ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 158 คุณชายตระกูลหลง

            บทที่ 158

            คุณชายตระกูลหลง

            สวี่รั่วหยุนนำพาจางหยวนเดินทางเข้ามาภายในหมู่บ้านแห่งนี้มุ่งตรงไปยังห้องพักที่ถูกจัดเอาไว้

            หมู่บ้านแห่งนี้มีห้องพักสำหรับแขกที่เดินทางมาร่วมงานชุมนุมในครั้งนี้จัดสรรเอาไว้เป็นการส่วนตัว

            เพราะว่าผู้คนภายในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่เยอะแต่ว่าขนาดของหมู่บ้านกับใหญ่โตมันเลยมีที่พักสำหรับแขกมากมายที่เดินทางมา

            พวกเขาเดินทางออกมาจากสถานที่ที่จอดรถม้าไม่มากนักก็มาพบเจอเข้ากับเรือนพักของตนเองที่ตั้งอยู่ด้านทางทิศใต้

            สถานที่แห่งนี้เป็นเรือนพักขนาดใหญ่มันมีห้องพักสำหรับหลายคนสวี่รั่วหยุนและก็จางหยวนได้พักอยู่ที่เดียวกันเรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา

            จางหยวนเดินทางเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ในวันนี้งานยังไม่เริ่ม

            งานชุมนุมจะเริ่มขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า

            แน่นอนว่าตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่จะเดินทางมาก่อนเพื่อทำการเตรียมตัว

            จางหยวนนั่งอยู่ภายในห้องโถงกำลังดื่มน้ำชาอย่างใจเย็นโดยที่มีสวี่รั่วหยุนนั่งอยู่ด้านหน้า

            จางหยวนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองติดใจอยู่ในตอนนี้“ขออภัยที่ต้องถามอย่างนี้นะขอรับแต่ว่าข้าอยากจะรู้ว่าเหตุใดตัวของนายท่านสวีถึงไม่ชอบคนผู้นั้น” 

            สวี่รั่วหยุนหันมาแล้วก็ใช้ดวงตามองมาที่จางหยวน “ เจ้าหมายถึงผู้ใดหมายถึงคุณชายตระกูลหลงงั้นรึ? ”

            จางหยวนพยักหน้าตอบรับกลับไปอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้วขอรับข้าหมายถึงคุณชายตระกูล ”

            “ ก็นายทานสวีเป็นคนบอกเองเมื่อสักครู่ว่าท่านไม่ค่อยชอบคนผู้นั้น”

            “ มองดูภายนอกแล้วเขาเองก็เป็นคนที่มีบุคลิกภายนอกที่เป็นคนที่หน้าเข้าหามีผู้คนมากมายเข้าหาเขาเหตุใดนายท่านสวีถึงไม่ชอบคนผู้นั้น” จางหยวนเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย

            นี่เป็นสิ่งที่ตัวของเขาสงสัยมาโดยตลอดตั้งแต่เมื่อครู่

            สวี่รั่วหยุนแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบคุณชายใหญ่ตระกูลหลง

            เพราะจางหยวนลองดูจากท่าทางภายนอกแล้วคนผู้นั้นเองก็เป็นคนที่ดูเหมือนว่าหน้าเข้าหาและมีผู้คนมากมายที่ค่อนข้างอยากจะสนิทสนมกับเขา

            แต่สวี่รั่วหยุนกลับแตกต่างออกไปจางหยวนเลยมองเห็นว่ามันน่าจะมีเรื่องบางอย่างอย่างแน่นอน

            ด้วยความสงสัยของตนเองอัดอั้นมาจนถึงในตอนนี้ในที่สุดเขาก็เอ่ยถามออกมาเพราะว่าตนเองนั้นอยากจะรู้เกี่ยวกับเรื่องที่อีกฝ่ายนั้นทำการพูด

            สวีรั่วหยุนยกชาขึ้นมาดื่มอย่างใจเย็นก่อนที่จะอธิบายออกมา “คนผู้นั้นมีพรสวรรค์มีความสามารถถูกเรียกว่าอัจฉริยะ ” 

            “ แต่ในมุมมองของข้าที่รู้จักคนผู้นั้นเป็นอย่างดีกลับมองว่าตัวของมันนั้นเป็นคนที่เย่อหยิ่ง”

            “ เย่อหยิ่งอย่างงั้นหรือขอรับ? ”

            “ เจ้าคงเข้าใจสินะคำว่าวิญญูชนที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องดูถูกคนอื่น”

            “ เบื้องหน้าคนผู้นั้นแสดงใบหน้าแบบนั้นตีเข้าหาพวกที่มีชื่อเสียงและมีอำนาจแต่ข้าเคยพบเห็นมันทำลายงานศิลปะผู้อื่น” 

            “ แม้จะเป็นเรื่องเมื่อประมาณปีถึงสองปีผ่านมาแล้วก็เถอะ”

            “ ตั้งแต่เห็นพฤติกรรมของมันในครั้งนั้นข้าเองก็ไม่ชอบมันอีกเลยรู้ดีว่าสิ่งที่มันแสดงออกมาล้วนแล้วเป็นการแสดงเท่านั้น”

            “ บุคลิกท่าทางภายนอกที่ดูเป็นคนที่น่าเข้าหามีรอยยิ้มบนใบหน้าตลอดเวลานั้นเองมันก็สร้าง”

            “ นี่แหละคือเหตุผลว่าเหตุใดตัวของข้าถึงไม่ชอบคนผู้นั้นมันเกิดมาเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ผู้คนมากมายต่างพยายามเข้าหาเพราะเห็นว่ามันเป็นอัจฉริยะและเป็นผู้สืบทอดตระกูล”

            “ แต่สำหรับตัวของข้ามันแตกต่างออกไปข้าไม่จำเป็นจะต้องเข้าหามันเพราะแบบนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร” 

            จางหยวนสิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาจึงทำความเข้าใจได้ 

            สวี่รั่วหยุนหลังจากที่ทำความรู้จักมาเป็นเวลานานมันทำให้จางหยวนรู้ว่าคนผู้นี้แม้ว่างานศิลปะจะย่ำแย่เพียงใดแต่มันเองก็มีความเคารพงานศิลปะของผู้อื่นเป็นอย่างมาก

            แน่นอนว่าถ้าคุณชายตระกูลหลงผู้นั้นเป็นคนที่ดูถูกหรือว่าเหยียบหยามงานศิลปะของผู้อื่นการที่สวี่รั่วหยุนผู้นี้จะเกลียดขี้หน้ามันเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

            “ แบบนี้เองขอรับถ้าเช่นนั้นตัวของข้าก็ควรจะอยู่ห่างๆคนผู้นั้นเอาไว้สินะ ”

            “ อยู่ห่างได้ก็ดีคนผู้นั้นไม่ใช่คนดีแถมตระกูลหลงเองก็ไม่ใช่คนดี”

            “ ตระกูลหลงแห่งเมืองหลวงเป็นตระกูลขนาดใหญ่ที่มีอำนาจภายในราชสำนักแต่แน่นอนเราก็น่าจะรู้ขุนนางใหญ่โตภายในราชสำนักคนที่มีอำนาจภายในมือและยังคงปฏิบัติทุกอย่างตามกฏหมาย”

            “ ไปเสียผู้คนเองก็เป็นมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นขุนนางหรือว่าเป็นทาสต่ำต้อยก็ยังคงเป็นมนุษย์” 

            “ แน่นอนขุนนางเมื่อมีตำแหน่งใหญ่โตมีอำนาจภายในมือพวกมันส่วนใหญ่แล้วลุ่มหลงไปในอำนาจพวกนั้น”

            “ เพราะแบบนั้นภายในราชสำนักเลยหาขุนนางที่มีคุณธรรมยากยิ่งนักตระกูลหลงเองก็เป็นหนึ่งในนั้นมันเป็นตระกูลที่มีเบื้องหลังเป็นการค้าผิดกฎหมาย ” 

            จางหยวนถือว่าได้ยินข่าวสำคัญเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยหลังจากที่ได้ยินเรื่องแบบนี้ที่อีกฝ่ายพูดขึ้นดวงตาทั้งสองข้างก็เบิกกว้างขึ้นทันที

            เขาเองก็รู้อยู่หรอกว่าขุนนางภายในราชสำนักมันน่าจะมีคนที่ดีและก็ไม่ดี

            แต่การที่ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาเองก็เก็บเอาไว้ภายในใจเพราะคิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์

            ดูเหมือนว่าสวีรั่วหยุนจะไม่ค่อยชอบคนพวกนั้นสักเท่าไหร่โดยปกติแล้วสวี่รั่วหยุนไม่ใช่คนปากพล่อย

            ตัวของสวีรั่ววยุ่นไม่ค่อยจะเล่าเรื่องคนอื่นให้ฟังแต่ในครั้งนี้ตัวของมันกับเปิดเผยเรื่องของตระกูลหลงให้จางหยวนได้ฟัง

            “ เข้าใจแล้วขอรับตัวของข้าจะจดจำเอาไว้และก็พยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้น”

            “ ดี!!เข้าใจแบบแล้วตัวของเจ้าจะได้ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวาย”

            “ พวกเราเป็นแค่พ่อค้าเท่านั้นเพราะแบบนั้นสิ่งที่ทำก็คือการทำการค้าของพวกเราไป” 

            “ ในตอนนี้ทางภายในราชสำนักกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่อาชีพของพวกเราก็กำลังสั่นคลอนตอนนี้จำเป็นจะต้องเตรียมตัว” สวี่รั่วหยุนแนะนำ

            จางหยวนพยักหน้าออกไปตัวของเขารู้ดีว่ามันหมายความว่าอย่างไร

            สิ่งที่สวี่รั่วหยุนพูดออกมามันหมายความเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการค้าที่ทางราชสำนักคิดจะลดอำนาจพ่อค้าที่ทำการค้าขายอยู่ในตอนนี้

            ในตอนนี้พวกภายในราชสำนักหารือมาสักพักใหญ่ๆเห็นทีว่าหลังจากที่ผ่านพ้นฤดูหนาวมานี่มันเองก็ถึงเวลาที่พวกมันใกล้จะทำการประกาศออกมา

            จางหยวนเองก็เตรียมพร้อมทุกอย่างที่จะทำการรอรับสถานการณ์นั้น

            เขาแสดงใบหน้าจริงจัง 

            สวี่รั่วหยุนดื่มน้ำชาภายในมือของตนเองจนหมดถ้วยก่อนที่จะวางถ้วยน้ำชาลงมันทำการวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะแล้วค่อยๆลุกขึ้นพูดกับจางหยวนออกมา “ ไปกันเถอะ ”

            “ ไปไหนอย่างนั้นหรือขอรับ? ” จางหยวนแสดงใบหน้าสงสัย

            สวี่รั่วหยุนที่อยู่บริเวณด้านหน้าพูด “ผู้ที่เป็นคนจัดงานนี้หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นหัวหน้าและเป็นผู้นำของหมู่บ้านไผ่หยกอยากจะพบกับเจ้า” 

            “ พวกเรานั่งพักผ่อนกันเพียงพอแล้วในตอนนี้ก็เดินทางไปพบเขากันเถอะ” สวีรั่วหยุนกล่าวออกมาพร้อมกับเดินนำออกไปบริเวณด้านหน้า

            จางหยวนเขายังคงแสดงใบหน้างุนงงค่อยๆลุกขึ้นสุดท้ายก็เดินตามสวีรั่วหยุนออกไปบริเวณด้านนอก

            เขาเดินตามสวีรั่วหยุนออกไปบริเวณด้านนอกตามหลังแล้วก็เดินไปยังสถานที่แห่งหนึ่งภายในหมู่บ้านแห่งนี้

            บริเวณท้ายหมู่บ้านเรือนพักแห่งหนึ่งตั้งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้อย่างเงียบสงบ

            บริเวณแถบนี้ไม่ได้อนุญาติให้คนนอกเดินทางเข้ามาแม้จะเป็นแขกที่เดินทางมาร่วมงานก็ตาม

            จางหยวนเดินตามหลังสวีรั่วหยุนเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้อีกฝ่ายบอกว่าจะนำตนเองมาพบกับผู้นำของหมู่บ้านไผ่หยก 

            เดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้สักพักก็ไปหยุดลงบริเวณด้านหน้าจวนขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่บริเวณด้านหลังหมู่บ้าน

            “ ที่นี่อย่างนั้นหรือขอรับ… ”

            จบบท