กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ออกเดินทางต่อหลังจากที่หยุดไปทั้งหมดถึงเจ็ดวัน
“ผมอยากจะถามมาตั้งแต่แรกแล้วคุณมีชื่อว่าอะไรเหรอ”
“เจ้าก็ได้ยินไปบ่อยๆแล้วไม่ใช่รึยังไง”
“ฮ่า ฮ่า ผมอยากฟังจากปากของคุณเองมากกว่านะ ยังไงก็ตามตอนนี้คุณเองก็เป็นคนของผมแล้ว”
“นั่นสินะ ข้ามีนามว่า ชาร์ลอตต์ นาเดีย ดาร์เลเน่ เป็นพี่สาวของเอลิซาเบธ”
ก่อนที่จะออกเดินทางมานั้นชาร์ลอตต์ได้ถามหาเอลิซาเบธจนกระทั่งไอรีนมอบสร้อยผลึกคริสตัลสีเขียวที่มีเอลิซาเบธอยู่ข้างในให้ทำให้เธอรู้สึกดีใจเพราะว่าน้องสาวของเธอยังมีชีวิตอยู่หลังจากที่กังวลไปในโลกภายนอกตั้งนาน
“นั่นสินะผมได้ทั้งพี่และก็น้องมาเลยเหรอเนี่ย”
“หืม! เจ้าบอกว่ายังไงนะหรือว่าแม้แต่เอลิซาเบธก็โดนเจ้าทำแบบนั้นไปด้วย”
“ไม่ ไม่ใช่...ที่ผม เอ่อ...หมายถึงก็ประมาณว่าพี่น้องทั้งสองมาอยู่ในปาร์ตี้เดียวกับผมก็เท่านั้น”
“เป็นอย่างนั้นเองเหรอ”
แต่ชาร์ลอตต์ก็มองผมด้วยสายตาที่มีความสงสัยในตัวของผมอยู่
“เอาเถอะ จะยังไงก็ชั่งข้าก็ไม่ได้ห้ามน้องของตนเองมีสามีคนเดียวกับข้าสักหน่อย”
“นั่นสินะดีแล้วที่คุณภรรยาสุดที่รักเข้าใจ”
ไอรีนเดินเข้ามาหาชาร์ลอตต์ทางด้านซ้ายแล้วพูดออกมา
“ชาร์ลอตต์อย่าไปอยู่กับเจ้าคนหื่นกามนี่เลยไปเดินกันทางนู้นดีกว่า”
เซล่าเองก็ด้วยเดินเข้าทางด้านขวาของชาร์ลอตต์พูดออกมาพร้อมกับมองผมราวกับเป็นคนแปลกหน้า
“ไปกันเถอะชาร์ลอตต์ อย่าไปสนใจเขาเลย”
มันก็จริงที่หลายวันมานี้ผมทำเรื่องแบบนั้นไปบ่อยและมันก็นานมากในแต่ละครั้งทำให้พวกเธอไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้ๆผมแล้ว เพราะแค่โดนผมสัมผัสเท่านั้นพวกเธอก็จะมีอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมาในทันทีทำให้เวลาส่วนมากใช้ไปกับการทำเรื่องแบบนั้นมากกว่าการไปทำอย่างอื่นกันซะอีก
ชาร์ลอตต์ก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ก่อนที่เธอมองผมด้วยสายตาที่กำลังสงสารผมอยู่ลึกๆ
“ไม่เป็นอะไรหรอก เดี๋ยวมีคนเหงาตายแถวนี้เอา”
นี่สิถึงจะเป็นภรรยาสุดที่รักของผมจริงๆจะว่าไปแล้วดูเธอเหมือนตามใจผมไปซะทุกอย่างเลย และการที่เธอรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์อยู่มันก็เลยทำให้เธอค่อนข้างที่จะอยู่ใกล้ๆผมบ่อยยิ่งขึ้น มันก็เลยทำให้เธอดูน่าหลงใหลมากขึ้นกว่าเดิม ผมก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่ว่าเป็นแบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน
ยังไงซะการตั้งครรภ์ของแวมไพร์มันก็เป็นข้อดีแบบหนึ่งก็คือลูกรักของผมกว่าจะสามารถออกมาลืมตาดูโลกได้ก็ตั้งห้าสิบปีเป็นอย่างน้อยแต่ถ้านานหน่อยก็สักหนึ่งพันปีแต่ในระหว่างนั้นการพัฒนาของเธอทั้งหมดก็จะก้าวกระโดดไปด้วย ถ้าพวกเธอทุกคนตั้งครรภ์กันหมดมันก็จะยิ่งทำให้การพัฒนาความแข็งแกร่งเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น แสดงว่าผมต้องลองพยายามมันกับไอรีนและเซล่าแล้วสิจะได้ทำให้พวกเธอแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว( วางแผนการใหม่อีกแล้วสิโรเบิร์ต )
และผมก็แอบไปสอบถามกับอิซาเบลล่าที่ดูเหมือนจะรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดีว่าถ้าพวกเธอเข้าสู่การต่อสู้ในขณะที่ตั้งครรภ์มันจะไม่เป็นอันตรายต่อลูกในท้องเหรอ อิซาเบลล่าก็ตอบกลับมาว่า ไม่เป็นอะไรเพราะตัวอ่อนจะผูกติดกับพลังชีวิตของพวกเธอทั้งหมดไม่ได้แยกออกจากกันเหมือนมนุษย์ถ้าแม่ไม่ตายลูกก็ไม่ตาย นอกจากจะอยู่ในช่วงท้องโตแล้วเท่านั้นถึงทำให้พลังชีวิตแยกออกจากคนที่เป็นแม่แต่ว่าทันทีที่แยกตัวก็จะใช้เวลาเติบโตกลายเป็นเด็กทารกเพียงแค่เจ็ดวันก็คลอดแล้ว
เอาเข้าจริงๆมันก็เรียกได้ว่าสะดวกมากๆเพราะพวกเธอไม่ต้องอุ้มท้องกันเลยและเมื่อถึงเวลาของเจ้าตัวเล็กที่จะเกิดมาก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วันก็ตัวเท่าเด็กทารกและก็คลอดออกมาได้แล้ว แต่ที่ไม่ดีเลยก็คือระยะการตั้งครรภ์ที่นานเอามากๆทำให้ไม่สามารถสืบสายเลือดไปได้มากไปกว่านี้ถึงว่าละแวมไพร์ทำไมถึงต้องมีวงศ์วาน( ความคิดนี้ของโรเบิร์ตเข้าท่ามาก )
อิซาเบลล่ายังพูดเสริมอีกว่าภาวนาให้ตัวอ่อนทารกเจริญเติบโตตอนหนึ่งพันปีจะดีกว่าเพราะเจ้าตัวเล็กที่เกิดมาจะมีความสามารถมากกว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดทันที แต่ถ้าใช้เวลาแค่ห้าสิบปีก็จะทำให้เด็กทารกมีความสามารถด้อยกว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดถึงเท่าตัว
จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้สนใจกับระยะเวลาการเกิดหรืออะไรเลยเพราะไม่ว่าเขาจะมีความสามารถหรือไม่มีผมก็จะเลี้ยงเขาอยู่ดีไม่จำเป็นต้องเก่งไปทุกอย่างแค่เขาใช้ชีวิตให้มีความสุขผมก็พอใจแล้วนี่คือความรู้สึกของคนเป็นพ่อในโลกก่อนหน้านี้ของผมเอง
ผมมองไปที่ลูเชียโน่กับอิซาเบลล่าที่ไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่เหมือนคู่รักกันสักนิดผมว่ามันเหมือนกับคู่กัดกันมากกว่านะ แต่ว่าผมรับรู้และเข้าใจพวกเขาเพราะพวกเขาทั้งสองที่รักกันมากๆยังไงละถึงจะแสดงออกมาแบบนั้นต่อหน้าทุกคนแต่ลึกๆแล้วพวกเขารักกันถึงขั้นที่ว่าอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดเวลาด้วยซ้ำไป
การข้ามผ่านเขตป่าดิบชื้นใช้เวลากว่าสิบวันกว่าจะออกมามาจากเขตป่าดิบชื้นได้ในระหว่างนั้นไม่มีวี่แววของพวกมอนสเตอร์สักตัวเดียวกับพวกเจ้าตัวประหลาดก็ไม่มีทำให้ชีวิตประจำวันดำเนินไปแบบสบายๆ จนมาถึงที่ทางเข้าของเขตวิหารถึงจะบอกว่าเขตวิหารก็จริงแต่ว่าตัววิหารมันก็อยู่ไกลออกไปอีกสามร้อยกิโลเมตร แต่ว่าในขณะนี้หน้าทางเข้าที่มีอยู่แค่ทางเดียวกลับเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
พวกกลุ่มอำนาจทั้งห้าที่ตกลงกันตั้งแต่เข้ามาในดันเจี้ยนตอนแรกว่าจะไม่ให้ใครได้ราชาคนเถื่อนไปนอกจากพวกมันเท่านั้นพวกมันก็เลยสร้างแนวป้องกันเพื่อไม่ให้กลุ่มอื่นเข้ามาสามารถได้ ทำให้กลุ่มอื่นที่มาดันเจี้ยนในครั้งนี้มากมายหลายกลุ่มพยายามใช้คนในกลุ่มตีฝ่าแนวป้อนกันเข้าไปแต่ก็ไม่สำเร็จ บางกลุ่มก็ล้มตายกันไปหลายคน บางกลุ่มก็กลับมาสภาพยับเยินเนื่องจากความแตกต่างของพลังที่มากเกินไป
กลุ่มอำนาจพวกนั้นก็ย่อมสร้างพวกผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงกันออกมาทั้งนั้นเรื่องอะไรที่กลุ่มระดับกลางขึ้นไปถึงระดับสูงจะสู้ได้ กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ก็เดินผ่านที่พักของพวกที่พ่ายแพ้ การที่พวกเขาสร้างที่พักเอาไว้ที่นี่เพราะคิดจะรอให้กลุ่มอำนาจออกไปให้หมดแล้วค่อยอาศัยจังหวะที่ดันเจี้ยนถูกเคลียร์แล้วเข้าไปในเขตวิหารจากนั้นก็อาศัยดวงของพวกเขาเข้าไปหาสมบัติที่ยังหลงเหลืออยู่
ขณะที่กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่กำลังเดินไปผ่านจุดที่พักแห่งนี้ไปก็มีคนมากมายนับร้อยกว่าคนมายืนขวางทางเอาไว้พวกมันก็เป็นพวกที่พ่ายแพ้มาเหมือนกันแต่ก็มีแค่คนบาดเจ็บเท่านั้นไม่ได้มีคนเสียชีวิตลงแม้แต่คนเดียวการที่พวกมันมาขวางในครั้งนี้ก็เพราะมองเห็นว่ากลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่มีผู้หญิงที่สวยระดับเทพธิดาหลายคนมาด้วยในครั้งนี้ พวกมันก็เลยอดไม่ได้ที่จะแสดงการอวดเบ่งพลังให้พวกผมส่งผู้หญิงในกลุ่มทั้งหมดไปให้พวกมันได้เล่นสนุกกัน
จากนั้นก็มีชายที่มีท่าทางอวดดีมีท่าเดินที่เป็นเอกลักษณ์เล็กน้อยที่ไม่ต่างไปจากพวกนักเลงข้างถนนในโลกก่อนของผมมันก็คือหัวหน้ากลุ่มที่มายืนขวางไว้นั่นเอง มันเดินออกมาจากกลุ่มของมันจากนั้นก็มองมาที่ภรรยาทั้งสามของผมตาเป็นมันโดยไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้าอิซาเบลล่าก็โดนไปกับเขาด้วย ไม่นานนักน้ำลายของมันก็ไหลออกมาจนเช็ดแทบไม่ทัน พวกมันทั้งกลุ่มก็ไม่ต่างไปจากหมาป่าที่เห็นแกะตัวอ้วนที่เข้ามาติดกับ
ชายคนนี้ตั้งสติได้ก่อนจะมองมาที่ผมแล้วพูดออกมา
“ฮ่า ฮ่า ว่ายังไงพวกพอจะส่งเอ่อ...ค่าผ่านทางมาให้ก่อนได้รึเปล่าพวกเราจะได้เปิดทางให้เดินทางกันสะดวกมากขึ้น”
ผมมองพวกมันก่อนจะหันไปพูดกับชาร์ลอตต์
“เอายังไงดีละตอบรับพวกมันไหม”
“ตอบรับไปเถอะอย่างน้อยก็อุตส่าห์มาต้อนรับพวกเราถึงที่นะ”
“นั่นสินะ”
กลุ่มพวกมันทั้งกลุ่มเมื่อได้ยินชาร์ลอตต์พูดออกมาแบบนั้นก็ทำให้พวกมันโห่ร้องยินดีกันขึ้นโดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้ดีใจจนออกหน้าออกตา พวกมันทั้งหมดนึกไปถึงค่ำคืนอันแสนวิเศษที่ได้ใช้ร่วมกับผู้หญิงในกลุ่มของพวกผมกันแล้ว
จากนั้นชาร์ลอคตต์ก็เดินเข้าไปหากลุ่มของพวกมันก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่สามารถกระชากใจชายทุกคนได้
“ข้าเป็นคนแรกเอง”
“เธอเหรอ โอ้! ดีเลย ดีเลย” แน่นอนว่าการตอบรับของผมกับชาร์ลอตต์ที่คุยกันนั้นมันคนละความหมายกับที่พวกมันเข้าใจ อย่าลืมว่าชาร์ลอตต์มีฐานะเป็นอะไรและทำไมเธอถึงได้สร้างอำนาจที่แม้แต่พวกนายพลทั้งหลายยังไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าตรงๆเวลาพูดกับเธอ เพราะความน่าเกรงขาม ความสูงส่งที่สำคัญคือความโหดเหี้ยมที่ชาร์ลอตต์มีเพราะเธอไม่เคยปราณีต่อศัตรูแม้แต่คนเดียว
มันที่คิดว่าชาร์ลอตต์จะมาหามันเพราะจะมาให้มันทำเรื่องแบบนั้นก็เลยเดินท่าทางประมาณว่าจะเข้ามากอดชาร์ลอตต์เอาให้ชื่นใจสักทีหนึ่ง แต่มันคิดผิดเพราะชาร์ลอตต์ไม่ได้มาหามันเพราะเรื่องแบบนั้นแต่มาหามันเพราะเรื่องอื่น... ชาร์ลอตต์ใช้ฝ่ามือที่มีคลื่นพลังอันเบาบางโจมตีเข้าใส่ท้องของคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มแบบเน้นๆก่อนที่มวลคลื่นมหาศาลจะส่งผ่านไปยังกลุ่มของพวกมันทุกคนกระเด็นกันออกไปทั้งกลุ่มโดยที่ไม่สามารถต่อต้านได้ ทำไมผมถึงไม่ลงมือเองก็เพราะถ้าฟาดฟันออกไปต้องมีคนตายมันก็จะเป็นการทำเกินไปเพราะฉะนั้นผมก็เลยเลือกใช้การประนีประนอมเล็กน้อย
“ไม่จริง...นี่มันยอดฝีมือ”
คนทั้งหมดที่มาขวางทางไว้หมดสติไปกันทุกคนด้วยการโจมตีด้วยเศษเสี้ยวของคลื่นพลัง ทำให้กลุ่มอื่นที่รอเข้ามาหาเรื่องต่อนั้นต้องคิดใหม่ทันที
“ไปกันเถอะ จะเสียเวลาไม่ได้แล้วข้ามีงานที่ต้องทำที่จักรวรรดิอยู่รีบไปล้มบอสกันเถอะ”
กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ก็เดินกันต่อไปจนกระทั่งไปหยุดที่แนวป้องกันที่ไม่ให้ใครสามารถผ่านเข้าไปในเขตวิหารนอกจากกลุ่มอำนาจได้ ผมกำลังจะใช้การพูดคุยสักเล็กน้อย แต่ว่าพวกมันไม่แม้แต่จะพูดคุยอะไรด้วยก็พุ่งเข้ามาหากลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ในทันที.......... . . .