จักรพรรดิยุทธ์ทั้งหมดที่อยู่ในเมืองหลวงต่างก็อยู่ในสภาพเอน็จอนาถ
“ ท่านผู้อาวุโสได้โปรดหยุดก่อน ” เหยียนเต๋าจวิน บรรพชนของราชวงศ์เหยียน ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นกลางกล่าวด้วยท่าทียากลำบาก
“ ใช่แล้วท่านผู้อาวุโส มีอะไรค่อยๆคุยกันก็ได้ขอรับ ” เหยียนลู่ซัน บรรพชนของราชวงศ์เหยียน ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นกลางอีกหนึ่งคนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
หม่าซีเยว่เหลือบมองดูจักรพรรดิยุทธ์ที่กำลังแสดงท่าทีอ้อนวอน นางจึงสลายพลังของนางและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ ใครเป็นจักรพรรดิยุทธ์ของตระกูลโอวหยางก้าวออกมาด้านหน้า! ”
เวลานี้จักรพรรดิยุทธ์ของตระกูลโอวหยางทั้งสองคนถึงกับสะดุ้ง ทั้งสองไม่คิดว่ายอดฝีมือท่านนี้มีปัญหากับตระกูลโอวหยางของพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็เห็นผู้อาวุโสสองคนของตระกูลโอวหยางและยังเห็นเจ้าตัวแสบของตระกูลอย่างโอวหยางซูหยวน
ไม่นานนักจักรพรรดิยุทธ์ทั้งสองคนของตระกูลโอวหยางก็พบที่จะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาอธิบายให้กับพวกเขาฟังแม้แต่น้อย
ส่วนทางด้านของจักรพรรดิยุทธ์คนอื่นๆเมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาก็รีบถอยห่างทันที
“ ดูเหมือนว่าคนของตระกูลโอวหยางจะหยิ่งผยองมากสินะ ถึงได้กล้าบอกให้ข้าคุกเข่า? ดูเหมือนว่าตระกูลโอวหยางคงไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไปล่ะมั้ง? ” หม่าซีเยว่กล่าวอย่างเย้ยหยันพร้อมกับเหลือบมองไปยังโอวหยางซูหยวนที่ตอนนี้ล้มลงกับพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้กระทั้งน้ำตาก็ยังไหลออกมา
โอวหยางซูหยวนมองไปที่หม่าซีเยว่ด้วยความหวาดกลัว เขานึกไม่ถึงเลยว่าสตรีที่งดงามผู้นี้จะเป็นถึงยอดฝีมือที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าบรรพชนของเขาเสียอีก ไม่สิแม้กระทั้บบรรพชนของราชวงศ์เหยียนก็ยังต้องคุกเข่าเมื่ออยู่ต่อหน้านาง
“ นายท่านเจ้าสารเลวนี้ไม่ใช่คนของตระกูลโอวหยางอีกต่อไป ” โอวหยางเฟิงหุย บรรพชนของตระกูลโอวหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“ ใช่แล้วนายท่าน ซูหยวนจะไม่ใช่คนของตระกูลโอวหยางอีกต่อไปขอรับ นายท่านสามารถจัดการกับมันได้ตามที่นายท่านต้องการ ตระกูลโอวหยางจะไม่ยุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย อีกอย่างตระกูลโอวหยางจะขอมอบผลึกวิญญาณระดับสูงให้กับท่านหนึ่งพันก้อนเพื่อเป็นการขออภัย ” โอวหยางฟางรุ่ยกล่าวเสริมทันที
ผลึกวิญญาณคือสมบัติวิเศษที่ช่วยให้ผู้ฝึกตนฝึกฝนได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้แทนเงินตราได้อีกด้วย
หนึ่งพันผลึกวิญญาณระดับต่ำเท่ากับผลึกวิญญาณระดับกลางหนึ่งก้อน
หนึ่งพันผลึกวิญญาณระดับกลางเท่ากับผลึกวิญญาณระดับสูงหนึ่งก้อน
แม้ว่าจะเทียบอัตราส่วนแบบนี้แต่ผลึกวิญญาณระดับกลางหนึ่งก้อนก็มีประสิทธิภาพมากกว่าผลึกวิญญาณระดับต่ำหนึ่งพันก้อน แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
หม่าซีเยว่มองไปยังบรรพชนทั้งสองคนของตระกูลโอวหยางด้วยแววตาเย้ยหยันและกล่าวว่า “ เช่นนั้นข้าก็สามารถฆ่าเจ้าสารเลวนั้นได้ใช่ไหม? ”
“ เป็นอย่างนั้นขอรับนายท่าน ” โอวหยางเฟิงหุยกล่าวอย่างหวาดกลัว
โอวหยางฟางรุ่ยที่อยู่ข้างๆก็พยักหน้ารับเห็นด้วย
สำหรับพวกเขาแล้ว ตระกูลโอวหยางสำคัญที่สุด และโอวหยางซูหยวนแม้ว่าจะเป็นบุตรชายของผู้นำตระกูล แต่มันก็ไม่สำคัญมากนัก อีกทั้งพรสวรรค์ก็ยังธรรมดา เสียละไปก็คนหนึ่งก็ไม่ได้เสียหายมากนัก
ทางด้านของยอดฝีมือที่มารับชม พวกเขารู้สึกชื่นชมบรรพชนทั้งสองของตระกูลโอวหยางจริงๆ สามารถตัดสายเลือดเน่าๆของตัวเองได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ สำหรับพวกเขาแล้วการที่บรรพชนทั้งสองทำแบบนี้ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายมากนัก เพราะถ้าหากเป็นพวกเขา พวกเขาก็คงทำแบบนี้เหมือนกัน
ส่วนคนที่ซวยที่สุดในสถานกาณ์นี้ก็คงจะหนีไม่พ้นโอวหยางซูหยวน
ตอนนี้โอวหยางซูหยวนนั่งนิ่งเหมือนกับคนตาย เพราะเขาได้ยินที่บรรพชนทั้งสองบอกกับหม่าซีเยว่แล้วว่าเขาไม่ใช่คนของตระกูลโอวหยางอีกต่อไป
หม่าซีเยว่มองดูท่าทีหมดอาลัยตายอยากของโอวหยางซูหยวน นางก็แค่นเสียงเย็นชาก่อนที่จะสบัดมือเบาๆ
โอวหยางซูหยวนได้ละเหยกลายเป็นละอองเลือดสีแดง ไม่นานกลิ่นคาวเลือดก็กระจายไปทั่วพื้นที่ ซึ่งนี้เป็นการบ่งบอกว่าโอวหยางซูหยวน บุตรชายคนที่สี่ของผู้นำตระกูลโอวหยางได้ตกตายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จากนั้นหม่าซีเยว่ก็มองไปยังบรรพชนของตระกูลโอวหยางและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะเลี้ยงดูคนในตระกูลได้แย่พอสมควรเลยนะ โชคดีแล้วที่มันตายไปน่ะ ถ้าหากไม่ใช่เพราะน้องสาวของข้าบอกว่าไม่ให้ลงมือรุนแรงไปล่ะก็ เกรงว่าตอนนี้ตระกูลโอวหยางของพวกเจ้าคงถูกข้าทำลายไปแล้ว! ”
บรรพชนทั้งสองคนของตระกูลโอวหยางร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้ เพราะคำที่หม่าซีเยว่กล่าวมานั้นทั้งสองเชื่อว่านางสามารถทำได้จริงๆ
“ หลังจากนี้ก็หัดดูแลคนในตระกูลให้ดี อย่าคิดว่าเป็นตระกูลใหญ่ของอาณาจักรแล้วจะทำอะไรก็ได้เพราะพวกเจ้าไม่รู้หรอกว่าคนที่พวกเจ้ากำลังสร้างปัญหาน่ะมีเบื้องหลังเป็นอย่างไร ” หม่าซีเยว่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก อีกอย่างคำกล่าวนี้ไม่ได้เตือนตระกูลโอวหยางเท่านั้น แต่เป็นการแจ้งเตือนกองกำลังทั้งหมดที่กำลังรับชมอยู่ที่นี้
“ ใช่แล้วขอรับ เป็นอย่างที่นายท่านกล่าวมาจริงๆ ข้าน้อยจะกลับไปจัดการกับคนที่สร้างปัญหาในตระกูลทั้งหมดขอรับ ” โอวหยางฟางรุ่ยรีบตอบรับพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย
ส่วนทางด้านของยอดฝีมือที่กำลังรับชมอยู่ไม่ว่าจะเป็นคนของราชวงศ์เหยียน สี่ตระกูลใหญ่ที่เหลือ รวมไปถึงกองกำลังที่แฝงตัวของอาณาจักรอื่นๆ พวกเขาก็จดจำคำกล่าวของหม่าซีเยว่เอาไว้ในใจ เพราะพวกเขาไม่รู้หรอกว่าวันดีคืนดีพวกเขาจะเจอสถานการณ์เดียวกับตระกูลโอวหยางหรือไม่ ถ้าหากไม่เจอก็โชคดีไปแต่ถ้าหากเจอแล้วโชคร้ายกว่าตระกูลโอวหยาง ไม่ใช่ว่าตระกูลของพวกเขาจะถูกต้องทำลายลงไปหรอกนะ
เพราะแบบนี้เมื่อพวกเขากลับไปจะต้องจัดการกับเจ้าพวกที่สร้างปัญหาทั้งหมด ถ้าหากพวกมันยังกล้าสร้างปัญหาอีกล่ะก็ พวกเขาก็จะกักขังพวกมันไม่ให้ออกมาเจอแสงตะวันอีกเลย
หม่าซีเยว่หัวเราะเบาๆก่อนที่จะดีดนิ้วหนึ่งครั้ง
ทันใดนั้นพลังที่มองไม่เห็นก็พุ่งชนบรรพชนของตระกูลโอวหยางทั้งสองคน จนทำให้บรรพชนทั้งสองคนถึงกับพ่นเลือดออกมาคำโต ใบหน้าของทั้งสองซีดขาวในทันที เห็นได้ชัดว่าทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว
“ นี้เป็นเพียงแค่การตักเตือนเท่านั้น อย่าได้มีครั้งหน้าไม่อย่างนั้นข้าไม่ได้ใจดีแบบนี้แน่นอน ” หม่าซีเยว่่กล่าวจบนางก็พบหนานหลินและชิงเหยาจากไป
เวลานี้ชิงเหยามองดูพี่สาวหม่าด้วยแววตานับถือ
ในอดีตนางเคยเจอพี่สาวหม่าหลายครั้งแล้วเพราะพี่สาวหม่ามาที่สำนักผู้ตรวจการและสั่งสอนหนานหลินเป็นการส่วนตัว แม้ว่าบางครั้งนางเองก็เคยได้รับการสั่งสอนด้วยเหมือนกัน อีกอย่างทรัพยากรบางอย่างนางก็ได้รับมาจากพี่สาวหม่า เพราะแบบนี้ชิงเหยาจึงพัฒนาได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันชิงเหยามีความแข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลางแล้ว ถือได้ว่าเป็นรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของสำนักผู้ตรวจการแห่งแคว้นฉินโจว
นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่สาวหม่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ในอดีตนางคิดว่าพี่สาวหม่าจะต้องเป็นยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์แน่นอน แต่ดูเหมือนว่านางจะคิดผิดเพราะแม้กระทั้งระดับจักรพรรดิยุทธ์ยังต้องเคารพเมื่ออยู่ต่อหน้านาง เห็นได้ชัดว่าอย่างน้อยๆตัวตนของพี่สาวหม่าจะต้องอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์หรือสูงกว่านั้น
“ พี่สาวหม่าสุดยอดไปเลย ข้าไม่รู้เลยว่าพี่สาวหม่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ หลังจากนี้ไปข้าคงไม่ต้องหวาดกลัวใครหน้าไหนแล้ว ” ชิงเหยากล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุข
หม่าซีเยว่หัวเราะและพูดคุยกับชิงเหยาอย่างสนิทสนม
เนื่องจากหม่าซีเยว่ที่คอยติดตามหนานหลินมาตั้งแต่ตอนที่นางออกจากบ้านมายังเมืองต้าฉิน นางย่อมรู้จักและตรวจสอบข้อมูลของชิงเหยามาอย่างดี ทำให้นางรู้ว่าชิงเหยาเป็นคนที่มีนิสัยดีคนหนึ่ง เพราะแบบนี้บางครั้งนางจึงช่วยเหลือชิงเหยาในการฝึกฝน
หลังจากที่หม่าซีเยว่พาหนานหลินและชิงเหยาจากไปแล้ว บรรยากาศโดยรอบก็ผ่อนคลายลงทันที
แต่สำหรับจักรพรรดิยุทธ์ทั้งหมดพวกเขามองไปยังแผ่นหลังของหม่าซีเยว่และถอนหายใจออกมา พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าสตรีที่งดงามผู้นี้จะเป็นยอดฝีมือที่เหนือกว่าจักรพรรดิยุทธ์
“ ไม่รู้ว่ายอดฝีมือท่านนี้มาจากไหน แต่อย่างน้อยๆการที่นางไม่ได้สร้างปัญหาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับพวกเรา ” เหยียนเต๋าจวินกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
เหยียนลู่ซันและจักรพรรดิยุทธ์ของราชวงศ์เหยียนพากันเห็นด้วย จากนั้นพวกเขาก็มองไปยังบรรพชนของตระกูลโอวหยางและถอนหายใจออกมา
“ ดูเหมือนว่าเจ้าแก่สองคนนั้นจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเลยนะนั้น ” เหยียนลู่ซันกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น ในใจนึกหวาดกลัวหม่าซีเยว่เป็นอย่างมาก เพราะการโจมตีของนางเขาไม่สามารถรับรู้ได้เลย รู้เพียงแค่สิ้นเสียงดีดนิ้วเจ้าแก่สองคนจากตระกูลโอวหยางก็บาดเจ็บสาหัสแล้ว
“ ส่งคนไปตรวจสอบสตรีเหล่านั้นไหมขอรับท่านบรรพชน? ” จักรพรรดิเหยียนซีเหอถามด้วยน้ำเสียงกังวล เพราะเขากลัวว่าถ้าหากส่งคนไปตรวจสอบอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับยอดฝีมือท่านนั้นได้
เหยียนเต๋าจวินส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ไม่ต้องหรอกเพราะเดี๋ยวก็มีคนทำแทนพวกเราเอง ”
ความอยากรู้นั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีติดตัว เพราะฉะนั้นแล้วพวกเขาไม่จำเป็นต้องไปสืบเองให้คนที่อยากรู้ไปสืบแทนก็พอ พวกเขาเพียงแค่รอฟังข่าวเท่านั้น แบบนี้พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องไปสร้างปัญหากับยอดฝีมือท่านนั้นอีกด้วย
จักรพรรดิเหยียนซีเหอและเหล่าบรรพชนของราชวงศ์เหยียนก็เห็นด้วยกับคำกล่าวของเหยียนเต๋าจวิน พวกเขาปล่อยให้คนเหล่านั้นไปสืบแล้วพวกเขารอฟังข่าวก็พอ
หลังจากที่ทุกๆอย่างจบลงแล้ว ยอดฝีมือทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับกองกำลังของตัวเองฟังทันที
หนานหมิงยืนอยู่โดยที่มีปิงหวงเล่ยยืนอยู่ด้านหลัง เขายิ้มอย่างพึงพอใจและเดินเที่ยวเมืองหลวงยามค่ำคืนต่อ
และก็เป็นอย่างที่เหยียนเต๋าจวินกล่าวมาจริงๆ เพียงไม่ข้อมูลของหนานหลิน ชิงเหยาและหม่าซีเยว่ก็กระจายไปทั่วเมืองหลวง
หนานหลินพี่สาวของหนานหมิง ยอดอัจฉริยะของสำนักผู้ตรวจการแห่งเมืองต้าฉิน นางอายุเพียงแค่ยี่สิบปีแต่ก็มีความแข็งแกร่งในระดับปราชญ์ยุทธ์แล้ว อีกทั้งนางยังเคยได้รับอันดับหนึ่งในการแข่งขันรุ่นเยาว์ของสำนักผู้ตรวจการอีกด้วย ทำให้นางยิ่งมีชื่อเสียงมากกว่าเดิมมาก
ในตอนแรกทุกๆคนรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อของหนานหมิง ไม่นานพวกเขาก็จำได้ว่าเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน หนานหมิงศิษย์ของสถาบันฉินเยี่ยได้ปรากฏตัวขึ้นที่หอการค้าหมื่นสมุทรและท่านเฟยลั่วชิง ผู้ดูแลหอการค้าก็ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง และหนานหมิงก็ยังเป็นบุตรบุญธรรมาของท่านหยางผิง ผู้ดูแลหอการค้าหมื่นสมุทรสาขาเมืองต้าฉิน
ว่ากันว่าท่านหยางผิงเองก็เป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ที่แข็งแกร่งผู้หนึ่ง แต่ไม่มีใครรู้ว่าแข็งแกร่งระดับไหน และก็ไม่มีใครกล้าที่จะไปยืนยันด้วยตัวเอง
เพราะแบบนี้ชื่อเสียงของสองพี่น้องตระกูลหนานก็กระจายไปทั่วเมืองหลวงทันที อีกทั้งผู้คนจำนวนมากต่างก็รีบสืบหาที่อยู่ตระกูลหนานเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหนานทันที
อย่างน้อยๆพวกเขาก็รับรู้ว่าเบื้องหลังของสองพี่น้องตระกูลหนานนี้มียอดฝีมือที่เหนือกว่าจักรพรรดิยุทธ์และจักรพรรดิยุทธ์คอยคุ้มครองอยู่ ถ้าหากพวกเขาสร้างความสัมพันธ์อันดีได้ ในอนาคตพวกเขาก็จะได้รับประโยชน์มหาศาลอย่างแน่นอน
สำหรับชิงเหยา นางเป็นสหายสนิทของหนานหลิน นางเป็นบุตรสาวของผู้นำตระกูลชิงเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในแคว้นฉินโจว
ส่วนยอดฝีมือที่ชื่อว่าหม่าซีเยว่นั้น ไม่มีใครรู้ที่มาของนาง นางปรากฏตัวขึ้นมาก็ตอนที่หนานหลินมาถึงเมืองต้าฉิน อีกทั้งนางยังคอยสอนและดูแลหนานหลินราวกับน้องสาวแท้ๆของนาง ไม่รู้ว่าเบื้องหลังของนางคืออะไร แต่ที่รู้ก็คือความแข็งแกร่งของนางที่แสดงออกมานั้นก็อยู่เหนือจักรพรรดิยุทธ์ไปแล้ว
ไม่นานข่าวนี้ก็กระจายไปทั่วทั้งอาณาจักรแม้กระทั้งอาณาจักรใกล้เคียงก็ยังได้ยินข่าวนี้
ภายในห้องลับแห่งหนึ่งของราชวงศ์เหยียน
ห้องลับแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในส่วนลึกของพระราชวัง คนที่อยู่ในห้องลับนี้ต่างก็เป็นบรรพชนของราชวงศ์เหยียนทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นเหยียนเต๋าจวิน เหยียนลู่ซัน หรือจักรพรรดิเหยียนซีเหอก็อยู่ในห้องนี้
นอกจากทั้งสามแล้วยังมีบรรพชนคนอื่นๆอยู่อีกมากกว่าสิบคน ซึ่งพวกเขาทั้งหมดต่างก็เป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในพระราชวัง
คนที่ยืนอยู่ด้านในสุดคือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในราชวงศ์เหยียนอีกด้วย เขาคือบรรพชนเหยียนเฮาเต๋อ และยังเคยเป็นผู้อาวุโสของนิกายเทียนซูอีกด้วย
นิกายเทียนซูคือนิกายที่ตั้งอยู่ในอาณาจักรต้าโจว ถือว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปฮุยต้วนเลยทีเดียว
นิกายเทียนซูตั้งอยู่บนยอดเขาสูงแห่งหนึ่ง พวกเขาเป็นเพียงแค่นิกายสาขาเท่านั้น ที่ตั้งของนิกายที่แท้จริงอยู่ในทวีปเฮ่อหลุนซึ่งเป็นทวีปที่ติดอยู่กับทวีปฮุยต้วน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปฮุยต้วน
ว่ากันว่านิกายเทียนซูสาขานี้มียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์เฝ้าอยู่มากกว่าสิบคนเลยทีเดียว พวกเขาจึงถือว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปฮุยต้วน