ธนินทร์เอ่ยทักทายขึ้น
"วันนี้มากันพร้อมหน้าเลยนะครับ มีงานประชุมสำคัญอะไรกันที่ผมไม่รู้รึเปล่าครับคุณแม่เฟื่อง"
"แกก็พูดไปเรื่อยนะตาธัน พูดเพ้อเจ้อจริง" คุณหญิงเฟื่องทองก็หัวเราะด้วยความอารมณ์ดี ที่ได้เห็นลูกชายคนเล็กกลับบ้านไว
"วันนี้แม่จัดงานเลี้ยงน้ำชา ถือเป็การพบปะกับพวกคุณหญิงทุกคน และเป็งานเลี้ยงขอบคุณหนูดาน่ะ วันนี้แม่เลยพาหนูดามารู้จักกับทุกคน"
ธนินทร์ไม่อยากจะพูดคุยถึงดาริกา เพราะมองจุดประสงค์เธอออก เนื่องจากก่อนหน้านี้หลังจากวันงานเลี้ยงประชุมผู้ถือหุ้น เขาได้ไปพูดกับภาสพงษ์ และพบว่าภาสพงษ์เองก็ไม่ได้ปิดบังเื่ราวแต่อย่างใด เท่ากับว่าตอนนี้คนที่รู้ประวัติและจุดมุ่งหมายของดาริกาที่เข้ามาหาคุณหญิงเฟื่องทองว่า้าเป็ลูกสะใภ้คนโปรดจึงมีทั้งเพนนี คุณสร้อยสิรินทร์ คุณเอมิกา ภาสพงษ์ และธนินทร์
ในขณะที่ธนาวินทร์เองก็ไม่ได้สนใจในตัวดาริกานัก เพราะผู้หญิงคนเดียวที่เขาสนใจเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวคือหญิงสาวคนรักของเขาหรือเพนนีนั่นเอง ธนาวินทร์จึงทำได้เพียงเพิกเฉยดาริกาไป ลับหลังจึงทำเหมือนเธอไร้ตัวตน เมื่ออยู่กันเพียงลำพังกับเพนนี หัวข้อการพูดคุยถึงดาริกา ก็จะไม่เกิดขึ้น
ส่วนคุณหญิงเฟื่องทองก็ยังเป็คนเดียวที่ไม่ได้รับรู้เป้าหมายที่แท้จริงของดาริกา เธอจึงเป็คนเดียวที่เหมือนว่าถูกปิดหูปิดตาด้วยความหลงในภาพลักษณ์อันดีงาม ภาพลักษณ์อันถูกใจซึ่งดาริกาได้แสร้งทำและสร้างเอาไว้ตอนก่อนหน้านี้
"แล้วนี่ทำไมลูกชายแม่ถึงกลับบ้านแต่หัววันเชียว เห็นปกติไม่มืดไม่ค่ำ ตาธันก็ไม่ถึงบ้าน ต้องรอให้ดึกดื่นซะก่อน"
"เผอิญวันนี้ผมเหนื่อยๆ น่ะครับ เลยรีบกลับมาบ้าน ว่าจะนอน คุณดาริกาเป็หมอลองตรวจผมหน่อยสิครับว่าเป็โรคอะไร"
ด้วยความรู้ว่าดาริกายังไม่ทันเรียนหมอจบ ธนินทร์จึงแกล้งๆ โยนเื่ให้ดาริกา
"ตาธัน อย่าไปรบกวนหนูดานะ วันนี้หนูดาเธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ต้องปะทะฝีปากพวกคุณทั้งสามคนนี้"
"งั้นผมไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณแล้วครับ" ว่าแล้วก็ไม่สนใจดาริกาทำเหมือนหญิงสาวเป็อากาศ หันไปพูดคุยกับเพนนี
"โอ้โห คุณพี่เพนนี วันนี้อย่างกะนางเอกปรากฏตัวแหน่ะ แล้วคุณพี่จะกลับแล้วหรอครับ ผมเพิ่งมาเองนะ"
"แหม่! น้องธันได้สิคะ เดี๋ยวเราไปนั่งพูดคุยกันก่อน เดี๋ยวพี่ค่อยก็ได้นะ มีเื่สนุกๆ อะไรมาเม้าท์กัน คุณป้าเอม คุณป้าสิรินทร์ไปด้วยกันนะคะ"
"ได้สิหนูเพนนี" คุณป้าทั้งสองตอบรับ
"อะไรกันตาธัน ไหนบอกว่าเหนื่อย แล้วทำไมไม่ไปพักผ่อน จะมาพูดคุยอะไรกันคนอื่นเขาอีก แทนที่จะไปนอน"
"เอาน่ะคุณเฟื่อง อย่าดุตาธันแกเลยนะคะ เราเดินไปคุยไปกันดีกว่า" กลายเป็คุณหญิงอัญชันที่ยังไม่กลับและยืนอยู่ข้างๆ คุณหญิงเฟื่องทองเป็ผู้ห้ามทัพแทน ว่าแล้วคุณหญิงอัญชันที่เป็คนช่างพูดก็หาเื่มาคุยทำให้คุณหญิงเฟื่องทองรู้สึกสนุกตาม
ด้านเพนนีก็พาธนินทร์ คุณป้าทั้งสองมานั่งอยู่ในห้องที่คุณป้าทั้งสองแนะนำ นั่นคือ ห้องรับแขกอีกห้องที่ไม่ใช่ห้องจัดน้ำเลี้ยงน้ำชาเมื่อกี้ ทั้งสี่คนพูดคุยกันไปเื่ราวที่พูดก็ไม่ได้เป็เื่ราวคนใครเลยนอกจาก วีรกรรมและจุดประสงค์ของดาริกานั่นเอง ปรากฏว่าในขณะนั้นป้ากาญที่กำลังเก็บห้องแล้วเดินผ่าน เห็นเพนนีจึงมองยิ้มให้ เพนนีเลยเรียกป้ากาญเข้ามานั่งร่วมวงสนทนา จนทำให้มีวันนี้มีคนรับรู้เื่ราวการเข้ามาของดาริกาหลายคนเลยทีเดียว
ด้านป้ากาญก็ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมดเพราะถูกท่าทางดูดีขดาริกาหลอกเอาไว้ แต่ก็ฟังเอาไว้ไม่เสียหาย เผื่อคุณหญิงเฟื่องทอง้ารู้เื่อะไรนางจะได้เตือนเอาไว้
หลังจากพูดคุยกันจบลง ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันไป เพนนีเองก็กลับมาถึงคฤหาสน์ของเธอเช่นกันด้วยความเหนื่อยล้า แต่มีความสุข
ณ คฤหาสน์ของเพนนี
"ป้าวรรณคะ นายพงษ์กลับมารึยังคะ" เพนนีถามป้าวรรณขณะที่หญิงสาวเดินมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์
"คุณภาสมาถึงนานแล้วค่ะคุณเพนนี กำลังนั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขก"
"ขอบคุณมากค่ะป้าวรรณ"
เพนนีจึงเดินไปหาภาสพงษ์พร้อมกับเตรียมบอกเล่าเื่สนุก
เมื่อเดินไปถึงพบว่าภาสพงษ์ยังมีท่าทีระแวงอยู่เล็กน้อย เหมือนสะดุ้งง่ายมากขึ้น
"นายพงษ์" เพนนีส่งเสียงเรียกด้วยเสียงดัง นี่บ้านของเธอ เธอจะเสียงดังยังไงก็ย่อมได้
ภาสพงษ์ที่ได้ยินสะดุ้งด้วยความใเล็กน้อย
"โอ๊ย! คุณเพนนีมาไม่ให้สุ้มให้เสียง เอ๊ะ! ไม่สิ มาทีเสียงดังอย่างกับะเิลง"
"ไอ้พงษ์ ไอ้นี่ ฉันเพิ่งเดินเข้ามาเหนื่อยๆ แท้ๆ แกก็ยังหาเื่มาแขวะฉันอีก ไอ้ประสาท แล้วมันเป็อะไรทำไมยังใง่ายอยู่อีกขนาดนี้ อย่าบอกนะว่ายังกลัวฟ่งเอ๋ออยู่อีกอ่ะ"
"โถ คุณเพนนีครับ ิญญาทั้งคนนะครับ จะไม่ให้ผมกลัวก็คงยาก"
บังเอิญที่แตงกำลังรีบเดินผ่านไปได้ยินว่าบ้านนี้มีิญญาพอดี เป็เื่แล้ว วันนี้บ้านของคุณเพนนีเตรียมมีหัวข้อสนทนาใหม่เกิดขึ้น เป็เื่ราวของธรรมชาติ แต่แตงที่ได้ยินแค่คำว่าิญญาแล้วรีบเดินหนีไปจึงไม่ได้ยินเื่ราวถัดมา ซึ่งดูน่ากลัวและเป็ไปไม่ได้กว่าคำว่า ิญญาเยอะ
"ปอดแหกรึเปล่า ไหนดูสิ เอ๊ะ ตาก็ไม่ขาว จะกลัวอะไรขนาดนั้น ขี้ขลาดหรอ ว้ายๆๆๆๆๆ" เพนนีทำท่าล้อเลียนแล้วหัวเราะด้วยความชอบใจ
"แกอย่าไปกลัวฟ่งเอ๋อมากเลยไอ้พงษ์ ฉันบอกแล้วว่าเธอน่ะน่ารักมาก แหม่! ทีรู้ว่ามีิญญาอยู่ในบ้านแล้วทำเป็กลัว แล้วทีตัวเองล่ะ เวียนว่ายตายเกิดมากี่รอบ ไม่ยักกะกลัว"
"โถ คุณเพนนีครับ ผมเห็นแต่ิญญาแค่ผมกับคุณ แต่ก็ไม่ใช่รูปแบบิญญาอีก มันเป็คนชัดๆ มีเนื้อมีหนัง แต่กับคุณฟ่งน่ะสิ เธอลอยได้ลอยไปลอยมา มาแอบอยู่ในห้องผมรึเปล่าก็ไม่รู้"
"อย่าเพ้อเจ้อย่ะ ฟ่งเอ๋อเธอไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก นายน่ะคิดมากเกินเบอร์ ถ้าฟ่งเอ๋อแอบเข้าห้องนายจริง ก็แสดงว่า นายเป็คนรักชาติก่อนของเธอแน่ ถ้าเป็แบบนั้น ได้เวลาสนุกแล้วสิ"
"อย่าพูดไปสิครับคุณเพนนี ผมยิ่งกลัวๆ อยู่"
ทั้งหมดที่คุยกันอยู่ในรับรู้และได้ยินของอวี๋เฟิงฟ่งมานานแล้ว นับั้แ่เพนนีได้พูดคำว่า ฟ่งเอ๋อ
หญิงสาวก็จะปรากฏตัวออกมาทันที เผื่อเพนนีมีเื่ราวที่คืบหน้าหรือมีอะไรให้เธอสามารถช่วยได้ แต่ตอนนี้เธอไม่ได้ปรากฏตัวออกมา แค่เพียงไปแอบฟังอยู่ข้าง หลบตัวเองไว้ก่อน
เพนนีเมื่อคิดได้ว่าวันนี้มีเื่จะเล่าให้ภาสพงษ์ฟัง จึงคิดได้อีกว่า
"งั้นก็เล่าให้ฟ่งเอ๋อฟังไปด้วยเลยแล้วกัน"
หญิงสาวเลยเรียกอวี๋เฟิงฟ่งให้ปรากฏตัว
"ฟ่งเอ๋อ อยู่ที่นี่รึเปล่า วันนี้ฉันมีเื่สนุกๆ นะ จะเล่าให้ฟัง"
อวี๋เฟิงฟ่งจึงปรากฏตัว
"ข้าอยู่นี่"
"แหม่! มาไวซะจริงๆ มานี่นั่งตรงนี้" เพนนีตบเบาะข้างลำตัว
"คุณฟ่งเธอมาแล้วหรอคุณเพนนี" ภาสพงษ์ถามด้วยความแอบกลัว
ขณะที่พูดคุยอวี๋เฟิงฟ่งรู้สึกว่าควรให้ภาสพงษ์เห็นตัวของนางด้วย เพราะเขาเองก็เป็บ่าวรับใช้ในอดีตที่มีชะตามาเกี่ยวข้องกับนาง จึงควรเปิดตัวให้เขารับรู้ หญิงสาวจึงปรากฏกายให้ภาสพงษ์เห็น
ภาสพงษ์เมื่อเห็นว่าอยู่ๆ ที่นี่ข้างเพนนีว่างเปล่า เลยกลายเป็มีแสงสว่าง จนกระทั่งกลายเป็ผู้หญิงแบบมีเนื้อมีหนังก็มองด้วยความตะลึง ไม่ได้ตะลึงในความสวย แต่ใครไม่มาเจอิญญาตัวเป็ๆ แบบเขาจะไม่ตะลึงมั่ง ภาสพงษ์จึงนั่งนิ่งด้วยความทำอะไรไม่ถูก ตัวแข็งเกือบช็อก
เพนนีเห็นจึงหัวเราะร่า "ไอ้พงษ์ ปอดแหก แกไหวมั้ย ฉันต้องพาแกไปโรงพยาบาลหรือเปล่า หรือแกให้ฉันไปเรียกยัยน้ำกรดมาช่วยตรวจอาการมั้ย อ้อ! พูดถึงยัยน้ำกรดละนึกขึ้นได้ ฉันมาจะเล่าเื่ยัยน้ำกรดให้พวกเธอฟัง"
ภาสพงษ์พยายามปรับสติตัวเอง ดีนะที่เขาเป็คนรับอะไรได้อย่างง่ายและปรับตัวได้รวดเร็ว จึงพูดละล่ำละลัก
"ชะ ชะ เชิญ คุณ พะ พะ เพนนีเลยครับ" ปากคอก็ยังไม่หายสั่นจากความตะลึง
เมื่อหายจนอาการเริ่มกลับมาดีขึ้นจึงมองหน้าของ อวี๋เฟิงฟ่ง แล้วพิจารณาว่า หญิงสาวก็มีเค้าโครงหน้าตาที่คล้ายคลึงกับเพนนีในชาตินี้อย่างมาก
"เดี๋ยวก่อนครับคุณเพนนีผมสงสัย"
"อะไร จะเล่าเื่มาสงสัย ทำไมสงสัยอะไร พูด"
"คุณฟ่งครับ ขนาดชาตินี้คุณหน้าตาคล้ายกับคุณเพนนีแบบนี้ แสดงว่าชาติก่อนคุณเพนนีก็คงหน้าตาแบบคุณ"
"พูดอะไรวกวนไอ้พงษ์ เป็แฝดก็ต้องคล้ายกันสิย่ะ"
"ก็ผมเห็น บางคนบอกชาติที่แล้วหน้าตาแบบหนึ่งชาตินี้เกิดมาก็เป็อีกหน้าตา ไม่ได้เหมือนกัน บางทีก็เป็ชายชาติก่อน มาชาตินี้เป็หญิง บางคนชาติก่อนเป็คน ชาตินี้เป็สัตว์เลี้ยงก็มีนะครับ"
"ข้าเองก็ไม่รู้หรอกนะถงฝู"
"ผมคือถงฝู หรอครับ"
"ใช่ เ้าคือถงฝู บ่าวรับใช้คนสนิทของพี่ชายข้า"
"โห ชาติที่แล้วมีพี่ชายด้วยหรอคุณเพนนี ไม่เหงาแล้วนะครับทั้งพี่สาวฝาแฝดพี่ชาย แต่ผมยังเป็คนใช้พวกคุณเหมือนเดิมเลยหรอ แน่ใจนะว่าผมไม่ได้เป็คนอื่น"
"ข้าไม่มีทางจำผิดแน่ เพราะหน้าตาของเ้าเหมือนกับถงฝูไม่มีผิด"
"เอ๋! ผมล่ะสิอยากให้คุณฟ่งจำผิดจัง เผื่อชาติที่แล้วผมจะได้เป็คนอื่นแทนน่ะครับ"
"อีกอย่างหนึ่ง ข้าก็ไม่รู้ว่าเหตุใด ทั้งเ้าและเฟยเฟย ยังคงหน้าตาเหมือนเดิม หรือนี่อาจเป็เื่ดี ที่ทำให้ข้าตามหาพวกเ้าได้ง่ายขึ้น"
"แล้วคุณฟ่งมีอะไรติดค้างหรอครับ มาตามหาผมกับคุณเพนนี"
"อย่าพร่ำพรรณานาไอ้พงษ์ จะเข้าเื่รึยัง ฉันจะเล่าเื่ของฉันก่อน ของฟ่งเอ๋อไว้ทีหลัง"
ความเอาตัวเองเป็ที่ตั้งยังคงไม่มีเปลี่ยน ภาสพงษ์ส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ
"ครับๆ เล่าเลยๆ"
เพนนีเห็นแบบนั้นจึงเล่าเื่วันนี้ในงานเลี้ยงน้ำชา ที่พบ พูดคุย รวมถึงคนที่รับรู้เื่ของดาริกาที่มากขึ้น
"เฟยเฟย ข้าสงสัยว่า หรือบางที คุณที่ชื่อ ดาริกา อาจมีความเกี่ยวข้องกับพวกเรา ในชาติของข้า"
"เฟยเฟยคือใครหรอครับ"
"โอ๊ย! ไอ้พงษ์ชื่อน่ารักขนาดนี้ก็ต้องเป็ฉันไงย่ะ อวี๋เฟิงเฟยน่ะ ที่ฟ่งเอ๋อเธอเคยบอก"
"อ๋อ! แบบนี้เอง แต่ตามที่คุณฟ่ง ก็เป็ไปได้ครับคุณฟ่ง คนจะพบเจอกันถ้าไม่มีวาสนาก็ต้องเป็เวรกรรม"
"งั้นฉันกับคุณธนาก็คือวาสนา"
"ไม่ ผมว่าเวรกรรม ฮ่าๆๆๆๆ"
ภาสพงษ์พูดจบก็โดนหมอนใบโตข้างๆ เพนนี กระหน่ำตีใส่ทันที
อวี๋เฟิงฟ่ง นั่งมองด้วยความสุขใจที่อวี๋เฟิงเฟย น้องสาวของเธอมีความสุข ก่อนที่จะมากกว่านี้ เธอจึงรีบพูดห้ามแล้วบอกกับเพนนีว่า
"เฟยเฟย เ้าเล่าเื่ของเ้าจบแล้ว เช่นนั้นข้าขอเล่าเื่ของข้าให้กับถงฝูฟังแล้วกัน"
อวี๋เฟิงฟ่งจึงเล่าเื่ที่เธอคาใจในการตายที่เป็ปริศนาหลังจากกลับมาจากงานเลี้ยงน้ำชาจวนหรงไท่กง
ภาสพงษ์พูดขึ้น "ชัดเลยคุณฟ่งถูกใครบางคนวางแผนฆาตกรรม"
"รู้ได้ไงไอ้พงษ์" เพนนีถามด้วยความสงสัย ไอ้การต่อสู้ฝีปากแบบกับคนอื่นน่ะ เธอถนัด แต่เื่ความคิดการฆาตกรรมเธอมีอยู่ในหัว แต่ไม่แน่ใจที่จะพูดออกมา เพราะหลักฐานไม่ชัดเจน ประกอบกับตอนนั้นทะเลาะกับฟ่งเอ๋อ เลยไม่ได้ความคืบหน้าเื่นี้จนทำให้เธอหลงลืมไปบ้าง
"ก็คุณฟ่งกับคุณเฟย คุณเพนนีชาติก่อนน่ะครับ กลับมาจากงานเลี้ยงของคุณฉี แล้วตาย มันยากมากนะครับที่จะเป็การตายแบบธรรมชาติ เป็ไปได้ครับจากอาการที่คุณฟ่งเป็ตอนนั้นคือรู้สึกทรมานจะขาดใจ ทุรนทุราย ทรมาน แต่หาสาเหตุไม่พบ ถ้างั้นก็มีทางเดียวคือมีคนวางแผนฆาตกรรมพวกคุณ"
"แล้วใครมันมีเื่บาดหมางอะไรกันขนาดนั้น"
แน่ล่ะ ยุคนี้ของเพนนีต่อให้เราจะขัดแย้งกันมากแค่ไหน แต่ก็ใช้เงินแก้ปัญหา ใช้สติปัญญา ไม่ใช่ทำอีกฝ่ายล้มหายตายจากไป แม้แต่กับดาริกา เธอแค่อยากให่ดาริกาเลิกคิดเพ้อฝันจะมาเป็ลูกสะใภ้ ไม่ได้จะให้หญิงสาวตายแต่อย่างใด แสดงว่าคนยุคโบราณจิตใจโเี้เป็อย่างมาก
"ผมก็ไม่รู้ครับ ถ้ามีสองที่จะรู้ได้ก็คือ ทางแรกคุณฟ่งต้องจำเื่ราวก่อนตายทั้งหมดให้ได้ แต่ผมว่ายากน่าดู เพราะคุณฟ่งก็ตายนานมากกว่าพวกเรา เดาๆ แล้วคงพันปีใช่มั้ยครับ"
"ตามที่เ้าพูดเลยถงฝู"
"งั้นอีกทาง แต่ผมว่าเป็ไปได้ยากกว่าคือ การขอมิติ์เป็กรณีพิเศษ ให้คุณเพนนีย้อนไปช่วยไขคดีฆาตกรรมของคุณฟ่ง"
"เพ้อเจ้อ ฉันกับนายก็เวียนว่ายตายเกิดมากี่รอบ จะไปได้ยังไง ทำอย่างกับละคร ไอ้บ้า"
"คุณเพนนีอย่าลืมสิครับ ถึงจะเป็ไปได้ยากทั้งสองทาง แต่คุณเพนนีก็เจอแหวนทองหัวสิงห์ในชาตินี้นะครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้"
ไม่แน่ว่าในอนาคตเื่นี้อาจจะเป็จริงตามที่ภาสพงษ์ได้กล่าวไว้