากปล่อยให้โลกเซียนไร้ศูนย์กลางยึดเหนี่ยว ความวุ่นวายและการแย่งชิงอำนาจระลอกใหม่ ย่อมปะทุขึ้นในไม่ช้า ความรับผิดชอบนี้ ใหญ่หลวงเกินกว่าที่เขาจะปฏิเสธได้


ชายหนุ่มลืมตาขึ้น นัยน์ตาสูญตาทอประกายดาราสีทอง เขายื่นมือออกไปรับแผ่นป้ายบัญชาจากมือของหลี่ชางไห่


วิ้งงงง!


ทันทีที่มือของเขาสัมผัสแผ่นป้าย พู่กันนิรันดร์ปฐมกาลในมือขวาก็เปล่งแสงสว่างจ้า อักขระสีทองนับหมื่นตัว พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หมุนวนและสลักเสลาลงบนความว่างเปล่า ก่อเกิดเป็น 'บทบัญญัติใหม่' แห่งโลกเซียน ที่ทุกคนสามารถสัมผัสและทำความเข้าใจได้


"นับแต่วันนี้เป็นต้นไป..." เสียงของอาเจียดังกังวาน ไร้ซึ่งความแข็งกร้าว ทว่าเปี่ยมด้วยบารมีที่ไม่อาจล่วงละเมิด "จะไม่มีวิหารเทพอนันตกาล จะไม่มีแดนศักดิ์สิทธิ์ที่กดขี่โลกเบื้องล่าง... สรรพชีวิต ล้วนเท่าเทียมภายใต้วิถีแห่งเต๋า ความแข็งแกร่งมิใช่ข้ออ้างในการขูดรีด ทว่าคือหน้าที่ในการปกป้องสมดุล!"


อาเจียชูพู่กันนิรันดร์ปฐมกาลขึ้นเหนือศีรษะ


"ข้า อาเจีย... ขอรับเจตจำนงของฟ้าดิน และการยอมรับจากพวกท่าน... ในฐานะ 'ราชันหมื่นอักขระ' ผู้พิทักษ์รอยต่อแห่งกาลเวลาและกฎเกณฑ์ทั้งปวง!"


ครืนนนนน!


ท้องฟ้าตอบรับด้วยสายฟ้าสีทองที่ผ่าลงมาอย่างนุ่มนวลประดุจดอกไม้ไฟ มันมิใช่ทัณฑ์สวรรค์ ทว่ามันคือการแสดงความปีติยินดีของฟ้าดิน โลกเซียนทั้งใบสั่นสะเทือนเบาๆ เป็นการประทับตราอักขระแห่งการยอมรับลงบนจิตวิญญาณของชายหนุ่ม


'ราชันหมื่นอักขระ' มิใช่เพียงฉายาที่ตั้งขึ้นเพื่ออวดเบ่ง ทว่าบัดนี้ มันคือ 'ตำแหน่ง' และ 'พันธสัญญา' ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์!


งานเลี้ยงฉลองชัยชนะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทอดยาวตลอดแนวเมืองทะลวงสวรรค์ที่ถูกฟื้นฟูด้วยปราณพฤกษา มันไม่ใช่งานเลี้ยงที่หรูหราฟุ่มเฟือย ทว่ามันเป็นงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และอิสรภาพ


อาเจียไม่ได้นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงส่ง ทว่าเขานั่งร่วมโต๊ะกับมิตรสหายและอาจารย์ จิบสุราดอกท้อและพูดคุยเรื่องราวในอดีต


"จากสำนักยาจกที่แทบจะไม่มีข้าวกิน... สู่ผู้บัญญัติกฎแห่งสวรรค์" เฟิงอวี้หรานชนจอกสุรากับอาเจีย "ชีวิตเจ้าช่างผาดโผนนัก สหาย"


"มันยังไม่จบหรอก อี้หราน" อาเจียวางจอกสุราลง ทอดสายตามองออกไปนอกระเบียง สู่ท้องฟ้าประดับดาว "โลกเซียนสงบสุขแล้ว... ทว่า จักรวาลนี้ยังกว้างใหญ่นัก และวิถีแห่งอักขระสูญตา... ก็ยังมีความลับอีกมากมายที่รอให้ข้าไปค้นหา"


"ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใด กระบี่ของข้าก็จะตามไปตัดเส้นทางให้" ฉินมู่หลางแย้มยิ้มบางๆ


ราชันหมื่นอักขระระบายรอยยิ้ม เส้นทางสายใหม่แห่งการผจญภัยและการค้นคว้าวิถีเต๋าอันไร้ขอบเขต กำลังรอคอยเขาอยู่เบื้องหน้า มหากาพย์แห่งอักขระ... จะถูกจารึกต่อไป ตราบชั่วกัลปาวสาน!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.42M 982
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
2.35M 999
อหังการยอดคนเหนือยุทธ

อหังการยอดคนเหนือยุทธ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
423K 2687
[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

นิยาย แฟนตาซี
282K 1440
หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
449K 1017
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
355K 668
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734