'จวนสกุลจ้าว'
ช่วงต้นยามซื่อ( 09.00-10.59น.) ซิ่วอิงกำลังจะออกไปตรวจงานอย่างเช่นทุกวัน แต่พ่อบ้านเหลียนกลับนำเทียบขอเข้าพบหลายสิบฉบับมามอบให้ ซิ่วอิงรับมาดูพบว่าเป็นของตระกูลใหญ่ และบรรดาพ่อค้าวานิชย์ในเมืองนั่นเอง
แต่ที่ทำให้ซิ่วอิงแปลกใจไม่น้อยคือ เทียบของตระกูลหยางและตระกูลหลี่ เหตุใดทั้งสองตระกูลจึงขอพบตนเอง ทั้งที่เธอเคยมีเรื่องขัดแย้งกับลูกหลานของพวกเขามาก่อน
ซิ่วอิงใช้ความคิดอ่านเกมของทั้งสองตระกูลอยู่ครู่นึง จึงกล่าวกับพ่อบ้านเหลียน
“ พ่อบ้านเหลียน.. ตระกูลหยางและตระกูลหลี่ส่งเทียบขอเข้าพบข้า ท่านมีความเห็นหรือไม่”
“ เรียนนายน้อย.. บ่าวคิดว่าพวกเขาคงคิดจะคลี่คลายความขัดแย้งกระมังขอรับ”
พ่อบ้านเหลียนตอบอย่างคนที่อยู่เมืองนี้มานาน
“ อืม.. ถ้าเช่นนั้นท่านเขียนหนังสือตอบรับบอกพวกเขา.. พรุ่งนี้ เวลานี้ ให้พวกเขามาพบได้..”
“ ขอรับ..”
‘ร้านหมื่นโอสถ’
หลังออกจากจวนสกุลจ้าว ซิ่วอิงเข้ามาดูร้านขายโอสถเป็นที่แรก หน้าร้านมีทหารรับจ้างชายร่างใหญ่ระดับยอดยุทธขั้นสูง 2 คน คอยดูแลความปลอดภัย ซึ่งเป็นคนของกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬที่หัวหน้าเว่ยส่งมา
ทั้งสองคนเห็นซิ่วอิงกุมมือโค้งคำนับพร้อมกัน
“ คารวะนายน้อย..”
“ เป็นอย่างไรบ้าง”
“ เรียนนายน้อย.. มีคนจำนวนมากเข้ามาซื้อโอสถตั้งแต่เช้าแล้วขอรับ”
ชายหนึ่งในนั้นตอบ
“ อืม.. พวกท่านดูแลความปลอดภัยด้านหน้า หากมีคนที่พลังยุทธ์สูงกว่ามากมาก่อกวน ให้เข้าไปเรียกลุงตงทันที อย่าฝืนต่อสู้จนบาดเจ็บ”
“ ขอรับนายน้อย..”
ซิ่วอิงพยักหน้าให้ทั้งคู่แล้วเดินเข้าไปในร้าน ภายในร้านมีลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก บ้างเลือกหาโอสถที่ตนเองต้องการ บ้างพยายามต่อรองราคา พนักงานของร้านทุกคนใส่ชุดสีฟ้าอ่อนขลิบขาว ซึ่งบุตรสาวเถ้าแก่เหอเป็นผู้ออกแบบ ดูสวยงามสบายตา ส่วนกลุ่มจิ้งจอกทมิฬที่มาช่วยอยู่ในชุดของพวกเขาเอง
“ คารวะนายน้อย..”
ทุกคนเห็นนายน้อยตนเองพากกันโค้งคำนับ ซิ่วอิงโบกมือให้ทำงานกันต่อ แล้วเดินไปห้องรับแขกของร้าน ตงห่าว เหม่ยหลินและหลานอิงนั่งจิบชากันอยู่พอดี จึงนำชามังกรแดงส่งให้สาวใช้นำไปชง แล้วมารินแจกจ่ายให้กับทุกคน
ตงห่าวกับสองสาวมองน้ำชาสีแดงอมเขียวแปลกตา ก่อนจะค่อยๆดื่มเข้าไป ซิ่วอิงมองสีหน้าพวกเขาที่เต็มไปด้วยความสุข ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
“ ชานี้เรียกว่า ชามังกรแดง.. เป็นชาที่จะขายในร้านชา เป็นอย่างไรบ้าง.. ดีหรือไม่”
แล้วคำตอบของพวกเขาทั้งสามก็เหมือนมารดาเธอทุกอย่าง อีกทั้งยังบอกว่าต้องขายดีแน่นอน ซิ่วอิงยิ้มแล้วเอ่ยถามตงห่าว
“ ท่านลุงตง… เหตุการณ์เป็นเช่นไรบ้าง”
“ เมื่อคืนที่ผ่านมา มีคนมาแอบซุ่มดูที่ร้านจำนวนไม่น้อย แต่พวกมันก็มิได้ทำอะไร คงมาดูลาดเลามากกว่า”
ตงห่าวกล่าวตอบ ซิ่วอิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วกล่าวขึ้นว่า
“ ช่วงนี้ระวังไว้ให้มากหน่อยก็ดี.. ข้าจะให้รองหัวหน้ากลุ่มจิ้งจอกฯมาช่วยท่านสัก 2 คน"
" เข้าใจแล้วนายน้อย"
เมื่อตงห่าวรับคำจึงถามเหม่ยหลินต่อ
" พี่สาวหลิน.. ช่วงนี้ท่านต้องปรุงโอสถเป็นจำนวนมาก ไหวหรือไม่..”
“ ก็หนักหนาอยู่บ้าง ถึงแม้นที่ข้าปรุงจะเป็นโอสถระดับต่ำ.. แต่กลับเป็นโอสถที่มีความต้องการและขายดีที่สุด หากมีคนอื่นมาช่วยคงดีไม่น้อย”
เหม่ยหลินกล่าวตอบสีหน้าซีดเซียว
ซึ่งเป็นจริงอย่างที่นางกล่าวอย่างไม่ต้องสงสัย หากถามว่าในเมืองมังกรฟ้ามีผู้ฝีกยุทธระดับใดมากที่สุด ไม่ต้องคิดก็ตอบได้ทันทีว่า กลุ่มระดับกลางคือระดับยอดยุทธลงมามีมากที่สุด
เพราะทุกคนไม่มีมิติในการฝึกฝนเช่นซิ่วอิง ดังนั้นกลุ่มผู้เยาว์อายุไม่เกิน15ปีของตระกูลหรือสำนักยุทธ จะอยู่ในระดับปรมาจารย์เสียส่วนใหญ่ ส่วนอายุ15-20ปีจะอยู่ในระดับยอดยุทธเท่านั้น มีน้อยมากที่เป็นอัจฉริยะอย่างชินไป่หลงที่อยู่ในระดับปฐพี
ดังนั้นโอสถที่ขายดีจึงเป็นโอสถต่ำกว่าระดับนภาลงมา แต่โอสถที่ขายดีที่สุดคือโอสถสร้างฐานลมปราณ สำหรับผู้ที่บ่มเพาะลมปราณไม่ได้นั่นเอง
“ อืม.. พวกเราขาดคนช่วยปรุงโอสถจริงๆด้วย เอาไว้ข้าจะหาหนทางแก้ไข ส่วนตอนนี้คงต้องลำบากพี่สาวหลินไปก่อน.. แต่ข้ามีข้อแม้ว่าพี่สาวหลินทำเท่าที่ทำได้ก็พอ หากไม่ไหวให้หยุดพักสักหลายวัน โอสถจะไม่มีขายก็หาเป็นไรไม่..”
ซิ่วอิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อเหม่ยหลินพยักหย้าตอบรับ จึงหันไปกล่าวกับหลานอิง
“ พี่สาวอิง.. ท่านฝึกเคล็ดกายาเหมันต์ถึงไหนแล้ว”
“ เรียนนายน้อย.. ถึงระดับเชี่ยวชาญแล้ว อีกไม่นานคาดว่าจะบรรลุระดับแก่นแท้ได้แน่นอน”
หลานอิงกล่าวตอบเสียงเรียบนิ่งเช่นเดิม
ซิ่วอิงพยักหน้าส่งยิ้มให้นางด้วยความพอใจ พลางคิดว่าพี่สาวหลานอิงคนนี้ เป็นสาวสวยผู้มีธาตุพิเศษและมีความเป็นมาปริศนา มีกายาเหมันต์ในตำนาน ซึ่งหาได้ยากในแคว้นมังกรศักดิ์สิทธิ์ จึงสามารถบ่มเพาะได้ไวกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว
ในความคิดของซิ่วอิง หลานอิงต้องมาจากตระกูลโบราณสักแห่งเป็นแน่ เพียงแต่อาจมีเหตุกาณ์เกิดขึ้นในตระกูลทำให้หลบหนีออกมา เป็นสาเหตุให้การบ่มเพาะของเธอหยุดชะงัก แต่เมื่อมาเจอกับซิ่วอิง การบ่มเพาะของเธอจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ดูจากล่าสุดเพิ่มระดับจากยอดยุทธขั้นสูง ไปถึงระดับปฐพีขั้นกลางเลยทีเดียว
“ อืม.. พี่สาวอิง.. เรื่องขยายการค้าไปยังเมืองหลวง จำเป็นต้องมียอดฝีมือระดับสูงเป็นผู้ดูแล ข้าคาดหวังในตัวท่านไว้มาก..”
“ ข้าเข้าใจแล้ว.. ขอบคุณนายน้อยที่สนับสนุน..”
หลานอิงกล่าวอย่างหนักแน่น เธอเข้าใจดีถึงเจตนาของซิ่วอิงที่ต้องการให้ตนเองรีบยกระดับการบ่มเพาะ เพื่อเป็นผู้ช่วยที่แข็งแกร่ง ในการขยายการค้าไปเมืองหลวงมังกรศักดิ์สิทธิ์ เมืองที่ใหญ่โตกว่าเมืองมังกรฟ้าหลายเท่า ทั้งยังมีสำนักยุทธและตระกูลใหญ่ ที่มีผู้ฝึกยุทธระดับสูงอยู่มากมาย
หลังจากนั้น ซิ่วอิงมอบโอสถระดับสูงให้แก่หลานอิง อีกทั้งยังนำสมุนไพรสำหรับปรุงโอสถระดับต่ำกลับมาเป็นจำนวนมาก เธอตั้งใจช่วยเหม่ยหลินปรุงโอสถระดับต่ำไปก่อน จนกว่าจะหาคนมาช่วยได้
‘ร้านเครื่องปั้นดินเผา’
ออกจาร้านขายโอสถ ซิ่วอิงไปยังร้านเครื่องปั้นดินเผาของเถ้าแก่ฟง ภายในร้านตอนนี้วุ่นวายเป็นอย่างมาก ลูกค้ามากมายเข้าออกกันขวักไขว่
ซิ่วอิงเข้าไปสอบถามเถ้าแก่ฟง จึงทราบว่าพวกเขาแต่ละคน เป็นตัวแทนหรือพ่อบ้านของตระกูล มาเพื่อสั่งทำห้องสุขาให้กับเจ้านายตนเอง แต่ส่วนใหญ่ต้องผิดหวังเพราะสินค้าหมดเกลี้ยง จึงทำได้แค่เพียงลงชื่อสั่งจองไว้เท่านั้น
เถ้าแก่ฟงนำซิ่วอิงไปลานกว้างหลังร้าน คนงานกว่าสองร้อยคนทำงานกันอย่างขะมักเขม้น แต่ยังไม่สามารถผลิตสินค้าเพียงพอกับความต้องการอยู่ดี
“ เรียนนายน้อย.. คนงานทำงานกันไม่หยุดหย่อน แต่ทำได้วันละประมาณ100ชุดเท่านั้นขอรับ”
“ อืมม.. ในกลุ่มคนงานพวกนี้ มีคนที่ชำนาญมากสักกี่คน”
ซิ่วอิงถามพร้อมกับวางแผนไว้ในใจ
“ คนที่มีความชำนาญถึงระดับหัวหน้างานแต่ละชิ้นส่วน มีประมาณ80คน คนที่พอเป็นผู้ช่วยประมาณ100คน.. ที่เหลือเป็นแรงงานขอรับ”
“ เช่นนั้นเอาอย่างนี้.. ตั้งแต่พรุ่งนี้ให้แบ่งการผลิตออกเป็น80ชุด แต่ละชุดมีหัวหน้า1คน ผู้ช่วย1หรือ2คน.. ส่วนแรงงานที่ทำอยู่ขณะนี้คงมีความรู้พอตัว แบ่งพวกเขาไปเป็นผู้ช่วยในแต่ละชุด.."
“ เอ่อ.. แล้วคนงานหล่ะขอรับ”
เถ้าแก่ฟงถามด้วยสีหน้ามึนงง ถ้าแยกอย่างที่นางว่าแล้วจะเอาแรงงานจากไหน
“ วันนี้ให้ประกาศรับคนงานใหม่.. โดยให้ค่าแรงวันละ1เหรียญทอง ส่วนคนงานที่มีอยู่แล้วเพิ่มค่าแรงให้แก่ทุกคนเช่นกัน.. หัวหน้างานให้วันละ3เหรียญทอง ผู้ช่วยวันละ2เหรียญทอง..”
“ หาๆ.. ไม่มากไปเหรอขอรับนายน้อย”
เถ้าแก่ฟงอ้าปากกว้างตาโต แทบไม่เชื่อหูตนเอง หากจ่ายค่าแรงขนาดนี้จะเอากำไรที่ไหนกัน
“ หึๆ.. ไม่มากไปหรอก.. ค่าจ้างส่วนทีเพิ่มเราก็ไปเก็บเอาจากลูกค้า ด้วยการขึ้นราคายังไงละ..”
“ เข้าใจแล้ว.. ข้าเข้าใจแล้วขอรับนายน้อย..”
คำพูดแจกแจงของซิ่วอิง ทำเอาเถ้าแก่ฟงตอบรับด้วยอาการดีอกดีใจผิดปกติ เขาไม่คิดว่านายน้อยจะจัดการเรื่องค้าขายได้ง่ายดายเช่นนี้จริงๆ
‘จวนดอกไม้’
เกือบเที่ยงวันซิ่วอิงมาถึงจวนดอกไม้ อวี้เหมยสาวงามผู้ร้อนแรงออกมาต้อนรับแล้วพาเดินดูด้านใน
หลังจากปรับปรุงใหม่ จวนดอกไม้ดูสวยงามแปลกตาเป็นอันมาก เรือนใหญ่ 3 เรือนที่เต็มไปด้วยดอกไม้และไม้เลื้อยต่างๆเต็มหลังคา แต่ละเรือนถูกทำให้เป็นเรือนหลัก มีโต๊ะเก้าอี้หลายสิบชุดจัดตั้งอยู่อย่างสวยงามทุกเรือน
ส่วนที่ว่างข้างจวนซึ่งเดิมมีแปลงดอกไม้ มีการสร้างศาลาเพิ่มขึ้นมา แต่ละศาลามีดอกไม้นานาชนิดกั้นกลางไว้ ริมทางเดินสองข้างก็มีดอกไม้ปลูกเป็นแนว ดอกไม้นานาพันธ์ส่งกลิ่นหอมอวลไปทั้งจวนเลยทีเดียว
หลังจากดูจนพอใจ อวี้เหมยพาซิ่วอิงที่เรือนใหญ่ ซิ่วอิงส่งชามังกรแดงให้สาวใช้ชงมาให้ทุกคนทดลองดื่ม ระหว่างรอได้เอ่ยกับอวี้เหมยว่า
“ พี่สาวอวี้.. ไม่คิดว่าท่านจะชอบดอกไม้มากขนาดนี้”
“ อิอิ.. ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พอเห็นดอกไม้ทีไร ข้ามีความสุขมากเลยนายน้อย”
อวี้เหมยกล่าวตอบรับอย่างอายๆ นางที่ดูเหมือนสาวร้อนแรง แต่กลับชอบดอกไม้เหมือนคุณหนูในห้องหอ จึงรู้สึกอายอยู่บ้าง ยังไม่ทันที่จะพูดคุยอันใดกันต่อไป มีกลุ่มคนชายหญิงหลายคนเดินเข้ามาคำนับ แล้วเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“ คารวะนายน้อย..”
“ อืม.. พวกท่านมาลองดื่มชาของข้ากัน”
ซิ่วอิงกล่าวจบทุกคนนั่งลง พวกเขาเหล่านี้เป็นคนจากกลุ่มจิ้งจอกทมิฬและกลุมเขี้ยวหมาป่า ซึ่งมาช่วยอวี้เหมยดูแลร้านน้ำชา ในจำนวนนี้มีอยู่คนนึงที่ซิ่วอิงเคยแนะนำแนวทางฝึกยุทธให้ นางก็คืออิงฮัวสาวสวยร่างเล็กนั่นเอง
ซิ่วอิงจำนางได้ดีจึงถามขึ้นว่า
“ อิงฮัว.. เจ้าฝึกทักษะไปถึงไหนแล้ว”
“ เอ่อ.. นายน้อยจำข้าได้ด้วยหรือเจ้าคะ”
“ ผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักอย่างเจ้า ใครก็จำได้.. จริงมั้ย”
ซิ่วอิงกล่าวอย่างยั่วเย้า ทำเอาทุกคนมองเธอด้วยความแปลกใจ เพราะเป็นด้านที่พวกเขาไม่เคยเห็น สาวร่างเล็กมองซิ่วอิงหน้าตาตื่นๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ
“ ทักษะนั้น.. ข้าฝึกได้เกินห้าส่วนแล้วเจ้าค่ะ”
“ ดีมาก.. ตั้งใจฝึกต่อไป”
ซิ่วอิงพยักหน้าแล้วกล่าวให้กำลังใจ เป็นเวลาเดียวกับที่สาวใช้นำชามารินแจกจ่ายแก่ทุกคน แล้วเป็นเหมือนกับคนที่ได้ชิมไปก่อนหน้านี้ ต่างบอกว่าชามังกรแดงนี้เป็นชาที่ดีมาก ต้องเรียกลูกค้าเข้าร้านได้อย่างดี
ซิ่วอิงจึงบอกอีกว่าเธอยังมีชาอีกหลายรูปแบบ แล้วส่งมอบความรู้เรื่องชาให้อวี้เหมยจนหมดสิ้น ทำเอาอวี้เหมยต้องคำนับด้วยความซาบซึ้งอยู่หลายครั้งทีเดียว
ก่อนจะกลับ ซิ่วอิงให้ทุกคนไปปล่อยข่าวเรื่องการเปิดร้านน้ำชา เธอตั้งชื่อว่า ‘ร้านน้ำชาหมื่นบุปผา’ ซึ่งเป็นร้านของนายน้อยจ้าว โดยจะเปิดในอีกสองวันข้างหน้า ในวันเปิดจะคิดเงินเพียงครึ่งนึงของราคาจริงเท่านั้น
‘จวนสกุลจ้าว’
หลังจากจัดการร้านน้ำชาเรียบร้อย ซิ่วอิงจึงเดินทางกลับจวน เย็นนี้หลังจากตรวจความเรียบร้อยในจวน เธอมีเวลาอยู่กับครอบครัวนานเป็นพิเศษ หลังจากทานอาหารร่วมกัน ซิ่วอิงสอนน้องสาวบ่มเพาะและเล่นกับเจ้าสองตัวจนมืดค่ำ เมื่อทุกคนหลับจึงเข้ามิติส่วนตัว ปรุงโอสถ บ่มเพาะ ฝึกทักษะอยู่ในมิติได้นานหลายเดือนทีเดียว
‘เช้าวันต่อมา’
วันนี้ซิ่วอิงมีนัดกับตระกูลหยางและตระกูลหลี่ หลังจากทานอาหารเช้าร่วมกับครอบครัว จึงให้สาวใช้เตรียมชามังกรแดงไว้รับแขก ถึงจะไม่รู้ว่าพวกมีจุดประสงค์อะไร แต่จะให้ใครมาดูถูกตระกูลจ้าวของเธอไม่ได้
ชิ่วอิงบอกกับทุกคน
" ท่านพ่อ ท่านแม่.. วันนี้มีแขกมาเยี่ยม ท่านจะออกไปรับแขกกับลูกหรือไม่เจ้าคะ"
" อิงเอ๋อร์.. ไปรับแขกกับพ่อเจ้าเถิด แม่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายนอก"
นางจ้าวกล่าวตอบเสียงสดใส
" เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ.. ลูกก็ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร ให้ลูกกับท่านพ่อรับหน้าดีกว่า.."
หลังจากนั้นนางจ้าวพาลูกสาวคนเล็ก ไปช่วยคนงานทำชาดอกไม้ที่หลังจวน เสี่ยวหยวนจึงพาเสี่ยวอันไปด้วย ส่วนเสี่ยวไป๋ซิ่วอิงให้มันอยู่ด้วย เพื่อข่มขวัญแขกไปในตัว
ช่วงต้นยามซื่อ (09.00-10.59น.) พ่อบ้านเหลียนมารายงานว่าคนตระกูลหยางมาถึงแล้ว ซิ่วอิงกับบิดาจึงให้เชิญทุกคนไปห้องรับแขก
เมื่อคนตระกูลหยางมาถึง ซิ่วอิงกับบิดาและเสี่ยวไป๋คอยอยู่ในห้องรับแขกแล้ว ทุกคนเมื่อเห็นร่างอันสูงใหญ่ของเสี่ยวไป๋ ถึงกับหยุดชะงักหน้าถอดสีด้วยความตกใจ จ้าวเว่ยจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ เชิญทุกท่าน.. นี่คือเสี่ยวไป๋สัตว์อสูรพันธสัญญาของบุตรสาวข้าเอง พวกท่านไม่ต้องกลัว..”
‘ไม่กลัวบ้านท่านสิ.. นี่สัตว์อสูรระดับ6เทียบเท่าระดับนภาเชียวน่ะ’
คนตระกูลหยางต่างคิดในใจด้วยความหวาดหวั่น
" คาวระผู้นำตระกูลจ้าว.. ข้าหยางห้าวหลินผู้นำตระกูลหยาง ขอบคุณที่ให้พวกข้าเข้าพบ"
หยางห้าวหลินผู้นำตระกูลผ่านร้อนหนาวมามาก เป็นผู้ตั้งสติได้ก่อนคนอื่น จึงกล่าวขึ้นพร้อมประสานมือคาวระอย่างมีมารยาท จ้าวเว่ยคารวะตอบพร้อมกับกล่าวว่า
" ท่านผู้นำตระกูลหยางเกรงใจไปแล้ว.. ข้าจ้าวเว่ยกับบุตรสาวยินดีต้อนรับทุกท่าน"
" ข้าจ้าวซิ่วอิง.. ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะ "
ซิ่วอิงคารวะแล้วเอ่ยขึ้น
‘นี่รึนายน้อยจ้าวผู้โด่งดัง.. ช่างเป็นสตรีที่งดงามยิ่งนัก..’
หยางห้าวหลินคิดก่อนจะแน่ะนำคนที่มากับตนเอง
" ข้าขอแนะนำ.. นี่คือผู้อาวุโสใหญ่หยางจง"
" คารวะผู้อาวุโสใหญ่.. "
จ้าวเว่ยกับซิ่วอิงกุมมือทำความเคารพ ในฐานะที่เขานั้นอาวุโสกว่ามาก ผู้อาวุโสใหญ่รับการเคารพพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า เขารู้สึกพอใจในการแสดงออกของจ้าวเว่ยและบุตรสาวยิ่งนัก
" ส่วนนี่.. บุตรชายข้าหยางต้วนเฉิง และบุตรสาวหยางรั่วฉิน.. นายน้อยจ้าวคงรู้จักพวกเขาดีอยู่แล้ว.. ฮ่ะๆๆ"
หยางห้าวหลินกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ หยางต้วนเฉิงคำนับให้จ้าวเว่ยแล้วกล่าว
" ข้าหยางต้วนเฉิง.. ยินดีที่ได้พบหัวหน้าตระกูลจ้าว และได้พบนายน้อยจ้าวอีกครั้ง.."
ด้านหยางรั่วฉินคำนับจ้าวเว่ย แต่กับซิ่วอิงนั้นนางกลับมีท่าทีอึดอัด
" ข้าหยางรั่วฉิน.. คำนับหัวหน้าตระกูลจ้าว ..เอ่อ.."
" ทุกท่านเชิญนั่งลงก่อน "
จ้าวเว่ยเห็นท่าทีของหยางรั่วฉินเข้าใจดี จึงเชิญทุกคนนั่งลงทันที สาวใช้สองคนรินน้ำชาให้แก่ทุกคน แล้วออกไปยืนนอกห้อง
จ้าวเว่ยมองท่าทีอึดอัดใจของหยางรั่วฉิน จึงหัวเราะขึ้นเบาๆ พร้อมกับกล่าวว่า
" คุณหนูหยาง.. เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างบุตรสาวข้ากับพวกท่าน บุตรสาวข้าเล่าให้ฟังหมดแล้ว ทั้งยังบอกว่านางมิได้ติดใจอันไดเลย เพราะฉะนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกังวลใจไป ทำตัวตามสบายเถอะ.. เชิญทุกคนดื่มชา.."
จ้าวเว่ยกล่าวจบผายมือไปยังถ้วยชาด้านหน้า คนตระกูลหยางมองดูน้ำชาสีแดงอมเขียวในถ้วยด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นจ้าวเว่ยกับซิ่วอิงยกชาขึ้นดื่ม พวกเขาเลยทำตามถึงแม้นจะไม่ค่อยวางใจนัก
ในทันทีที่น้ำชาสีแดงอมเขียวเข้าไปในปาก ความหอมสดชื่นก็พรั่งพรูออกมา รสชาติที่แปลกลิ้นแต่ให้ความรู้สึกดีเช่นนี้ พวกเขาไม่เคยพบมาก่อน
" นี่... คือชาอะไร ทำไมรสชาติถึงดีเช่นนึ้.."
หยางห้าวหลินเอ่ยออกมา ทุกคนที่เพิ่งจะได้ลิ้มรสชาต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แม้กระทั่งหยางรั่วฉินยังอดใจไม่ได้ดื่มเข้าไปจนหมดถ้วย ก่อนจะเหลือบมองไปยังกาน้ำชาที่วางอยู่
การแสดงออกของคนตระกูลหยาง ย่อมอยู่ในสายตาซิ่วอิงอยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นแผนการณ์ที่เธอวางไว้ จึงลุกขึ้นยกกาน้ำชาไปรินให้คนตระกูลหยางด้วยตนเอง
" ทุกท่าน.. นี่คือชามังกรแดง เป็นชาที่ท่านอาจารย์ของข้าค้นพบและขยายพันธ์ุขึ้นมา.. เชิญดื่ม"
ซิ่งอิงกล่าวจบเชิญทุกคนดื่ม
" เป็นชาที่ดีจริงๆ.. ข้าละอิจฉาผู้นำจ้าว ที่มีบุตรสาวประเสริฐเช่นนี้.."
หยางห้าวหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชมจากใจ
“ ท่านผู้นำตระกูลหยางกล่าวชมเกินไปแล้ว.. ”
ทุกคนพูดคุยกันตามมารยาทอยู่ชั่วครู่ จ้าวเว่ยจึงเอ่ยถามออกมา
" ท่านผู้นำตระกูลหยาง.. ข้าขอถามตรงๆได้หรือไม่ พวกท่านมาพบข้าวันนี้.. ต้องการสิ่งใด.."
………………………………