นาฟเข้าใจความหมายของอิงอิงจึงพยักหน้ารับของไว้
“เหรียญนี้นอกจากจะเป็นเสมือนตัวแทนแล้วมันยังมีคุณสมบัติป้องกันการโจมตี จากผู้ใช้พลังระดับ 7 ได้ถึงสองครั้งเชียวนะ!” อิงอิงเอ่ยอย่างจริงใจ
นาฟก็พอจะสัมผัสได้เพราะหลังจากจับเหรียญนี้แล้ว รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่อยู่ข้างใน
“ข้าขอบใจเจ้ามากนะ”ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ
“ฮ่าๆไม่เป็นไร พวกเรานับเป็นสหายกันแล้ว” อิงอิงเหมือนจะเอ่ยแก้เขิน ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเวลาอยู่ใกล้ชายคนนี้ทีไร หัวใจล้วนเต้นระส่ำทุกที
“เจ้าต้องเตรียมตัวในการแข่งรอบต่อไปให้ดีพวกที่ผ่านเข้ารอบมาแต่ละคน ล้วนแล้วแต่เคยเข้ารอบในการแข่งขันปีที่แล้วทั้งสิ้น”
“ตอนนี้นายมีชื่อเสียงมากแล้วคู่แข่งแต่ละคน คงวางแผนเล่นงานนายอย่างแน่นอน”
“ข้าเข้าใจและขอบคุณมากที่เจ้าเป็นห่วง”
“ฮ่าๆก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากวัดความเร็วกับ พายุโลหิต ในรอบสุดท้ายดูสักครั้งว่าจะเก่งจริงรึเปล่า!”
นาฟมององค์หญิงสาวแสนสวยคนนี้ที่ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบไปหมด ไม่ว่าระดับพลังหรือหน้าตาจนเผลอเอาไปเปรียบกับหญิงสาวอีกสองคน
อิงอิงหันหลังแล้วเดินจากไปนางก้าวห่างจากนาฟเพียงไม่กี่ก้าว แต่ทุกครั้งที่ก้าวหัวใจของเธอกลับเต้นเร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนทั้งความหวัง ความฝัน และความกลัวอย่างบอกไม่ถูก
อิงอิงพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองด้วยการทำท่าไม่สนใจแต่ลึกๆ ในใจ เธอกลับอยากให้เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่เธอมี
นาฟมองตามหญิงสาวที่ค่อยๆห่างออกไป เขารู้สึกมานานแล้ว และมองเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ในทุกการกระทำนั้นของนาง
ณภายในโลกมิติ บริเวณหุบเหวลึกที่ลาดชัน ปรากฏวัตถุสีแดง วูบวาบเคลื่อนไหวปรากฏอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว
รถคันสีแดงกระโดดข้ามช่องว่างระหว่างหุบเหวการกระโดดสูงนั้นต้องอาศัยการคำนวณและการควบคุมที่แม่นยำรถพุ่งตัวทะยานขึ้นฟ้าก่อนจะลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล สมดุลของตัวรถมั่นคงเป็นอย่างมาก
ลมที่พัดมาจากหุบเหวทำให้การขับขี่ยิ่งท้าทายมากขึ้นนาฟต้องต่อสู้กับกระแสลมที่พัดแรงเข้ามา
การเร่งเครื่องและการควบคุมรถในสถานการณ์นี้ต้องอาศัยทั้งทักษะและการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา
การฝึกซ้อมในโลกมิติครั้งนี้เป็นการจำลองสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงในสนามแข่ง หลังจากนำภาพบันทึกมาประมวลผลอาศัยความได้เปรียบเรื่องสถานที่ นาฟ สามารถจำลองสถานการณ์ให้เกิดขึ้นได้
นาฟฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวันด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าการแข่งในรอบต่อไปจะยากขึ้นเรื่อยๆ แต่เป้าหมายของเขานั้นยิ่งใหญ่กว่า สิ่งนี้เป็นเพียงบันไดในขั้นเริ่มต้น ที่เขาจะต้องข้ามผ่านไป
เวลากลางคืน นาฟยังฝึกสมาธิไปกับการแกะสลักไม้และอ่านตำราเพิ่มพูนความรู้ พอนึกได้ถึงบางสิ่งจึงเงยหน้าแล้วเอ่ยขึ้น
“ตอนที่ข้ากำลังแข่งขันอยู่ภายในโลกมิติแห่งการแข่งขัน ข้าสัมผัสได้ถึง พลังของธาตุแห่งชีวิตที่เรียกร้องหาข้า”
“เป็นเพราะเจ้าเชื่อมโยงกับมันไง!”
ทันใดนั้นจิตวิญญาณสาวจาชา ผู้เร้นกายอยู่ก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าที่เปล่งประกายด้วยแสงสีขาวอ่อนๆเส้นผมยาวสลวยดั่งสายลมที่พัดผ่าน
“พี่สาว ข้าสามารถพาพวกมันออกมาได้หรือไม่!”
“ธาตุแห่งชีวิตดั่งเดิมที่อยู่ในโลกใบนั้นมีเจ้าของแล้วเจ้าไม่สามารถนำมันออกมาได้ แต่พลังธาตุตัวใดที่เรียกร้องหาเจ้าหมายถึงพวกมันพึ่งแตกตัวก่อเกิดขึ้นมาใหม่จากสภาพแวดล้อมนั้นๆ เจ้าสามารถรับมันกลับมาได้”
นาฟออกอาการดีใจขึ้นมาทันที “นี่นับเป็นข่าวดีเลยนะพี่สาว จิตวิญญาณสาวจาชา ยิ้มแล้วพยักหน้า
“แต่เจ้ายังต้องแข่งขันอยู่ภายในนั้นแล้วจะหาเวลาไปนำมันออกมาได้ยังไง” จาชาเอ่ยต่อ
“ข้าก็บอกไม่ถูกเหมือนกันพี่สาวแต่ข้ารู้สึกว่าพวกมัน สามารถไล่ตามข้าได้ตลอดเวลา”
จิตวิญญาณสาวจาชา ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วลอยไปหยิบหนังสือเก่าแก่ที่อยู่ชั้นบนสุดมาเล่มหนึ่ง ส่งให้นาฟ
“งั้นเจ้าลองศึกษาบันทึกของนายท่านเกี่ยวกับการออก ตามหาธาตุแห่งชีวิตเล่มนี้ดู”
นาฟรับหนังสือมา แล้วเปิดออกดูทันทีไม่นานก็เริ่มพยักหน้าเหมือนรับรู้อะไรบางอย่าง นาฟยังคงศึกษาบันทึกเล่มหนาไปตลอดทั้งคืน
ทุกๆ วันนาฟจะฝึกฝนตัวเองอย่างหนักด้วยมิติเวลาแห่งนี้ที่เดินช้ากว่าภายนอก จึงทำให้นาฟใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่าที่สุด
ค่ำคืนของวันหนึ่งนาฟที่ถือผลพลังสีม่วงไว้ในมือยืนอยู่หน้าห้องฝึกฝน เสียงของจิตวิญญาณสาวจาชาดังขึ้นมา
“ดีแล้วสภาพร่างกายและจิตใจของเจ้ามาถึงขั้นที่ควรจะพัฒนาต่อได้แล้ว”
นาฟที่มองไปที่ห้องฝึกฝนด้วยสายตาที่มุ่งมั่นเขารู้ดีว่าหลังจากที่ฝึกฝนการขับขี่อยู่ทุกวันนั้นช่วยทำให้ตนเองเพิ่มศักยภาพของร่างกายในหลายๆ ด้าน และแข็งแรงพอแล้วที่จะได้รับพลังงานจากผลพลังลูกต่อไป
“เราต้องเพิ่มพลังให้ได้!”
ค่ำคืนนั้น ภายในห้องฝึกฝน มีแสงวูบวาบเปล่งแสงอยู่ตลอดกลุ่มควันกระจายไปทั่วทั้งห้อง กลิ่นหอมหวานของผลไม้พลังส่งกลิ่นออกมาชายหนุ่มเพิ่มพลังอย่างต่อเนื่องทั้งคืน เจ้ารุ้งที่ตอนนี้เลื้อยพันอยู่รอบๆ ต้นไม้พลังเฝ้ารอเจ้านายของมันอยู่ข้างนอก และในเช้าวันถัดมา
“เอี๊ยด!”
เสียงเปิดประตูห้อง ชายหนุ่มก้าวเดินออกมารอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยแสงสีเขียวที่อบอุ่นแต่ทรงพลัง นาฟเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังใหม่ที่กำลังไหลเวียนในร่างกาย นาฟหลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ และรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
"พลัง...มันยิ่งใหญ่กว่าที่เคย" นาฟคิดในใจ
นาฟกระชับหมัดของตัวเองรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นในทุกเซลล์ของร่างกายทุกกล้ามเนื้อเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
นาฟค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปรอบๆ พบว่าโลกมิติกำลังเปล่งประกายด้วยพลังงานที่มาจากตัวเขาเองเขารู้สึกถึงการเชื่อมต่อที่แน่นแฟ้นกับโลกมิติมากยิ่งขึ้น
"ระดับ 3 ขั้นสูง!...ข้าสามารถทำได้...ข้าก้าวผ่านระดับย่อยมาถึง 2 ระดับ